Lyric translation

[Divine Gate] แปล : One-Me Two-Hearts – Hitorie

เรื่องนี้สารภาพว่าไม่ได้ดู  แต่ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นบังเอิญเปิดไปเจออนิเมตอนแรกตอนเพลงเปิดกำลังเล่นพอดี  แล้วก็ปิ๊งเพลงตั้งแต่แวบแรกที่ฟังเลยค่ะ

เพลงแนวมาก  ชอบT___T

ซีซั่นนี้เพลงเจ๋ง ๆ เยอะจัง…


One-Me Two-Hearts (ワンミーツハー)

Artist : Hitorie

Lyric : JPlyrics.com

 

「ねえ!

“nee!

“นี่!

その心を貸してよ、

sono kokoro wo kashite yo,

ขอยืมหัวใจนั้นหน่อยได้ไหม

扉を開けてしまうから。」

tobira wo akete shimau kara”

เพราะเผลอจะเปิดประตูเข้าแล้วน่ะ”

 

忘れてた理想に沿って

wasureteta risou ni sotte

รอยยิ้มเวลาแสยะยิ้มตอนทุกอย่างเป็นไปตามอุดมคติ

ニヤリ笑う

niyari warau

ที่เคยลืมไปแล้ว

ソレを見たいんだよ

sore wo mitain dayo

ฉันอยากเห็นสิ่งนั้นไง

 

最近やたらと視界がぼやけるし、

saikin yatara to shikai ga boyakeru shi,

ช่วงนี้ทัศนวิสัยออกจะเลือนลางเสียด้วย

お決まりの暮らしを繰り返す

okimari no kurashi wo kurikaesu

และก็ใช้ชีวิตแบบที่กำหนดไว้ซ้ำไปซ้ำมา

柄にもない台詞を覚えたけど

gara ni mo nai serifu wo oboeta kedo

ถึงจะจำคำพูดซึ่งไม่เข้ากับตัวเองได้

声にゃならないな

koe nya naranai na

แต่ก็พูดไม่ออกสักที

 

『最近どうだい?』

“saikin dou dai?”

“ช่วงนี้เป็นไงบ้าง?”

 

尋ねられてさ

tasunerarete sa

พอถูกถามเข้า

不思議な気分になるけど

fushigi na kibun ni naru kedo

ก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเหมือนกัน

もうだいぶ強がってみたから

mou daibu tsuyogatte mita kara

แต่ก็ลองทำเป็นเข้มแข็งมานานแล้วน่ะนะ

それもありだろう

sore mo ari darou

เลยพอเป็นไปได้มั้ง

 

私の裏側の私が

watashi no uragawa no watashi ga

ตัวฉันในเบื้องหลังของตัวฉัน

くしゃくしゃの顔で言うんだ

kushakusha no kao de iun da

พูดด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มไง

 

『染まらない私をもっと昂ぶらせてみてほしいの』

“somaranai watashi wo motto takaburasete mite hoshii no”

ว่า “ช่วยลองทำให้ฉันที่ไม่เจือปนอะไรตื่นเต้นกว่าเดิมอีกสิ”

 

「ねえ!

“นี่!

その心を貸してよ、

sono kokoro wo kashite yo,

ขอยืมหัวใจนั้นหน่อยได้ไหม

扉を開けてしまうから。」

tobira wo akete shimau kara”

เพราะเผลอจะเปิดประตูเข้าแล้วน่ะ”

忘れてた理想ってやつも、

wasureteta risou tte yatsu mo,

ที่บอกว่าเป็นอุดมคติซึ่งลืมไปแล้ว

つまりそれは私そのもの。

tsumari sore wa watashi sono mono

สรุปแล้วมันก็คือตัวฉันเองแหละ

 

『ねえ!

“nee!

นี่!

その瞳を貸してよ、

sono hitomi wo kashite yo,

ขอยืมดวงตานั้นหน่อยได้ไหม

あなたを見てあげるから。』

anata wo mite ageru kara”

เดี๋ยวฉันจะคอยมองเธอให้เอง”

 

ひとりきりのつもりだって、

hitori kiri no tsumori datte,

ที่ตั้งใจจะอยู่คนเดียว

揺れる

yureru

เป็นเพราะหัวใจฉัน

揺れる

yureru

หวั่นไหว

私の心の臓

watashi no shin no zou

และหวั่นไหวขึ้นมา

 

正解なんてない問題の羅列

seikai nante nai mondai no raretsu

ขอแจกแจงเรื่องคำถามไร้คำตอบที่ถูกหน่อย

世界はくるり回る

sekai wa kururi mawaru

คือโลกมันหมุนไปหมุนมา

こちらにとっちゃ正しい言葉が

kochira ni toccha tadashii kotoba ga

คำถูกที่ถือว่าถูกของฝั่งนี้

あちらじゃ間違ってら

achira ja machigatte ra

เลยกลายเป็นผิดของฝั่งนั้นไป

 

境界なんてない、裏と表の

kyoukai nante nai, ura to omote no

วาดวันนี้ตรงจุดวิกฤต

どちらでもあれる私の

dochira demo areru watashi no

ของตัวฉันซึ่งไม่ว่าทางไหนก็วุ่นวาย

臨界点の今日をまた描いて

rinkaiten no kyou wo mata egaite

ทั้งเบื้องหน้าและหลังไร้ซึ่งขอบเขตอีกครั้ง

夢に、化けて出るんだ

yume ni, bakete derun da

และจะแปรเปลี่ยนเป็นความฝันไป

 

「私の裏側の私も知りやしない私探すの」

“watashi no uragawa no watashi mo shiriyashinai watashi sagasu no”

“จะออกตามหาตัวฉันที่แม้แต่ตัวฉันในเบื้องหลังตัวเองก็ไม่รู้จักไง”

 

イメージも虚ろなその像!

image mo utsuro na sono zou!

รูปร่างนั้นว่างเปล่าแม้ในจินตนาการ!

まどろみだす風景!

madoromi dasu fuukei!

ภาพนั้นจะปรากฎออกมายามหลับฝัน!

 

『あなたの声を貸してよ、

“anata no koe wo kashige yo,

“ขอยืมเสียงเธอหน่อยได้ไหม

心で歌ったげるわ。』

kokoro de utatta geru wa”

เดี๋ยวจะร้องเพลงจากใจให้เอง”

 

余計なお世話と

yokei na osewa to

ตัวฉันมักยุ่งเรื่องคนอื่นไปทั่ว

笑い飛ばすことができない私がいること

warai tobasu koto ga dekinai watashi ga iru koto

และหัวเราะให้มันผ่าน ๆ ไปไม่ได้

ねえ、その心を貸しても

นี่  ถึงแม้จะยืมหัวใจดวงนั้น

nee, sono kokoro wo kashite mo

決して変わることないでしょう?

kesshite kawaru koto nai deshou ?

ก็ไม่อาจเปลี่ยนไปได้ใช่ไหมล่ะ?

 

ひとりきりにはなれないって

hitori kiri ni wa narenai tte

หัวใจฉันกู่ร้อง

叫ぶ

sakebu

ตะโกนก้อง

叫ぶ

sakebu

ออกมาว่า

私の心の臓

watashi no shin no zou

อยู่คนเดียวไม่ได้ออกมา

 

境界なんて無いくらい

kyoukai nante nai kurai

ตัวฉันไร้ซึ่งความหมาย

そこにいない私に意味は無い

soko ni inai watashi ni imi wa nai

ในระดับไร้ซึ่งขอบเขตพอไม่อยู่ที่นั่น

 

臨界なんて無い世界

rinkai nante nai sekai

ตัวฉันไร้ซึ่งความหมาย

そこにいたい私に意味は無い

soko ni itai watashi ni imi wa nai

เวลาอยากอยู่ในโลกไร้ความวิกฤต

 

ああ、

aa,

อา

そうやって捻り込むんだね?

sou yatte hineri komun dane?

ซ้ำเติมกันแบบนั้นสินะ?

でもそれにゃおそらく意味は無い。

demo sore nya osoraku imi wa nai

แต่ถึงเป็นแบบนั้นก็ไม่มีความหมาย

 

そうやって笑い飛ばすのかい?

sou yatte warai tobasu no kai?

หัวเราะให้ผ่าน ๆ ไปแบบนั้นเหรอ?

でもそれにもおそらく意味は無い。

demo sore ni mo osoraku imi wa nai

แต่ถึงเป็นแบบนั้นก็ไม่มีความหมาย

 

私の裏側の私

watashi no uragawa no watashi

ตัวฉันในเบื้องหลังของตัวฉัน

 

当たり前のような面をしてそこにいたんだよ

atarimae no you na tsura wo shite soko ni itan da yo

อยู่ในที่แห่งนั้นด้วยใบหน้าเหมือนทุกอย่างก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วไง

 

「ねえ!

“nee!

“นี่!

その心を貸してよ、

sono kokoro wo kashite yo!

ขอยืมหัวใจนั้นหน่อยได้ไหม!

扉を開けてしまうから。

tobira wo akete shimau kara

เพราะเผลอจะเปิดประตูเข้าแล้วน่ะ

忘れてた理想に沿ってニヤリ笑う私を見たいから。」

wasureteta risou ni sotte niyari warau watashi wo mitai kara”

เพราะอยากเห็นตัวฉันเวลาแสยะยิ้มตอนทุกอย่างเป็นไปตามอุดมคติที่เคยลืมไปแล้วไง”

 

『ねえ!

“nee!

“นี่!

その眼を動かしてよ!

sono me wo ugokashite yo!

ขยับดวงตานั้นสิ!

扉を開けてしまえばさ、見たこともないアレをさ、

tobira wo akete shimaeba sa, mita koto mo nai are wo sa,

แค่เปิดประตูดู  เดี๋ยวก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นแล้ว

誰か、が笑うよ。』

dareka, ga warau yo”

เห็นว่าใครสักคน  กำลังยิ้มอยู่ไง”

 

「『絵に描いたみたいな夢も

“”e ni egaita mitai na yume mo

“อยากแต่งเพลงขึ้นมา

その先で涙流す私も

sono saki de namida nagasu watashi mo

เกี่ยวกับความฝันอันราวกับวาดออกมาในภาพ

歌にしたいの!』」

uta ni shitai no!””

และตัวฉันที่หลั่งน้ำตาอยู่เบื้องหน้าไง!””

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s