Ace of Diamond · Fiction

[DnA Fic] The Forgotten Pages – Chapter 8

กำจัดตัวละครทิ้ง(?)นี่สนุกจัง~

มาย้อนอ่านอีกทีเริ่มรู้สึกว่าปริศนาจะเยอะไปไหน…หะหะหะ….

 

The Forgotten Pages

Rates : PG-13

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


ในห้องพนักงานก็หนาวเหน็บไม่แพ้กับข้างนอก  ฮารุอิจิดึงประตูปิดเบา ๆ แล้วเก็บกุญแจไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม  ขณะที่คาวาคามิเดินไปหยุดอยู่กลางห้อง

“ไม่มีใครเลยเนอะ”  คนร่วมทางกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ

“ผมว่ามีคนสิแปลก”  รุ่นน้องเอ่ยแย้ง  สาวเท้าตรงไปยังชั้นวางของ  “ลองสำรวจห้องนี้กันก่อนเถอะครับ  เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง”

“ตอนนี้ใจฉันทั้งอยากและไม่อยากเจอโค้ชเลยแฮะ”  อีกคนหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานตัวเดียวในห้อง  เสียงกุกกัก ๆ จากรุ่นน้องผมสีซากุระทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

บนโต๊ะทำงานไม่มีอะไรผิดปกติ  คาวาคามิถอนหายใจแล้วดึงลิ้นชักโต๊ะออกมาขณะนึกขอขมาโค้ชอยู่ในใจ  ในลิ้นชักก็ไม่มีอะไรดึงดูดตาเป็นพิเศษ  มีเพียงเครื่องเขียนจำพวกปากกา  ดินสอ  ไม้บรรทัด  และกระดาษโน๊ตเก่า ๆ วางไว้เท่านั้น

…กระดาษโน๊ตเก่า ๆ?

เขาลองหยิบออกมา  สีของกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองน้ำตาลบ่งบอกถึงอายุขัย  แต่ยังเห็นรอยปากกาชัดเจนแม้ใช้ไฟฉายส่องในที่มืด

.

.

.

.

.

พอได้ตำแหน่งตัวจริงละเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเชียวนะ

คิดจะซื้อใจคนอื่นด้วยวิธีแบบนี้สิท่า

แถมคนอื่น ๆ ก็ดันหลงกลมันอีก…เฮอะ  ตอนแรกยังเกลียดมันอยู่เลยไม่ใช่เรอะ

พวกนายน่ะโดนมันหลอกแล้ว!!

ฉันเนี่ยแหละรู้ดีเลยว่าธาตุแท้มันเป็นยังไง

ก็มันทำให้ฉันไหล่เจ็บยังไงล่ะ!!

แต่พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ  หาว่าฉันพาล…พวกแกนี่มันงี่เง่ากันชะมัด!!  ฉันไม่น่านับพวกแกเป็นเพื่อนเลย!!

เอาเถอะ  ถึงไม่มีใครเชื่อก็ไม่เป็นไร

เพราะฉันรู้ดีที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น

คอยดูให้ดีเถอะ

.

.

.

.

ราวกับมีลมหนาวพัดวูบเข้ามากระทันหันจนตัวเขาแข็งทื่อ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ  รุ่นพี่โนริ”  ฮารุอิจิคงจะจับความผิดปกติได้  จึงละสายตาจากชั้นวางของเดินตรงมาทางเขาแทน

“นายลองอ่านนี่สิ…”  คนพบยื่นกระดาษในมือให้  พออีกคนรับไปอ่านได้ไม่นานเขาก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น  “นี่มัน…”

“นายว่า…ของใครเหรอ?”  คาวาคามิลองถามความเห็น  เสียงดังกุกกัก ๆ ในห้องทำเขารู้สึกขนลุกมากขึ้นอีก

“…ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน  แต่…”  รุ่นน้องก้มมองกระดาษในมือตัวเอง  “ดูจากลายมือและความเก่าของกระดาษแล้ว  ผมว่าน่าจะมาจากสมุดโน๊ตเล่มเมื่อเย็นนะครับ”

“สมุดโน๊ตเล่มเมื่อเย็น?”

“อ้ะ  รุ่นพี่โนริยังไม่รู้สินะครับ”  ฮารุอิจิเริ่มอธิบาย  “พวกผมเจอสมุดโน๊ตในโรงเก็บอุปกรณ์ตอนทำความสะอาดน่ะ  ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นสมุดไดอารี่ของคนในชมรมสักคนเมื่อหลายสิบปีก่อน  แต่เนื้อหาในนั้น…ก็อารมณ์ประมาณนี้น่ะครับ”  เขาเลี่ยงไม่พูดความรู้สึกในใจออกมาตรง ๆ

คนฟังเผลอกลืนน้ำลาย   “แล้วตอนนี้สมุดโน๊ตเล่มนั้นอยู่ไหนล่ะ?”

“ผมฝากไว้ที่รุ่นพี่มิยูกิครับ  เขาบอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปถามอาจารย์ทาคาชิมะทีหลังว่าของใคร”  คนเล่ายังไม่เลิกขมวดคิ้ว  “แต่ก็ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาเจอหน้าอื่นในห้องนี้…”

“นายแน่ใจเหรอว่ากระดาษนี่มาจากสมุดเล่มนั้นน่ะ”  คาวาคามิถามย้ำให้แน่ใจ

“สมุดเล่มนั้นมีรอยถูกฉีกอยู่  แล้วความเก่าของกระดาษกับเนื้อหาก็…คิดยังไงก็น่าจะมาจากที่เดียวกันแน่ครับ”  อีกคนยืนยันเสียงหนักแน่น

ตัวเขาขนลุกซู่อีกครั้ง  เสียงกุกกัก ๆ ในห้องทำเขาใจคอไม่ดีชึ้นทุกที

“แล้วทำไมของแบบนี้ถึง…”  เขาค่อย ๆ เปิดปาก

“แปลว่าพวกโค้ช…อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของสมุดเล่มนี้…”  ฮารุอิจิพับกระดาษแผ่นนั้นแล้วซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง  “และไม่แน่ว่าสมุดนั้นก็…มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นตอนนี้ด้วยนะครับ”

“ทำไมล่ะ!?”  อีกฝ่ายรีบยิงคำถาม

“เพราะก่อนหน้านี้ทั้งวันไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นเลยยกเว้นที่พวกผมเจอสมุดโน๊ตเล่มนั้นไงครับ”

ดั่งมีสายฟ้าล่องหนฟาดเข้ากลางใจคาวาคามิ

แม้ทุกอย่างที่ฮารุอิจิกล่าวมาจะเป็นแค่สันนิษฐาน  แต่ยามนี้พวกเขาไร้ซึ่งหลักฐานจับต้องได้  ก็มีแต่ต้องพึ่งหลักการคาดเดาจากสภาพแวดล้อมเช่นนี้เท่านั้น

และสิ่งที่รุ่นน้องพูดออกมาก็ฟังดูมีน้ำหนักเสียด้วย

เสียงกุกกักยังดังกังวานในห้อง  เพิ่มความน่าขนลุกเสียยิ่งกว่าเวลาไร้เสียงเสียอีก

“เอ่อ…ว่าแต่…”  คาวาคามิตัดสินใจเกริ่น  “นายจะหาของอีกนานไหมน่ะ  โคมินาโตะ”

“หาอะไรครับ?”  อีกคนถามกลับทันที

“ก็…”  คนเกริ่นหัวเราะแห้ง ๆ  “ได้ยินเสียงกุกกัก ๆ อยู่ตั้งนาน  เลยสงสัยว่าตั้งใจหาอะไรอยู่น่ะ”

อีกคนเอียงคอ  “ผมไม่ได้ทำเสียงอะไรนะครับ  ก็ผมยืนอยู่ตรงนี้ไง”

อ้ะ…

คนพูดเพิ่งได้โอกาสมองรุ่นน้องตัวเล็กตรงหน้าชัด ๆ

โคมินาโตะยืนอยู่ตรงนี้  แล้ว…เสียงกุกกัก ๆ จากตรงชั้นวางของที่ดังมาตลอดนั่น…คืออะไร

ดูเหมือนคนถูกพาดพิงก็รู้สึกตัวเข้าเหมือนกัน  เขาเลยหันควับกลับสาดแสงไฟฉายไปยังชั้นวางของตรงมุมห้องซึ่งเขาเพิ่งลงมือสำรวจไปไม่นานทันที

เพล้ง!!

พอแสงไฟสาดกระทบชั้น  ของด้านในจำพวกโล่รางวัลก็กระแทกกระจกร่วงลงพื้นให้เห็นต่อหน้าต่อตา

“เหวอ!!!”

“ใครน่ะ!!”

ฮารุอิจิตะโกนสวน  ขณะที่รุ่นพี่ร้องเสียงหลง  หลบหลังคนยืนด้านหน้าหวังใช้เป็นที่กำบัง

โล่รางวัลต่าง ๆ ยังนอนนิ่งกับพื้น  เสียงกุกกัก ๆ เงียบไปแล้ว  แต่ความเงียบนั้นพลอยทำพวกเขาใจเสียกว่าเดิม

ฮารุอิจิขมวดคิ้ว  เขาค่อย ๆ ขยับถอยไปทางประตูพลางกระซิบกับคนด้านหลัง  “รีบหนีกันเถอะครับ”

“อืม”  อีกฝ่ายกลืนน้ำลาย  พยายามยกขาอันหนักอึ้งให้ก้าวไปทางประตู

สายตาของทั้งคู่ยังจับจ้องกองโล่รางวัลและเศษกระจกของชั้นวางของ  ทุกสิ่งหยุดนิ่ง  เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง

พอทั้งสองคนเขยิบไปใกล้กับประตู  จู่ ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

ฟึ่บ!!

ตึง!!

“รุ่นพี่โนริ!!”

เสียงสามเสียงดังขึ้นเกือบพร้อมกับ

จู่ ๆ หนึ่งในโล่รางวัลก็ลอยขึ้นพุ่งเข้าใส่หัวคาวาคามิด้วยความรวดเร็ว

“อ้ะ!”  คนถูกหมายหัวอุทานได้แค่นั้นแล้วก็ทรุดลงไปกับพื้น  ฮารุอิจิหันกลับไปมองด้วยความตกใจนึกว่าคนด้านหลังบาดเจ็บ  แต่พอเห็นว่ารุ่นพี่แค่ตกใจจนเข่าอ่อนเท่านั้นก็แอบถอนหายใจ

แต่ทั้งคู่ก็โล่งใจได้ไม่นาน  เมื่อโล่รางวัลที่เหลือเริ่มขยับตัวลอยขึ้นจากพื้นทีละอัน

เอาอีกแล้วเรอะ!!

คนผมสีซากุระกัดฟันกรอด  รีบหันไปสั่งอีกคน  “รีบหนีไปเร็ว!!”

“แต่…โคมินาโตะ…”  คาวาคามิยังลุกไม่ขึ้น

“รีบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกไปเร็วเข้าครับ!!”  รุ่นน้องออกปากสั่งรวดเดียว  แต่ก็ยังช่วยฉุดแขนคนบนพื้นให้ลุกขึ้น  คาวาคามิแสดงสีหน้าลังเลแวบหนึ่งแต่ก็รีบลุกขึ้นผลักประตูออกไปข้างนอกเต็มแรง

ฟิ้ว!!

ทันทีที่เปิดประตูพ้น  อะไรบางอย่างก็พุ่งเฉียดแก้มเขาไปอย่างรวดเร็ว  ตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบจนชา

“รุ่นพี่!!”

รุ่นน้องตะโกนด้วยความตกใจ  เรียกให้คนถูกจู่โจมยกมือแตะตรงที่เจ็บ  ของเหลวอุ่น ๆ เป็นสัมผัสแรกที่รับรู้ได้

…เลือด?

พอหันไปด้านหลังก็ค้นพบคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น  เศษกระจกที่ร่วงเต็มพื้นตอนโล่รางวัลตกลงมาลอยอยู่เต็มอากาศ  โอบล้อมพวกเขาไว้จนไร้ที่หลบหนี

“อึก…”  คาวาคามิกลืนน้ำลาย  ยกมือกดบนแก้มตัวเองหวังให้เลือดหยุดไหล  สายตาจับจ้องที่เหล่าเศษกระจกและโล่รางวัลไม่วางตา

นี่มัน…อะไรเนี่ย…

ฮารุอิจิเองก็จ้องไปทิศเดียวกับเขา  คิ้วบนหน้าขมวดแน่น  แววตาโกรธฉายวิบวับจนแม้แต่พวกเดียวกันยังขนลุก

“คุณเป็น…ใครกัน?”

คนด้านหลังสะดุ้งเมื่อได้ยินรุ่นน้องเปิดปากพูด

“ทำไมคุณต้องทำร้ายพวกผมด้วย”  เขายังไม่หยุดปาก  กราดสายตาเยือกเย็นไปรอบตัว  “แล้วคุณเอาคนอื่น ๆ ไปไว้ที่ไหน”

“คะ…โคมินาโตะ…”  อีกคนเริ่มทนไม่ไหวเลยสะกิดคนตรงหน้าเบา ๆ  “เดี๋ยวก็–”

“เอาแต่หลบอยู่ในความมืด  ลอบโจมตีคนอื่น”  แววตาของคนผมสีซากุระวาววับ  “คุณมันคนขี้ขลาดชัด ๆ!!”

ตึง!!

โล่รางวัลทางด้านซ้ายเปลี่ยนเป้าหมายเป็นพุ่งใส่หัวคนดูถูก  แต่ฮารุอิจิก็รีบก้มหัวหลบราวกับอ่านทางออก  ผลักคนข้างตัวให้ออกไปนอกประตูทันใด

“วิ่งเร็วเข้าครับ!!”  เขาตะโกนสั่ง

“อะ…อื้อ!!”  อีกฝ่ายไม่มีเวลาได้คิด  รีบวิ่งไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปทางบันได

“ไม่ให้อภัย…”

เสียงเยือกเย็นของผู้ชายดังขึ้นอีกครา

เงาดำของอะไรบางอย่างปรากฎขึ้นตรงหน้า

“อึ๊ก!!”

ตัวของคาวาคามิถูกของบางอย่างที่มองไม่เห็นกระแทกเต็มแรงจนเขาล้มไปด้านหลัง

“รุ่นพี่โนริ–อั๊ก!!!”

ฮารุอิจิปราดจะเข้ามาช่วยแต่ก็ชะงักเมื่อถูกมือล่องหนคว้าคอเสื้อจนลอยขึ้นจากพื้น

“โคมินาโตะ!!”  คนตรงพื้นเอี้ยวคอกลับมามอง  ทั้งสองตาเห็นรุ่นน้องผมสีซากุระพยายามยกมือขึ้นแกะอะไรบางอย่างที่คว้าคอเสื้อเขาไว้  มีโล่รางวัลและเศษกระจกจากชั้นวางของลอยล้อมรอบ

“หุบปาก…”

เสียงผู้ชายดังขึ้นอีกครั้ง

ฮารุอิจิยังคงไม่ละความพยายามเพื่อจะหลุดพ้นเป็นอิสระ  แต่แรงมือล่องหนและแรงโน้มถ่วงช่วงชิงอากาศหายใจไปทีละนิด ๆ จนเริ่มหมดแรง

คนเป็นรุ่นพี่พยายามจะลุกขึ้นไปช่วย  แต่ก็ถูกวัตถุล่องหนกระแทกตัวเขาจากด้านหลังจนลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้น

“ระ…รุ่นพี่โนริ…อึก…”  อีกคนเห็นรุ่นพี่ร่วมทีมถูกทำร้ายก็ยิ่งดิ้นรนมากขึ้น  แต่ความพยายามนั้นเหมือนจะส่งผลตรงกันข้ามเพราะยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งหายใจไม่ออกขึ้นทุกที

“ไม่มีใครเชื่อฉัน…หุบปาก…”

เสียงพร่ำเพร้อของชายปริศนายังคงดังก้องในอากาศ  ตัวของรุ่นน้องร่างเล็กค่อย ๆ ลอยออกไปด้านนอกระเบียงมากขึ้น

“นะ…น่าสมเพช…จริง ๆ นะ…”

ฮารุอิจิแค่นเสียงพูด

“ถูกปลดจาก…ตัวจริง…เพราะไหล่เจ็บ…แต่เอาแต่โทษ…คนอื่น….”

“คะ…โคมินาโตะ…”  คนบนพื้นพยายามโงตัวขึ้น

“ผม…รู้จักคน ๆ นึง…ที่เป็นแบบนี้…เหมือนกัน…….”

เสียงปริศนาเงียบไป  โล่รางวัลและเศษกระจกก็หยุดค้างกลางอากาศราวกับรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

“แต่เขา…ไม่เห็นบ่นอะไร…แถมยัง…พยายามทำทุกทาง…ให้กลับมาหายดีด้วย…”

คนผมสีซากุระหัวเราะออกมาเบา ๆ  แต่เพราะคอถูกคว้าลอยสูงอยู่  เสียงนั้นจึงฟังเหมือนคนสำลัก

“ถึงผมจะไม่ใช่….เอย์จุนคุง….แต่ผมก็นับถือเขา….มากเลย…”

“…หุบ…ปาก……”

เสียงปริศนาดังขึ้น  คราวนี้มันดังก้องไปทั่วบริเวณเหมือนกับดังขึ้นในหัวโดยตรง

รอยยิ้มของฮารุอิจิเบิกกว้าง

“ดีกว่า…หมาขี้แพ้…อย่างคุณเยอะ…เลยล่ะ…”

เงียบ

ราวกับเวลาหยุดไปชั่วขณะ

แรงกดบนหลังของคาวาคามิเบาลง

ตอนนี้แหละ!!

เขาไม่พลาดโอกาสนั้น  รีบยันตัวขึ้นลุกกะจะเข้าไปช่วยเพื่อนร่วมทาง

แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงปริศนานั้นกรีดร้องขึ้น

“หุบปากหุบปากหุบปากหุบปากหุบปากหุบปากหุบปากหุบปาก!!!!!!!!!!!”

“อึ๊ก!!!”

เสียงนั้นแหวกอากาศ  ทิ่มแทงผ่านแก้วหูตรงเข้าสู่สมองจนคาวาคามิต้องรีบยกมืออุดหู  โล่รางวัลและเศษแก้วสั่นสะท้านอยู่กลางอากาศแรงขึ้น ๆ ตามความดังของเสียง

“คะ…โคมินาโตะ!!”  รุ่นพี่ตะโกนเรียกชื่ออีกคนด้วยความเป็นห่วง

“พวกแกจะไปรู้อะไร…พวกแกจะไปรู้อะไร!!”

เสียงผู้ชายยังคงกรีดร้องไม่จบ  ฮารุอิจิเริ่มแสดงสีหน้าย่ำแย่ขึ้นทุกที  ดูเหมือนแรงบีบจากมือล่องหนจะรุนแรงขึ้น

“เออ…ผมไม่รู้…อะไรหรอก…”

แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้

“รู้แค่ว่า…เลิกทำร้ายคนที่…ไม่เกี่ยวข้องได้แล้ว!!”

สิ้นเสียงตวาด  ร่างของรุ่นน้องก็ถูกเหวี่ยงออกนอกระเบียงทันที

ภาพนั้นแล่นผ่านทัศนวิสัยของคาวาคามิอย่างเชื่องช้า

“คะ…โคมินาโตะ!!!!!!!!???”

แล้วร่างของอีกฝ่ายก็หายลับไปจากสายตา

.

.

.

.

.

.

ไม่จริงน่า

ไม่จริงน่า

ไม่จริง!!!

คาวาคามิรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย  ปราดไปที่ระเบียงแล้วมองลงไปข้างล่าง

โคมินาโตะ!!!

แต่แทนที่เขาจะเห็นร่างของรุ่นน้องตัวเล็กนอนกองอยู่กับพื้นชั้นหนึ่ง  เขากลับไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด

เอ๊ะ

โคมินาโตะ…หายไปไหน…?

ความโกรธประดังประเดเข้ามาแทนความตกใจ  เขาหันกลับไปมองโล่รางวัลและเศษกระจกซึ่งตอนนี้หยุดสั่น  กลับมาตั้งวงล้อมกรอบเขาตามเดิม

“กะ…แกทำอะไรโคมินาโตะ!!!”  เขาตวาดเสียงกร้าวแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน  “คืนตัวโคมินาโตะมาเดี๋ยวนี้นะ!!”

ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น  มีแต่วัตถุบนอากาศค่อย ๆ ขยับเข้าหาแบบไร้ความเป็นมิตร

ความโกรธทำเขาลืมความกลัวไปเสียสิ้น  “ทำไม…แกต้องทำแบบนี้กับพวกฉันด้วย!!”

“…ไม่ให้อภัย…”

เสียงปริศนาเริ่มพร่ำคำเดิมอีกครั้ง

“ไม่ให้อภัย…ไม่ให้อภัยอะไร!!?”  คาวาคามิหมดความอดทน  “พวกฉันไปทำอะไรให้แก!!  ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย!!  ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ!!”

“ไม่ให้อภัย…ไม่ให้อภัย…ไม่ให้อภัย…”

เส้นความเหลืออดในหัวเขาขาดผึง

“คืนตัวทุกคน…มาเดี๋ยวนี้!!!”

ไม่เอาแล้ว

ชิราสุ

โคมินาโตะ

ทุกคน

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่!!!

“…มันเป็นเพราะแก”

เสียงปริศนาดังขึ้นข้างหูราวกับมีคนกระซิบ

ภาพโล่รางวัลและเศษกระจกแล่นเข้าคลองจักษุในระยะประชิด

เสียงผู้ชายดังขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้เสียงนั้นดังชัดเจนเหมือนคนพูดยืนอยู่ข้างตัว

“พิชเชอร์เซย์โด…มันเป็นเพราะแก”

แล้วสติของคาวาคามิก็ขาดลง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s