Ace of Diamond · Interview translation

[DnA] แปล : บทสัมภาษณ์ของอาจารย์เทราจิมะและอาจารย์มาโกเมะใน Daiya no B เล่ม 2

วันนี้ไม่มีตอนใหม่  เอาบทสัมภาษณ์ไปอ่านก่อนละกันนะคะ

อ่านบทสัมภาษณ์แล้วรู้เลยค่ะว่ายาฮิโระเซนเซย์เกร็งมาก…

ส่วนตัวแล้วเคยคุยกับยาฮิโระเซนเซย์บ้าง (ส่วนมากเป็นทวิตก่อกว–ทักเวลาเห็นอาจารย์พูดถึงเรื่องที่รู้จัก) แล้วรู้สึกว่ายาฮิโระเซนเซย์เป็นคนเฟรนลี่มากค่ะ  ถ้ามีโอกาสลองคุยได้นะคะ  อาจารย์น่ารักมากจริง ๆ ค่ะ

อาจารย์อ่านการ์ตูนกับเล่นเกมที่เรารู้จักด้วยเลยแอบหาเรื่องคุยด้วยบ่อย  ล่าสุดก็เพิ่งกรีดร้องเรื่องออเครสตร้าสแควร์อีนิกซ์ใส่ //โดนตบโทษฐานก่อกวน


—–ก่อนอื่นช่วยเล่าถึงตอนอาจารย์มาโกเมะพบกับ “Ace of Diamond” ให้ฟังทีครับ

มา : ผมรู้จักกับ “Ace of Diamond” ครั้งแรกจากอนิเมครับ  ผมว่าเรื่องมันน่าสนใจเลยลองอ่านการ์ตูนแล้วก็ติดขึ้นมา  ตัวผมนั้นไม่เคยไปอีเวนท์ของอนิเมมาก่อน  แต่ที่ไปครั้งแรกก็คือ “Ace of Diamond All Star Game”  จะถามว่าติดประมาณไหนก็ประมาณนั้นแหละครับ

เท : โห~  ไปมาด้วยเหรอครับเนี่ย!

มา : แล้วตอนมาโตเกียวเพื่อเข้าร่วมอีเวนท์ก็คิดว่า “ลองมายื่นเสนอผลงานดีกว่า” แล้วไหน ๆ ก็มาทั้งทีเลย “ลองไปยื่นกับนิตยสารที่ลง Ace of Diamond” แล้วกัน  ตอนนี้เลยก็ได้เขียน “Daiya no B!!” อยู่…ช็อกสุด ๆ เลยครับ (ขำ)

เท : มาเจอกันได้จังหวะมาก…คุณมาโกเมะชอบส่วนไหนของ “Ace of Diamond” ครับ?  คำถามออกจะโหดร้ายไปหน่อยกับการให้ตอบต่อหน้าคนเขียนก็ตามนะครับ  (หัวเราะ)

มา : เอ๋~  (หัวเราะ)  ชอบทั้งหมดจริง ๆ ครับ!  ทั้งเนื้อเรื่องทั้งตัวละครด้วย  ทุกอย่างดูสมจริงอย่างกับมีตัวตนจริงอยู่เลยนี่ครับ

เท : แล้วชอบตัวละครตัวไหนเหรอครับ?

มา : ตอนอ่านแล้วรู้สึกมีอารมณ์ร่วมด้วยมากที่สุดคือซาวามูระ  แต่ที่จริงชอบคาร์ลอสครับ!

เท : คาร์ลอส!!  ผิดจากที่คาดเลยนะเนี่ย  (หัวเราะ)

 

ความอึดอัดใจในการทำสปินออฟครั้งแรก!?

—–ในเมื่อ “Daiya no B” ถือเป็นสปินออฟเรื่องแรกของ “Ace of Diamond”  ตอนได้ยินว่าจะมีสปินออฟนั้นมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ?

เท : ตอนแรกนี่นึกภาพไม่ออกเลยครับ  ตอนผู้ดูแลโชว์ต้นแบบหนึ่งตอนแรกให้ดูแล้วบอกว่า “อยากทำแบบนี้” ผมก็คิดอยู่ว่า “คงวางกรอบลำบากน่าดู”  เพราะต้องถ่ายทอดความแตกต่างของมุมมองโดยมีฉากเป็นโรงเรียนเดียวกันให้หมดในคราวเดียวด้วยน่ะครับ  แต่ตอนได้อ่านตอนที่สองก็เห็นว่าดูครึกครื้นดีเลยคิดว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงไหวแหละ” น่ะ  กลับกันแล้ว  เรื่องความตลกหรือมุกมันขึ้นอยู่กับเซนส์ของคนด้วย  หากพูดอะไรเกินควรมากไปจะทำให้คุณมาโกเมะวาดยากขึ้นเปล่า ๆ….

มา : เป็นแบบนั้นเองเหรอครับ  ต้องขอโทษด้วยนะครับ

เท : เพราะแบบนี้ถึงเลี่ยงพบหน้ามาตลอดจนถึงวันนี้น่ะครับ  แล้วก็ผมคิดว่าชื่อเรื่องดีมากนะครับ  ดึงดูดให้คนที่ไม่รู้จักถามว่า “B คืออะไร?” ด้วย

มา : ขอบคุณครับ

เท : คิดอะไรยังไงบ้างเวลาเขียนน่ะครับ?  อย่างตอนฉากที่ซาวามูระกับฟุรุยะแก้ผ้านั้นนึกมุกออกตอนเขียนไปเรื่อย ๆ หรือว่านึกภาพนั้นออกก่อนเลยอยากจะเขียนบทให้เป็นแบบนั้นครับ

มา : ส่วนมากจะเป็นเขียนไปเรื่อย ๆ แล้วนึกมุกได้มาเองน่ะครับ  ฉากนั้นก็เหมือนกัน

เท : สุดยอดเลย  นึกภาพไม่ออกเลยนะครับเนี่ย  แต่พอเขียนเนื้อเรื่องได้อิสระแบบนี้แล้วเวลาอ่านเลยรู้สึกน่าสนใจดีครับ

มา : ผมเองก็กังวลว่าจะเขียนตามใจเกินไปหรือเปล่าเหมือนกัน  แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วก็โล่งอกแล้วครับ (หัวเราะ)

 

ความเกี่ยวข้องระหว่างตัวละครด้วยกันคือสิ่งสำคัญ

เท : หากคุณมาโกเมะเขียนเรื่องของตัวเองที่ไม่ใช่สปินออฟขึ้นมานั้นอยากจะเขียนเรื่องแบบไหนเหรอครับ?

มา : ผมไม่ได้สนใจเรื่องสไตล์เรื่องเท่าไรอยู่แล้ว  ส่วนตัวชอบเรื่องที่เวลาอ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้นเลยคิดว่าถ้าเขียนแบบนั้นได้ก็ดีน่ะครับ

เท : ไม่ใช่ว่าเขียนเน้นมุกตลกแบบ “B!!” เหรอครับ?

มา : ผมเขียน “B!!” เป็นการ์ตูนแก๊กเรื่องแรกครับ

เท : สุดยอดเลยนะครับ  เพราะ “A” มีตัวละครอยู่เยอะ  แล้วถ้าจู่ ๆ มีคนบอกให้เขียนการ์ตูนกีฬาเป็นการ์ตูนแก๊กเนี่ยก็คงยากน่าดูด้วย  เป็นเพราะเดิมทีชอบ “A” อยู่แล้วด้วยเหรอครับ?

มา : เขียนแล้วรู้สึกสนุกดีน่ะครับ

เท : เวลาบรรยายตัวละครไม่ให้เอนเอียงไปทางใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษได้ก็สุดยอดเลยนะครับ  เมื่อครู่ได้ยินว่า “ชอบคาร์ลอส” ก็จริง  แต่ก็สัมผัสถึงความชอบส่วนตัวเฉพาะคนไม่ได้  และเขียนทุกคนออกมาได้อย่างเท่าเทียมมากครับ

มา : แต่มีช่วงหนึ่งที่วาดคาเนมารุบ่อยเพราะถึงตัวเองจะลำบากแต่ก็ถูกดึงไปยุ่งกับคนอื่น ๆ บ่อย ๆ เหมือนกันนะครับ (หัวเราะ)

เท : แต่ผมดีใจที่ใช้เขาแบบนั้นนะครับ  แบบนี้ที่เขาเรียกว่า “แก๊กด้านตัวตน” หรือก็คือใช้จุดยืนของตัวละครสร้างมุกขึ้นมาใช่ไหมละครับ  เวลาเขียนแบบนั้นถ้าไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครด้วยกันเองเป็นอย่างดีแล้วก็เขียนไม่ได้หรอก  ถึงโครงเรื่องจะเปลี่ยนไป  แต่เพราะมีจุดนั้นอยู่จึงทำให้เรื่องนี้ยังเกี่ยวโยงกับฝั่ง “A” อยู่ไงครับ

มา : ผมเห็นว่าความสัมพันธ์ด้านตัวละครเป็นจุดน่าสนใจของ “A” อยู่แล้วด้วย  เลยเขียนถึงจุดนั้นใน “B!!” ด้วยน่ะรับ

เท : ผมเองเป็นคนชอบเน้นด้านจุดยืนอยู่แล้ว  เลยมักให้ความสนใจกับเรื่องระยะห่างระหว่างตัวละครด้วยกันอยู่เยอะน่ะครับ  อย่างที่เปลี่ยนจุดยืนของพวกผู้จัดการซึ่งฝั่ง “A” เป็นฝ่ายเชียร์  ส่วนฝั่ง “B!!” เป็นฝ่ายได้รับการเชียร์นั้นก็น่าสนใจดีครับ

 

ตำแหน่งในกีฬาเบสบอลและเครื่องดนตรีที่เล่น

เท : คุณกำหนดเครื่องดนตรีให้ตัวละครในเรื่อง “B!!” ยังไงเหรอครับ?

มา : ดูจากนิสัยกับภาพลักษณ์ของตัวละครน่ะครับ

เท : งั้นเหรอเนี่ย  ตัวผมไม่รู้เรื่องเครื่องดนตรีเท่าไรก็จริง  แต่รู้สึกว่าเครื่องดนตรีที่เล่นเข้ากับทุกคนดีครับ  มีคนรู้จักที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องดนตรีอยู่ด้วยเหรอ?

มา : ครับ  ผมมีเพื่อนอยู่วงดนตรี  เลยมักถามความเห็นว่า “เครื่องดนตรีนี้มีภาพลักษณ์ยังไง?” แล้วจับตัวละครเข้าคู่ด้วยน่ะครับ

เท : ถ้าไม่มีคนให้ถามคงยากน่าดูเลยนะครับ

มา : นั่นสินะครับ  นอกจากนั้นยังขอร้องเพื่อนคนนั้นให้ถ่ายรูปเครื่องดนตรีไว้ใช้เป็นแบบวาดภาพด้วยครับ

เท : แบบนี้ที่เขาเรียกว่ามีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัวสินะครับ (หัวเราะ) พอพูดถึงเรื่องรูปถ่ายใช้อ้างอิงแล้ว  “A” เองก็ีคนช่วยเหมือนกันครับ  ผมมีช่างกล้องที่เวลากล่าวถึงเรื่องเก็บข้อมูลแล้วต้องคนนี้อยู่เหมือนกัน  แล้วก็ได้ภาพจากคน ๆ นี้ช่วยเพิ่มมุมมองของรูปเหมือนกันด้วยครับ

มา : สุดยอด!

เท : อย่างภาพถ่ายงานจับฉลากคัดเลือกรอบฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่ต้นจนจบก็ได้มาจากคนนี้เหมือนกัน  แล้วก็มีภาพถ่ายตอนจับฉลากใกล้ ๆ อยู่ด้วย  เลยสงสัยเหมือนกันว่า “นี่คุณไปถ่ายรูปนั้นมาจากไหนเนี่ย?” (ขำ)  ถ้าไม่มีรูปนั้นก็คงวาดฉากงานจับแลากไม่ได้หรอกครับ

มา : แล้วอาจารย์เทราจิมะกำหนดตำแหน่งให้ตัวละครยังไงเหรอครับ?

เท : ใช้เซนส์ตอนนั้น ๆ น่ะครับ  ตอนเขียนให้ตัวละครปรากฎขึ้นครั้งแรก  ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสร้างให้เขาเติบโตขึ้นภายหลังยังไงเหมือนกัน  แรก ๆ ก็จะแบ่งไปแต่ละตำแหน่งให้บาลานซ์โดยรวมออกมาดูดี  แต่ตอนหลังก็เคยคิดว่า “เหวอ  หมอนี่กับหมอนี่สลับตำแหน่งกันน่าจะดีกว่านะ” อยู่เหมือนกันครับ  (หัวเราะ)

มา : จริงเหรอครับ  ผิดคาดเลยนะเนี่ย

 

มิยูกิเป็นตัวละครเขียนยาก
——ทั้งสองคนมีตัวละครที่เขียนง่ายกับเขียนยากบ้างไหมครับ?

มา : ช่วงนี้ผมเริ่มชินกับการเขียนซาวามูระจากที่ตอนแรก ๆ เขียนยากแล้วเลยคิดว่าเขียนง่ายครับ  แต่ทำยังไง ๆ ก็เขียนมิยูกิไม่ได้สักที

เท : บางทีก็มีช่วงที่มิยูกิไม่โผล่มาเหมือนกันนะครับ  ผมเองก็สงสัยว่า “หรือว่าจะเขียนยากหรือเปล่า?” เหมือนกัน

มา : ความแตกแล้วสินะครับ  (หัวเราะ)

เท : มิยูกิในภาพลักษณ์ของแต่ละคนออกจะแตกต่างกันอยู่เลยน่าจะเป็นตัวละครที่ใช้การยากอยู่นะครับ  มีทั้งคนอยากเห็นตอนเท่ ๆ กับอยากเห็นตอนทำตัวน่าสนใจอยู่เหมือนกัน ผมเลยสงสัยอยู่ว่าคุณมาโกเมะจะสร้างเขาเป็นแบบไหนนะครับ

มา : อย่างนี้นี่เอง (หัวเราะ)  ถึงสร้างมิยูกิเป็นตัวละครแก๊กมากไปเดี๋ยวแฟน ๆ มิยูกิก็จะไม่ดีใจเอาสินะครับ  แล้วผมก็คิดว่าหน้าของมิยูกิที่อาจารย์เทราจิมะวาดมีสัดส่วนทองอยู่ด้วย  เลยแค่เขียนให้ออกมาเท่เฉย ๆ คงไม่ได้…ผมเลยจับทางวาดไม่ได้ซะที  ยากทั้งด้านตัวละครทั้งด้านภาพเลยครับ

เท : ผมเองก็คิดว่ามิยูกิเป็นตัวละครเขียนยากคนหนึ่งเหมือนกันครับ  โชคดีไปที่เขาใส่แว่นน่ะ

มา : แว่นเหรอครับ?

เท : ใช่ครับ  ความจริงแล้วมีบางช่วงที่หน้าของมิยูกิเปลี่ยนแปลงไป  แต่พอมีแว่นแล้วทุกคนก็คิดว่าคนนี้คือ “มิยูกิ” เลยช่วยได้เยอะอยู่นะครับ  เพราะอย่างนั้นซานาดะที่ไม่สวมอะไรเลยเลยวาดยากสุด ๆ

มา : วาดยากจริง ๆ แหละครับ!

เท : อะ  จะว่าไป  ใน “B!!” เขาไม่ต้องเปลี่ยนแว่นตอนงานประกวดสินะครับ  พอใช้ภาพลักษณ์ของมิยูกิในตอนเล่นเบสบอลไม่ได้ก็เลยยิ่งเขียนยากขึ้นหรือเปล่าครับ

มา : อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ครับ  แล้วอาจารย์เทราจมะมีตัวละครที่เขียนง่ายบ้างไหมครับ?

เท : ออกจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาอยู่  แต่พอเผลอประมาทคิดไปว่า “ตัวละครนี้เขียนง่ายจัง” เข้าแล้วจู่ ๆ ก็จะเขียนไม่ได้ขึ้นมาเลยครับ  พอปล่อยตัวเองคิดไปว่า “เจ้านี่เขียนได้ละ  ช่างเถอะ” ขึ้นมาละก็แม้แต่ซาวามูระก็พลอยเขียนไม่ได้ด้วย (หัวเราะ)

มา : ซาวามูระ!  ตัวเอกเนี่ยนะ (หัวเราะ)

เท : แล้วก็นารุมิยะตอนดูการแข่งระหว่างเซย์โดกับยาคุชิ  ผมจับความรู้สึกในใจไม่ได้เลยเขียนไม่ได้เลยละครับ  ยิ่งวาดเท่าไรก็ต้องแก้หน้าเท่านั้น  แต่ตอนเขียนหน้าโกรธสุด ๆ ของนารุมะที่ช่วงนี้กลับมาใหม่อีกทีก็รู้สึกว่า “อ๋อ  เจ้านี่พยายามมาตลอดเพื่อสิ่งนี้สินะ” เลยเพิ่งจะทำความเข้าใจได้ครับ

มา : อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครเปลี่ยนไปตามฉากที่ปรากฎเหรอ  ยากจังเลยนะครับ….

 

ตัวละครที่อยากให้โผล่ใน “B!!”

—–มีตัวละครที่อยากให้ปรากฎตัวใน “B!!” ไหมครับ?

มา : ผมกะวาดตัวละครที่ปรากฎตัวในงานแข่งฤดูใบไม้ร่วงอยู่แล้วครับ!  แล้วก็ผมชอบมาซามุเนะเลยอยากวาดให้ถึงด้วยครับ  ถึงจะยังไม่รู้เหมือนกันว่าอีกนานแค่ไหน  (หัวเราะ)

เท : แต่ว่าด้วยเนื้อเรื่องของ “B!!” แล้ว  จู่ ๆ จะให้โผล่มาเลยก็สนุกไปอีกแบบนะครับ  มาซามุเนะจะเล่นอะไรนะ  พวกเครื่องดนตรีเสียงต่ำ ๆ เหรอ?

มา : แน่นอนว่าไม่ใช่ฟลุตหรือคลาริเน็ตครับ (หัวเราะ)

เท : พอเห็นพวกปีสามที่โผล่ใน “A” ไม่ได้แล้ว  หรือฮารุอิจิตอนตัดผมอยู่ใน “B!!” ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นที่เยียวยาใจคนที่คิดถึงพวกเขาเหมือนกันครับ

มา : ผมอยากจะวาดพวกเขาให้ออกมาเยอะ ๆ เลยครับ

เท : ต่อจากนี้ก็จะรออ่านต่อนะครับ

มา : ผมเองก็รอลุ้นกับเนื้อเรื่องของ “A” อยู่นะครับ!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s