Ace of Diamond · Interview translation

[DnA] แปล : บทสัมภาษณ์โอซากะซังกับซากุไรซังใน Anime Official Fanbook

ดองไว้นานมาก…ความขี้เกียจกินหัวอย่างรุนแรง

อ่านบทสัมภาษณ์โอซากะซังทีไรก็สัมผัสได้ว่าเขาชอบเอย์จุนจริง ๆ นะ

เราชอบเวลาเอย์จุนกับมิยูกิอยู่ด้วยกันมากค่ะ  เป็นคู่หูที่ถึงจะหาเรื่องกันตลอด (หรือควรบอกว่าเอย์จุนโดนอยู่ฝ่ายเดียวซะส่วนใหญ่)  แต่ก็สัมผัสได้ว่าสนุกไปด้วยกันจริง ๆ  ชอบที่เทราจิมะเซนเซย์เขียนสองคนนี้ออกมาแบบนี้มากค่ะ


สายสัมพันธ์แบบซาวามูระ&มิยูกิบังเกิดขึ้นในห้องอัด

—-หลังจากทำงานมาสองปีครึ่ง  มีภาพลักษณ์ของอีกฝ่ายในหัวเปลี่ยนไปบ้างไหมครับ?

โอซากะ : ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมจนท้ายที่สุดเลยครับ

ซากุไร : ชักอยากรู้แล้วสิครับว่าเป็นแบบไหน  (หัวเราะ)

โอซากะ : ต้องบอกว่าสนิทกันมากขึ้นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกันระหว่างทำงานมากกว่าภาพลักษณ์ในหัวเปลี่ยนไปน่ะครับ

ซากุไร : เข้าใจกันมากขึ้นละสินะ

โอซากะ : ตอนแรกผมตบมุกคุณซากุไรที่เป็นรุ่นพี่ไม่ค่อยได้เลยครับ  (หัวเราะ)  พอตอนนี้ตบมุกได้แล้วเลยกลายเป็นบางครั้งก็เผลอพูดแรงไป…จนรู้สึกผิดจนเสียใจภายหลังจากตบมุกไปแล้วก็มีครับ  (หัวเราะ)

ซากุไร : ไม่หรอกน่า  กลับกันแล้วถ้าไม่ช่วยต่อมุกให้สิแย่  ผมรู้สึกดีสุด ๆ เลยนะ  (หัวเราะ)

โอซากะ : (หัวเราะ)  ถึงวิธีพูดต่างกัน  แต่ผมว่าบทสนทนาทั่วไปก็คล้ายกับความสัมพันธ์ระหว่างเอย์จุนกับมิยูกิเลยส่งผลดีต่อเวลาพากย์บทน่ะครับ  นิสัยจริง ๆ ของคุณซากุไรก็คล้ายมิยูกิด้วย  (หัวเราะ)

ซากุไร : (เสียงตาย)  เหรอ  ไม่เคยรู้เลย

โอซากะ+ซากุไร : (หัวเราะ)

โอซากะ : ท่าทางเรื่อย ๆ แบบนี้แหละครับที่เหมือนมิยูกิ

ซากุไร : อะไรกันเนี่ย!  (หัวเราะ)  สองปีครึ่งที่ผ่านมาส่งผลให้กลุ่มนักพากย์รวมกันเหมือนทีมขึ้นมาจริง ๆ  ทุกคนเลยไม่ใส่ใจเรื่องอายุหรือเรื่องสายอาชีพที่ต่างกันไปครับ  ผมว่าตัวตนของโอซากะคุงมีผลมากด้วย  ที่ทุกคนเห็นว่าเป็นแบบนั้นเพราะเอย์จุนเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเรื่อง  ตัวโอซากะคุงผู้รับบทเอย์จุนเลยกลายเป็น “แกนกลาง” ของการแนวทางพากย์ของกลุ่มนักพากย์  แล้วก็ไม่ใช่แค่นักพากย์ด้วยกัน  แต่ยังเป็นสิ่งพิสูจน์ว่าสตาฟฟ์ทุกคนตั้งแต่ผู้กำกับรวมกันเป็นหนึ่งในการสร้างผลงานด้วยครับ

—-แล้วเสน่ห์ของคู่แบตเตอรี่ซาวามูระกับมิยูกิที่ทั้งคู่พากย์คืออะไรครับ?

โอซากะ : จุดเด่นของเอย์จุนกับมิยูกิคือจะค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ทุกครั้งเวลาขว้างลูกในการแข่งหรือการซ้อมครับ  ผมว่าเราจะได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ หรือเห็นการพัฒนาขึ้นไม่ใช่แค่ทุกครั้งของการแข่งแต่ในทุก ๆ อินนิ่งด้วยซ้ำ  จำได้ว่าจะเห็นฉากตกใจแบบ “สะ…สัมผัสเมื่อกี๊…” หรือ “เล่นลูกนี้ตั้งแต่แรกเลยเรอะ” ในตอนขึ้นเนินขว้างบ่อยเลยครับ  ซึ่งนั่นไม่ใช่จากเอย์จุนกับมิยูกิสองคนอย่างเดียว  แต่เป็นเพราะเอย์จุนแข่งขันกับฟุรุยะหรือคาวาคามิ  แล้วมิยูกิก็สัมผัสถึงสิ่งนั้นจนเลเวลอัพขึ้นด้วย  ผมเลยคิดว่าทั้งสองคนเข้าขากันเป็นแบตเตอรี่ได้เหมาะเหม็งเลยครับ

ซากุไร : ถึงมิยูกิกลายเป็นกัปตันแล้วแต่ก็ยังไม่ลืมว่าตัวเองเป็นนักกีฬาเบสบอลคนหนึ่ง  และในใจเขาคิดว่าการที่ตัวเองมีโอกาสรับลูกของพวกซาวามูระในฐานะแคชเชอร์เป็น “ความยินดีที่สุด”  เขาเลยสนุกกับการรับลูกของคนเหล่านั้นน่ะครับ  โค้ชเองก็เคยพูดว่า “คนที่เปลี่ยนจะเปลี่ยนไปในอึดใจเดียว!!”  พอเอย์จุนเข้าโหมดแบบนั้นแล้วก็จะเติบโตทั้งในด้านความเป็นมนุษย์หรือผู้เล่นแบบสายฟ้าแลบ  ส่วนมิยูกิก็รับแรงกระตุ้นนั้นจนตัวเองเติบโตตามไปด้วย  ผมว่าการที่ความสัมพันธ์อันดียิ่งแบบนั้นเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ

—-มิยูกิเคยพูดว่า  “ฉันคงเป็นคนมีความสุขมากที่มีโอกาสรับลูกของสองคนนี้ตอนนี้สินะ—–” นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาดีใจและได้รับแรงกระตุ้นในฐานะแคชเชอร์ที่มีโอกาสรับลูกของผู้เล่นซึ่งพัฒนาฝีมือแบบซาวามูระสินะครับ

โอซากะ : นั่นสินะครับ  ผมยังนึกภาพออกว่าทั้งเอย์จุนและมิยูกิทั้งสองคนยังคงเติบโตได้อีกเลยรู้สึกตื่นเต้นมากครับ  ทั้งสองคนเคยก้าวข้ามความคาดหมายของผมมาแล้วก็จริง  แต่ผมว่ามิยูกิคงพอใจกับตำแหน่งที่ตัวเองเป็นอยู่แม้ในด้านคนนำพาทีมหรือผู้เล่นเบสบอลอยู่นะครับ

—-คิดว่าซาวามูระกับมิยูกิเติบโตขึ้นในด้านไหนจากการแข่งฤดูใบไม้ร่วงครับ?

โอซากะ : จะให้พูดเพียงอย่างเดียวคงยากนะครับ  เอย์จุนนั้นก้าวขึ้นไปอีกขั้นตามโฆษณาท้ายเล่ม 35 ว่า “ลาสต์อินนิ่งสู่การลืมตาตื่น!!” ด้วย  ในตัวเอย์จุนคงสัมผัสได้ว่าตนเองสั่งสมอะไรหลาย ๆ อย่างเช่นความมั่นใจจากการซ้อมที่ผ่าน ๆ มา  หรือตอนทดลองอะไรต่าง ๆ ในการแข่งแล้วพบว่าใช้ได้จริงจนก้าวข้ามผ่านกำแพงตอนแข่งหน้าร้อนมาได้น่ะครับ  ดังนั้นหากถามว่าเขาเติบโตขึ้นในด้านไหนก็ต้องตอบว่า “ทั้งหมด” เลยครับ  ทั้งด้านฝีมือในแบบพิชเชอร์หรือด้านจิตใจก็ด้วย  และการขว้างลูกของเอย์จุนก็ขาดมิยูกิที่คอยรับลูกให้  หรือเพื่อนร่วมทีมที่คอยป้องกันด้านหลังให้ไม่ได้  ผมเลยคิดว่าหากเขาไม่เข้าเรียนที่เซย์โดก็คงไม่เติบโตได้ถึงขนาดนี้หรอกครับ

ซากุไร : หากพูดถึงเอย์จุนแล้วคงต้องพูดถึงลูกพลิกแพลง  เชนจ์อัพที่ได้จากความคิด “อยากได้อาวุธใหม่!!” หลังจากฝึกลูกเอาท์ไซด์มาต่ำตอนประสบอาการยิปส์ครับ  ผมรู้สึกสั่นสะท้านและประทับใจตอนฝึกลูกพลิกแพลงที่ช่วยดึงจุดเด่นดั้งเดิมของตนเองสำเร็จมาก ๆ เลยครับ  และการรับลูกของเอย์จุนหรือฟุรุยะที่พัฒนาขึ้นในการแข่งทุก ๆ ครั้งก็ส่งผลกระทบต่อตัวมิยูกิอย่างเห็นได้ชัด  ผมว่าผมเห็นการเติบโตของมิยูกิตอนเขาพูดความในใจว่า “ฉันไม่เหมาะกับเป็นกัปตันจริง ๆ” ออกมาตรง ๆ หลังแข่งชนะยาคุชิครับ  มิยูกิเริ่มสนุกกับเบสบอลแบบมนุษย์คนหนึ่งหลังจากต้องนำพาทีมในฐานะกัปตันมาตลอด  เปลี่ยนไปเห็น ๆ เลยนะครับ

—-มีคำพูดไหนของซาวามูระกับมิยูกิหลงเหลืออยู่ในใจบ้างครับ?

โอซากะ : “การทำให้ความรู้สึกของสองคนเป็นหนึ่งเดียวคือแบตเตอรี่”!

ซากุไร : อืม ๆ  นั่นสินะ!

โอซากะ : ผมประทับใจคำพูดตอนแข่งกับไรจิในการแข่งฤดูใบไม้ร่วงมากครับ  มีฉากย้อนอดีตของตอนที่ 2 ในซีซั่นแรก  ทำให้เห็นว่าถึงความเป็นแบตเตอรี่ของเอย์จุนกับมิยูกิไม่ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนเจอกัน  แต่ก็สัมผัสได้ว่าทั้งคู่เติบโตขึ้น  หรือจะพูดว่าความคิดค่อย ๆ เปลี่ยนไปก็ได้ครับ  ถึงเอย์จุนจะถูกเพื่อนร่วมทีมเรียกว่า “ไอ้บ้า” แต่ก็จำสิ่งที่คนอื่นบอกในอดีตได้  และใช้สิ่งเล็กน้อยเหล่านั้นพัฒนาตัวเองขึ้นไปในทุก ๆ วันน่ะครับ  อีกทั้งยังสัมผัสถึง “สายสัมพันธ์” ถึงขนาดไม่ต้องพูดออกมาเป็นคำพูดก็เข้าใจความรู้สึกของแต่ละฝ่ายได้เป็นอย่างดีกับมิยูกิจากฉากนั้นด้วยครับ

ซากุไร : ผมก็จำประโยคนั้นได้ครับ  คิดว่าคำพูดนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังพลังสำหรับอนิเมเบสบอลเลยครับ  มีอะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นตอนเอย์จุนจับคู่เป็นแบตเตอรี่กับมิยูกิก็จริง  แต่ฉากนั้นก็ชวนให้นึกถึงตอนจับคู่กันครั้งแรกมากครับ  แล้วก็ถ้าพูดถึงประโยคที่ชอบไม่ใช่ที่หลงเหลืออยู่ในใจละก็  ผมชอบตอนเอย์จุนตะโกนเชียร์ประมาณว่า “ซื่อสัตย์กับตัวเองมากกว่านี้หน่อย!” อยู่นะครับ  (หัวเราะ)

โอซากะ : นั่นสินะครับ!  (หัวเราะ)

ซากุไร : ใช้คำเชียร์แปลก ๆ แบบ “โชว์ความเป็นตัวเองออกมากว่านี้อีก!” (หัวเราะ)

โอซากะ : แปลกตรงที่พูดอ้อม ๆ เอาสินะครับ

ซากุไร : เอย์จุนมีเซนส์ด้านการเลือกใช้คำพูดที่ไม่เหมือนใคร  แล้วก็น่าสนใจตรงเลือกใช้คำได้หลากหลายน่ะครับ  อย่างพวกชื่อเล่น  ผมว่ามันมีประโยชน์จนเคยคิดว่า “ลองเอาชื่อนั้นไปใช้ดูดีไหมนะ” เลยละครับ

โอซากะ : ชื่อเล่นโค้ชเองก็มีอยู่หลายแบบนะครับ  (หัวเราะ)

ซากุไร : ผมชอบตอนเรียกโค้ชว่า “โชกุน” สุด ๆ  แล้วตอนโค้ชตอกกลับว่า “ว่าใครเป็นโชกุนห้ะ” ทั้งที่จะโกรธก็ไม่แปลกก็ชวนขำดีด้วย

 

คำถาม 7 ข้อวัดความเข้ากันของทั้งคู่!

—-ขออนุญาตเปลี่ยนหัวข้อเป็นถามคำถามเพื่อวัดว่าทั้งคู่เข้าขากันเป๊ะสมกับเป็นแบตเตอรี่ไหมนะครับ  ช่วยตอบคำถามพร้อม ๆ กันด้วยนะครับ

ซากุไร : อ้ะ  แบบนี้แย่แน่ ๆ (หัวเราะ)

โอซากะ : ซวยแล้วไง!  ช่วยปรู๊ฟให้ออกมาดูเข้าขากันเป๊ะด้วยนะครับ…(หัวเราะ)

Q : ซาวามูระสามารถขว้างลูกได้หลายแบบ  แล้วลูกตัดสินที่ไว้ใจได้มากที่สุดคือ?

โอซากะ : ลูกตรง

ลูกนี้ถือเป็นความสามารถพิเศษในช่วงจบการแข่งฤดูใบไม้ร่วง  ถึงจะได้อาวุธใหม่อย่างลูกเชนจ์อัพหรือคัทฟาสต์บอลมาแต่ถามว่าไว้ใจอะไรได้มากที่สุดก็คงต้องตอบว่าลูกตรงนี่แหละ  ผมคิดว่าคำพูดของมิยูกิที่พูดกับทัมบะว่า “ไม่ว่าจะใช้ลูกพลิกแพลงได้สุดยอดขนาดไหน  แต่สิ่งที่ทำให้ลูกพวกนั้นใช้การได้คือลูกตรง” นั้นตรงกับเอย์จุนที่สุดเลยครับ

ซากุไร : ลูกตรง

Q : ในบรรดาแบตเตอร์ที่คู่แบตเตอรี่ระหว่างซาวามูระกับมิยูกิเคยเผชิญหน้ามา  ใครเป็นศัตรูผู้เก่งกาจจนควรเรียกว่าคู่แข่งมากที่สุด?

โอซากะ : ไรจิ

ซากุไร : ไรจิ

ไรจิเป็นแบตเตอร์ที่สุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอครับ  เป็นความสุดยอดที่ออกจะต่างจากนารุมิยะเสียหน่อย  ผมจะนึกเสมอว่า “ไม่มีทางเก็บเอาท์จากไรจิได้หรอก” ตอนแข่งกับเขาตลอดเลยครับ  แต่ว่ากีฬาเบสบอลจะสามารถสั่งสมประสบการณ์ได้จากตอนเป็นแบตเตอร์  หรือจากการแข่งขันทุกรอบได้  ผมจึงดีใจมากที่ทำไรจิสไตรค์เอาท์ตอนเป็นแบตเตอร์รอบสุดท้ายในการแข่งฤดูใบไม้ร่วงได้จากผลการแข่งขันที่ผ่านมา  ไม่ใช่จากความโชคดีน่ะครับ

Q :  หากตัวเองอยู่ในจุดยืนของซาวามูระหรือมิยูกิแล้ว  คิดว่าเอาท์ฟิลเดอร์คนไหนจะรับลูกตีให้เป็นเอาท์ได้ชวนอุ่นใจที่สุดในเซย์โด?

โอซากะ : ชิราสุ

ผมว่าเขาเด่นที่สุดในด้านป้องกัน  ความคงที่สุดยอดไปเลยครับ

ซากุไร : ชิราสุ

เขาเก่งนะครับ  มีภาพลักษณ์ด้านป้องกันมากกว่าจะตีลูกให้  แถมมีความน่าเชื่อถือกับความอุ่นใจด้วย

ขนาดคุณโอจิไอก็ชื่นชมว่า “หากเป็นฉันจะให้อยู่ตำแหน่งคลีนอัพ”  ผมนี่เห็นด้วยกับเขาเลยครับ

Q : หากตัวเองต้องขึ้นยืนบนแบตเตอร์บ็อกซ์แล้ว  อยากให้วงโยฯเล่นเพลงไหนเป็นเพลงเชียร์ครับ?

โอซากะ : “ธีมสังหาร” ของละคร “นักรับจ้างฆ่า” (必殺仕事人) ครับ

ผมชอบเพลงนี้มากน่ะ

ซากุไร : “ลอยละลิ่ว~” ของมาโกโคโระบราเธอร์ส (真心ブラザーズ)ครับ

ฟังแล้วน่าจะตีลูกโดนน่ะครับ

Q : หากต้องให้ของขวัญวันเกิดกับโค้ชคาตาโอกะ!  คุณจะให้อะไร?

โอซากะ : แว่นกันแดด

ดูแล้วน่าจะใส่เข้าทุกแบบน่ะครับ

ซากุไร : ชุดโกนหนวดของ MERKUR

เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ดูแลหนวดน่ะครับ

Q : เสน่ห์ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของคริสผู้ซึ่งทั้งซาวามูระและมิยูกิต่างนับถืออยู่ตรงไหน?

โอซากะ : ความเป็นมนุษย์

เขาคอยเฝ้ามองให้ทั้งหมดไม่ใช่แค่เฉพาะจุดเล็กจุดน้อยครับ

ซากุไร : ความสามารถในการเป็นมนุษย์

เป็นทั้งผู้เล่นที่นับถือและผู้ชี้แนะและยังเข้าใจคนอื่นได้ดี  ชอบพูดเสียงเบา  คุณพ่อเป็นคนน่าสนใจ  คน ๆ นี้มีเรื่องให้พูดถึงนับไม่ถ้วน  แต่ผมว่าเสน่ห์ของคริสอยู่ตรงที่เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะนำประสบการณ์ซึ่งได้รับจากอาการเจ็บมาใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ

Q : ช่วยส่งแรงเชียร์ถึงเรื่องภายภาคหน้าต่ออีกฝ่ายด้วยครับ

โอซากะ : (ถึงมิยูกิ)  ผมว่านายเริ่มดู “สม” กับเป็นกัปตันที่ดีแล้วนะ  หลังจากนี้ก็ช่วยรวบรวมเซย์โดให้เป็นหนึ่งเดียวด้วย  นายไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก!

ซากุไร : (ถึงซาวามูระ)  เชื่อในตัวเองเข้าไว้!  โชว์ความเป็นตัวเองให้มากกว่านี้!  แล้วก็ขว้างลูกตรงดี ๆ มาให้ด้วยล่ะ!

 

ช่วงเวลาสองปีครึ่งอันคุ้มค่า  ความเร่าร้อนของผลงานยังไม่หยุดลงง่าย ๆ!?

—-ขอกลับเข้าสู่การพูดคุยกันนะครับ  ความรู้สึกในตอนนี้หลังการทำงานมาสองปีครึ่งเป็นอย่างไรบ้างครับ?

โอซากะ :  ก็นะ  สำหรับผมแล้วยังไม่คิดว่าจบลงหรอกครับ  ผลงานหลักยังมี “Ace of Diamond act II” ต่อ  แค่รู้สึกเหมือนได้รับวันหยุดพักหนึ่งเท่านั้นเองครับ  ผมเชื่อว่าอาจารย์เทราจิมะย่อมเขียนผลงานสุดวิเศษออกมาได้  และเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องด้านอนิเมย่อมนำมาทำเป็นอนิเมอีกแน่ครับ  (หัวเราะ)  พวกผมเองหากช่วยอะไรได้แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็จะทำครับ  เพราะอย่างนั้นถึงจะจบซีซั่นสองแล้วก็ไม่รู้สึกเหงาขึ้นมาครับ

ซากุไร : ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน  และรู้สึกพึงพอใจด้วยครับ  การได้เกี่ยวข้องกับผลงานหนึ่ง ๆ เป็นเวลาถึงสองปีครึ่งนั้นสำหรับนักพากย์อย่างพวกผมแล้วถือเป็นประสบการณ์ใหญ่เทียบเท่าปาฏิหารย์เลยครับ  และถือเป็นช่วงเวลาอันมีค่าจนไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบได้เลยละครับ  แต่ใจจริงก็นึกอยากได้เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน  และอยากรู้สึกว่า “อยากทำต่อจากนี้” ต่อไปด้วยครับ

 

ความสนุกสนานที่เพิ่มขึ้นจาก “Ace of Diamond”

—-สุดท้ายนี้ช่วยฝากข้อความถึงแฟน ๆ ทุกท่านที่คอยสนับสนุนผลงานเรื่องนี้มาตลอดด้วยครับ

ซากุไร : เบสบอลเป็นกีฬาที่ผ่านการสั่งสมเทคนิคชั้นสูงมาจนออกมาเป็นรูปร่างในปัจจุบัน  แต่ผมคิดว่าเรื่อง “Ace of Diamond” วาดถึงเอกลักษณ์หรือความสามารถของนักกีฬา  ความหมายในการเล่นแต่ละครั้งออกมาอย่างละเอียดอ่อน  และสามารถถ่ายทอดความสนุกของเบสบอลออกมาได้ตรง ๆ ครับ  ยิ่งกว่านั้น  เนื้อเรื่องยังล้ำลึกขึ้นเพราะเขียนถึง “ความพ่ายแพ้” ออกมาให้เห็นได้จริง  และผู้เล่นต่างก็เติบโตมากขึ้นทั้งในด้านมนุษย์จากประสบการณ์เหล่านั้น  ไม่ใช่ว่าเติบโตขึ้นไปเอง  แต่เพราะเกิด “สายสัมพันธ์” ขึ้นมาในความเกี่ยวข้องของเหล่านักกีฬาด้วยกันจนก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปครับ  เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของมนุษย์ของนักกีฬาเลยครับ  ผมคิดว่าทุก ๆ ท่านคงจะสนุกกับ “Ace of Diamond” ในมุมมองต่าง ๆ กันไป  แต่หากมองจากมุมอื่นอีกก็คงทำความรู้จักกับผลงานเรื่องนี้ได้ยิ่งกว่าเดิมอีกครับ  หลังจากนี้ก็ขอรบกวนด้วยครับ

โอซากะ : ต้องขอบคุณทุกท่านที่คอยให้กำลังใจจนจบซีซั่นสองอย่างมากครับ  พวกผมก็วิ่งกันมาจนถึงจุดนี้  คงจะเรียกได้ว่าถึงโกลในจุด ๆ หนึ่ง  และรู้สึกว่าทำสำเร็จไปอย่างหนึ่งแล้วครับ  หลังจากตอนสุดท้ายในซีซั่นสองจบลงก็จะมีละครเวที “Ace of Diamond The LIVE 2 ” ด้วย  ยังมีสิ่งเกี่ยวข้องอื่น ๆ กับผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกนะครับ  ผมนั้นมีความสุขที่ได้เกี่ยวข้องกับ “Ace of Diamond” ในฐานะนักพากย์คนหนึ่งจริง ๆ  และคิดว่าเป็นเพราะมีแรงเชียร์จากทุก ๆ ท่านอยู่จึงกลายเป็นจริงได้ครับ  เคยมีคนมากมายมาบอกผมว่าเดิมทีชอบเบสบอลอยู่แล้วจึงสนใจเรื่อง “Ace of Diamond”  หรือชอบเรื่อง “Ace of Diamond” เลยเริ่มสนใจเบสบอล  หรือเพราะชอบ “Ace of Diamond” จึงเริ่มเล่นเบสบอลด้วย  ผมเลยรู้สึกโชคดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ  ผมนั้นทุ่มเทกับเรื่องนี้มาก  และคิดว่าหากทุกท่านคิดในแบบเดียวกันแล้วก็ย่อมมีโอกาสทำต่อแน่  ดังนั้นต่อจากนี้ก็ช่วยส่งแรงเชียร์ด้วยนะครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s