Ace of Diamond · Fiction

[DnA Fic] The Forgotten Pages – Chapter 14

พาร์ทแถว ๆ นี้เป็นพาร์ทที่เคยอยากเขียนมากที่สุดในเรื่องเลยค่ะ  ในที่สุดก็มาถึงซะที…

แต่สองคนนี้เขียนยากจริง ๆ orzll  เขียนยังไงก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมือน…orzll

คงเป็นเพราะตามเนื้อเรื่องแล้วเขียนมิยูกิโหมดแกล้งคนอื่นไปทั่วไม่ได้ละมั้งคะ…

 

The Forgotten Pages

Rates : PG-13

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


“เอ๊ะ?”  สมองรุ่นน้องยังทำความเข้าใจไม่เสร็จ  “ทำไมล่ะครับ”

“เออน่า  หนีไปซะ!!”  อีกฝ่ายขึ้นเสียง  แล้วไอออกมาเหมือนสำลัก  “—แค่ก ๆ!!”

“ปะ…เป็นอะไรหรือเปล่า!?”  เอย์จุนลุกจากพื้นแล้วเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยความเป็นห่วง

“อย่าเข้ามา!!!!”

มิยูกิตวาดเสียงดังลั่นจนอีกฝ่ายชะงัก  ก่อนจะไอจากอาการสำลักออกมาอีกครั้ง

“เอ๊ะ…ห้ะ?”  สมองคนถูกห้ามปั่นป่วนเพราะไม่อาจเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  “ตะ…แต่คุณถูกมัดอยู่นี่!? แล้วนี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า!?  เดี๋ยวผมแก้มัดให้!!”  ก่อนจะเอื้อมมือไปแกะแถบผ้าออกให้

“ก็บอกว่าอย่าเข้ามาไง!!!”  กัปตันตวาดซ้ำ

เอย์จุนชะงักมือ  งงกับท่าทีอีกฝ่ายว่าทำไม  “ทะ—ทำไมอ้ะ!?”

สายตาอีกฝ่ายที่มองลอดแว่นทำให้เขาเกือบหยุดหายใจ

“ฉันไม่อยาก…ทำร้ายนายอีก…”  มิยูกิค่อย ๆ เค้นเสียงออกมาช้า ๆ  “เพราะงั้นรีบหนีไปซะ…”

ทำร้าย?

ก่อนรุ่นน้องจะอ้าปากเถียงกลับ  ภาพความทรงจำก็ย้อนกลับเข้ามาก่อน

ตอนที่คุราโมจิวิ่งตามเสียงประหลาดลงบันไดแล้วเขากำลังจะตามลงไป  เขาก็ได้ยินเสียงประตูจากข้างตัวเปิดขึ้นก่อน  พอหันกลับไปก็เห็นมิยูกิเปิดประตูเดินออกมาจากห้องตัวเอง

พร้อมทั้งไม้เบสบอล

ก่อนเขาจะทันเรียกชื่ออีกฝ่าย  คนตรงหน้าก็เงื้อไม้เบสบอลเข้าใส่  แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย

แปลว่า…เขาถูกรุ่นพี่มิยูกิทำร้ายจริง ๆ!?

พอสมองเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสร็จ  สายตาเขาก็เหลือบเห็นไม้เบสบอลเหล็กนอนนิ่งอยู่ตรงพื้นใกล้ ๆ ขาเตียง  และเห็นรอยเลือดติดอยู่ตรงหัวไม้ด้วย

….ทำไม?

แล้วทำไมอีกฝ่ายต้องทำร้ายเขาจนสลบไปด้วย?

แล้วทำไมถึงบอกให้หนีไป

อาการเจ็บหัวแล่นกลับเข้ามาอีกจนเอย์จุนต้องรีบยกมือกุมหัว  พอเห็นรุ่นน้องเป็นดังนั้น  คนเป็นกัปตันก็รีบตะโกนเร่งอีก  “หนีไปเซ่!!!  ก่อนที่ฉันจะแก้มัดได้….”

“เอ๊ะ…แก้มัด…?”  พอสมองเริ่มไม่วิ่ง  เขาก็นึกออกแค่ว่า ‘รุ่นพี่มิยูกิถูกมัดไว้  ต้องรีบช่วยก่อน’ อย่างเดียว  “อะ…เอาเป็นว่าผมแก้มัดให้ก่อนละกัน!!”  แล้วปราดเข้าไปแกะผ้าอีกครั้ง

“ก็บอกแล้วไงว่า–!!!”  มิยูกิตะโกนจะห้ามอีกครั้ง  แต่จู่ ๆ เสียงก็ขาดหายไป

“ห้ะ!?” อีกฝ่ายหันไปดูว่าทำไมเสียงถึงเงียบไป  พอเห็นรุ่นพี่ตัวเองคอพับเหมือนคนสลบอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยก็รีบจับไหล่เขย่าแรง ๆ  “อ้าว  เฮ้ย!? รุ่นพี่เป็นไรไปครับ!!?”

“ไม่ให้อภัย…”

“ห้ะ?”  แวบแรกเขานึกว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเสียงคนตรงหน้าต่างไปจากที่เคยได้ยินมาตลอด

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ  มือของมิยูกิข้างที่เป็นอิสระก็คว้าหมับเข้าที่คอตนทันที

“อึ๊ก!!?”  อาการเจ็บแล่นขึ้นมาตรงคอ  เขารีบยกมือขึ้นพยายามแกะมืออีกฝ่าย   “…รุ่น…พี่…?”

“ไม่ให้อภัย…พิชเชอร์เซย์โด…ไม่ให้อภัย…”

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตาช้า ๆ  แววตาที่เคยส่องประกายอย่างมีชีวิตชีวายามลงเล่นกลับกลายเป็นเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง  แรงมือที่บีบคอยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรุ่นน้องชักหายใจไม่ออก

ทำไม

ทำไมคน ๆ นี้ต้องบีบคอเขาด้วย

สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานก่อนสมองจะทันคิดอย่างอื่น  เอย์จุนทุ่มแรงที่มีอยู่ทั้งหมดแงะมือของคนตรงหน้าออกจากคอสำเร็จ  ตัวเขาร่วงลงไปกองกับพื้น  อากาศที่ไหลเข้าปอดกระทันหันส่งผลให้ร่างกายไอออกมาจนตัวโยน  “แค่ก ๆ…”

“…!!”  มิยูกิสะดุ้ง  แววตากลับมามีประกายอีกครั้ง  พอเขาเห็นรุ่นน้องลงไปทรุดกับพื้นก็รีบตะโกนเสียงดังขึ้นอีก  “ฉันบอกแล้วไง…หนีไปเซ่!!!”

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นโวยวายหลังจากสูดอากาศเข้าปอดได้บ้าง  “ระ…หรือว่าคุณโกรธผมเรื่องที่ทำตาข่ายตรงบลูเพนพัง!?  แต่นั่นฟุรุยะก็มีส่วนด้วยนะ!!!”

“ฉันหมายถึงเรื่องนั้นซะที่ไหน…สรุปพวกนายทำพังหรอกเรอะ!!?”  กัปตันอดพูดกระทบคำสารภาพจากปากรุ่นน้องไม่ได้  แต่ก็รีบส่ายหัวเร็ว ๆ แล้วตะโกนไล่ต่อ  “นายเห็นแล้วใช่ไหมว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้…รีบไปสิวะ!!!”

“ควบคุมตัวเองไม่ได้…?”  เอย์จุนขมวดคิ้ว  “หมายความว่าไง…?”

“ฉันก็ไม่รู้…”  มิยูกิกัดปากด้วยความเจ็บใจ  “แต่หลังจากกลับมาที่ห้องฉันก็รู้สึกแปลก ๆ มาตลอด…แล้วก็หลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้…พอรู้สึกตัวอีกทีในห้องก็มืด  ไม่มีใครอยู่…”  เขาหลับตาลง  ส่ายหัวเบา ๆ  “แล้วตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าจากนอกห้อง  จู่ ๆ ร่างกายฉันก็เดินไปหยิบไม้เบสบอลแล้วออกไปนอกประตู  แล้ว…”  พอถึงตรงนี้เขาก็เงียบลง

ร่างกายขยับไปเอง?

สมองของเอย์จุนยิ่งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากกว่าเดิม

“นายเข้าใจแล้วใช่ไหม…ว่าทำไมฉันถึงบอกให้หนีไป”  กัปตันประจำทีมเหลือบตาไปมองแขนข้างซ้ายที่ถูกแถบผ้าพันรัดไว้แน่น  แล้วเบนสายตากลับมามองหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ  “ขืนนายยังอยู่ใกล้…ฉันอาจจะทำร้ายนายอีกก็ได้…คราวนี้อาจจะไม่จบแค่สลบด้วยซ้ำ…เพราะงั้นรีบหนีไปตอนที่ฉันยังได้สติซะ…”

รุ่นน้องยังคงลังเล  “ตะ…แต่…”

“ซาวามูระ”

เสียงของมิยูกิเข้มขึ้นจนเจ้าของชื่อเผลอสะดุ้ง

แล้วยิ่งตกใจขึ้นอีกเมื่อเห็นคนตรงหน้ายิ้มเศร้า ๆ ออกมา

“อย่าให้ฉันทำร้ายเพื่อนร่วมทีมไปมากกว่านี้เลย”

รุ่นพี่มิยูกิ…

เอย์จุนเงียบไป  ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบอยู่พักหนึ่งจนอีกฝ่ายเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเอ่ยไล่อีกครั้ง  “มัวยืนบื้ออะไรอยู่  รีบไปได้แล้ว”

“ไม่ครับ”

รุ่นน้องปฏิเสธทันควัน

คนไล่เบิกตากว้าง  เปิดปากตะโกนไล่อีกครั้งด้วยความหงุดหงิดที่รุ่นน้องหัวดื้อไม่ยอมทำตามที่บอก  “นายอยากตายหรือไง!?  ขืนอยู่กับฉันแล้วจะโดนอะไรอีกก็ไม่รู้นะ!!”

“ไม่อยากตายหรอกครับ”  พูดจบเขาก็เดินเข้ามาแก้มัดผ้าโดยไม่ขอคำอนุญาตก่อน

“เฮ้ย!!?  ไอ้บ้า!!”  คนถูกมัดตวาดเสียงหลงรีบยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่บังปมผ้าไม่ให้ถูกแกะออก  “ตกลงนายไม่เข้าใจใช่ไหมว่าตอนนี้ฉันอาจจะฆ่านายเข้าจริง ๆ ก็ได้!  ฉันไม่อยากเห็นใครเป็นอะไรไปเพราะฉันนะเฟ้ย!!”

“ผมก็ไม่อยากเห็นคุณเป็นอะไรเหมือนกัน!!!”

เสียงตะโกนของเอย์จุนทำเขาชะงัก

รุ่นน้องสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ  แล้วเปิดปากพูดเบา ๆ  “ผมไม่เข้าใจหรอกว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…คงเป็นเพราะว่าบ้าตามที่คุณชอบว่าบ่อย ๆ ด้วยแหละ”  เขาก้มหน้าลง  แววตาฉายแววเจ็บใจเล็กน้อย  “แต่ที่เข้าใจตอนนี้คือคุณกำลังปล่อยให้ผมหนี  ทั้ง ๆ ที่คุณเองก็แย่อยู่เหมือนกัน  ใช่ไหมครับ”

พอถูกถามเข้าแบบนี้  มิยูกิก็ได้แต่ทำเสียงอ้ำอึ้ง  “เรื่องนั้นมัน–”

“อย่าแบกรับอะไร ๆ ไว้คนเดียวมากเลยน่า”  คราวนี้รุ่นน้องเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า  “ถึงคุณจะตกที่นั่งลำบากมากแค่ไหน  ผมก็เชื่อในตัวคุณและทำเท่าที่ทำได้ให้เอง  เพราะงั้นมาหาทางหนีด้วยกันเถอะ”

กัปตันถึงกับเสียคำพูด

ไอ้บ้านี่…

พูดแบบเดียวกับตอนแข่งกับยาคุชิรอบชิงมาได้…

สถานการณ์ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันนะเฟ้ย

“…ฮะฮะ”

แต่แทนที่จะโกรธ  เขากลับอดหัวเราะออกมาไม่ไหวแทน

คนถูกมัดลดมือข้างที่เป็นอิสระลง  “นายนี่มันบ้าเข้ากระดูกจริง  ๆ เล้ย  ซาวามูระ”

“กระผมก็มีดีแค่บ้าแหละขะรับ”  คราวนี้คนโดนว่ากลับยืดอกรับอย่างภาคภูมิ

คนบ้านี่รักษายังไงก็ไม่หายสินะ

ใบหน้าของมิยูกิผุดรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง  คราวนี้เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ แบบที่เห็นได้ทั่วไป  แต่ก็แฝงความโล่งอก ในใจ  “ตายไปฉันไม่รับผิดชอบด้วยนา”

“กระผมก็มีดีที่ความอึดด้วยขะรับ”  อีกฝ่ายยืดอกเพิ่มขึ้นอีก

“ไหนบอกมีดีแค่ความบ้าไง”  รุ่นพี่โคลงหัวขำ ๆ  แล้วขยับแขนข้างซ้ายเป็นสัญญาณเบา ๆ  “งั้นก็แกะผ้าให้ที  ปมมันรัดจนเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย”

“แล้วใครมัดเองละครับนั่น”  เอย์จุนได้ทีเอ่ยแซวขณะยื่นมือไปแกะปมผ้าออกให้  “เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณเป็นพวกมาโซคิสม์น่ะ”

“พูดไม่ดูตัวเองซะบ้าง  บอกให้หนีไปแท้ ๆ ยังจะเสนอหน้าอยู่อีก  อย่าบอกนะว่าที่จริงเป็นพวกชอบโดนทำร้าย”  อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองขณะพูดย้อน  รุ่นน้องชะงักแล้วชักสีหน้าหงุดหงิด  “ใครมันจะไปชอบกันครับ!!?  นี่ยังไม่หายเจ็บเลยเนี่ย!!”  เขาพูดไปแล้วก็ยกมือลูบคอตัวเองไปด้วย

“เอ๊าะเหรอ?  โทษทีละกัน”  เจ้าของรอยมือบนคออีกฝ่ายทำท่าผิวปาก

“สำนึกผิดซะบ้างเซ่!!”เอย์จุนแหกปากก่อนจะวางผ้าที่เพิ่งแกะไว้กับเตียง  “เอ้า  ผมแกะให้หมดละ”

มิยูกิขยับนิ้วข้างซ้าย  ขยับข้อมือพลิกไปพลิกมาก่อนจะก้มมองแขนตัวเอง  ตรงข้อมือและกลางแขนมีรอยแดง ๆ จากผ้าที่รัดไว้แน่นอยู่บ้าง  แต่พอใช้นิ้วถูเข้าหน่อยก็จางไปเอง  ความเจ็บตอนถูกรัดก็เบาลงไปมากจนแทบไม่เหลือแล้ว  เอาเป็นว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรมากมาย

ปัญหาน่ะมันต่อจากนี้ต่างหาก

“แล้วเอาไงต่อดีครับเนี่ย”  รุ่นน้องตรงหน้าหันมองไปมาเหมือนไม่รู้จะทำอะไรดี

“ซาวามูระ”

“ครับ?”  เจ้าของชื่อทำหน้างงเมื่อถูกเรียก

“ฉันไม่รับประกันว่าจะกลายเป็นแบบตะกี้อีกเมื่อไร…” คนพูดลากเสียงตอนท้าย  สีหน้ายังดูเหนื่อยล้าอยู่แต่ก็ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ขึ้นบ้าง  “ถ้าถึงตอนนั้นจริง ๆ ฉันอาจจะหยุดตัวเองไม่ได้ด้วย…เพราะงั้นในตอนนั้น…”  ดวงตาใต้กรอบแว่นฉายแววจริงจังขึ้น  “รีบถอยห่างจากฉันให้เร็วที่สุดด้วย”

“ห้ะ!?”  อีกฝ่ายขึ้นเสียง  “ไหนคุยกันแล้วไงว่าผมจะไม่หนี–”

“ไม่ใช่ให้หนี”  คนเสนอพูดตัดบท  “นายอยากจะดื้ออยู่…หรืออยากจะทำอะไรไปก็ช่าง  แค่อย่าเข้ามาให้ฉันทำร้ายก็พอ…เข้าใจไหม?”

“อะ…ครับ”  เอย์จุนพยักหน้าหงึกหงัก  ในหัวยังสับสนว่าแล้วมันต่างกันยังไงหว่า

“แล้วถ้าจวนตัวจริง ๆ…”  มิยูกิพูดด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง  “ก็สู้กลับมาเลย…”

“ห้ะ?”

“ตอบตกลงก่อน”

แววตาของรุ่นพี่เป็นเหมือนตอนที่เขาไม่สนสัญญาณแล้วขว้างลูกตามใจตนอีกแล้ว  เจอแบบนี้เข้าไปเอย์จุนก็เถียงไม่ออก  ได้แต่พยักหน้ารับแบบไม่ค่อยเต็มใจนักแทน  “…ครับ”

“…นั่งลงซะ”  วินาทีต่อมาแววตาน่ากลัวนั้นก็หายไป  กัปตันมองไปทางเก้าอี้ในห้องพร้อมพยักเพยิด  “นายเจ็บหัวอยู่ไม่ใช่เหรอ”

สมองของอีกฝ่ายยังประมวลผลช้าเพราะแผล  เลยทำได้แค่พยักหน้าอีกรอบ  “อะ…ครับ”  แล้วเขาก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้แต่โดยดี

มิยูกิสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วลุกขึ้นไปเปิดตู้เก็บของในห้อง  ก่อนจะถือกล่องปฐมพยาบาลที่เขาเคยซื้อเผื่อไว้ใช้ออกมา  “เดี๋ยวฉันทำแผลให้”

สีหน้ารุ่นน้องเปลี่ยนจากสงสัยกลายเป็นตกใจสุดขีดในเวลาไม่ถึงวินาที

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงห้ะ”  คนเสนอขมวดคิ้ว

“นะ…นี่คุณโดนสิงอีกแล้วเรอะ!!!?  อย่าเข้ามานะอย่าเข้ามา!!!!”  เอย์จุนรีบผงะถอยหลังติดเก้าอี้  ยกมือยกเท้าขึ้นตั้งท่าการ์ด  “เข้ามาผมถีบจริง ๆ นะเอ้า!!!”

“ไหงคิดว่าเป็นแบบนั้นไปได้ฟะไอ้บ้า!!!”  อีกคนชักอยากปากล่องปฐมพยาบาลในมือใส่หัวคนพูดตงิด ๆ

“ก็ปกติคุณใจดีแบบนี้ซะที่ไหน!?”

“ใจดีก็ไม่ได้ด้วย!?”

“คุณต้องแกล้งทำเป็นว่าจะทำแผลให้  แล้วลอบบีบคอผมอีกแหง ๆ!!  ไม่สิ  หรือว่าจะฉีดยาสลบ!?”  คนกลัวตกเป็นเหยื่อ(?)จินตนาการไปต่าง ๆ นานา  “เอาเป็นว่าอย่าเข้ามานะ!!!”

“ไอ้บ้านี่…”  มิยูกิชักเหนื่อยใจ  วางกล่องปฐมพยาบาลลงบนโต๊ะทำงานแล้วโปะแอลกอฮอล์ใส่ผ้าก๊อซ  ก่อนจะหันกลับมาตั้งท่าเตรียมพร้อม  “ถ้าฉันบีบคอนายอีกรอบจริง ๆ ก็ถีบมาละกัน”

“ห้ะ!?”

ยังไม่ทันขาดคำ  คนตรงหน้าก็ตรงเข้ามากดไหล่ไม่ให้ดิ้น  แล้วพอกวาดสายตามองเจอแผลบนหัวรุ่นน้องก็ฟาด(?)ผ้าก๊อซชุ่มแอลกอฮอล์ลงเต็ม ๆ

“—จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”

ความแสบแล่นไปทั่วร่างจนเอย์จุนอดแหกปากไม่ได้

“อย่าดิ้นสิวะไอ้บ้านี่!!!”  รุ่นพี่เค้นแรงที่เหลือทั้งหมดกดไหล่ไม่ให้คนตรงหน้าดิ้นแล้วรีบเช็ดแผลให้เร็วที่สุด  แล้วรีบผละหนีออกมาตอนคนเจ็บชักขาเตรียมถีบป้องกันตัวทัน

“อะ…อะ…”  ดวงตาของรุ่นน้องเต็มไปด้วยน้ำใส ๆ จากความเจ็บ  “ทารุณกรรมรุ่นน้อง!!  ทำร้ายร่างกาย!!  ต้องถูกพักการเรียนหรือไล่ออกเท่านั้น!!!”

“ถ้าจะรักษาแผลให้แล้วโดนข้อหาแบบนี้  ป่านนี้พวกหมอคงติดคุกหมดแล้วมั้ง”  มิยูกิพูดเสียงหน่าย  “เดี๋ยวโปะยากับปิดแผลให้…ทนอีกนิดละกัน”

เขาหันไปเทยาใส่ผ้าก๊อซผืนใหม่แล้วตัดเทปติดแผลเตรียมไว้  นึกขอบคุณในใจว่าโชคดีที่ตอนเขายังควบคุมตัวเองได้ตอนเข้าไปเช็ดแผล  ตอนแรกเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้รุ่นน้องตรงหน้าหลังจากเผลอทำร้ายอีกฝ่ายไปแล้วสองครั้ง  แต่ไม่รู้เพราะอะไร  หลังจากถูกรุ่นน้องคนนี้ตะโกนใส่หน้าเต็ม ๆ  หัวสมองเขาก็โล่งปลอดโปร่ง  เหมือนกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีกครั้งหนึ่ง

“ผะ…ผมทำเองดีกว่า…”  เอย์จุนอุทธรณ์เสียงอ่อย

“อย่างนายก็แค่แปะลวก ๆ เพราะกลัวเจ็บเอาสิท่า  ไม่ปฐมพยาบาลให้ดีก็ไม่หายหรอก”  อีกฝ่ายพูดดักคอไว้ก่อน

“อย่าดูถูกลูกผู้ชายชื่อซาวามูระเชียวนะ!!  เจ็บแค่นี้ไม่ครณามือผมอยู่แล้วน่า!!!”

“ทีตะกี้ดันแหกปากอย่างกับถูกเชือด”  กัปตันถอนหายใจยาว  เถียงกับเจ้านี่ไปก็มีแต่เมื่อยปากเปล่า ๆ  “เอ้า  อยู่นิ่ง ๆ ซะ  เดี๋ยวแปะผ้าให้แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”

อีกฝ่ายจ้องตาเขม็ง  “ไม่บีบคอผมแน่นะ”

เขาชักอยากปากล่องปฐมพยาบาลใส่หัวคน ๆ นี้จริง ๆ  “เออน่า”

เอย์จุนทำหน้ามุ่ยนิดหน่อยแต่ก็ยอมกลับมานั่งท่าดี ๆ  มิยูกิส่ายหัวน้อย ๆ อีกครั้งแล้วลงมือแปะผ้าปิดแผลให้อย่างรวดเร็วเพราะกลัวตัวเองเสียการควบคุมอีก  พอทำทุกอย่างเสร็จเขาก็รีบหนีกลับไปนั่งบนเตียงอีกครั้ง  ลอบถอนหายใจที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้น

เอาล่ะ  ต่อจากนี้จะทำยังไงดี

เขาเอ่ยถามรุ่นน้องที่กำลังยกมือลูบหัวผ้าก๊อซพลางนิ่วหน้า  “ซาวามูระ  ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าก่อนหน้าที่ฉันจะเอาไม้ฟาดหัวนาย  นายทำอะไรมาบ้าง”  แปลกดีที่เขาไม่รู้สึกผิดมากเวลาพูดเรื่องที่ตนทำร้ายคนในทีมแล้ว

เอย์จุนยกมือลง  ทำหน้างง ๆ เล็กน้อยแต่ก็เริ่มเล่าให้ฟัง  “อะ…ก็พอไฟดับ  รุ่นพี่คุราโมจิกับผมก็ออกมาดูว่าทำไมถึงดับ  แล้วเห็นรุ่นพี่คุราโมจิบอกว่าสายไฟอาจจะขาดหรือไฟดับทั้งเมืองเนี่ยแหละ  ก็เลยลองไปหาบอสที่ห้องดู”

“นายอยู่กับคุราโมจิด้วยเหรอ?”  กัปตันถามขึ้นขัด

“ก็ใช่นะครับ”  คนเล่าพยักหน้า  “แล้วทีนี้พอไปหาบอสที่ห้องก็ไม่อยู่  รุ่นพี่คุราโมจิเลยบอกว่าให้ลองมาหาคุณดู  แต่เคาะห้องก็ไม่เห็นตอบ”  เขาทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็เล่าต่อ  “แล้วทีงี้จู่ ๆ ก็มีเสียงแปลก ๆ ดังมาจากชั้นล่าง  ท่านชีต้าห์ได้ยินปุ๊บก็ใส่เกียร์วิ่งลงบันไดหายไปเฉย  หนอย…ไม่รอกันบ้างเล้ย”  พอเล่าถึงตรงนี้คนอยู่ในเหตุการณ์ก็อดบ่นออกมาไม่ได้

“พวกนายเคาะห้องฉันด้วย?”  เจ้าของห้องถามทวน  ยกมือกอดอก  “ไม่เห็นได้ยินเลย”

“หูหนวกไปแล้วมั้งครับคุณน่ะ”  พอได้โอกาส  เอย์จุนก็รีบแขวะทันที

“ถ้าหูหนวกแล้วฉันจะได้ยินที่นายพูดไหมไอ้บ้า”  มิยูกิก็ไม่รอช้าลงท้ายประโยคด้วยคำว่าไอ้บ้าตามความเคยชิน

“แล้วพอผมจะวิ่งตามลงไปบ้างก็ได้ยินเสียงคุณเปิดประตูออกมาก่อน  แล้วก็โดนไม้ฟาดหัวเนี่ยแหละ”  รุ่นน้องจบเรื่องเล่าของตน  แล้วยิงคำถามกลับบ้าง  “แล้วคุณไปทำอีท่าไหนถึงถูกผีสิงเข้าได้ล่ะ”

“ผีสิงเรอะ…”  คนถูกถามกลับทวนคำเซ็ง ๆ  ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการตัวเองเหมือนคนถูกผีสิงพอตัว  “อย่างที่บอกไปไงว่าตั้งแต่กลับห้องมาก็รู้สึกแปลก ๆ มาตลอดตื่นมาอีกทีก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในห้อง  แถมไฟก็มืด…”  เขาร้องอ๋อออกมาเบา ๆ หลังพูดจบ  “ตอนนั้นคือไฟดับแล้วสินะ”

“หลังจากไฟดับก็ไม่เห็นคนอื่น ๆ เลยนะครับ”  เอย์จุนทำท่านึก  “ไม่รู้ว่าหนีไปหาที่อุ่น ๆ อยู่กันหมดหรือเปล่า  ไปกันทั้งทีก็ไม่บอกเลยนะ  ใจร้ายกันจริง ๆ”  และไม่วายบ่นอุบอิบตามออกมาอีก

“มันจะใช่แบบนั้นได้ไงเล่า”  มิยูกิตอกกลับไปทีก่อนจะถามใหม่  “นายไม่เห็นใครเลยเหรอ”

“ไม่อะครับ  นอกจากรุ่นพี่คุราโมจิกับคุณแล้วผมก็ไม่เห็นใครเลย”  รุ่นน้องส่ายหัววืด ๆ

แปลก

จำนวนคนในหอมีอย่างต่ำไม่น้อยกว่าสี่สิบคน  ถึงบริเวณนี้จะมีห้องหับมากมาย  แต่ไม่มีทางที่จะเดินไปทั่วบริเวณแล้วไม่เจอใครเลย  ตอนที่เขาควบคุมตนเองไม่ได้จนจะบีบคอเอย์จุนก็เหมือนกัน  เสียงที่เกิดขึ้นในตอนนั้นดังพอเรียกคนข้าง ๆ ห้องออกมาแล้ว  แต่กลับไม่มีใครโผล่มาหรือส่งเสียงมาสักคนเลย

มันจะเป็นไปได้ยังไง

“ทุกคน…หายไปเหรอ…”  เขาพึมพำเบา ๆแล้วยกมือกุมหัว  เหตุการณ์ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ทำเขาปวดหัวจี๊ดอย่างหยุดไม่อยู่  ไหนจะเรื่องที่ตนเองเพี้ยนคิดฆ่าคนขึ้นมาอีก

ในฐานะกัปตัน  เขาควรทำยังไงดี

เอย์จุนเห็นคนตรงหน้าเงียบไปนานเลยถามขึ้น  “รุ่นพี่มิยูกิ?  ตกลงเอาไงดีครับ”

คนถูกเรียกชะงักเล็กน้อย  “อะ…เออ  ตะกี้นายว่านายอยู่กับคุราโมจิก่อนเจอฉันใช่ไหม”

“อะ  ครับ”

“งั้นลองหาตัวคุราโมจิก่อนดีกว่า  อย่างน้อยถ้าหมอนั่นอยู่ก็คงหมดกังวลเรื่องที่ฉันจะเผลอทำร้ายใครเข้าละนะ”  คนเสนอความเห็นลุกขึ้นยืน  เดินไปหยิบไฟฉายสองกระบอกจากบริเวณชั้นวางทีวีก่อนแบ่งกันถือกับอีกคน

“อะ  เอ้อ  จริงด้วย!!”  รุ่นน้องตะโกนเหมือนเพิ่งนึกได้  รีบลุกขึ้นยืนตาม

“แต่นายอย่าอยู่ติดตัวฉันมากล่ะ  เดี๋ยวเกิดฉันควบคุมตัวเองขึ้นมาไม่ได้อีกจะได้หนีทัน”  กัปตันยังไม่วายพูดย้ำ  พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารัว ๆ รับคำก็กดสวิตซ์ไฟฉาย  เปิดประตูออกไปนอกห้อง

ตอนนี้ถึงจะมัวกลุ้มใจไปก็ไม่มีประโยชน์  ทำเรื่องที่ทำได้ก่อนแล้วกัน!!

Advertisements

One thought on “[DnA Fic] The Forgotten Pages – Chapter 14

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s