Ace of Diamond · Fiction

[DnA Fic] The Forgotten Pages – Chapter 28

ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ  ไม่นึกว่าจะเขียนจบได้ด้วย…

ด้วยเนื้อเรื่องแล้วเราคงจะเฉลยปริศนาเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหมดไม่ได้นะคะ  ดังนั้นถ้าสงสัยตรงไหน (หรืออยากเม้าท์กับตัวละครตัวไหน //โดนชก)  ถามทิ้งไว้ได้เลยค่ะ  จะรวมตอบไว้ให้ท้ายตอนหน้านะคะ

ยังไง ๆ ก็อดยกบทเท่ ๆ ให้มิยูกิไม่ได้ทุกที…

 

The Forgotten Pages

Rates : PG-13

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


ทั้งสี่คนหยุดยืนอยู่หน้าโรงฝึกในร่ม

เป็นไปดั่งคาด  เงาดำซึ่งเคยปกคลุมทั้งโรงฝึกหายไป  เผยให้เห็นตัวโครงตึกแบบที่เคยเป็นชัดเจน  ด้านในโรงฝึกเมื่อมองจากหน้าต่างยังมืดสนิท  มองไม่เห็นว่าข้างในเป็นอย่างไรเลยแม้แต่นิด

คุราโมจิคว้าลูกบิดประตู  หันกลับมามองคนอื่น ๆ ด้านหลัง  “…เอาละนะครับ”

คาตาโอกะพยักหน้าให้สัญญาณ  เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วออกแรงเปิดประตูทันที

แอ๊ด…

ด้านในมืดจนมองอะไรไม่เห็น  มิยูกิตั้งสมาธิก่อนกดสวิตซ์ไฟฉายในมือ  ลำแสงส่องให้เห็นก้อนหยดน้ำขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่กลางโรงฝึก  คนในทีมคนอื่น ๆ ยังลอยคว้างเหมือนหลับใหลอยู่ภายใน  เท่าที่มองคร่าว ๆ แล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

แล้วตัวต้นเรื่องหายไปไหน?

คนอื่น ๆ กดสวิตซ์ไฟฉายก่อนกวาดลำแสงไปรอบ ๆ  ก่อนตัวมาเอโซโนะจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลำแสงตกกระทบอะไรบางอย่างใกล้ ๆ พื้น

“…รุ่นพี่ฮิโนวะ”  โค้ชพึมพำออกมาเบา ๆ

ตอนนั้นเองที่ทุกคนเห็นตัวอีกฝ่าย

ร่างของวาตานาเบะนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้น  รอบตัวมีมีเงาสีดำผุดจากพื้นเข้าโอบตัวเขาไว้บางส่วนเหมือนเป็นเกราะผ้าป้องกันตัว  สีหน้าของเขายามต้องแสงไฟฉายดูซีดเซียว  ลมหายใจก็อิดโรยจนสังเกตได้

แววตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า  “นะ…นี่แก…”

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”  อดีตรุ่นน้องก้มหัวเป็นเชิงทักทาย

“คะ…คะ…คาตาโอกะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงตะโกนกลายเป็นคลื่นเข้ากระแทกตัวทั้งสี่คนจนเกือบล้มลงไปกับพื้น  พวกเขายกมือขึ้นกันบริเวณใบหน้าตัวเองพลางทรงตัวไม่ได้เสียหลัก  แต่เสียงนั้นก็เสียดแทงผ่านแก้วหูราวกับจะพุ่งตรงเข้าสมองอย่างไม่อาจกันได้

“อึก…!!”  มาเอโซโนะถึงกับเซถลาถอยไปด้านหลัง

“แก…แก…ทำไมแกมาอยู่ที่นี่…”  รุ่นพี่ฮิโนวะคำรามราวกับจะสำรอกคำออกมา  เงาดำที่ล้อมตัวไว้เริ่มโบกสะบัดไปมาอย่างไร้ทิศทาง

โค้ชยังรักษาความเยือกเย็นไว้  แม้เหงื่อจะเริ่มไหลลงมาตามขมับจากความตึงเครียด  “จำผม…ได้ด้วยเหรอครับ”

“ใครจะไปลืมคนอย่างแก!!!!!!”

คลื่นเสียงตรงเข้ากระแทกพวกเขาอีกครั้ง  คราวนี้คนที่เหลือจำต้องถอยไปด้านหลังตามเพราะต้านการจู่โจมจากวิญญาณแค้นไม่ไหว  คุราโมจิส่งสายตามาทางกัปตันเป็นเชิงขอความเห็นว่าควรทำอย่างไรต่อดี  แต่คนถูกถามทำเพียงส่ายหน้าบอกให้รอดูท่าทีต่อไป

“เพราะแก…เพราะแก…เพราะแกทำให้ฉันเป็นแบบนี้….เพราะแก…!!”  อีกฝ่ายคำรามด้วยท่าทางทรมาณ  สีหน้าบิดเบี้ยวเหมือนคนสติแตก  มิยูกิถึงกับต้องกัดปากเพราะทนเห็นเพื่อนตนเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้

“รุ่นพี่ฮิโนวะ…ผม…”  คาตาโอกะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ

“อย่าเข้ามา!!!!!!!!”

เงาดำข้างตัวเขาเปลี่ยนสภาพเป็นรูปมือ  พุ่งตรงเข้าใส่โค้ชแล้วจับตัวเขากระแทกกับผนังโรงฝึกเต็มแรง

“โค้ช!!!!”  คนที่เหลือตะโกนด้วยความตกใจ

ร่างของโค้ชถูกตรึงไว้กับผนัง  เขาพยายามดิ้นเอาตัวรอดแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของเงาสีดำนั้นได้  ความเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งค่อย ๆ ซึมผ่านเงาสีดำเข้าสู่ร่างกาย

“นี่แก!! ปล่อยโค้ชเดี๋ยวนี้นะ!!!!!”  มาเอโซโนะหันไปตะคอกใส่

“ฉันจะฆ่าแก…ฉันจะฆ่าแก….ฉันจะฆ่าแก….”  ไม่มีท่าทีตอบรับจากอีกฝ่าย  เขายกมือกุมหน้า  ปากพึมพำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนไร้สติ

คุราโมจิกัดปากด้วยความเจ็บใจ  “ตอนนี้พูดอะไรไปก็คงไม่ฟังแล้วล่ะ”

“แล้วเอาไงดี!!? เดี๋ยวโค้ชก็แย่เข้าจริง ๆ หรอก!!!”  รองกัปตันเริ่มเก็บความลนลานไว้ไม่อยู่

มิยูกิเพ่งมองอดีตรุ่นพี่ขณะใช้ความคิดอย่างหนัก  เงาดำที่ผุดจากพื้นล้อมตัวเขาไว้โบกสะบัดไปมาเหมือนเถาวัลย์  บางเส้นแปรสภาพเป็นรูปมือเหมือนเตรียมพร้อมจะจู่โจมเข้าใส่ทุกเมื่อหากมีใครเข้าใกล้

“ตอนนี้คงต้องหยุดเขาให้ได้ก่อนแล้วล่ะ…”หัวหน้าทีมกระซิบกับคนอื่น ๆ

“หา!!?  ยังไง!!?”  มาเอโซโนะยังเก็บความตกใจไว้ไม่อยู่จนนึกอะไรไม่ออก

คนไว้ผมทรงแยงกี้เหมือนจะเดาความคิดคนพูดออกเลยโพล่งขึ้น  “คงต้องทำอะไรกับร่างเขาละสิ”

“หา!!!?”

“ถ้าทำเขาเสียการควบคุมตัวหรืออะไรสักอย่าง  เขาก็คงจะสั่งการเงานั่นไม่ได้ก็เป็นได้”  คนใส่แว่นเหลือบมองผู้ดูแลทีมตัวเองที่ยังติดอยู่ใกล้เงารูปมือ

“สรุปก็คือ…”  คราวนี้คนถามเริ่มนึกออกว่าเพื่อนทั้งสองคนกำลังคิดอะไร

“พุ่งชาร์จเข้าใส่เต็ม ๆ อาจจะได้ผลก็ได้”  คุราโมจิสรุปให้

“หา!!!!!!!”

“คุราโมจิ  นายวิ่งเร็วที่สุดในที่นี้”  มิยูกิหันไปสั่งการอย่างไม่รีรอ  “เดี๋ยวฉันกับโซโนะจะช่วยล่อไอ้เงาพวกนั้นให้เอง  ถ้าเห็นจังหวะเมื่อไรนายวิ่งเข้าใส่เลย”

“ได้”  เป็นไม่กี่ครั้งที่เขายอมรับคำสั่งคนตรงหน้าโดยไม่เถียงกลับ

“ดะ…เดี๋ยวเซ่!!!”  คนที่เหลือยังไม่ลงมติเห็นด้วย  “นั่นนาเบะนะ!!?”

“ถ้าไม่ทำแบบนั้นเดี๋ยวโค้ชก็แย่ก่อนหรอก”  กัปตันเอ่ยเร่ง  อีกฝ่ายชะงักไประหว่างเหลือบตามองโค้ชซึ่งยังดิ้นไม่หลุดจากพันธนาการ  ก่อนจะเดาะลิ้นหงุดหงิด  “เออ  เอางั้นก็เอา”

“งั้น…หนึ่ง  สอง  สาม  วิ่ง!!!!”  คำสุดท้ายคนสั่งการเปลี่ยนจากเสียงกระซิบเป็นตะโกน

ทั้งสามคนออกวิ่งกันไปคนละทาง   แต่เป้าหมายคือร่างของวาตานาเบะซึ่งถูกรุ่นพี่ฮิโนวะสิงอยู่  อีกฝ่ายเองก็รับรู้เจตนาของทั้งสามคนได้  เงาดำรูปมือจึงพุ่งเข้าใส่ทั้งสามคนด้วยความรวดเร็ว

“ชิ!!!!”  มิยูกิสบถแล้วรีบวิ่งหลบ  กรงเล็บสีดำพุ่งเฉียดหน้าเขาไปจนสัมผัสได้ถึงแรงดันอากาศ  แต่เขาไม่มีเวลาหันกลับไปดูว่าเป็นยังไง  แต่ถึงหันไปก็คงไม่เห็นอะไรเพราะเงานั้นกลืนกับความมืดจนแยกไม่ออก  จึงทำได้เพียงแต่เร่งฝีเท้าวิ่งตรงเข้าไปใกล้คนควบคุมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเฟ้ย!!!!!”  มาเอโซโนะตะโกนลั่นแล้ววิ่งเข้าใส่ตรง ๆ

“โซโนะระวัง!!!”  รองกัปตันอีกคนส่งเสียงเตือน

เขาใช้สัญชาตญาณย่อตัวสไลด์ลอดผ่านไปเหมือนเวลาวิ่งขโมยเบส  ลมพัดผ่านหัวเหมือนเวลามีอะไรพุ่งผ่านหัวอย่างแรงก่อนจะเกิดเสียงกระแทกจากพื้นอย่างดัง  พอหันกลับไปฉายไฟใส่ก็เห็นเงารูปมือพุ่งปักลงกับพื้นแล้วค้างอยู่อย่างนั้น

“สะ…สำเร็จ!!!”  เจ้าของผลงานอดชื่นชมไม่ได้

“นะ…หนอยแน่แก!!!!!”  ฮิโนวะคำราม  เขาเลิกล้มความพยายามที่จะถอนเงาดำเส้นนั้นออก  จึงเปลี่ยนมาสั่งการเส้นอื่น ๆ ให้พุ่งเข้าโจมตีต่อ

“อย่ามัวแต่เหม่อสิโซโนะ!!!”  มิยูกิตะโกนเตือน

“อะ…เหวอ!!!!”  มาเอโซโนะได้สติรีบลุกขึ้นวิ่งต่อ  มีบางอย่างพุ่งผ่านหัวไปในระยะเฉียดเส้นผม  ถ้าลุกไม่ทันคงต้องถูกจับได้แล้วแน่ ๆ   “หวิดไป…”  เขาอดถอนหายใจไม่ได้

กัปตันเพ่งมองการเคลื่อนไหวของรุ่นพี่ไม่วางตาเท่าที่ทำได้  ตอนนี้พวกเขาค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้คนตรงหน้าได้มากขึ้น  แต่ก็ยังหาจังหวะให้คุราโมจิพุ่งเข้าชาร์จไม่ได้  คุราโมจินั้นถึงจะวิ่งไวแต่ก็ทำได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ  สมกับฉายาชีต้าห์ที่เอย์จุนตั้งให้ไม่มีผิด

พอหันกลับไปฉายไฟใส่โค้ชก็ยังเห็นเขาดิ้นไม่หลุด  สีหน้าของคาตาโอกะที่มองเห็นได้แวบ ๆ ลอดเงาดำออกมาเริ่มดูย่ำแย่ขึ้นเรื่อย ๆ  ถ้าไม่เร่งมือกว่านี้คงแย่ของจริงแน่

“รุ่นพี่ฮิโนวะ!!!”  เขาตัดสินใจยั่วโมโหคนตรงหน้า  “คุณนี่สุดท้ายแล้วก็ไม่ยอมฟังคนอื่นวันยังค่ำจริง ๆ!!!!”

“หา!!!?”  อีกฝ่ายหันควับมามองทางตัวเอง

เขาได้ทีรีบพูดต่อ  ถือโอกาสพูดความในใจออกไปพร้อม ๆ กันด้วย  “แค่จะเปิดโอกาสให้รุ่นน้องพูดแก้ตัวยังไม่ยอมเลย  เป็นรุ่นพี่ซะเปล่าเนี่ย!!!”

“หุบปาก!!!!”

กัปตันรีบวิ่งหลบไปอีกทาง  พอสัมผัสว่าบางอย่างพุ่งผ่านตัวไปจึงตะโกนต่อ  “เพราะแบบนี้แหละถึงไม่มีใครสนใจตอนคุณจะออกจากชมรมไป  ก็เพราะคุณไม่เคยสนใจความรู้สึกคนอื่นก่อนต่างหาก!!!!”

“ฉันบอกให้หุบปาก!!!!”

คราวนี้เสียงวัตถุแหวกอากาศดังขึ้นชัดเจน  มิยูกิรีบสไลด์ตัวหลบอีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นจะอ้าปากว่าต่อ

“มิยูกิ!!!!”

เสียงมาเอโซโนะดังขึ้นพร้อมกับภาพตรงหน้าเขากลายเป็นสีดำ

“อั่ก!!!!!”

แรงกระแทกจากการโจมตีของอดีตรุ่นพี่สะเทือนไปทั้งร่างกาย  พร้อมกับอาการเจ็บตั้งแต่หัวไปถึงหลังเพราะตัวล้มลงกับพื้นเต็มเปา

“เป็นไรไหม!!!?”  เจ้าของเสียงเตือนเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งมา

“อย่า!!!”

คนถูกเงาดำจับกระแทกกับพื้นรีบร้องเตือน  เป็นจังหวะเดียวกับที่เงาดำอีกสายพุ่งตรงกระแทกพื้นตรงหน้าเขาพอดิบพอดี  รองกัปตันชะงักเท้าได้ฉิวเฉียด  หากเขาวิ่งเข้ามาเร็วกว่านี้คงได้ล้มลงพื้นแน่

“วิ่งต่อไป…”  คนใส่แว่นเค้นเสียงสั่ง  ตัวของเขาถูกเงารูปมือจับตรึงกับพื้นจนขยับตัวไม่ได้  อาการเจ็บจากแรงกระแทกทำสติเขาเลือนลางกว่าที่คิด

เพื่อนร่วมทีมยืนลังเลอยู่แวบหนึ่งก่อนจะสบถเบา ๆ แล้วหันกลับไปตะโกนด่า  “ไอ้คนขี้ขลาด!!  แบบนี้มันรังแกคนไม่มีทางสู้นี่หว่า!!”

“ฉัน-บอก-ให้-หุบ-ปาก!!”  อดีตรุ่นพี่คำราม

“เรื่องอะไรล่ะ!!!”  เขาไม่ยอมทำตามคำสั่ง  “แน่จริงก็หาเหตุผลเถียงกลับมาสิวะ!!!”

“หุบปาก!!!!!”

มาเอโซโนะกระโดดถอยหลังแทบไม่ทันเมื่อมือเงาพุ่งกระแทกพื้นเฉียดหน้าเขาไปนิดเดียว  ไฟฉายจากมือหลุดกลิ้งห่างจากตัวไปไม่มาก

“พวกแกทุกคนหุบปาก!!!  หุบปาก!!!  หุบปากให้หมด!!!!!”  ฮิโนวะกรีดร้องจนเกือบไม่เป็นภาษา  เงาด้านหลังพุ่งเข้าหวังจับตัวคนสบประมาทด้วยความเร็วสูง  จนสุดท้ายรองกัปตันก็เสียท่าถูกคว้าตัวไว้ได้อีกคน  เขาล้มลงไปกับพื้นเพราะขาข้างหนึ่งถูกล็อกไว้ตอนจะวิ่งหนี

“โซ…โนะ…!!!”  มิยูกิเค้นเสียงเรียกด้วยความเป็นห่วง  ตัวเขาเริ่มเย็นเฉียบจากความเย็นที่แผ่ออกมาจากเงา  ตอนนี้สติของเขาเริ่มไม่มั่นคง  แรงจะขยับตัวก็ถูกสูบไปเสียหมด

“ปล่อยนะเฟ้ยไอ้บ้า!!  ไอ้ขี้ขลาด!!!”  คนถูกคว้าตัวไว้ได้พยายามยกขาอีกข้างถีบมือที่จับขาไว้เต็มแรง  แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ผล

“พวกแกต้องตาย!!!  ต้องตาย!!!  ต้องตายให้หมด!!!!”  อีกฝ่ายกลับไปคร่ำครวญพลางยกมือกุมหน้าอีกหน

“โธ่เว้ย!!!”  มาเอโซโนะสบถอีกครั้งขณะพยายามหาทางเอาตัวรอด

กัปตันกลอกตามองไปมาเท่าที่ทำได้  มุมที่เขานอนอยู่หันหลังให้กับโค้ชจึงไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง  ส่วนด้านขวาก็ได้ยินแค่เสียงเพื่อนร่วมทีมที่ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก  แต่ยังไงด้วยความมืดในยามนี้ก็ทำให้มองอะไรไม่เห็นอยู่ดี

“ตายตายตายตายตายตายตาย!!!”

เสียงกรีดร้องของอดีตรุ่นพี่ดังเสียจนแสบแก้วหู

และในตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจเค้นแรงที่มีตะโกนออกมา  “คุราโมจิ!!!”

“รู้แล้วน่า!!!!”

รองกัปตันอีกคนอาศัยจังหวะวิญญาณร้ายมุ่งเป้าทำร้ายตัวเขาและมาเอโซโนะและความมืดในโรงฝึกพุ่งออกมากระโจนรวบตัวเพื่อนร่วมทีมที่ถูกสิงทันที

“อั่ก!!!!”

เสียงอีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเจ็บดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงของหนักกระแทกพื้น  ทันใดนั้นแรงกดและความเย็นเยียบซึ่งปกคลุมร่างของมิยูกิไว้ก็พลันหายไป

“โค้ชครับ!!!”  มาเอโซโนะคว้าไฟฉายขึ้นมาอีกครั้งแล้ววิ่งไปดูอาการคนถูกจับตัวไว้คนแรก

“แก!!!!!!”  เสียงกรีดร้องของอดีตรุ่นพี่ยังดังขึ้นมาอีก

“มิยูกิ!!มาช่วยหน่อย!!!!”  เจ้าของฉายาชีต้าห์ตะโกนเรียก  กัปตันรีบกัดฟันลุกขึ้นยืนแล้วฉายไฟใส่  เห็นคุราโมจิล็อกร่างวาตานาเบะไว้กับพื้นด้วยท่ามวยปล้ำของถนัด  ในใจนึกขอบคุณตัวเองขึ้นมาทันทีที่เลือกให้เขาคนนี้เป็นคนลอบโจมตี

เขาหันไปมองทางมาเอโซโนะกับโค้ชเล็กน้อย  พอได้ยินเสียงคาตาโอกะบอกว่าไม่เป็นไรกับเพื่อนตนจึงรีบวิ่งไปตามเสียงเรียก  ฮิโนวะในร่างเสนาธิการประจำทีมถูกล็อกตัวไว้แน่น  แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกดิ้นเพื่อหนีเป็นอิสระ  กลับกันแล้วดูเหมือนคุราโมจิจะเป็นฝ่ายหมดแรงเสียก่อนด้วยซ้ำ

“ดูสิว่าสมุดอยู่กับตัวไหม!!!”  คนล็อกตัวรีบสั่งเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาช่วย

“ไม่ต้องบอกก็รู้น่า!!”  เขาโต้กลับแต่ก็รีบค้นตัวคนตรงหน้าทันที

“ปล่อย!!!!!!”  แน่นอนว่ารุ่นพี่ขัดขืนเต็มที่

มิยูกิรีบค้นตัวอีกฝ่ายก่อนจะไม่มีเวลา  (ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ใช้เวลาขนาดนั้น)  และแล้วความกลัวลึก ๆ ในใจเขาก็กลายเป็นจริงเมื่อไม่เห็นวี่แววสมุดบันทึกต้นเหตุอยู่ในตัวเลย

“ไม่มีสมุดจริง ๆ ด้วย…”  เสียงเขาเบาโหวง

“ห้ะ!!?”  คนรับหน้าที่ล็อกตัวไว้อุทานเพราะไม่ได้ยิน

“ฉัน-บอก-ให้-ปล่อย!!!!”

ทันใดนั้นทั้งสองคนก็ถูกแรงบางอย่างกระแทกจนกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง

“อั่ก!!!!!”  หลังของมิยูกิกระแทกกับพื้นเต็มแรงจนร้าวไปทั้งตัว  ส่วนคุราโมจิก็ตกในสภาพไม่ต่างกัน

“คุราโมจิ!!!?”  รองกัปตันอีกคนได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมร้องด้วยความเจ็บปวดเลยละสายตาจากโค้ชมามองทางนี้แทน  “เป็นไงบ้าง!!?”

“ระวังตัวด้วยครับโค้ช!!  โซโนะ!!!”  คนไว้ผมทรงแยงกี้รีบตะโกนเตือนไว้ขณะพยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็ไม่สำเร็จ

ฮิโนวะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนช้า ๆ  ท่าทางของเขาดูเหมือนซอมบี้มากขึ้นทุกที  “ไม่ให้อภัย…ฉันจะไม่ให้อภัยพวกแก…จะไม่ให้อภัยเด็ดขาด…ไม่ให้อภัยเด็ดขาด…”

คนใส่แว่นเดาะลิ้น  รีบฝืนความเจ็บลุกขึ้นยืนแล้วมองหาไฟฉายที่หลุดจากมือตอนตัวกระแทกกับพื้น  แล้วเตรียมจะก้าวขาไปหยิบ

ขยับเท้าไม่ได้

เขารีบก้มมองขา  ความมืดทำให้มองเห็นอะไรไม่ชัดนัก  แต่แสงไฟฉายใกล้ ๆ ช่วยบอกให้รู้ว่าเท้าของเขาถูกเงาดำยึดไว้จนไม่อาจขยับไปไหนได้

“หนอยแก–!!!!”  มาเอโซโนะชักทนไม่ไหวที่ต้องตกเป็นรองตลอดเลยรีบวิ่งตรงมาเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ตัวต้นเหตุ

“อย่าเข้ามา!!!!”

แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกห้ามไว้

“เดี๋ยวถูกจับไว้อีก…อย่าเข้ามา…”  กัปตันพูดต่อ  ความเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งกลับมาอีกหน  คราวนี้มันค่อย ๆ  ลามขึ้นมาจากเท้าอย่างเชื่องช้า

“ชิ…”  คุราโมจิสบถด้วยความเจ็บใจ  เขานั้นโชคร้ายกว่าอีกคนตรงที่ลุกขึ้นยืนไม่ทัน  ตอนนี้ตัวเขาจึงเป็นฝ่ายถูกล็อกค้างในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่งแทน

“รุ่นพี่…ฮิโนวะ…”  คาตาโอกะลุกขึ้นยืนช้า ๆ  แรงของเขายังไม่กลับมาดีจนมาเอโซโนะต้องช่วยประคองไว้  “ปล่อยพวกเขา…ไปเถอะครับ….”

“หา!?”  อดีตรุ่นพี่ขึ้นเสียงสูง  ดูเหมือนเขาจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบทันทียามโค้ชทำอะไรสักอย่าง  “ทำไมฉันต้องทำตามที่แกบอกด้วย!!!?”

“พวกเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว…”  คนขอร้องพูดเสียงหอบ  “ถ้าคุณจะเอาคืน…ก็เอาคืนแค่ผมคนเดียวเถอะ”

“พูดอะไรออกมาละครับโค้ช!!!!!???”  คนช่วยประคองรีบห้ามไว้

“อย่านะครับ!!!”  มิยูกิก็รีบช่วยแย้ง

เหมือนข้อเสนอนั้นจะได้ผล  อีกฝ่ายเบิกตากว้างขณะยกมือกุมหน้าไว้จนเห็นหน้าเพียงแค่ซีกเดียว  “…ว่าไงนะ?”

“คุณจะทำอะไรผมก็ได้…”  แววตาของคนพูดดูเผิน ๆ ก็รู้ว่าเอาจริง  “แต่ปล่อยเด็กในทีมผมไปเถอะครับ…”

“โค้ช!!?”  ทั้งสามคนอุทานพร้อมกัน

“หยุดนะครับโค้ช!!!”  คุราโมจิรีบห้ามเสียงลนลาน  “คุณจะไปยอมเขาทั้งที่ไม่ผิดไม่ได้นะ!!!”

“ฉันปล่อยพวกนายเป็นอะไรไปเพราะฉันไม่ได้หรอก”  เขาตอบเสียงจริงจัง  “มันเป็นความรับผิดชอบของฉัน”

“พวกผมก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่!!!!”  กัปตันรีบช่วยกล่อมด้วย  เขาพยายามสะบัดขาให้เท้าหลุดเต็มที่แต่ก็ไม่ได้ผล

“อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกนายเป็นอะไรไปเพราะฉันจริง ๆ แล้วกัน”

คำพูดของคาตาโอกะทำพวกเขาเงียบลงเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี  พวกเขารับรู้ได้ว่าคนพูดคิดอย่างนั้นจริง ๆ  และก็เข้าใจความรู้สึกเขาดีด้วย

แต่มันไม่ใช่…

พวกเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่  มันไม่ควรเป็นแบบนั้น  แต่ก็นึกไม่ออกว่าแล้วมันควรจะเป็นแบบไหน

มันไม่ใช่

มิยูกิกัดปากตัวเองเบา ๆ  เขาไม่เคยนึกเจ็บใจถึงขนาดนี้มาก่อนเลย

“นายบอกว่า…นายจะยอมรับผิดแล้วเหรอ…?”

เสียงของฮิโนวะทำลายความเงียบขึ้นก่อน  ร่างของวาตานาเบะค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาใกล้ ๆ  รอยยิ้มบิดเบี้ยวผุดขึ้นบนหน้าพร้อมกับเสียงพูดแผ่วเบาดังออกจากปาก  “นายจะยอม…รับผิดแล้วเหรอ…?”

“…ครับ”  คาตาโอกะดันตัวคนช่วยประคองออกแล้วขยับเดินเข้าไปหาบ้าง

“อย่านะโค้ช!!!!”  มาเอโซโนะยังไม่ละความพยายามที่จะห้าม  แต่ชั่วอึดใจเดียวตัวเขาก็กระเด็นไปกระแทกผนังโรงฝึกเต็มแรง  “—อั่ก!!!”

“โซโนะ!!!?”รองกัปตันอีกคนอุทานเสียงหลง  ก่อนจะส่งเสียงหายใจหนัก ๆ ตามมาเป็นคนที่สอง  “…อึ่ก!!?”  เมื่อค้นพบว่าเงาดำที่รัดตัวเขาไว้เริ่มคืบคลานเข้าคลุมทั้งตัวช้า ๆ

โค้ชหันไปมองสภาพเด็กในทีมด้วยความตกใจ  ก่อนรีบตวาดเสียงหลง  “ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้!!!!”

“นายกล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอ…?”  ฮิโนวะเลิกคิ้วมอง

“อึ่ก…”  คนถูกย้อนชะงักไปเล็กน้อย  เขาเหลือบมองดูสภาพคนอื่น ๆ ด้วยความชั่งใจแล้วรีบข่มอารมณ์ตัวเองให้ลดเสียงลง  “…ขอโทษครับ…”

“ไม่เป็นไร  ถ้านายตระหนักได้แล้วก็ดี”  คนตรงหน้ายิ้ม  รอยยิ้มนั้นดูอ่อนโยนเสียจนนึกว่าคนตรงหน้ากลับมาเป็นวาตานาเบะคนเดิมแล้ว  แต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปในทันที  “คนผิดก็ต้องรับผิด…สินะ”

“…ครับ”  คาตาโอกะทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้าเงียบ ๆ

“โค้ช  หยุดนะครับ…”  มิยูกิรีบห้ามเอาไว้  “คุณจะเสียสละตัวเองช่วยพวกผมไม่ได้—!!!!”  แต่ก็ต้องเงียบลงทันทีเมื่อเห็นแววตาของอดีตรุ่นพี่มองตรงมาที่ตัวเอง

“หุบปากซะ  คนเขากำลังคุยกัน”  แววตานั้นเยือกเย็นเสียจนร่างกายสั่นออกมาด้วยความกลัว  รู้สึกได้ว่าเหงื่อไหลออกมาทั้งกายทั้งที่ตัวเย็นจนเกือบชา

โค้ชส่งสายตาบอกว่าไม่เป็นไร  แล้วพูดกับคนตรงหน้าต่อ  “จะให้ผม…ทำอะไรล่ะครับ”

“ทำ…?  อ๋อ!!!”  ฮิโนวะทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะร้องอ๋อออกมา  แล้วล้วงมือหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ  อะไรบางอย่างสะท้อนกับแสงไฟฉายบนพื้นเข้าตาพวกเขา  ก่อนจะเห็นว่าเป็นกรรไกรหลังจากเพ่งมองได้สักพัก

ลางสังหรณ์บอกพวกเขาว่าจะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น

ฮิโนวะเดินมาใกล้แล้วยื่นกรรไกรในมือให้  “เอ้า”

รุ่นน้องมองของในมืออีกฝ่ายก่อนจะถามขึ้นช้า ๆ  “…ทำไมเหรอครับ…”

“รับไปสิ”  รอยยิ้มบนหน้าคนพูดกลับมาอ่อนโยนอีกหน

ลางสังหรณ์ของคาตาโอกะทำเขาลังเล  “ทำไมต้อง…กรรไกร…?”

“นายเป็นคนฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ…?” รอยยิ้มของอดีตรุ่นพี่กลับมาบิดเบี้ยว  “ถ้าอยากชดใช้…ก็จงฆ่าตัวตายซะ”

ฆ่าตัวตาย?

“อย่านะครับโค้ช!!!!”  มาเอโซโนะรีบตะโกนขัดขึ้นมาหลังจากได้ยิน  “อย่าไปฟังไอ้บ้านั่นพูด—”

“ฉันบอกว่าให้เงียบไง!!!!!”

เสียงตะคอกดังก้องไปทั่วบริเวณ  เปลี่ยนเป็นความกลัวเข้าจู่โจมลูกทีมสามคนจนพูดอะไรไม่ออก

แววตาของฮิโนวะวาวโรจน์  “ถ้าพวกแกยังคิดจะสอดอีก  ฉันฆ่าพวกแกแน่”

ทั้งสามคนเงียบลงเหมือนจำยอม  พอเขาเห็นดังนั้นก็หันกลับมาหาโค้ชอีกครั้ง  “ว่าไงล่ะ  จะทำหรือไม่ทำ?”

“…ผม…”  ผู้ได้รับข้อเสนออดลังเลขึ้นมาตามสัญชาตญาณป้องกันด้วย

อดีตรุ่นพี่เดาะลิ้น  สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคียดแค้นอีกครั้ง  “…ก็เพราะอย่างนี้แหละฉันถึงได้เกลียดพวกเซย์โดนัก…งั้นก็ได้  นายไม่ทำก็ไม่เป็นไร”  แล้วก็ยกมือข้างที่ถือกรรไกรขึ้นระหว่างอกแทน

“ถ้านายไม่ฆ่าตัวตายก็ไม่เป็นไร…ฉันจะเป็นคนฆ่านายเอง”

แล้วเขาก็ง้างมือในท่าเตรียมแทงปลายกรรไกรเข้าใบหน้าอีกฝ่าย

การกระทำของฮิโนวะอยู่เหนือความคาดหมายเสียจนทุกคนพูดไม่ออก

ว่าไงนะ

หัวใจของมิยูกิตกไปอยู่ตาตุ่ม  เขารีบเค้นแรงที่เหลือสลัดขาตัวเองให้หลุดจากพันธนาการแต่ก็ไม่ได้ผล  เงาดำบนพื้นคืบคลานขึ้นมาช้า ๆ จนถึงบริเวณเอวแล้ว  ส่วนสองคนที่เหลือก็ไม่ต่างกัน  คุราโมจิถูกเงาดำคลุมบริเวณตัวไว้หมด  ส่วนมาเอโซโนะก็ยังถูกตรึงไว้กับกำแพงเหมือนเดิม

“…ตกลงว่าไง?”  สายตาของอดีตรุ่นพี่ไม่มีเค้าความล้อเล่นอยู่เลย

คาตาโอกะนิ่งไป  เขาหันมองลูกทีมผู้เป็นลูกศิษย์ตัวเองช้า ๆ ทีละคน  ก่อนจะหันกลับไปประจันหน้ากับอดีตรุ่นพี่สมัยเรียนอีกครั้ง  เขาถอนหายใจ  ก่อนจะหลับตาลง  “เชิญครับ”

“อย่านะโค้ช!!!!?”  คุราโมจิร้องเสียงหลง

“โค้ชครับ!!!!!”  มาเอโซโนะเองก็ตะโกนเสียงสั่น

“ดีมาก”  รอยยิ้มระบายเต็มบนใบหน้าของวาตานาเบะ  เขากำกรรไกรยกมือขึ้นสูงประมาณหัวเพราะอีกฝ่ายตัวสูงกว่า  แล้วเบี่ยงแขนเอนไปด้านหลัง

“แล้วจงไปชดใช้ความผิดในนรกซะ”

.

.

.

.

.

.

 

“ใครมันจะไปยอมกันเล่า!!!”

เสียงใครบางคนดังแหวกความมืดออกมา

ทุกคนรวมถึงฮิโนวะหันไปทางต้นเสียง  แสงไฟฉายสว่างวาบออกมาแถวหน้าประตูห้องชมรม  ฉายให้เห็นตัวของเอย์จุนและฟุรุยะยืนอยู่คู่กัน

“ซาวามูระ!!!?”  คุราโมจิร้องเสียงหลง

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้

กัปตันมองหน้ารุ่นน้องด้วยความสับสน  เขาจำได้ว่าเขาย้ำนักหนากับพวกชิราสุแล้วว่าให้เฝ้าเจ้าพวกนี้ไว้ให้ดี ๆ  ดังนั้นไม่มีทางที่สองคนนี้จะหนีรอดสายตาพวกนั้นมาอยู่ตรงนี้ได้

แปลว่าพวกชิราสุปล่อยออกมา?

ตอนนี้เขาไม่มีเวลานั่งคิดหาเหตุผล  ได้แต่มองหน้ารุ่นน้องจอมป่วนค้างอยู่อย่างนั้น

“พิชเชอร์เซย์โด…?”  แม้แต่อดีตรุ่นพี่ยังปิดความตกใจบนใบหน้าได้ไม่มิด

“บอส!!! พวกผมเจอสมุดบันทึกแล้ว!!!!!”  เอย์จุนไม่รอช้ารีบตะโกนออกมาก่อน

“…ว่าไงนะ!!!!?”  พวกรุ่นพี่ทั้งสามคนร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกัน

แววตาของเจ้าของสมุดเปลี่ยนเป็นเสียขวัญ  “นี่แก!!! ส่งมาเดี๋ยวนี้!!!!!!”

เงาดำผุดขึ้นจากพื้นรอบตัววาตานาเบะแล้วพุ่งเข้าเตรียมจะทำร้ายผู้มาใหม่สองคน  จอมโวยวายชะงักแล้วหันซ้ายหันขวา  “เอาไงดีเนี่ย!!?”

“รุ่นพี่มิยูกิ”  ฟุรุยะเรียกชื่อแคชเชอร์ตัวจริงด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดังพอให้อีกฝ่ายได้ยินด้วยท่าทางไร้ซึ่งความร้อนรนแม้แต่นิด  “เตรียมรับด้วยนะครับ”

หา?

ยังไม่ทันที่กัปตันจะทำความเข้าใจดี  เอซประจำทีมก็ตั้งท่าเตรียมขว้างลูกแบบที่เคยทำ  แล้วก็ขว้างอะไรบางอย่างในมือออกมาด้วยความเร็วสูง

มิยูกิยกมือขึ้นตั้งท่ารับตามสัญชาตญาณแคชเชอร์  วัตถุชิ้นนั้นพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงอย่างไม่น่าเชื่อเข้าสู่มือคนรับอย่างมั่นยำราวกับจับวาง

“เหวอ!!!!”  เสียงเอย์จุนดังขึ้นตามด้วยเสียงของหนัก ๆ กระแทกกัน  ดูเหมือนทั้งสองคนจะหลบการโจมตีจากอดีตรุ่นพี่ได้อย่างฉิวเฉียด

รุ่นพี่ก้มมองของในมือก่อนจะอดยิ้มออกมาไม่ได้

ทีตอนแข่งละไม่เห็นจะขว้างได้สวยแบบนี้เลย

“ส่งมาเดี๋ยวนี้!!!!!”  ฮิโนวะเปลี่ยนเป้าการโจมตีเป็นคนใส่แว่นหลังจากเห็นสมุดของตนเปลี่ยนมาอยู่ในมืออีกฝ่าย  เขาเงยหน้าขึ้นมองวิญญาณอาฆาตในร่างเพื่อนตรงหน้า  ก่อนจะพูดขึ้นมาเบา ๆ

“ไนซ์บอล”

ก่อนจะลงมือฉีกสมุดบันทึกตัวต้นเหตุในมือทันที

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s