Ace of Diamond · Fiction

[Fic] The Forgotten Pages – Chapter 13

บทนี้ถ้าอ่านงง ๆ ต้องขออภัยด้วยนะคะ  เผอิญมานั่งอ่านอีกรอบแล้วรู้สึกแปลก ๆ เลยจับแก้ไปเยอะ  แถมตอนนี้ก็ง่วงมากด้วย orzll  (แก้ไปสติหายไป)

ตอนนี้มิยูกิออกแล้วนะคะ  //โฆษณา(?)

 

The Forgotten Pages

Rates : PG-13

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะลงจากบันไดพ้น  พื้นตรงเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างแรงเหมือนเวลามีแผ่นดินไหว

ตึง!!!

“เหวอ!!!”  โทโจทรงตัวไม่อยู่เลยล้มลงไปกับพื้นเพราะยังไม่หายเจ็บร้อยเปอร์เซ็น

“โทโจ!!?”  รุ่นพี่อุทาน  รีบย่อตัวจะลงไปดึงตัวให้ลุกขึ้น

ตึง!!!

“เฮ้ย!!!”  เขาเสียหลักล้มตามไปอีกคน

“ไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัย—“

เสียงปริศนาดังขึ้นจนแก้วหูทั้งสามคนจะระเบิด  พื้นยังคงสั่นสะเทือนจนฟุรุยะเกือบจะล้มตามเป็นคนที่สาม  เขากัดฟันกรอด  พยายามประคองตัวเองให้ยืนตรงอยู่ให้ได้

แล้วแรงอะไรบางอย่างก็กระแทกเข้าที่ท้อง

“อึ๊ก!!!”

ร่างของผู้ถูกหมายหัวโดนแรงบางอย่างผลักกระเด็นไปติดกำแพงตึก  ก่อนจะถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเข้าที่คอจนหายใจไม่ออก  เอซประจำทีมยกมือขึ้นพยายามแกะมือออกจากคอเพื่อเอาชีวิตรอด  แต่แรงของอีกฝ่ายมีมากเกินจนไม่อาจทำอะไรได้

“ฟุรุยะ!!!”  รองกัปตันเงยหน้าขึ้นมาเห็นเลยรีบปราดเข้ามาจะช่วย

“ไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัย—“

พื้นทางเดินสั่นอีกรอบเหมือนมีคนจับเขย่า  เขาออกแรงฝืนไม่ให้ตัวเซถลาไปตามแรงแล้วตะปบมือเข้าบริเวณด้านหน้าคอรุ่นน้อง  สัมผัสเย็นเฉียบของผิวมนุษย์แผ่เต็มฝ่ามือ  เขาอดตกใจไม่ได้แต่ก็รีบออกแรงเพื่อดึงมือล่องหนนั้นให้หลุดออกมา  “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเฟ้ย!!!”

โทโจเองก็รวบรวมแรงขาเพื่อยันตัวขึ้น  ก่อนจะรีบเข้ามาช่วยดึงอีกแรง  “ปล่อยตัวฟุรุยะนะ!!!”

“ไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัยไม่ให้อภัย—“

แรงกระแทกบางอย่างพุ่งเข้าชนทั้งสองคนจนกระเด็นลงไปล้มกับพื้น

“อั่ก!!!”

ฟุรุยะยังลอยอยู่เหนือพื้นในสภาพหลังติดผนัง  มือค่อย ๆ อ่อนแรงลงจากการขาดอากาศหายใจ  สติของเขาเริ่มหลุดลอย  แม้แต่จะลืมตาก็ยังไม่มีแรง

“แก…”  รุ่นพี่คำรามขณะฝืนความเจ็บเพื่อลุกขึ้นมาอีกหน  แต่ร่างกายกลับไม่ยอมตอบสนองมากนักเพราะยังเจ็บไปทั่วร่างกายจนชา

เอซกลอกตามามองทั้งสองคนช้า ๆ  ปากขยับขึ้น ๆ ลง ๆ ราวกับจะบอกอะไรสักอย่าง

ฟุรุยะ!!?

เพื่อนร่วมชั้นรีบยันตัวเองขึ้นยืนอีกหน  ขณะนั้นเองที่สายตาเขาเหลือบไปเห็นไม้เบสบอลซึ่งมาเอโซโนะพกติดตัวมาด้วยกลิ้งลงบันไดตามแรงสั่นสะเทือนจนมาหยุดใกล้มือตน

“…ปล่อยฟุรุยะเดี๋ยวนี้!!!”

เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย  เงื้อไม้เบสบอลเข้าฟาดบริเวณอากาศด้านหน้าตัวเพื่อนทันควัน

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก–!!!!!”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นแทบจะทันใด  พร้อมกับตัวฟุรุยะร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนตุ๊กตาเชือกขาด

“ตะ…ตอนนี้แหละ!!”

มาเอโซโนะรวบรวมพลังดึงคนบนพื้นให้ลุกขึ้น  แล้ววิ่งนำอีกคนที่เหลืออย่างไม่คิดชีวิต  โทโจก้าวเท้าตั้งหลักเล็กน้อยหลังจากร่างกายเสียสมดุลจากการเหวี่ยงไม้เต็มกำลัง  ก่อนจะตะโกนเรียกคนวิ่งนำหน้า  “ระ…รุ่นพี่โซโนะ!!”

“มีอะไร!?”  อีกฝ่ายตะโกนกลับมาโดยไม่หันมามอง

“ห้องผมไม่ได้ล็อกกุญแจ!!”  เขาตะโกนบอกพร้อมกับรีบวิ่งตามมา  “เข้าไปหลบในนั้นก่อนเถอะ!!”

“ห้ะ!?”  รุ่นพี่ตะเบ็งเสียงกลับงง ๆ แต่ก็ตัดสินใจทำตาม  “อะ…เออ!!”

ห้องของโทโจอยู่ถัดออกไปไม่ไกล  เขาเร่งความเร็วฝีเท้าจนปราดไปถึงประตู  หมุนลูกบิดแล้วกระชากบานประตูออกมาเต็มแรง  มาเอโซโนะโยนตัวฟุรุยะเข้าไปในห้อง  ตามด้วยเจ้าของห้องวิ่งตามเข้ามาติด ๆ  ปิดท้ายด้วยตัวเขาเองที่วิ่งเข้าไปในห้องแล้วรีบล็อกประตู

ตึง!!!

“เหวอ!!!”

หลังจากทั้งสามคนเข้าไปอยู่ในห้องได้ไม่ถึงห้าวินาที  ประตูก็ถูกทุบเต็มแรงจากภายนอกจนบานทั้งบานสั่นกราว

ตึงตึงตึงตึงตึงตึง!!!!!!

แรงกระแทกจากด้านนอกส่งผลให้ประตูสั่นจนน่ากลัวว่าจะพังในเวลาไม่นาน  รองกัปตันยืนขวางด้านหน้าเตรียมพร้อมรับมือหากประตูถูกพังเข้ามา  ส่วนโทโจย่อตัวอยู่ด้านหน้าคนเจ็บ  มือยังกำไม้เบสบอลไว้ไม่ห่าง

“ไม่ให้อภัย…เอซแห่งเซย์โด…ไม่ให้อภัย…”

เสียงปริศนาดังขึ้นมาอีกครั้ง  คราวนี้มันค่อย ๆ แผ่วเบาลงจนเงียบหายไปพร้อมกับแรงทุบที่ประตูหยุดลง  ทั้งสามคนยังตั้งท่าระวังอยู่สักพัก  พอเห็นว่าไม่เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ…”  มาเอโซโนะเป็นคนแรกที่คลายความเกร็งลง  เขาทรุดลงนั่งกับพื้นก่อนถอนหายใจยาวเพราะหมดแรง

“ไป…แล้ว?”  โทโจทรุดลงไปนั่งบ้าง  เขาปล่อยไม้เบสบอลในมือให้กลิ้งกับพื้นเงียบ ๆ

“นึกว่าจะตายแล้วซะอีก…”  รุ่นพี่เริ่มโอดครวญ

“อย่าพูดคำว่าตายสิครับ”  อีกคนสวนทันควัน  ก่อนจะนึกขึ้นได้  “เอ้อ  ฟุรุยะ!!  ไม่เป็นไรใช่ไหม!?”

สีหน้าคนถูกถามยังดูย่ำแย่อยู่  แต่เขาก็พยักหน้าน้อย ๆ  “…อืม”  ขณะไอค่อกแค่กออกมา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”  พอมาเอโซโนะเห็นว่าสีหน้ารุ่นน้องดีขึ้นมากแล้วเลยบ่นออกมา  ก่อนจะหันควับไปหาเจ้าของห้องเพราะนึกขึ้นได้  “เอ้อ  แล้วนายเป็นไงมาไงถึงไปสลบตรงบันไดได้  แล้วที่ว่าคุราโมจิหายไปนั่นหมายความว่าไง  เล่ามาให้ฟังที”

“อะ…ครับ”  รุ่นน้องพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องให้ฟัง

“นอกจากซาวามูระหายไปแล้ว  คุราโมจิก็หายไปด้วยเรอะ!?”  รองกัปตันอุทานหลังจากฟังอีกฝ่ายเล่าจนถึงตอนถูกผลักตกบันได

“เรื่องซาวามูระผมได้ยินมาจากรุ่นพี่คุราโมจิอีกที  ส่วนตอนผมฟื้นมาพวกรุ่นพี่  ก็ไม่เห็นตัวรุ่นพี่คุราโมจิแล้ว…คงเป็นแบบนั้นแหละครับ”  โทโจกัดปากตัวเองเล็กน้อยด้วยความเจ็บใจ  “ที่ได้มาตอนนี้ก็มีกุญแจโรงฝึกในร่มกับกระดาษแผ่นนี้แหละครับ”

เขาล้วงกระเป๋า  หยิบกระดาษแผ่นสีเหลืองเก่าจากห้องโค้ชออกมากางให้ดู  ทันทีที่มาเอโซโนะอ่านข้อความจบ  ตัวเขาก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันใด  “อะ…อะไรวะเนี่ย!?”

“กระดาษแผ่นนี้…”  ฟุรุยะที่สูดหายใจเข้าเต็มปอดจนหายเจ็บแล้วชะโงกหน้ามาดูบ้าง  ก่อนจะอุทานเพราะนึกถึงบางอย่างที่คล้ายคลึงกันได้

“เหมือนจะมาจากสมุดโน๊ตเมื่อเย็นเลยเนอะ”  คนเก็บกระดาษได้เปิดประเด็นขึ้นมา

“หือ  สมุดโน๊ตอะไร?”  คนไม่อยู่ในเหตุการณ์ทำหน้างง

“อ้ะ”  โทโจเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ารุ่นพี่คนนี้ยังไม่รู้เรื่องสมุดโน๊ต  “คือเมื่อเย็นพวกผมเก็บสมุดโน๊ตได้เล่มนึงครับ  ดูแล้วเหมือนจะเป็นไดอารี่ของใครสักคนเมื่อนานมาแล้ว  ส่วนเนื้อหาก็…ประมาณในนี้แหละครับ”  เขายิ้มแห้ง ๆ  “ผมคิดว่ากระดาษแผ่นนี้ก็มาจากสมุดเล่มนั้นแหละ”

“แล้วตอนนี้สมุดเล่มนั้นอยู่ไหน”  คนไม่รู้เรื่องมาก่อนถาม

“อยู่ที่รุ่นพี่มิยูกิครับ”

“มิยูกิ…เหรอ”  มาเอโซโนะชักอดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้เมื่อเพื่อนร่วมทีมคนนี้ดูมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันมากจนผิดสังเกต

“แล้วรุ่นพี่กับฟุรุยะหายไปไหนมาเหรอครับ?”  พอรุ่นน้องเล่าเรื่องตนเองออกมาแล้วจึงเปลี่ยนไปถามกลับบ้าง

คนถูกถามหันมองหน้ากัน  ก่อนมาเอโซโนะจะเป็นคนเปิดปากเล่า  โทโจหน้าซีดลงเมื่อได้ยินว่าคาเนมารุ  เพื่อนสนิทตนถูกเสียงประหลาดลากตัวหายไป  แต่เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไรมาก  เพียงแต่รับฟังเงียบ ๆ เท่านั้น

“จะว่าไป…”  ฟุรุยะพูดขึ้นบ้างหลังจากรุ่นพี่เล่าถึงตอนกลับมาทางฝั่งหอแล้วคาเนมารุหายตัวไปจบแล้ว  “พวกผมก็เจอรูปถ่ายแปลก ๆ เหมือนกัน”

“รูปถ่าย?”  โทโจทำหน้าสงสัย

“มีคนเอาปากกาเมจิคระบายหน้าคนในนั้นแล้วเขียนว่า ‘ไม่ให้อภัย’ ด้วย”

“เอ๋!?”  อีกฝ่ายร้องเสียงหลง  แล้วรีบพูดรัวใส่  “แบบเดียวกับที่เสียงแปลก ๆ นั่นพูดเลยนี่!?”

“เออจริงด้วย!!”  รุ่นพี่พยักหน้าเออออตาม

“ขอดูรูปนั้นหน่อยได้ไหม!?”  คนยังไม่เคยเห็นรีบพูดต่อ

ฟุรุยะเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อตัวเอง  ก่อนจะชะงักมือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความรู้สึกผิดไว้  “…น่าจะอยู่ที่คาเนมารุน่ะ”

“อะ…”  พอได้ยินดังนั้นคนขอก็เงียบตามไปอีกคน

“เออ  แล้วตกลงใครเป็นคนผลักนาย”  มาเอโซโนะโพล่งถามขึ้นทันทีเพราะอีกฝ่ายยังเล่าไม่ถึงตรงนี้

พอมาถึงตรงนี้  โทโจก็กลับทำท่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แทน

“โทโจ?”  รุ่นพี่ทำหน้าสงสัย

“รุ่นพี่อาจจะ…ไม่เชื่อที่ผมพูดก็ได้”  อีกฝ่ายพูดด้วยสีหน้าเจ็บใจ  “ขนาดผมเองยังไม่อยากเชื่อเลย…”

ลางสังหรณ์คนถามส่งเสียงเตือนถึงความผิดปกติ  แต่เขาก็ตัดใจถามย้ำ  “…ใคร?”

โทโจเงียบไปพักหนึ่ง  ก่อนจะเงยหน้าขึ้น  แล้วเปิดปากพูดช้า ๆ  “รุ่น—”

แปะ

เสียงบางอย่างดังมาจากทางหน้าต่าง  เรียกความสนใจทุกคนในห้องให้หันไปมองพร้อมกัน

“อะไร!?”  มาเอโซโนะขึ้นเสียงสูงผิดจากที่เคย

ฟุรุยะยัดกระดาษในมือลงกระเป๋าก่อนหรี่ตามองไปยังกระจก  ความมืดทำให้เขาเห็นอะไรได้ไม่ค่อยดีนัก  แต่ก็พอจับภาพรอยบางอย่างสีดำ ๆ บนกระจกหน้าต่างได้

แปะ

“เฮ้ย!!”  รุ่นพี่อุทานอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแบบเดิมดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง

บนกระจกมีรอยดำ ๆ แบบเดิมปรากฎขึ้นข้าง ๆ

“ระ…หรือว่า…”  โทโจลุกจากที่นั่ง  ค่อย ๆ เขยิบตัวไปทางประตู

แปะ

แปะ

แปะ

ทุกครั้งที่เสียงดังขึ้น  รอยบนกระจกก็ปรากฎขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มซ้อนทับกัน

“นะ…แน่จริงก็โผล่ออกมาสิวะ!!!”  มาเอโซโนะชักทนไม่ไหว  สาดแสงไฟจากไฟฉายไปทางกระจกพร้อมกับลุกขึ้นตะโกนลั่น

ก่อนจะหงายหลังลงไปล้มกับพื้นเมื่อเห็นชัด ๆ ว่ารอยนั้นคืออะไร

รอยเลือดรูปมือ

“รุ่น–”

เพล้ง!!

คำพูดยังไม่ทันพ้นจากปากโทโจ  กระจกในห้องก็แตกเข้ามาด้านในจังหวะเดียวกับตัวฟุรุยะถูกแรงกระแทกไร้ตัวตนจนตัวกระเด็นไปชนกับประตู

“อั๊ก!!!”

“—ฟุรุยะ!!?”  เพื่อนร่วมทีมยกมือขึ้นกันเศษกระจก  โชคดีที่พวกเขานั่งอยู่ใกล้จากหน้าต่างในห้องพอควรจึงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ  แต่เขาก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นถูกทำร้ายอีกหน

“ไม่ให้อภัย….ไม่ให้อภัย…”

เสียงผู้ชายคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้เสียงดังขึ้นใกล้ตัวเหมือนมีใครกำลังพูดอยู่ในห้อง

“ฉันจะฆ่าแก…เอซแห่งเซย์โด…”

ฆ่า?

ราวกับคำ ๆ นั้นไปสับสวิตซ์บางอย่างของโทโจเข้า

“ทำไมต้องฆ่ากันด้วย!!!?”

เจ้าของห้องคว้าไม้เบสบอลบนพื้นแล้วปราดเข้ามายืนขวางตรงหน้าฟุรุยะ  ขณะที่มาเอโซโนะรีบเข้าไปช่วยประคองรุ่นน้องให้ลุกขึ้นยืน

“พวกฉันไปทำอะไรให้นายหรือยังถึงต้องทำกันถึงขนาดนี้!!?  ”

เสียงนั้นเงียบไปเหมือนจะฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

พอทุกอย่างเงียบ  เขาก็ได้โอกาสถามต่ออีก  “หรือว่าถึงจะทำอะไรไป…ก็ไม่เห็นถึงขั้นต้องฆ่ากันเลยไม่ใช่เหรอ!!!  เอาแต่แอบซ่อนตัวอยู่อย่างนี้มันไม่แฟร์เลยนี่!!!”

เจ้าของเสียงปริศนายังเงียบ   รองกัปตันเหลือบมองรุ่นน้องอีกคนก่อนจะรีบถามอาการคนเจ็บ  “เป็นอะไรไหม!?”

ฟุรุยะเหลือบตาขึ้นมอง  เขาชักหงุดหงิดที่ตัวเองถูกจับกระแทกกำแพงแล้วสองหน  “ครับ”

“โอเค”  รองกัปตันพยักหน้า  ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปหาลูกบิดประตูด้านหลัง

“ไม่ให้อภัย…”

มือของรุ่นพี่จำต้องชะงักเมื่อเสียงชายคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง

“ไม่ให้อภัย?  ไม่ให้อภัยอะไร!?”  โทโจเริ่มเข้าโหมดโกรธจัด  “หรือถึงจะทำเรื่องไม่ดีแค่ไหน  แต่มันต้องถึงขั้นเอาชีวิตกันเลยเหรอ!!?”

“ดึงความสนใจเข้าไว้  โทโจ”  มาเอโซโนะพึมพำกับตัวเอง  เขาใช้จังหวะตอนรุ่นน้องระเบิดอารมณ์ใส่บุคคลล่องหนหมุนลูกบิดประตู  แล้วดึงให้บานประตูแง้มมากพอตัวคนลอดออกไปได้

“เอซแห่งเซย์โด…ไม่ให้อภัย…”

ความอดทนของโทโจมาถึงจุดสิ้นสุด

“ก็บอกมาสิว่าไม่ให้อภัยเรื่องอะไร!!!”

ตึง!!!

เก้าอี้โต๊ะทำงานล้มลงกับพื้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

โทโจชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยังกำไม้เบสบอลแน่น  ส่วนมาเอโซโนะค้างอยู่ในท่าดึงแขนรุ่นน้องอีกคนเตรียมจะหนีออกจากห้อง

“ไม่ให้อภัย…เรื่องอะไร…เหรอ…”

เสียงชายปริศนาดังขึ้นเบา ๆ  แต่ก้องกังวานไปทั่วห้อง

แม้จะมองไม่เห็นตัว  แต่ทั้งสามคนก็หันไปมองตรงกลางห้องเป็นตาเดียวกัน

แล้วก็จับได้ว่าของใช้ต่าง ๆ ในห้องค่อย ๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ

“ก็เพราะแก…เอซแห่งเซย์โด…”

โทโจคิดไปแวบหนึ่งว่าเขาเห็นตัวผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า

“เพราะแก…ฆ่าฉัน….”

ฆ่า!?

“หนีไปเร็ว!!!!”

มาเอโซโนะสะดุ้งสุดตัวหลังได้ยินเสียงรุ่นน้องตรงหน้าตะโกน  แล้วรีบเหวี่ยงตัวฟุรุยะออกไปนอกประตูเต็มแรง

“อั่ก!!!”

เสียงรุ่นน้องอีกคนในห้องร้องขึ้น  พอหันกลับไปมองก็เห็นเขาถูกชั้นวางทีวีกระแทกจนล้มไปกับพื้น

“โทโจ—อั๊ก!!!!”  พอรองกัปตันจะเข้าไปช่วยก็ถูกโต๊ะหนังสือในห้องกระแทกเข้ากลางตัวจนหงายหลังไปกับพื้น

ฟุรุยะซึ่งเพิ่งจะยันตัวขึ้นยืนได้เบิกตาโตด้วยความตกใจ  เขารีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องแล้วพยายามผลักชั้นวางทีวีออกจากตัวเพื่อนร่วมชั้น

“เพราะแกฆ่าฉัน…เอซแห่งเซย์โด…พิชเชอร์เซย์โด….เกลียด…….เกลียด………”

เสียงชายปริศนากลับมาดังขึ้นเรื่อย ๆ อีกครั้ง  ฟุรุยะสาบานได้เลยว่าเขาเห็นเงาตรงกลางห้องกำลังบิดเบี้ยวจนแทบไม่เป็นร่างคน

“หนีไป…ฟุรุยะ…”  โทโจกัดฟันกลั้นความเจ็บ  รีบไล่เพื่อนออกไปให้ไกลที่สุด

เจ้าของชื่อส่ายหัว  “ไม่ได้  เราต้องหนีไปด้วยกัน”

“เกลียด….เกลียด…..เกลียด…..”

“เจ้านี่กะเล่นงานนาย…หนีเร็ว…”  มาเอโซโนะเปิดปากเอ่ยไล่บ้าง

ฟุรุยะรีบส่ายหัวแรงกว่าเดิม  “ผมไม่หนี”

“เกลียด….เกลียด….เกลียด…”

โทโจฝืนความเจ็บ  ขยับแขนข้างขวาที่ยังว่างอยู่ล้วงกระเป๋าเสื้อตัวเองแล้วหยิบกุญแจดอกหนึ่งยื่นให้คนตรงหน้า  “รีบนี่ไป…”

อีกฝ่ายรับมาด้วยความสงสัย  “นี่มัน?”

“กุญแจโรงฝึกในร่ม”  เพื่อนร่วมทีมเค้นเสียงอธิบาย  “ลองไปดูให้ที…ที่นั่นอาจจะ…มีอะไรอยู่ก็ได้…”

ฟุรุยะนึกเรื่องที่โทโจเล่าว่าคุราโมจิเห็นเงาคนอยู่ในโรงฝึกในร่มออกทันที  เขามองคนตรงหน้าด้วยความลังเลเล็กน้อย  ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า  หย่อนกุญแจลงกระเป๋าเสื้อตัวเอง

โทโจยิ้มบาง ๆ ออกมาเมื่อเห็นอีกคนยอมทำตามที่ตนบอก  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังอีกครั้ง  “รีบหนีไป…เร็ว…”

“พวกฉันไม่เป็นไรน่า…”  มาเอโซโนะเปิดปากขึ้นบ้างเมื่อเห็นคนเหลือรอดอีกคนยังไม่ยอมขยับตัวไปไหน  “มันกะเล่นงานนาย…เพราะงั้นพวกฉันไม่เป็นไรหรอก…”

“เกลียด…เกลียด….เกลียด….เกลียด….เกลียด….”

เสียงปริศนายังดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับสิ่งของในห้องลอยสูงกลางอากาศเตรียมพร้อมเข้าจู่โจมทุกคนในห้อง

เอซประจำทีมกำหมัดแน่น  ชั่งใจว่าจะหนีไปตามที่ทุกคนบอกหรือจะอยู่ช่วย

“ฉันจะฆ่าแกเอซแห่งเซย์โดฉันจะฆ่าแก!!!”

“หนีไปซะ!!!”

ทั้งสองคนตะโกนขึ้นพร้อมกัน  เรียกสติของฟุรุยะให้กลับมา  เขาหันหลังวิ่งเต็มฝีเท้าออกไปนอกห้องและดึงประตูปิดตาม

ตึง!!!

โครม!!!!

เสียงของหนักกระแทกบานประตูดังจนราวกับทั้งตึกจะสั่นตามไปด้วย  เขาหยุดหอบเพื่อดึงอากาศเข้าปอดอีกครั้ง  ก่อนจะหันกลับไปเปิดประตูบานเดิมเพื่อจะเข้าไปช่วยทุกคน

ว่างเปล่า

ไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว

แม้แต่ของใช้ต่าง ๆ ก็กลับเข้าที่ตามปกติ  ไม่มีเงาของโทโจ  มาเอโซโนะ  หรือชายปริศนาอีกต่อไป  ทุกอย่างกลับเป็นปกติจนผิดปกติ  ความเงียบในอากาศยิ่งทำให้บรรยากาศวังเวงขึ้นอีก

โทโจ  รุ่นพี่โซโนะ

หายไปไหน?

ฟุรุยะยืนเคว้งอยู่หน้าห้อง  ก่อนจะลองเปิดปากเรียกทุกคนดู  “โทโจ…รุ่นพี่โซโนะ…?”

ทุกอย่างเงียบเฉย

ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นเข้าทั่วร่างจนอยากอาเจียน  เขาต้องรีบยกมือจับบานประตูไม่ให้ตัวล้มลงไปทรุดกับพื้น  รู้สึกหมดแรงเสียยิ่งกว่าตอนถูกทำร้ายสองรอบที่แล้วเสียอีก

ที่ผ่านมาเขายังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกลัวถึงขนาดนี้เลย

…ไม่ได้สิ

โทโจกับรุ่นพี่โซโนะหาทางให้เราหนีแล้ว

และโทโจยังให้กุญแจโรงฝึกในร่มมาด้วย

ฟุรุยะหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

เมื่อลืมตาขึ้นมา  ความหวาดกลัวในดวงตาก็หายไป

โรงฝึกในร่ม

เขาไม่รอช้า  รีบวิ่งไปยังเป้าหมายใหม่ทันที

.

.

.

.

.

.

ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย

เจ็บ

เย็น

สัมผัสสองอย่างคือสิ่งแรกที่เอย์จุนรู้สึก

เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ  ภาพตรงหน้าเลือนลางอยู่แวบหนึ่งก่อนจะกลับมาชัดเจน

พื้นห้อง?

เขากะพริบตาอีกครั้ง  พอแน่ใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไปจึงค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง

“ฟื้นแล้วเหรอ…ซาวามูระ”

เสียงใครอีกคนดังขึ้นจากบริเวณเหนือหัว

เจ้าของชื่อตกใจจนรีบเงยหน้าขึ้นมองไปทางต้นเสียง  อาการเจ็บตรงหัวแล่นกลับเข้ามาอีกครั้งจนต้องยกมือกุม  “โอ๊ย!!!”

น้ำ?

พอยกมือลงมาดู  ก็เห็นน้ำสีแดง ๆ ติดปลายนิ้วมาด้วย

“นายหัวแตกน่ะ”  เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง  “เลือดแห้งหรือยัง”

“เอ๊ะ…อะ…”  คนถูกถามพึมพำงง ๆ  เอามือจับบริเวณที่มีเลือดไหลอีกครั้ง  “อึก…”  เขากัดฟันกลั้นความเจ็บตอนใช้นิ้วสำรวจปากแผล  พอเห็นว่าเลือดไม่ไหลแล้วก็ตอบกลับไป  “น่าจะแห้งแล้ว…”

“เหรอ…”  คำพูดนั้นเจือเสียงถอนหายใจออกมาด้วย

“อะ  แล้วนี่ใครพูดอยู่–”  คนเจ็บเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวเลยรีบกวาดสายตาไปรอบห้อง  “—รุ่นพี่มิยูกิ!?”

สายตาเขาเห็นกัปตันและแคชเชอร์ประจำทีม  มิยูกิ  คาสุยะนั่งอยู่ตรงเตียงสองชั้นในห้อง  มือข้างซ้ายถูกแถบผ้าที่ดูเหมือนถูกฉีกมาจากเสื้อผูกข้อมือและกลางแขนไว้กับเสาเตียงแน่นจนขยับไม่ได้  สีหน้าอีกฝ่ายดูซีดเซียว  และแววตาก็ฉายแววจริงจังจนชวนขนลุกขึ้นมา

“นายขยับตัวไหวไหม”  อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้ถาม  ชิงพูดขึ้นมาก่อน

ในหัวเอย์จุนยังสับสนจากความเจ็บและภาพตรงหน้าจนนึกอะไรไม่ออก  ได้แต่พยักหน้ารับงง ๆ  “อะ…ครับ”

“ดี”

กัปตันไอออกมาเล็กน้อยขณะเค้นเสียงออกจากลำคอ

“รีบหนีไปซะ”

Advertisements

One thought on “[Fic] The Forgotten Pages – Chapter 13

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s