Ace of Diamond · Interview translation

[DnA x DAYS] แปล : บทสัมภาษณ์ของเทราจิมะเซนเซย์กับยาซุดะเซนเซย์

จริง ๆ บทสัมภาษณ์นี้ลงไว้ในแอพแม็กกาซีนพ็อกเก็ตนานแล้วค่ะ  ตั้งแต่ก่อน DAYS จะฉายอีกมั้ง…

ตอนนั้นไม่ได้คิดจะแปลเพราะคุยเกี่ยวกับเรื่อง DAYS ไว้ด้วย  แล้วเราไม่ได้อ่านก็เลยเฉย ๆ ไป…

แต่ไหน ๆ แล้ว  แปลหน่อยละกัน :3

ส่วนตัวแล้วตอนนี้ดูเรื่อง DAYS แค่อนิเมค่ะ  ชอบกัปตันมิสุกิเป็นพิเศษค่ะ  พี่ท่านเอ๋อดีw

หมายเหตุ : ขอไม่อธิบายศัพท์กีฬาบางคำกับการ์ตูนบางเรื่องที่ปรากฎในนี้นะคะ  ฟุตบอลคงไม่ยากหรอกมั้ง…

————————————————————————————————————————–

ความเกี่ยวข้องอย่างไม่น่าเชื่อระหว่างอาจารย์เทราจิมะและอาจารย์ยาซุดะ

—-ต้องขอขอบคุณที่มาในวันนี้ด้วยครับ  ทั้งคู่เคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ใช่ไหมครับ?

เทราจิมะ : ที่จริงผมเคยเป็นผู้ช่วยคุณยาซุดะนะครับ

ยาซุดะ : ช่วงที่เริ่มเขียน “Over Drive” สินะครับ  ช่วงหลังคุณเทราจิมะเขียน “GIANT STEP” จบและยังไม่เริ่มเขียน “Ace of Diamond”

เทราจิมะ : ใช่ ๆ!  เพราะงั้นผมเลยรู้จักคุณยาซุดะมานานแล้วละครับ  ถึงจะไปเป็นผู้ช่วยอยู่แค่ประมาณ 2-3 เดือน  แต่ทุก ๆ วันก็มีแต่เรื่องตื่นเต้น  และในตอนนี้ผมยังคิดว่าได้รับการช่วยเหลือมามากมายเลยครับ

ยาซุดะ : นั่นเป็นคำพูดของผมต่างหาก  จริง ๆ นะ (หัวเราะ)

 

จุดเริ่มต้นความนิยมของ “Ace of Diamond” เกิดขึ้นหลังซาวามูระและฟุรุยะปรากฎตัวในเรื่องครบทั้งคู่

—-ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ  ช่วยเล่าถึงตอนที่ประทับใจในผลงานของแต่ละคนหน่อยครับ

ยาซุดะ : บทแรกของ “Ace of Diamond” ครับ  ในตอนนั้น “Over Drive” ยังคงลงในนิตยสารอยู่  แต่พออ่านปุ๊บก็คิดว่า “การ์ตูนเรื่องนี้มันอะไรเนี่ย!  ต้องดังแน่ ๆ!  ฉันก็ต้องพยายามมากขึ้นแล้วสิ!”  หากตั้งใจเขียนบรรยายตัวละครเอกว่าเป็นคนแบบไหน ๆ แล้วการ์ตูนมักจะออกมาน่าเบื่อ  แต่บทแรกของ “Ace of Diamond” ออกมาในแนวสายหลักและสนุกมากครับ  ในความเป็นจริงเรื่องนี้ก็กลายเป็นการ์ตูนตัวแทนของนิตยสารในเวลาไม่นานด้วย

เทราจิมะ : ไม่ถึงขนาดนั้นหรกครับ  ในช่วงแรก ๆ ที่เขียน “Ace of Diamond” ผมก็ประสบความลำบากในด้านความนิยมพอตัวเลย  พอตัวละครที่ชื่อฟุรุยะเริ่มปรากฎตัวในบทที่ 8 แกนหลักของเรื่องที่ว่า “ตัวละครเอกที่ชื่อซาวามูระกับคู่แข่งที่ชื่อฟุรุยะแข่งขันแย่งชิงความเป็นเอซในโรงเรียนดัง” ถึงเกิดขึ้นมาได้  แต่ตัวผมก็ลำบากกับการคิดเรื่องบทที่ 1 มาเหมือนกัน  เลยดีใจที่ได้ยินแบบนี้ครับ

 

คิดว่าอาจารย์ยาซุดะเป็น “สหายในสนามรบ”

—-แล้วอาจารย์เทราจิมะละครับ?

เทราจิมะ : บทที่ 44 ของ “DAYS”  ถ้าพูดถึงฉบับรวมเล่มแล้วก็เล่ม 6 น่ะครับ  บทที่สึคุชิเริ่มแสดงฝีมือในฐานะนักฟุตบอลตอนเข้าค่าย  “DAYS” ก่อนหน้านี้เน้นเรื่องการเติบโตด้านจิตใจของสึคุชิขณะวุ่นวายกับความสัมพันธ์ของคน  แต่พอถึงเล่มหกก็สัมผัสได้ว่าในที่สุดสึคุชิซึ่งยังเป็นมือใหม่สามารถหาที่อยู่ให้ตัวเองในโรงเรียนดังที่ชื่อว่าเซย์เซกิได้จริง ๆ เสียที  รู้สึกเลยว่า “ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง” น่ะครับ

ยาซุดะ : แบบว่ารอเนื้อเรื่องแบบนี้มาเหรอครับ?

เทราจิมะ : ก็นั่นเป็นความสนุกของการ์ตูนกีฬาไม่ใช่เหรอครับ?  การ์ตูนกีฬาไม่ได้เขียนถึงการเติบโตด้านเทคนิคของตัวเอกเพียงอย่างเดียว  แต่จำเป็นต้องเขียนถึงการเติบโตด้านจิตใจด้วย  หากตัวเอกโชว์ฝีมือโดดเด่นให้เห็น  แต่ถ้าไม่รู้ว่าเป็นคนแบบไหนก็ไม่โดนใจผู้อ่าน  “DAYS” เขียนถึงสองด้านนั้นได้สมดุลกันดีเลยครับ  ถึงพอคิดว่ามาเริ่มตอนเล่ม 6 เนี่ยออกจะลากยาวไปหน่อยก็ตาม (หัวเราะ)

ยาซุดะ : ขอโทษครับ……(หัวเราะ)  จริงอยู่ที่พอเริ่มเขียนไปได้สักพักแล้วจึงมาคิดจะเน้นการเติบโตด้านมนุษย์ของสึคุชิ  ธีมของ “DAYS” คือ “เขียนเกี่ยวกับคนเล่นฟุตบอล  ไม่ใช่ฟุตบอล” ครับ  เพราะอย่างนั้นถึงอดทนไม่เขียนด้านความสนุกในการเล่นฟุตบอลเท่าที่ทำได้ครับ  ไม่รู้เพราะแบบนั้นหรือเปล่าผลความนิยมเลยไม่ค่อยดีเท่าไร

เทราจิมะ : นั่นคงเป็นโชคชะตาของการ์ตูนที่เขียนเกี่ยวกับด้านจิตใจของตัวเอกในช่วงเริ่มเรื่องละมั้งครับ  จะทำยังไงก็ออกมาเรียบ ๆ อยู่ดี (หัวเราะ)  ผมเองก็เจอกับกำแพงในการเขียนด้านจิตใจของตัวเอกเข้าเหมือนกัน  เลยรู้สึกว่า “ช่วยพยายามก้าวข้ามกำแพงนั้นให้ได้ที!” ตอนอ่าน “DAYS” บทแรกครับ  ผมก็ผ่านเส้นทางเดียวกันแล้ว  เลยรู้สึกว่าคุณยาซุดะเป็น “สหายในสนามรบ” ครับ

 

ตัวเอกจะเก่งอย่างเดียวไม่ได้

—-สิ่งที่ใส่ใจตอนตัวละครอย่างซาวามูระหรือสึคุชิกำเนิดขึ้นมาคืออะไรครับ?

เทราจิมะ : ผมตัดสินใจให้ตัวเอกเป็นคนใช้ลูกพลิกแพลงเก็บแบตเตอร์ออก  แต่ผมให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างซาวามูระกับมิยูกิที่สุดครับ  อยากให้แกนเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกของซาวามูระที่อยากเล่นเบสบอลกับคน ๆ นี้  อยากจับคู่แบตเตอรี่กับคน ๆ นี้หลังจากได้พบกับมิยูกิแล้ว  จุดเริ่มต้นของซาวามูระอยู่ที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ไม่ใช่แนวทางการเล่นน่ะครับ  ส่วนความเป็นตัวละครของสึคุชิเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเหรอครับ?

ยาซุดะ : ผมคิดว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ยากครับ  ความผิดพลาดเล็ก ๆ อย่างรับลูกพลาดหรือส่งพลาดสามารถเกิดขึ้นในการแข่งได้นับครั้งไม่ถ้วน  ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องคาดการณ์ว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นเสมอครับ  แต่เพราะอย่างนั้นผมเลยอยากให้ตัวละครเอกให้ความสำคัญกับความยินดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้มาจากการเล่นออกมาดีแม้เพียงนิดเดียวก็ตามเช่นเล่นรับลูกได้สวย  หรือเตะลูกเข้าโกลได้ดี  เลยเกิดเป็นสึคุชิขึ้นมาครับ  ที่วางให้ตัวละครเป็นมือใหม่ก็มาจากเหตุผลนี้เช่นกัน

เทราจิมะ : มุมมองด้านฟุตบอลของคุณยาซุดะอยู่ในตัวละครที่ชื่อสึคุชิเลยสินะครับ

 

ตารางคะแนนช่วยเสริมให้การแข่งคึกคักขึ้น!!

—-ผมได้ยินมาว่าอาจารย์ยาซุดะมีจุดสงสัยเกี่ยวกับ “Ace of Diamond” มาก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหมครับ

ยาซุดะ : ใช่แล้วครับ  ผมได้ยินคนลือมาว่าในผลงานของคุณเทราจิมะจะทำตารางคะแนนของการแข่งนั้น ๆ ขึ้นมาก่อนการแข่งจะเริ่ม  นั่นเป็นความจริงเหรอครับ?

เทราจิมะ : จริงครับ  เป้าหมายที่ทำตารางคะแนนขึ้นมาก่อนก็เพื่อกำหนดจุดชวนตื่นเต้นของการแข่งไว้ล่วงหน้าครับ  แล้วก็เพื่อดูว่าจะยกมาใส่ในตรงไหนของบทที่จะเป็นหน้าสุดท้ายของฉบับรวมเล่มด้วย  เรื่องหน้าสุดท้ายของเล่มหรือของตอนสำคัญกับทั้งฉบับรวมเล่มหรือตัวนิตยสารโชเน็นแม็กกาซีนเลยนะครับ

ยาซุดะ : จริงอยู่ที่หน้าสุดท้ายของบทของเรื่อง “Ace of Diamond” ไม่เหมือนใครจริง ๆ ครับ  ไม่หยุดตรงที่พิชเชอร์ขว้างบอลแล้วแบตเตอร์ลังเลว่า “จะตี?  หรือไม่ตี?”  แต่หยุดตรงก่อนหน้านนั้นก้าวหนึ่งน่ะครับ

เทราจิมะ : แต่พอตั้งใจเขียนแบบนั้นเข้าแล้วการแข่งก็จะเริ่มยืดออกอยู่เรื่อยครับ  ด้วยเหตุนั้นตารางคะแนนจึงมีประโยชน์อย่างมากในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นเช่นนั้นครับ

ยาซุดะ : คุณเทราจิมะคิดว่าการแข่งในการ์ตูนกีฬาออกมาสั้น ๆ จะดีกว่าเหรอครับ?

เทราจิมะ : พอการแข่งเริ่มยืดเยื้อ  ผมว่าความสนใจของผู้อ่านต่อการแข่งนั้นก็จะเริ่มเบาบางลงไปน่ะครับ  แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเขียนการแข่งครึ่งแรกออกมาให้ดีเพื่อเพิ่มความสนุกให้ช่วงหลัง  การจัดวางสมดุลเลยยากจริง ๆ!!  แล้วก็บางครั้งตัวละครก็เริ่มขยับตามใจเลยทำให้การแข่งยืดึ้น  ในกรณีนั้นผมจะเห็นว่าช่วยไม่ได้เลยยอมแพ้ไปครับ  (หัวเราะ)  การแข่งใน “DAYS” ก็ออกจะสั้นอยู่  คุณยาซุดะก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเหรอครับ?

ยาซุดะ : ผมตัดสินใจให้ “DAYS” เน้นความสำคัญด้านความเกี่ยวข้องของผู้คนมากกว่าฟุตบอลตั้งแต่ก่อนลงตีพิมพ์แล้ว  การแข่งเลยจำเป็นต้องสั้นขึ้นครับ  ธีมของ “DAYS” คือ “เขียนถึงคนที่เล่นฟุตบอลไม่ใช่ฟุตบอล” ไงครับ  ผมเลยอดทนไม่เขียนถึงความสนุกในการเล่นฟุตบอลเท่าที่ทำได้อยู่ครับ

เทราจิมะ : การแข่งเลยออกมาเฉียบคมสินะครับ  นั่นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ “DAYS” ด้วยนะครับ

ยาซุดะ : แต่ผมปล่อยให้ตัวเองเขียนเกี่ยวกับฟุตบอลที่ชอบออกมาสักหน่อยตั้งแต่เข้าศึกเคย์โองาวาระครับ  ผลงานครั้งใหญ่ขณะยังเป็นนักกีฬาของโค้ช AC มิลานคนปัจจุบัน  มิไฮโลวิชที่เหลือไว้ที่ว่า “ทำแฮตทริกด้วยฟรีคิกอย่างเดียว” เป็นหนึ่งในการเล่นอุดมคติในตัวผมมาตลอด  ผมเลยใส่เข้าไปในการแข่งนี้ด้วยครับ

เทราจิมะ : มีแนวทางเล่นจริงเป็นแบบอย่างสินะครับ

ยาซุดะ : ผมตั้งใจให้การแข่งนี้จบลงที่ “คิมิชิตะทำฟรีคิก 3 ลูก” มาตั้งแต่แรก  เลยต้องคำนวณผลย้อนหลังแล้วสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อให้เรื่องดำเนินไปถึงจุดนั้นครับ  หากปล่อยผู้เล่นเก่ง ๆ ของเซย์เซกิคนอื่น ๆ เหลือไว้ก็คงจะเก็บคะแนนกันไม่หยุด  เลยต้องขอให้มิสุกิกับโอชิบะออกจากการแข่งในจังหวะนั้นเพื่อสร้างสถานการณ์ให้คิมิชิตะโชว์ฝีมือได้ง่ายไปครับ

ภาพที่จับมาใส่และภาพที่สื่อถึง

—-จากมุมมองของอาจารย์ยาซุดะแล้ว  คิดว่าจุดไหนของอาจารย์เทราจิมะเรียกได้ว่าสุดยอดครับ?

ยาซุดะ : เมื่อวันก่อนผมไปร้านหนังสือ  แล้วเห็น “Ace of Diamond act II” เล่ม 1 กับ “DAYS” เล่ม 14 วางเรียงกันตรงโซนหนังสือใหม่  พอเห็นแล้วก็จี๊ดขึ้นมาทันทีครับ  ปกของ “Ace of Diamond” เล่าที่มาที่ไปว่า “ซาวามูระขว้างลูก  ให้แบตเตอร์ตีเพื่อเก็บออก  แล้วกำลังคำรามอยู่” ให้เห็นชัดเจน  แต่ปกของ “DAYS” มีแต่คนยืนอยู่เฉย ๆ…ผมตั้งใจวาดคิมิชิตะตอนก่อนจะยิงลูกฟรีคิกนะครับเนี่ย  (หัวเราะ)  ผมคิดว่าคุณเทราจิมะเก่งด้านจับการเคลื่อนไหวหนึ่งชุดมาใส่ในภาพ ๆ หนึ่งอย่างมากเลยครับ

เทราจิมะ : ได้ยินอย่างนั้นแล้วดีใจจริง ๆ นะ (หัวเราะ)  ผมนึกถึงเรื่องนั้นมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว  พอเขียนการ์ตูนเบสบอลต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ก็ติดนิสัยเลือกโครงร่างภาพแบบเดียวกันอยู่เรื่อย  เลยต้องใช้สมองคิดทุกครั้งว่าจะตัดฉากไหนมาใช้ดีครับ

ยาซุดะ : แล้วก็ตอนตัวละครที่ชื่อฮอนโก  มาซามุเนะออกมาเนี่ยผมตกใจจริง ๆ ครับ  แค่ดูรูปของฮอนโก  มาซามุเนะก็สัมผัสในหัวได้ทันทีว่า “หมอนี่ไม่ใช่เล่น ๆ” อย่างเช่นรูป A รูปนี้  แค่เห็นไหล่ก็รู้นิสัยใจกล้าของฮอนโกได้แล้ว!

เทราจิมะ : อะ  ยอดเลย  สื่อได้จริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย  ตอนผมวาดภาพนี้ได้ก็อดนึกไม่ได้ว่า “อะ!  บทสองต้องสนุกขึ้นแหง!” เลยละครับ  (หัวเราะ)

ยาซุดะ : ยังมีภาพชวนขนลุกของฮอนโกอีกนะครับ  อยู่ไหนนะ…

เทราจิมะ : หรือว่าหมายถึงภาพ B นี้เหรอครับ?

ยาซุดะ : ใช่!  นั่นแหละ!  นั่นแหละครับ!  ท่ายืนแบบนี้  ไม่มีตัวละครไหนที่ปรากฎใน “Ace of Diamond” ก่อนหน้านี้ทำได้  เป็นท่ายืนเฉพาะของฮอนโกสินะครับ!

เทราจิมะ : สื่อได้จริง ๆ ด้วยสิ (หัวเราะ)  ผมอยากวาดแบบภาพ B มาก่อนเลยครับ  แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ออกมาเป็นภาพแบบเส้นตรง ๆ ไปทุกที  แต่ตอนวาดภาพฮอนโกภาพนี้ก็รู้สึกได้ว่า “นี่ถือว่าออกมาดีเลย!” น่ะครับ  ที่จริงแล้วส่วนเท้าของฮอนโกต้องหายไปตั้งแต่เส้นกรอบแล้ว  แต่ผมไม่อยากทำลายสมดุลโดยรวมเลยเหลือให้เท้ายื่นเกินออกมาครับ  ผมดีใจจริง ๆ ตอนวาดภาพนี้ได้หลังจากวาดการ์ตูนติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีเลยครับ

ยาซุดะ : แม้ในตอนนี้ภาพก็ยังพัฒนาต่อไป…ประทับใจจริง ๆ ครับ (หัวเราะ)!

 

ที่มาเดิมของภาพลูกยิง

—-อาจารย์เทราจิมะเห็นว่าภาพในเรื่อง “DAYS” เป็นไงบ้างครับ?

เทราจิมะ : ฉากตอนยิงลูกดีเลยนะครับ  ฉากยิงลูกในในเรื่อง “DAYS” จะไม่ใช่ภาพตอนเตะ  แต่มีภาพหลังเตะแล้วซะเยอะ  อย่างเช่นในภาพ C นี้  ให้ความรู้สึกว่าตัวละครลอยขึ้นจากแรงสะท้อนหลังเตะ  ภาพดูมีพลังมากครับ  ทำยังไงถึงคิดออกมาได้เหรอครับ?

ยาซุดะ : ผมดูศึกแชมเปี้ยนลีกไม่ก็วีดีโอของนักฟุตบอลมืออาชีพเพื่อเก็บข้อมูลวาดภาพเป็นประจำครับ  สมัยก่อนเวลากดหยุด ๆ ดู ๆ วีดีโอแล้วภาพมักจะหยุดที่ผู้เล่นกระโดดหลังยิงสวย ๆ เลยค้นพบว่า “อะไรเนี่ย  ท่าโพสแบบนี้เท่ชะมัด!” ครับ  หลังจากนั้นเลยมักใช้รูปแบบนี้เวลาจะสร้างจุดโชว์ฝีมือน่ะครับ

เทราจิมะ : ได้วีดีโอเป็นที่มาเหรอ  ผมได้ยินมาว่าคุณยาซุดะยังเล่นฟุตบอลทุกอาทิตย์เลยนึกว่านึกออกตอนตัวเองเล่นเองเสียอีก  การแข่งของ “DAYS” ให้ความรู้สึกสมจริงเหมือนอยู่ในสนามแข่งเอามาก ๆ  เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับที่คุณยาซุดะเล่นฟุตบอลอยู่ด้วยหรือเปล่าครับ?

ยาซุดะ : ผมคิดว่าไม่เกี่ยวเลยครับ  เวลาเล่นฟุตบอลอยู่ผมไม่สามารถคิดเรื่องการ์ตูนอะไรได้เลยครับ  คิดแต่ว่าอยากจะเก่งกว่านี้  อยากจะยิงได้แรงกว่านี้อย่างเดียวครับ  ตอนนี้เองก็ยังซ้อมเพื่อหวังจะเป็นมืออาชีพอยู่ครับ (หัวเราะ)

เทราจิมะ : มองในมุมมองนักกีฬาอย่างแท้จริง (หัวเราะ)  ถึงคุณยาซุดะจะบอกว่าไม่เกี่ยว  แต่ผมว่ามุมมองนั้นส่งผลกับโลกของ “DAYS” ในส่วนลึกอยู่แน่ ๆ ครับ

 

ข้อดีและความลำบากเวลาเก็บข้อมูล

เทราจิมะ : คุณยาซุดะไปเก็บข้อมูลบ้างไหมครับ?

ยาซุดะ : พอเริ่มเขียนแล้วก็ไม่ค่อยได้ไปเก็บข้อมูลเท่าไร  แต่ก่อนเรื่องจะได้ลงนั้นผมไปเก็บข้อมูลที่โรงเรียนตัวเองบ่อยครับ  ถึงจะบอกว่าไปเก็บข้อมูลก็ใช่ว่าจะไปบอกกับชมรมฟุตบอลว่า “ต่อจากนี้จะขอเก็บข้อมูลหน่อย!”  แค่ไปโผล่ดูเพื่อฟังเสียงสด ๆ น่ะครับ  แน่นอนว่าผมขออนุญาตอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วน่ะนะ  นอกจากนี้ยังสัมผัสบรรยากาศในสถานที่จริงเช่นพวกวิธีใช้คำพูดจากการไปดูการแข่งแล้วฟังพวกลุง ๆ ตรงอัฒจันทร์คุยกันได้ด้วย  อารมณ์แบบ “ปีนี้ทีมบุกใช้ได้  แต่แนวป้องกันห่วยแตก!” น่ะ  (หัวเราะ)  แล้วคุณเทราจิมะไปเก็บข้อมูลบ้างไหม?

เทราจิมะ : เร็ว ๆ นี้ผมไปร่วมเข้าค่ายฝึกฝนขั้นเริ่มแรกกับเด็กเบสบอลที่จังหวัดทตโทริมาครับ  ตอนนั้นผมไม่ได้ไปเพื่อเก็บข้อมูลแต่ไปเพื่อเข้าร่วมฝึกด้วยครับ  ยังไงพวกเขาก็ผ่านการฝึกหนักมาแล้วจริง ๆ  การได้ยินเสียงของเด็กเบสบอลจริง ๆ ในสถานที่จริงเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากครับ  สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเข้าค่ายครั้งนั้นคือเรื่องสั้นที่วาดช่วงที่ผมหยุดเขียนหลัง “Ace of Diamond” บทแรกจบลงครับ

ยาซุดะ : เรื่องสั้นเกี่ยวกับเข้าค่ายหน้าหนาวเหรอครับ!  สนุกมากเลยครับ!  โดยเฉพาะบทพูดในช่วงไคลแม็กซ์ที่ว่า “ไม่อยากทำอีกเป็นครั้งที่สอง!!” นั่นฟังดูสมจริงอย่างกับได้ยินมาสด ๆ เลยครับ  จริงอยู่ที่หากไม่ไปเก็บข้อมูลในที่จริงแล้วได้พูดคุยกับเด็กเบสบอลจริง ๆ ก็ไม่อาจออกมาเป็นแบบนี้ได้นะครับ

เทราจิมะ : แต่ผมก็ลำบากใจที่นำข้อมูลซึ่งได้มาจากการเก็บข้อมูลมาใช้ในการ์ตูนทั้งอย่างนั้นเลยไม่ได้เหมือนกัน (หัวเราะ) ข้อมูลแต่ละอย่างจำเป็นต่างกันในแต่ละช่วงเวลา  แล้วถ้าเขียนจากมุมมองของตัวเองเท่านั้นก็อาจจะกลายเป็นเล่าเรื่องโกหกไปก็ได้  อย่างเช่นช่วงสุดท้ายของเรื่องสั้นนี้  หากเขียนแค่การซ้อมแบบธรรมดาไปก็ไม่อาจทำความเข้าใจน้ำตาของตัวละครได้  เพื่อก้าวข้ามเรื่องนั้นมาผมถึงเขียนเกี่ยวกับการซ้อมหลาย ๆ หน้าสุดท้ายซึ่งเอาการซ้อมของโรเรียนที่ไปเก็บข้อมูลมาเมื่อครั้งก่อนมาผสมกันครับ  ข้อมูลที่ได้มาจากการเก็บข้อมูลบางครั้งเพิ่งจะมาเข้ากับเนื้อเรื่องการ์ตูนหลังจากผ่านมาหลายปีให้หลังเหมือนกันครับ

ยาซุดะ : ผมเข้าใจสุด ๆ เลยครับ  ผมเองข้อมูลที่ได้มาจากตอนเขียนเรื่องก่อนหน้านี้ก็มามีประโยชน์เอาตอนนี้บ้างเหมือนกันครับ

 

การ์ตูน –> อนิเม –> การ์ตูน

—-มีประกาศว่า “DAYS” จะได้เป็นอนิเมในนิตยสารฉบับนี้ครับ

ยาซุดะ : ผมดีใจนะครับ  จะตั้งตาคอยต่อจากนี้ครับ  คุณเทราจิมะคิดอย่างไรกับอนิเม “Ace of Diamond” บ้างครับ?

เทราจิมะ : ในตอนนี้ผมคิดว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีเป็นอย่างมากไม่ใช่แค่นำผลงานไปทำเป็นอนิเม  แต่ในด้านเขียนการ์ตูนต่อไปด้วยครับ  การเล่าถึงการ์ตูนของตัวเองให้กับผู้เกี่ยวข้องด้านอนิเมเป็นคำพูดนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก  แล้วผมก็คิดว่าเป็นเรื่องดีที่เริ่มคิดว่าจะทำยังไงให้การ์ตูนสนุกขึ้นกว่าที่แล้วมา  และสามารถสื่อให้ผู้อ่านได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลจากการดูการ์ตูนของตัวเองด้วยสายตาของบุคคลที่สามครับ

ยาซุดะ : ผมคิดอยู่บ่อย ๆ ว่าผมใช้เซนส์เขียนการ์ตูนอยู่ครับ  และคิดเสมอว่าอยากจะเขียนการ์ตูนด้วยหลักเหตุผลให้ได้มากกว่านี้  เลยอยากทำให้ได้หลังจากการ์ตูนได้เป็นอนิเมแล้ว  พอทราบว่าได้เป็นอนิเมก็ดีใจมากก็จริง  แต่ก็ไม่นึกว่าจะคิดเรื่องนี้ได้ด้วย (หัวเราะ)

—ยังมีเรื่องอยากถามอยู่อีก  แต่เวลาใกล้จะหมดแล้ว….

เทราจิมะ : วันนี้ผมสนุกมากที่ได้พูดคุยกับคุณยาซุดะหลังจากไม่ได้คุยกันมานาน  ต้องขอบคุณมากครับ

ยาซุดะ : ขอบคุณมากครับ  หากมีโอกาสอีกก็ขอรบกวนด้วยครับ!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s