Angels of Death

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [2]

ในที่สุดแซ็กก็โผล่แล้ว!!!!

อยากให้ทุกคนไปฟังเสียงคิโยะซังพากย์แซ็กจริง ๆ นะคะ  เสียงเขาเข้ามากกกกกกก  เสียงหัวเราะเขาใช่สุด ๆ เลยT___T

แปลไปแปลมาไหงยาวกว่าที่คิดได้…แล้วถ้าอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ ก็ขออภัยด้วยนะคะ  นั่งแปลตอนกำลังเวียนหัวอยู่ค่ะ orzll

ดูจากความเร็วแล้วคงลงได้อาทิตย์ละตอนละมั้ง…


FLOOR B6

 

เสียงหนัก ๆ ดังตึงดังขึ้นพร้อมกับลิฟท์หยุดขยับ

(ลิฟท์  หยุดซะแล้ว…..)

——เสียงประกาศเมื่อครู่คืออะไรกันนะ….?  ได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไร…..

เรลงจากลิฟท์ขณะที่หัวยังคงเหม่อลอยเหมือนอยู่ในฝัน  แล้วกลิ่นประหลาดก็โชยขึ้นชวนให้อยากอาเจียนเหมือนตัวเธอถูกพาตัวเข้าไปอยู่ในฝันร้ายต่อ

(กลิ่นแรงจัง….)

——ที่นี่คือข้างในตึกจริง ๆ เหรอ…..?

ภาพเบื้องหน้าต่างจากชั้นแบบโรงพยาบาลลิบลับ  เป็นสถานที่ถูกทิ้งร้างเหมือนลานจอดรถใต้ดินไร้คนอยู่  พื้นดูคล้ายกับถนนราดยางมะตอยชวนให้นึกว่าอยู่ด้านนอกทั้งที่น่าจะอยู่ในตึก  บนพื้นมีขยะกองสุมกันระเกะระกะ  ดูไม่ออกว่ารูปร่างเดิมก่อนกลายเป็นขยะคืออะไรกันแน่  ได้กลิ่นขยะสดเหม็นเน่าเหมือนถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานลอยคละคลุ้ง  กองขยะเต็มไปด้วยแมลงวันจำนวนมาก  แมลงที่ไม่เคยเห็น  และแมลงสาบปีกดำขลับนับไม่ถ้วนตอมอยู่เต็มไปหมด  ภาพนั้นดูสกปรกเสียจนอยากอาเจียนออกมา

——รู้สึกไม่ดีเลย  ไม่เคยเห็นที่แบบนี้มาก่อนจริง ๆ…..

(….ยังไงก็ต้องรีบหาทางออกก่อน)

เรเบนสายตาจากกลุ่มแมลงส่งเสียงหึ่ง ๆ แล้วยกมือปิดปากหยุดลมหายใจก่อนเดินผ่านกองขยะไป

พอเดินไปได้สักพักก็เห็นหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ถูกถ่ายเอกสารขยายใหญ่แปะไว้บนกำแพงคอนกรีตโล้น ๆ ฉายเข้าสายตา

 

 

“ฆาตกรฆ่าไม่เลือกหน้า?”

——–พบศพชายบนถนนในรัฐ XX  วันที่ XX เดือน XX ปี XX

บนศพพบรอยของแหลมคมกรีดบนตัวขนาดใหญ่หลายแผล  ขณะนี้ตำรวจกำลังสืบหาตัวคนร้ายโดยคาดว่าเป็นคดีฆาตกรรม

เกิดเหตุฆาตกรรมด้วยวิธีคล้าย ๆ กันในรัฐนี้ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว

เนื่องจากยังหาความเกี่ยวข้องหรือจุดร่วมระหว่างผู้ตายไม่ได้  จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้ ๆ เพิ่มความระมัดระวังด้วย

 

 

เรอ่านข่าวชวนขนลุกด้วยสีหน้าเลื่อนลอยเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนจนจบ

—–แคร้ง…

แล้วก็ได้ยินเสียงไม่น่าไว้วางใจดังออกมาจากอีกฟากหนึ่งของกำแพง  เสียงนั้นฟังดูคล้ายกับกระป๋องเปล่าเวลาตกบนพื้น

(มีคนอยู่….?)

เรกลืนลมหายใจ  แล้วมองเลิ่กลั่กไปรอบ ๆ  แต่รอบตัวก็ไม่มีใครอยู่  แต่ผิวยังสัมผัสได้ว่ามีบรรยากาศแปลก ๆ ลอยมาจากบรรยากาศโดยรอบ

(รีบไปดีกว่า….)

เรเดินสะเปะสะปะไปข้างในเพื่อหาทางออกเหมือนจะหนีจากเสียงชวนไม่สบายใจนั้น

 

 

 

 

 

เธอไม่รู้ว่าตัวเองเดินวนในทางเหมือนเขาวงกตนั้นมากี่นาทีแล้ว  รอบตัวมีแต่แมลงคลานอยู่เต็ม  และหาทางออกไม่เจอแม้แต่นิด  เรหยุดเดินนิ่งเหมือนหลอดไฟขาดเพราะเริ่มเหนื่อยขึ้นมาหน่อย  แล้วเงยหน้ามองรังแมงมุมห้อยย้อยลงมาจากเพดานด้วยแววตาเหม่อลอย

(….นั่นมัน)

แวบหนึ่งเรเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากเห็นแสงไฟกะพริบจากป้ายทางออกฉุกเฉินผ่านช่องว่างของรังแมงมุมที่ทอทับซ้อนกันนับชั้นไม่ถ้วน  ข้าง ๆ ป้ายทางออกฉุกเฉินมีตัวหนังสือเขียนว่า “ทางไปลิฟท์” อยู่

(ลิฟท์……ทางออก?)

เรวิ่งไปหาป้ายทางออกฉุกเฉินเหมือนถูกแสงริบหรี่สีเขียวดูดตัวเข้าไปก่อนหยุดยืนตรงหน้าประตู  แต่บนประตูไม่มีลูกบิด  แม้ลองออกแรงดันก็ไม่มีทีท่าจะเปิด

(ทำยังไงถึงจะเปิดได้…..)

พอเธอเอียงคอ  จู่ ๆ ก็สัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา  เรหันไปด้านหลัง  ตรงปลายสายตามีทางเดินยาวไร้แสงสว่างเหมือนตรอกข้างถนนทอดตัวอยู่  พอลองหรี่ตามองก็ได้กลิ่นแปลก ๆ ลอยออกมาจากด้านในมากกว่าเดิม

“………”

เธอชักกลัวจนไม่กล้าเข้าไปในนี้

 

——-….เอ้า  เรก็มาทางนี้บ้างสิ

 

แต่ในหัวของเรได้ยินเสียงกระซิบอย่างอ่อนโยนดังราวกับลอยลงมาจากฟ้าขณะยืนลังเลไม่ขยับไปไหน

(จริงด้วย…..ต้องรีบกลับไปหาคุณพ่อกับคุณแม่….)

เรกลั้นหายใจเหมือนกำลังจะดำลงน้ำ  แล้วเดินโซเซเข้าไปในทางเดินที่เต็มไปด้วยแมลงไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

 

 

เสียงไม่น่ารื่นหูดังแฉะ ๆ เหมือนแมลงถูกเหยียบดังจากใต้รองเท้าบู๊ททุกครั้งที่ขยับเท้า

พอหลุดจากทางเดินในตรอกเล็ก ๆ แล้วก็พบกับที่ว่างแคบ ๆ เหมือนที่ดินร้างขนาดเล็ก  ข้างในมืดสลัวเหมือนก่อนเวลากลางคืนมาเยือน  แต่พอสายตาเริ่มชินก็เห็นคราบสีแดงเข้มสาดกระจัดกระจายตามที่ต่าง ๆ  รอยนั้นชวนให้นึกว่าที่แห่งนี้เคยเกิดเรื่องโหดร้ายขึ้นมาจนใจไม่ดี

(นี่มัน  เลือด….)

——-แต่ทำไมในตึกนี้ถึงมีเลือด……?

เธอเดินวนไปรอบ ๆ ด้วยความแปลกใจก่อนเห็นตัวหนังสือเขียนด้วยชอล์กสีขาวเหมือนกับข้อความที่เคยเห็นในชั้น B7 อยู่บนกำแพงอิฐใต้แสงไฟจากหลอดสีเหลืองขุ่น

 

 

“———-ที่แห่งนี้มีผู้เหมาะสมต่อชั้นแต่ละชั้นอาศัยอยู่”

“กฎกำหนดไว้ว่าคนผู้นั้นไม่อาจออกไปจากชั้นของตนเองได้”

“หากไม่อยากถูกอาศัยในชั้นนั้น ๆ ฆ่า  มีทางเดียวคือจงขึ้นไปยังชั้นอื่น ๆ เท่านั้น”

 

 

(มีใครมาเขียนเล่นหรือเปล่า…..)

เรอ่านแล้วจดจำข้อความนั้นไว้ในหัวลาง ๆ แต่ใช่ว่าตั้งใจจะจำไว้  แค่เพียงจำมันได้เอง  เธอเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว  เรเป็นหัวคนดีมาตั้งแต่เกิด  เธอไม่เคยลืมเนื้อหาในหนังสือที่อ่านเพียงครั้งเดียวได้แม้เนื้อหาในนั้นจะไร้สาระมากแค่ไหนก็ตาม

ข้าง ๆ ข้อความมีหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์แปะไว้อีก  บนหนังสือพิมพ์มีรอยคล้าย ๆ เลือดพุ่งกระจายเปื้อนซึมติดอยู่แบบเดียวกับกำแพง

 

 

“ฆาตกรแห่งตรอกทางเดิน”

—–พบศพในรัฐ XX วันที่ XX เดือน XX ปี XX อีกครั้ง

ผู้อาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับตรอกในเมืองเป็นผู้พบศพ  คาดเดาได้ว่าเป็นเด็กชายในวัยสิบกว่าปีแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร

บนศพมีรอยมีดขนาดใหญ่  ตำรวจกำลังสอบสวนโดยมองว่าเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

 

 

เรอ่านข่าวนั้นด้วยสีหน้าแทบไร้อารมณ์

(เด็กชายในวัยสิบกว่าปี….)

ไม่รู้เพราะอยู่ในช่วงอายุเดียวกันหรือเปล่า  แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงติดใจเรื่องนั้น  แต่ในตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหยุดยืนในที่ ๆ น่าอึดอัดแบบนี้เสียหน่อย

(ต้องรีบกลับแล้ว…..)

เรถอนหายใจเบา ๆ แล้วขยับเท้าจะเดินออกไปอีกครั้ง  แต่ในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงร้องคุ้นหู——จิ๊บ ๆ ดังขึ้นจากบนเพดาน  เรเงยหน้าขึ้นทอดสายตาไปยังเสียงร้อง  ก่อนเห็นนกตัวน้อยสีขาวร้องเหมือนเรียกร้องอะไรบางอย่างอยู่ในช่องว่างดูไม่เป็นธรรมชาติใกล้ ๆ เพดาน

(ทำไมถึงมีนกอยู่ในที่แบบนี้…..?)

เรเอียงคอ  ถ้าตัวหนังสือแสดงคำว่า B6 นั้นไม่ผิด  ที่แห่งนี้น่าจะอยู่ในชั้นใต้ดินลึกน่าดู

(….นกน่ารักจัง)

แต่อารมณ์อยากลองจับตัวนกดูเอ่อล้นขึ้นมาในใจก่อนได้คิดอะไร  สิ่งมีชีวิตน่ารักตัวนี้ที่จู่ ๆ ก็ปรากฎตัวในสถานที่สกปรกได้นำพาความโล่งอกและดีใจสู่หัวใจของเรที่เก็บซ่อนความสับสนไว้ไม่อยู่หลังจากจู่ ๆ ต้องมาในสถานที่แบบนี้เสียแล้ว

“มานี่สิ”

เรหันหน้าหานกแล้วเอ่ยเรียกด้วยเสียงอ่อนโยนก่อนยื่นมือเชิญชวน  แต่นกกลับทำเพียงเอียงคอแบบเดียวกับเรแต่ไม่ยอมขยับออกจากในรู  ในรูนั้นมืดจนมองไม่ค่อยเห็น  แต่ก็ดูออกว่านกดูอ่อนแรงอยู่เล็กน้อย

(หรืออาจจะหิวอยู่….)

“รอก่อนนะ….เดี๋ยวหาอะไรมาให้กิน”

เรยิ้มบาง ๆ พลางบอกกับนกตัวนั้นแล้วเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อยออกจากตรอกไป

 

 

 

 

 

เรมุ่งหน้าเข้าไปส่วนลึกของชั้นขณะมองหาว่ามีอะไรพอกินได้ตกอยู่ไหม  พอเดินไปถึงทางตันก็เห็นของคล้ายชัตเตอร์ปิดโรงรถเปิดอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ  อีกด้านหนึ่งของชัตเตอร์มีล็อกเกอร์บุบงอคล้ายมีคนเตะทิ้งไว้ตั้งเรียงรายอยู่ด้านใน

(อาจจะมีของกินอยู่ก็ได้…)

เรลอดผ่านข้างล่างชัตเตอร์ซึ่งเปิดสูงเท่ากับตัวเธอพอดีเข้าไป

ที่แห่งนั้นมีร่องรอยคล้ายโรงงานสักอย่างเหลือทิ้งไว้  ตรงทางเข้ามีอ่างล่างมือเปื้อนของเหลวสีแดงเข้มตั้งอยู่  แต่พอหมุนก็อกก็ไม่มีน้ำไหลออกมา

(หิวน้ำจัง….)

เธอนึกไม่ค่อยออกเท่าไร  แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้กินอะไรมาสักพักนึงแล้ว

ชุดคนงานเปื้อน ๆ วางกระจัดกระจายอยู่พื้นสัมผัสคล้ายราดด้วยยางมะตอยฝืด ๆ จนดูไม่เหมือนว่าอยู่ในห้อง  มีกล่องไม้หลาย ๆ ขนาดวางไว้ลวก ๆ หลายกล่อง  บางกล่องใหญ่จนเรสามารถเข้าไปอยู่ในนั้นได้อย่างสบาย

(ที่นี่เป็นโรงงานอะไรมาก่อนหรือเปล่า…..)

เรลองเปิดกล่องไม้เหล่านั้นทีละกล่องเพื่อหาว่ามีอะไรกินได้ไหมพลางคิดไปเรื่อยเปื่อย  แต่ไม่พบอะไรอยู่ในกล่องเหล่านั้นเลย

“อะ…”

แต่พอเปิดกล่องไม้ใบเล็กที่สุดกล่องสุดท้ายดูก็พบถุงป๊อบคอร์นกินเหลืออยู่ในนั้น

(ดีจัง…ถึงจะชื้นไปหน่อยแต่น่าจะพอกินได้  แล้วนกกินป๊อบคอร์นไหมนะ…..?)

เรลูบอกด้วยความโล่งใจ  แล้วเก็บถุงป๊อบคอร์นนั้นอย่างระมัดระวังไม่ให้หกเข้ากระเป๋าสะพายที่พาดอยู่บนไหล่  ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมกลับไปหานกตัวนั้น  ก่อนสัมผัสถึงความรู้สึกต่างจากตอนเหยียบแมลงสะท้อนมาจากใต้รองเท้าบู๊ท  เธอขยับรองเท้าบู๊ทแล้วหยิบสิ่งที่เหยียบขึ้นมา  ก่อนพบข่าวหนังสือพิมพ์ยับยู่ยี่เหมือนมีคนขยำเป็นก้อนโยนทิ้งไว้

 

 

“ฆาตกรต่อเนื่อง”

——พบศพของจอห์น  สมิธ (26)  ในโรงงานในรัฐ XX วันที่ XX เดือน XX  ปี XX

ดูจากแผลแล้วคาดได้ว่าเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องผู้สร้างความแตกตื่นในเมืองแห่งนี้อยู่

จอห์น  สมิธเป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี  ขยันขันแข็งที่ทำงานในโรงงานแห่งนี้

วันเกิดเหตุเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากเขาพูดกับเพื่อนร่วมงานว่า “พรุ่งนี้จะได้รถคันใหม่” ด้วยท่าทางดีใจ

——-การฆาตกรรมไร้จุดเชื่อมต่อยังคงพาเมืองทั้งเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัว

 

 

——-ฆาตกร…

(เจอแต่ข่าวแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว….เกี่ยวอะไรกับตึกนี้หรือเปล่า…..?)

พออ่านข่าวน่ากลัวแบบนั้น  ในหัวก็รู้สึกถึงลางไม่ค่อยดีแวบไปมา

ในตอนนั้นเรได้ยินเสียงนกดังจิ๊บ ๆ เหมือนร้องเรียกเธอดังมาจากที่ไกล ๆ

——–จริงด้วย…ต้องรีบกลับไปหานก…..

เรปล่อยข่าวหนังสือพิมพ์ตกบนพื้นเหมือนสูญเสียความสนใจแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังหลังตรอก

 

 

 

 

 

นกยังส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ……——เหมือนบอกให้รู้ที่อยู่ตนเองอยู่ตรงหลังตรอก

(รอฉันอยู่เหรอ…..?)

เรโล่งอกเมื่อเห็นนกยังอยู่ที่เดิม  แล้วหยิบถุงขนมออกจากกระเป๋าสะพาย  หยิบป๊อบคอร์นสองสามเม็ดใส่มือทั้งสองข้างก่อนยื่นไปทางนก  นกค่อย ๆ ขยับออกจากรูเหมือนถูกกลิ่นของกินเชิญชวนก่อนค่อย ๆ กระโดดลงบนมือของเรแล้วจิกป๊อบคอร์นด้วยท่าทางดีใจ

“ทานให้หมดเลยก็ได้นะ”

(….น่ารักจัง)

เรมองยิ้ม ๆ ดูภาพน่ารักของนกพยายามกินป๊อบคอร์นสุดกำลัง  เธอชอบของน่ารักมาตั้งนานแล้ว  แค่ได้อยู่กับของน่ารัก ๆ ก็รู้สึกปลอดโปร่งใจอย่างบอกไม่ถูก

(ลูกหมาตัวนั้น…ก็น่ารักเหมือนกัน….)

เรนึกถึงลูกสุนัขที่เคยเลี้ยงไว้ขณะมองดูนกขึ้นมา

(อะ  จริงด้วย….จะว่าไปฉันเคยเลี้ยงลูกหมาด้วยนี่นา….)

——ไม่แน่ว่าความทรงจำกำลังค่อย ๆ กลับมาก็เป็นได้….

แต่เรก็ยังนึกไม่ออกว่าทำไมเธอถึงมาที่นี่  หรือว่าเธอเป็นใครกันแน่อยู่ดี  ที่นึกออกก็แค่ชื่อ  อายุของตัวเอง  เรื่องที่รับการพูดคุยปรึกษา…..และก็เรื่องที่ตัวเองเห็นฉากฆาตกรรมคนไม่รู้จักเท่านั้น

เรยื่นมือหานกราวกับจะสลัดความทรงจำไม่น่าชื่นชมที่ผุดขึ้นมาออกไป

“เอ๊ะ  เจ็บอยู่เหรอ…..?”

ทันทีที่เธอจะลูบนกก็เห็นว่าปีกข้างหนึ่งเปื้อนเลือดเหมือนเพิ่งถูกของมีคมเฉือนมา

(คงเจ็บน่าดู……แล้วแบบนี้ก็บินไม่ได้สิ)

 

——-….ต้องรักษาแล้ว

 

เรประคองนกไว้ด้วยมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างแล้วปล่อยให้เกาะบนไหล่ตัวเอง

“ไม่เป็นไร  อยู่นิ่ง ๆ นะ”

ก่อนจะหยิบผ้าพันแผลจากกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลออกมาจากในกระเป๋าสะพาย  แล้วพันรอบตัวนกเหมือนกำลังห่อของขวัญชิ้นสำคัญ

“…..เท่านี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว”

หลังจากพันผ้าพันแผลไว้สวยงาม  ก็ได้ยินเสียง——แคร้ง…ชวนขนลุกดังมาจากใกล้ ๆ ตัว  แล้วตอนนั้นนกในมือเรก็สั่นเหมือนตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง

“…….ไม่เป็นไร  ไม่ต้องกลัว  ออกไปจากที่นี่ด้วยกัน………..นะ?”

แต่เรก็ละความสนใจจากเสียงแปลก ๆ ที่ขยับใกล้เข้ามา  ขยับยิ้มอ่อนโยนให้นกขณะลูบตัวอุ่น ๆ ของมันไปด้วย  แต่นกกลับสั่นกลัวผิดปกติจนร่วงหล่นจากมือของเรไป

“จะหนีไม่ได้นะ”

เรไล่ตามนกซึ่งมุ่งหน้าไปทางต้นเสียงทั้งที่ยังบินได้ไม่แข็ง

“เอ้า  มาทางนี้สิ”

ตอนเธอยื่นมือไปหาขณะแย้มยิ้มตอนนั้นเอง—–

นัยน์ตาสะท้อนภาพร่างกายของนกสีขาวสะอาดกระเด็นออกเป็นสองส่วน

ของเหลวสีแดงกระเด็นถูกแก้มเรเป็นเส้นตรง  แล้วเลือดอุ่น ๆ นั้นก็ไหลผ่านแก้มสีขาวตกลงบนพื้น  ความเงียบแผ่เข้ามาแวบหนึ่ง  แล้วเสียงหัวเราะลั่นก็กรีดแทงเข้าแก้วหูของเรเต็ม ๆ

“ย้าฮะฮะฮะฮะฮะฮ่า!”

เรทำได้แต่ยืนค้างจากเรื่องที่เกิดขึ้นกระทันหัน  ตรงหน้ามีชายรูปร่างผอมสูงยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งยืนอยู่  ชายผู้นั้นใส่กางเกงสีแดงเลอะ ๆ คลุมฮู้ดสีดำเขียนลวดลายเหมือนลูกศรขนาดใหญ่ไว้บนหัว  และในมือซ้ายมีเคียวขนาดใหญ่เหมือนของที่ยมทูตถือไว้  ชวนคิดว่าสามารถใช้ฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย

แต่เธอไม่อาจเห็นใบหน้าของชายคนนั้นได้ชัดเจน  เพราะใบหน้าหรือผิวของเขาถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลหนา ๆ ราวกับจะปกปิดอะไรไว้เต็มไปหมด

——–….ใคร?

เรเผลอถอยหลังเมื่อเห็นชายประหลาดคนนั้น

“เมื่อกี๊เธอทำหน้าพอใจอยู่สินะ”

ชายคนนั้นพอเห็นเรเป็นแบบนี้ก็ขยับยิ้มแบบไม่เกรงกลัว

ก่อนก้มมองเรซึ่งตัวเล็กกว่าตัวเองมากพอควร

“แต่ตอนนี้สิ้นหวังซะแล้ว……”

เขาพูดด้วยเสียงดังจนแทบฉีกแก้วหูได้ก่อนขยับเท้าเข้าใกล้เรทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากัน  ดูเหมือนในหัวของชายผู้กำลังสนุกจนอดใจไม่ไหวจะฉายใบหน้าของเรขณะขยับยิ้มให้นกอยู่  นั่นคือช่วงเวลาที่ชายคนนั้นรับรู้ถึงใบหน้าพึงพอใจตามแบบที่เขาหวัง  และรับรู้ถึงตัวตนของเรผู้กลายเป็นเครื่องสังเวยได้ในขณะเดียวกัน

———….อะไรนะ?

หัวใจของเรย้อนนึกถึงภาพสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมจากคำว่าสิ้นหวังขณะตัวแข็งทื่อ  ภาพนั้นคง…ไม่มีทางเป็นอื่นใดนอกจากความสิ้นหวังได้อีกแล้ว

——–แต่ถ้าคนไม่รู้จักถูกฆ่าแล้วจะรับรู้ถึงความสิ้นหวังด้วยเหรอ…..?

(ไม่รู้สิ…..นึกไม่ออก)

ครั้นพยายามนึกถึง  ความกลัวไร้ตัวตนซึ่งไม่รู้ว่าเอ่อล้นออกมาจากไหนก็เข้าควบคุมจิตใจของเร

“หลังจากนี้ฉันจะให้เวลาเธอ 3 วินาที  เพราะงั้นลองหนีดูหน่อยเป็นไง?  แล้วก็ช่วยตะโกนร้องไห้ขอชีวิตด้วย!  ขอเห็นใบหน้าสิ้นหวังมากกว่านี้หน่อย!”

ชายคนนั้นจ้องมองแววตาสีน้ำเงินเข้มไม่วางตาขณะตรงเข้ามาหาเรซึ่งกำลังสับสนอย่างเห็นได้ชัดพร้อมตะโกนใส่พลางหัวเราะไปด้วย

เรไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  และตอนนี้กำลังเกิดอะไรอยู่  เพียงแต่ภาพนกถูกผ่าออกเป็นสองส่วนนั้นฝังลึกอยู่ใต้เปลือกตาจนเอาไม่ออก

“3…”

แต่เธอไม่มีเวลาว่างพอจะคิดว่าเกิดอะไรขึ้น

(ต้อง  หนี…..)

เรได้สติกลับมา  หันหลังให้ชายซึ่งเริ่มนับเลขแล้ววิ่งหนี

ในตอนนั้นก็นึกสถานที่ซ่อนตัวเพียงหนึ่งเดียวออก  เธอจึงออกวิ่งเต็มกำลังตรงไปยังที่แห่งนั้นทันที

 

 

 

 

 

“….หือ?  ยัยนั่นหายไปไหนวะ…..?”

เสียงชายคนนั้นเตะกล่องไม้ดังตึง  ตึง  ด้วยความหงุดหงิดดังไปทั่วทั้งชั้น

(นั่นต้องเป็นฆาตกรที่เขียนไว้ในข่าวแน่ ๆ…..)

เรขดตัวกลมเหมือนแมวแล้วหลับตาปี๋  ซ่อนตัวอยู่ข้างในกล่องไม้ขนาดใหญ่ในห้องคล้ายกับโรงงานที่หาอาหารให้นกเจอเมื่อครู่

(….เอาเหอะ  ยังไงก็รู้อยู่แล้วว่าซ่อนอยู่ที่ไหน……)

“กล่องพรรค์นี้  พังให้หมดเลยแล้วกัน”

(…..!)

เรเผลอลืมตาจากคำพูดกับตัวเองนั้น

(….พระเจ้า——-)

พอเป็นแบบนี้ก็ทำได้เพียงภาวนาไม่ให้ชายคนนั้นหาตัวเจอ

แต่คำภาวนานั้นสูญเปล่า  เสียงดังโครม  โครมดังขึ้นขณะชายคนนั้นฟันกล่องที่เข้าสายตาไล่ตามลำดับตามที่พูด  เธอรู้ดีจนกลัวขึ้นมาว่ากล่องที่ตัวเองซ่อนตัวอยู่ตอนนี้คงหนีไม่พ้นเช่นกัน

(…อึก)

เรรับรู้ว่าชายคนนั้นกำลังมาทางนี้  เธอปิดปากตัวเองไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมาแล้วขยับตัวชิดด้านข้างกล่องไม้ฝั่งตรงข้าม  แต่ไม่รู้ว่าอยู่ในตำแหน่งมุมอับหรือเปล่า——ชายคนนั้นถึงไม่ฟันกล่องไม้ที่เรซ่อนตัวอยู่

“โธ่เว้ย  ไม่เห็นอยู่ตรงไหนเลย!…..หาตัวเจอเมื่อไรจะไม่ปราณีแน่!”

หลังชายคนนั้นไล่ฟันกล่องไม้ไม่เลือกหน้าเหมือนคนอาละวาด  เขาก็พ่นคำพูดนั้นทิ้งไว้แล้วหายไปที่ไหนสักแห่ง  ทิ้งเรให้นั่งตัวสั่นอยู่ในกล่องไม้ไว้

พอเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป  เรก็แอบยื่นหน้าออกจากกล่องไม้ทั้งที่ยังกลัวอยู่บ้างเพื่อมองไปรอบ ๆ

(ไปแล้ว  หรือเปล่า…..?)

เธอไม่เห็นตัวชายคนนั้นแล้ว

(ต้องรีบออกจากที่นี่ก่อนสิ่งนั้นจะเจอเข้า…..)

—–หากถูกจับได้  คง….โดนฆ่าแน่

ในหัวของเรย้อนภาพเลือดสีแดงเข้มสาดกระจายรอบทิศทางขึ้นมา  และตอนนั้นก็ได้ยินเสียงร้องดังจิ๊บ ๆ….ของนกที่ไม่น่าร้องได้แล้ว—–เหมือนคนหูฝาด

(จริงด้วย  นก…..)

———ไปหานก  ดีกว่า…..

 

 

 

 

 

 

“……..”

หลังกลับไปยังด้านหลังตรอกด้วยความระมัดระวังไม่ให้ชายน่ากลัวคนนั้นหาตัวเจอทั้งที่ยังนึกขวัญผวาอยู่บ้าง  เธอก็เห็นก้อนเนื้อเปื้อนเลือดของนกที่ถูกผ่าแยกเป็นสองส่วนกลิ้งอยู่บนพื้น  มันไม่หายใจแล้วราวกับที่มีชีวิตอยู่ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องโกหก

“……มานี่สิ  เดี๋ยวฉันพาไปเอง”

เรอุ้มนกที่ถูกผ่าเป็นสองส่วนเอาไว้ในมือ  ร่างของนกแม้ตัวจะเริ่มแข็งขึ้นมาบ้าง  แต่ก็ยังอ่อนนุ่มและหลงเหลือความอบอุ่นเพียงเล็กน้อย  เธอคิดว่ามันเหมือนขนมปังที่เริ่มเย็นเล็กน้อย

(อย่างน้อยก็อยากฝังร่างให้…..)

เธอลองมองไปรอบ ๆ แล้วภาพพลั่วขนาดใหญ่ถูกพิงไว้ข้างกำแพงเหมือนมีคนเตรียมเอาไว้  เรปล่อยนกลงจากมือแล้วใช้พลั่วหนัก ๆ นั้นค่อย ๆ ขุดรูบนดินให้ใหญ่พอฝังนกลงไปได้

แต่พออุ้มนกขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะฝังลงไปในรูนั้น  ในใจก็เกิดความรู้สึกไม่คุ้นชินแปลก ๆ ลอยขึ้นมา

 

——….ไม่ใช่

 

และขณะก้มมองดู  ตาของเรก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินสดราวกับฉายภาพวันสิ้นโลก

(….ไม่ใช่——–…..นกตัวนี้ไม่ใช่……)

ไม่ได้เป็นแบบนี้ซะหน่อย  ไม่ใช่แบบนี้  ไม่ได้ดูน่าสงสารแบบนี้

เรพึมพำในใจแล้วลืมตาสีน้ำเงินสดจ้องมองร่างของนกที่ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน  ร่างน่าสยดสยองนั้นไม่ใช่นกที่เรเคยคิดว่าน่ารักเลย

(……ต้องรักษาให้กลับเป็นนกแบบเดิม)

เรหยิบอุปกรณ์เย็บผ้าออกมาจากกระเป๋าสะพายบนไหล่ด้วยนิ้วมือสั่นเทา  อุปกรณ์เย็บผ้าเหล่านั้นเรมักใช้เย็บตุ๊กตาอยู่เสมอ

“ไม่เป็นไรนะ  ไม่เจ็บแล้วละ…..”

เรขยับยิ้มเพียงมุมปาก  ลูบนตัวนกราวกับจะปลอบไม่รู้กี่ครั้งพลางหาตำแหน่งที่แยกออกจากกัน

(……ถ้ายังเป็นแบบนี้  ถึงไปสวรรค์ก็คงบินไม่ได้)

และนกตัวนั้นเคยน่ารักกว่านี้

——-เพราะงั้น

“จะแก้ไขเป็น….นกของฉันให้เอง——-”

เรพึมพำพลางขยับยิ้มตรงมุมปากอย่างเดียวอีกครั้ง  แล้วเย็บร่างของนกที่ถูกผ่าเป็นสองส่วนให้กลับเป็นดังเดิมให้เรียบร้อยด้วยเข็มขนาดใหญ่และด้ายสีขาวเหมือนปีกนก  เธอถนัดงานเย็บปักแม้ไม่เคยมีใครสอนให้มาตั้งแต่เด็กแล้ว  เรเพ่งตามองขณะตั้งสมาธิเย็บร่างของนกที่ถูกผ่าด้วยความชำนาญราวกับลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์อันตราย   แล้วร่างของนกก็กลับสู่สภาพเดิมแม้มีรอยเย็บในเวลาเพียงไม่กี่นาที

“….นี่ไง  เย็บติดกันสวยเลย”

หลังลูบตัวนกที่อุณหภูมิเริ่มเย็นลงกว่าเดิม  เรก็ฝังร่างนั้นเอาไว้ในรู  ก่อนจะเห็นแสงสว่างแวบขึ้นมาจากด้านข้าง

เธอสงสัยว่าเป็นอะไรแล้วหยิบมันขึ้นมาเหมือนจะกอบเอาหน้าดินขึ้นมาด้วย  แล้วพบว่าเป็นการ์ดเล็ก ๆ ขนาดพอ ๆ กับตั๋ว

(ใครทำตกไว้หรือเปล่า……?)

ถ้าเป็นของที่ชายคนนั้นทำตกไว้—-ก็อาจเป็นการ์ดสำหรับลิฟท์ก็ได้….พอเธอนึกออกเช่นนั้นก็ได้ยินเสียงแคร้ง——-ชวนโชคร้ายเหมือนตอนเตะกระป๋องเปล่าดังก้องมาอีกครั้ง

(…..!  ต้องรีบหาทางออก……!)

เธอเข้าใจทันทีว่าเสียงนี้สื่อถึงอะไร  เรเก็บการ์ดที่นกคายออกมาใส่กระเป๋าเสื้อสีขาวที่สวมอยู่แล้วรีบลุกขึ้นยืน  แต่ในตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากบนหัว  พอเงยหน้าก็เห็นชายคนนั้นยืนอยู่บนท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดตัวอยู่ตามชั้น  ชายผู้คลุมหัวด้วยฮู้ดของเสื้อคลุมจนมิดกระโดดลงมาจากบนท่อระบายน้ำแล้วยืนขวางทางออกไว้

“หา—ตัวเจอซะที…..”

ชายคนนั้นมองเรทำท่าหวาดกลัวแล้วขยับยิ้มไม่หวาดหวั่นเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกภายใต้ผ้าพันแผลที่พันไว้เหมือนปกปิดผิว  เขาเบิกตาที่เห็นอยู่ระหว่างผ้าพันแผลขึ้นกว้าง  ยกเคียวขนาดใหญ่ขึ้นเหนือหัวหันไปทางเร  ก่อนตะโกนพลางหัวเราะเสียงสูงราวกับปีศาจ

“ครั้งนี้จะไม่รอ…..ให้สักวินาทีแล้วเฟ้ย——–!!”

 

 

“——หากไม่อยากถูกอาศัยในชั้นนั้น ๆ ฆ่า  มีทางเดียวคือจงขึ้นไปยังชั้นอื่น ๆ เท่านั้น”

 

 

ในตอนนั้นหัวของเรผุดตัวหนังสือประโยคสุดท้ายของรอยเขียนนั้นขึ้นมา

“….ต้อง  หนีแล้ว  ต้องรีบออกจากที่นี่…..กลับไปที่บ้าน”

——ก็คุณพ่อกับคุณแม่  กำลังรอฉันอยู่…..

ถึงจะคิดเช่นนั้นแต่ขาของเธอก็หมดแรงจนทำยังไงก็ไม่ยอมขยับ  ในหัวของเรเห็นภาพคุณพ่อกับคุณแม่นั่งจับมือกันแน่นอยู่บนโซฟาก่อนหายไป

“เอ้า  ทำหน้าสิ้นหวังให้ดูหน่อย!!”

เด็กสาวผู้เย็บนกด้วยสีหน้าชวนขนลุกไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว  ชายคนนั้นเหวี่ยงเคียวขึ้นใส่เรที่ทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่อย่างไร้ความปราณี

(เอาไงดี……!)

ตอนสัมผัสได้ถึงอันตรายขั้นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย  ก็พลันเห็นกำแพงด้านหลังมีของคล้าย ๆ เบรคเกอร์ติดอยู่

(สิ่งนั้น  หรือว่า…….)

ตัดสินใจรีบวิ่งไปหาเบรคเกอร์ทันที  แล้วดันสวิตซ์ทั้งหมดลงอย่างไม่ลังเล  แสงไฟดับลงตามที่คิด  ข้างในชั้นถูกความมืดมิดเข้าล้อมรอบจนหมด

“หา?!  อะไรวะ  มองไม่เห็นเลย!”

ชายคนนั้นตะคอกเสียงหงุดหงิดเพราะคิดว่าจะลงมือฆ่าได้

(รีบขึ้นไปข้างบนตอนนี้แหละ….!)

เรหวังพึ่งแสงสว่างสีเขียวจาง ๆ ในความมืดของประตูเขียนไว้ว่าทางไปลิฟท์….วิ่งไปยังทางออกฉุกเฉินราวกับดึงสติกลับมาได้

“เฮ้ย  จะไปไหน!”

ได้ยินเสียงโกรธแค้นของชายคนนั้นสะท้อนในความมืด

(ถูกตามทันแน่….)

เรใช้กำลังที่มีเหลืออยู่วิ่งหนีจากเสียงหนักขณะหอบหายใจไปด้วย

ระหว่างทาง  ในหัวกลายเป็นสีขาวโพลนเหมือนเซลล์ค่อย ๆ ตายไปทีละนิด  เรเผลอนึกถึงครอบครัวระหว่างที่วิ่งอยู่ขึ้นมา  แต่ความทรงจำนั้นกลับรางเลือนเหมือนยามพระจันทร์ถูกเมฆปกคลุมขณะกำลังออกวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

พอเธอหาทางมาถึงทางออกฉุกเฉินได้  ก็เห็นช่องเสียบการ์ดอยู่บนประตูเขียนไว้ว่าทางไปลิฟท์

(—–ว่าแล้ว)

เรรีบหยิบการ์ดที่นกคายออกมาออกจากกระเป๋าแล้วเสียบเข้าช่อง

พอประตูเปิดแล้วเข้าไปข้างในก็เห็นลิฟท์อยู่ด้านในทางเดินตามป้ายบอก  แม้เรจะรู้สึกเวียนหัวอยู่บ้างแต่ก็วิ่งเข้าไปในลิฟท์แล้วกดปุ่มเขียนไว้ว่า B5 โดยไม่คิดอะไร

“แฮ่ก…..แฮ่ก”

ประตูลิฟท์ปิดโดยที่ชายคนนั้นไม่ได้ไล่ตามมา  เรทรุดลงนั่งกับพื้นพลางหอบหายใจก่อนหลับตาปี๋

(——-นั่นมัน  อะไร  กันแน่………?)

คำว่า———-ฆาตกรต่อเนื่องตามที่เขียนไว้ในหนังสือผุดขึ้นแล้วแทรกซึมอยู่ในหัวของเร

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s