Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 10]

เฉลยไปเรื่อย ๆ…

จะเขียนให้ตัวละครทุกคนในทีมออกนี่คงไม่ไหวอะค่ะ  หาที่ยัดไม่ได้จริง ๆ orzll

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


สัมผัสแข็ง ๆ เย็นเฉียบแผ่อยู่บริเวณแก้ม

มิยูกิกะพริบตาสองสามทีเพื่อเรียกสติตัวเองกลับคืนมา  ในตอนนั้นเองที่กลิ่นคาวเริ่มโชยเข้าจมูก

ที่นี่……ที่ไหน?

ภาพตรงหน้าเริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ก็มองเห็นได้เพียงวัตถุบางอย่างตั้งอยู่รอบตัวเป็นเงาตะคุ่ม ๆ  เขายันตัวขึ้นช้า ๆ จนลุกขึ้นนั่งสำเร็จ  ยกมือขยับแว่นให้เข้าที่  แล้วพยายามเพ่งตามองไปรอบตัว

เกิดอะไร…ขึ้น?

ทันใดนั้นเขาก็นึกเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ออก

“โคมินาโตะ!!?  ฟุรุยะ!!!?”

มิยูกิเค้นเสียงตะโกนออกมา  พร้อมกับไอจนตัวโยนจากความเหนื่อยล้าและความเครียด  หัวยังเต้นตุบ ๆ อยู่แต่ไม่ได้ปวดมากเหมือนก่อนสลบไปแล้ว

ไม่มีเสียงตอบ

“มีใครอยู่ไหม!!?  ถ้ามีตอบด้วย!!!!”  เขาฝืนตะโกนอีกหน  ยกมือทุบอกตัวเองเบา ๆ เรียกแรงในร่างกายให้กลับคืนมา  กลิ่นเหล็กยังลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ  โชคดีที่ไม่ได้อบอวลเหมือนบางห้องที่เคยเข้าไปก่อนหน้านี้  เลยไม่ได้ดึงความอยากอาเจียนออกมามากนัก

……ต้องหา…แสงไฟ……….

รอบตัวมืดเกินกว่าจะเดาออกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน  เขาส่ายหัวไปมาแรง ๆ อีกครั้งแล้วเพ่งสายตาไปรอบ ๆ  เริ่มพอเดาออกว่าเงาตะคุ่ม ๆ นั้นคือโต๊ะเรียนกับเก้าอี้ที่ตั้งจับคู่กันกระจายรอบห้อง

ห้องเรียน?

เขาจำได้ว่าล่าสุดเขากำลังอ่านข้อความในตู้เก็บรองเท้าหน้าทางเข้าตึกอยู่

แปลว่า….มีใครบางคนย้ายตัวเขามาไว้ที่นี่?

ถึงสงสัยว่าทำไมถึงทำแบบนั้น  แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลามาคิดหาเหตุผล  พอคิดดังนั้นเขาก็พยายามชันตัวเองยืนขึ้นก่อนเซถลาไปเกาะโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด  ก่อนหันมองไปรอบตัวอีกครั้ง

ในห้องมืดเสียจนมองอะไรไม่เห็น  ไม่เห็นแสงไฟดวงใหญ่ชวนอบอุ่นใจจากตะเกียงที่เขาเคยถือไว้  เขาคงปล่อยมันหลุดจากมือไปตอนที่ล้มสลบลงก่อนหน้านี้

…มือถือ!!!?

มิยูกินึกเรื่องจับเวลาขึ้นมาได้เลยรีบตบตามตัว

….ไม่มี!!!?…

เขาลองก้มลงเอามือแตะ ๆ พื้นรอบตัวอีกครั้ง  แต่ควานหาเท่าไรก็หาวัตถุทรงสี่เหลี่ยมลื่น ๆ เย็น ๆ ไม่เจอเลยสักนิด  มือสัมผัสได้แต่ผิวเรียบลื่นของพื้นไม้ถูกขัดมันสลับกับบางจุดที่ผุพังจนปรากฎเสี้ยนขึ้นมา

แบบนี้ก็ไม่รู้สิว่าสลบไปนานเท่าไร

เขาเดาะลิ้นหงุดหงิด  ความมืดปกคลุมรอบตัวมากเกินจนลดความหวังว่าจะหาโทรศัพท์มือถือเจอ  เขาเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นหาต้นแสงสว่างใช้ในห้องนี้แทน

จะว่าไป…ตรงนั้นมีแสงอะไรอยู่นี่นา

มิยูกิเบือนสายตาไปยังแสงสว่างสีขาวดวงเล็กตรงมุมห้อง  เขาเห็นมันแทบจะทันทีตั้งแต่ที่ลืมตาขึ้น  และเป็นต้นแสงเดียวที่ช่วยให้เขามองเห็นเงาตะคุ่มของวัตถุในห้อง  เพียงแต่พลังแสงนั้นน้อยเกินกว่าจะเดาได้ว่าเป็นอะไร

เขาถอนหายใจยาว  รวบรวมแรงไปที่ขาก่อนเดินไปทางต้นแสง

กลิ่นคาวเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ

พร้อมกับภาพตรงหน้าฉายเข้าตา

“………ไม่จริง…………น่า……..”

สิ่งแรกที่เขาเห็นคือโทรศัพท์มือถือวางคว่ำกับพื้น

แสงไฟสาดสว่างจากแฟลชข้าง ๆ กล้องหลัง  พอคาดได้ว่าตัวเครื่องกำลังใช้โปรแกรมเปิดไฟฉายอยู่

แสงนั้นสาดขึ้นด้านบน  ฉายให้เห็นร่างของคนสองคนนั่งพิงกำแพงอยู่ข้างหลัง

เรี่ยวแรงทั้งหมดหายไปจากขาของมิยูกิจนตัวเขาทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง

คาเนมารุ  ชินจิ

โทโจ  ฮิเดอากิ

ทั้งสองคนนั่งพิงกับกำแพงในท่าเอาหัวพิงกัน  ของเหลวสีแดงไหลซึมจากในเสื้อผ้าออกมาช้า ๆ จนเริ่มเจิ่งนองบนพื้น  ฝั่งคาเนมารุไหลออกมาจากท้อง  ส่วนฝั่งโทโจไหลออกมาจากหน้าอก

ตัวของมิยูกิแข็งไปทั่วขณะ  แต่เขาก็รีบกลืนน้ำลาย  ออกแรงขยับมือให้ยื่นไปยังร่างของทั้งสองคนช้า ๆ ขณะพร่ำบอกตัวเองในใจว่าทุกอย่างต้องไม่เป็นไร

ใช่แล้ว…ต้องเป็นเหมือนตอนพวกโอคุมูระแน่ ๆ….

แต่พอเอามือแตะบนบาดแผล  ของเหลวอุ่น ๆ ก็ทะลักออกมาจากปากแผล

พร้อมกับร่างของทั้งคู่เลื่อนเอนลงบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง  ส่งผลให้แอ่งของเหลวบนพื้นเจิ่งนองจนไหลซึมมาถึงรองเท้า

ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีแดงจากละอองที่ลอยฟุ้งขึ้นมา

“อะ……….อะ………….!!!!!!!!!!!!!!”

คอของเขาแห้งผากเสียจนไม่อาจส่งเสียงอะไรออกมาได้อีก

.

.

.

.

.

.

เวลาผ่านไปไม่นานนัก

มิยูกิกลืนน้ำลายขม ๆ ในคอลงท้อง  ออกแรงบังคับมือตัวเองให้คว้าโทรศัพท์มือถือบนพื้นขึ้นมา  แถบแสดงแบตโชว์ให้เห็นว่าแบตลดไปเยอะมากแล้ว  พอเห็นดังนั้นเขาเลยรีบสั่งตัวเองให้ลุกขึ้นยืน  ก่อนเดินโซเซตรงไปบริเวณตู้เก็บของริมกำแพง

ไม่นานนักเขาก็หาตะเกียงกับไม้ขีดเจอ  เขาลงมือจุดไฟจนเห็นว่าเปลวไฟในตะเกียงลุกโชนดูคงที่ดีแล้วก็กดปิดโปรแกรมไฟฉายก่อนหย่อนโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋า  นึกขอโทษใครสักคนผู้เป็นเจ้าของเล็กน้อยแล้วเดินกลับมาย่อตัวลงตรงหน้ารุ่นน้องทั้งสองคน

เลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว  แต่ของเหลวบนพื้นยังคงไม่จับตัวกันเป็นก้อนและส่งกลิ่นชวนคลื่นไส้ขึ้นมาเป็นระยะ  มิยูกิลองยกมือแตะเข้าที่คอของโทโจเบา ๆ  สัมผัสเย็นเฉียบแผ่ผ่านปลายนิ้วมือเขามา  พอลองเปลี่ยนไปแตะฝั่งคาเนมารุบ้างก็รู้สึกไม่ต่างกัน

….ขอโทษ………

ความเจ็บใจแล่นขึ้นมาจนต้องสะกดกลั้นไม่ให้ตะโกนออกมาอีก  เขาหลับตาลงพลางกัดริมฝีปากก่อนลืมตาขึ้น  ค่อย ๆ ประคองร่างทั้งสองคนให้กลับมาอยู่ในท่านั่งพิงกำแพงเช่นเคย  แล้วเอื้อมมือวางลงบนเปลือกตาอีกฝ่ายช้า ๆ ทีละคน

…..ฉันจะกลับมาพาพวกนายออกไปแน่นอน………เพราะงั้น………ช่วยรอก่อนนะ…..

เขานึกในใจ  มือสั่นเทาจนต้องรีบชักมือกลับมากุมไว้กับอก  อารมณ์ต่าง ๆ ประดังประเดเข้ามาจนเกือบหายใจไม่ออก  แวบหนึ่งเขานึกอยากสลบลงไปอีกรอบแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีก  แต่ก็ต้องรีบกัดปากตัวเองเรียกสติกลับคืนมา

ว่าแต่….ที่นี่ที่ไหน

พอเริ่มคงสติตัวเองได้เขาก็มองไปรอบห้อง  แสงจากตะเกียงช่วยส่องสภาพในห้องเรียนให้เห็น  มองเผิน ๆ แล้วดูไม่ต่างจากห้องเรียนอื่นที่เคยเข้าไปนัก…หรือควรต้องเรียกว่าอยู่ในสภาพดีใช้ได้  เพราะไม่มีร่องรอยของเหลวสีแดงเข้มสาดกระจายไปทั่วเหมือนบางห้องก่อนหน้า

ต้นตอของกลิ่นคาวมาจากร่างของรุ่นน้องสองคนนี้เท่านั้นเอง

ก่อนอื่นต้องหาทางไปรวมกับทุกคนก่อน

มิยูกิลองส่องไฟตามพื้นเผื่อจะหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองเจอแต่ก็ไม่สำเร็จ  พอสูญเสียตัวจับเวลาไปเขาก็ไม่รู้แล้วว่าผ่านไปกี่นาทีตั้งแต่ออกจากห้องพยาบาล

โคมินาโตะกับฟุรุยะจะเป็นอะไรไหม

แล้วคุราโมจิ  เซโตะกับอาซาดะล่ะ

ซาวามูระกับโอคุมูระก็ด้วย

ภาพของมาเอโซโนะ  คาเนมารุกับโทโจแล่นเข้ามาในหัวอีกครั้งจนต้องรีบส่ายหัวสลัดความคิดในแง่ลบออกไป

ต้องรีบไปหาทุกคน

เขาพร่ำบอกกับตัวเองให้คิดแต่เรื่องนี้แล้วเดินตรงไปทางประตู  ก่อนแสงไฟจะตกกระทบกับอะไรบางอย่างตรงหางตา  ดึงให้เขาหันไปมองตาม

….สมุด?

สมุดปกสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ  (เพราะแสงสว่างในห้องไม่มากพอ) วางเด่นอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ประตูทางออกมากที่สุด  เขายังไม่เคยเห็นโต๊ะเรียนในตึกนี้ตัวใดมีของวางทิ้งไว้มาก่อน  สมุดเล่มนี้จึงดึงดูดความสนใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น

มิยูกิวางตะเกียงลงบนโต๊ะตัวนั้นแล้วหยิบมันขึ้นมาดู  คราบเลือดที่ติดบนปลายนิ้วเพิ่มลวดลายบนปกทุกตำแหน่งที่เขาเอานิ้วแตะ  และยังสร้างความเหนอะหนะจนพลิกหน้ากระดาษไม่ค่อยออก  แต่เขาก็ใช้ความพยายามจนเปิดหน้าแรกได้สำเร็จ

.

.

บันทึกกรรมการนักเรียน

.

.

กรรมการนักเรียน?

มิยูกินึกขึ้นได้ว่าแต่ละห้องเรียนจะมีกรรมการนักเรียนเป็นตัวแทนห้องคอยจัดการอะไรต่าง ๆ ให้เช่นเรื่องกิจกรรมโรงเรียน  ดังนั้นสมุดเล่มนี้คงเป็นของอดีตกรรมการนักเรียนสักคนที่อยู่ในห้องนี้แน่

เขาลองไล่สายตาดูข้อความในกระดาษ

.

.

บันทึกกรรมการนักเรียน  วันที่ 7 เมษายน

เกิดเรื่องขึ้นระหว่างมิฮาระคุงกับนางาทานิคุง

หรือพูดให้ถูกคือมิฮาระคุงเป็นคนเริ่มโดยเผลอถอยหลังไปชนนางาทานิคุงจนล้มขณะเล่นกับคนอื่น ๆ อยู่  แต่แทนที่มิฮาระจะขอโทษกลับตะคอกใส่นางาทานิคุงแล้วก็ทำเป็นเมินไปเฉย ๆ

ส่วนนางาทานิคุงแทนที่จะโวยวายขึ้นมา  เขากลับยิ้มแล้วลุกขึ้นมากลับไปนั่งที่ตัวเองโดยไม่แสดงทีท่าโกรธสักนิด  แปลกจัง…

คนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ก็ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วย

เคยได้ยินมาว่าทุกคนปฏิบัติตัวกับนางาทานิคุงมาแบบนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว  แต่ฉันก็เพิ่งเคยเห็นชัด ๆ กับตาก็วันนี้แหละ…

พอลองถามดูทุกคนก็บอกว่าเพราะนางาทานิคุงเอาแต่ยิ้มไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยไม่อยากยุ่งด้วย

แบบนี้จะดีจริง ๆ เหรอ…

ถ้ามีโอกาสไว้ลองถามอาจารย์โซโนฮาระดีกว่า

.

.

นางาทานิ…………?

ชื่อของผู้น่าจะเป็นคนเดียวกับเงาประหลาดในอาคารแห่งนี้ดึงความสนใจของมิยูกิให้อยู่กับข้อความในสมุดได้ทันที  เนื้อหานั้นอนุมานได้ว่าห้องเรียนนี้น่าจะเป็นห้องที่ ‘นางาทานิ’ เคยเรียนอยู่

เอาแต่ยิ้ม………..เหรอ……..

เขานึกย้อนถึงเสียงประหลาดที่เคยได้ยินในหัว

………เหมือนจะได้ยินเสียงพูดแบบนี้เหมือนกัน…………

อาจจะเกี่ยวกับ…คดีที่เกิดขึ้นภายหลังก็ได้

มิยูกิพยายามพลิกกระดาษไปหน้าถัดไป  แล้วเพ่งสายตาอ่านข้อความอีกครั้ง

.

.

บันทึกกรรมการนักเรียน  วันที่ 23 เมษายน

วันนี้ได้จับคู่ทำงานกับนางาทานิคุงด้วย

ที่จริงก็เพราะไม่มีใครจับคู่กับเขานั่นแหละ…พออาจารย์บอกให้จับกลุ่มปุ๊บ  ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันจับกลุ่มกับเพื่อนตัวเอง  เหลือนางาทานิคุงแค่คนเดียว  ถึงอาจารย์จะขอให้ใครไปชวนเขาด้วยก็ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น  ฉันก็เลยเสนอตัวเองแหละ

พอบอกว่าจะอยู่กลุ่มเดียวกับนางาทานิคุง  อายาโนะจังก็บอกว่าจะไปอยู่กลุ่มเดียวกับอาโอยานางิจังเฉยเลย  อะไรของเขานะ

ส่วนนางาทานิคุงก็ทำหน้าตกใจใส่  แต่ก็เปลี่ยนมายิ้มเงียบ ๆ เหมือนเดิม

ทุกคนเป็นอะไรกันหมดนะ

อาจารย์โซโนฮาระก็ทำท่าบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบว่าทำไมทุกคนปฏิบัติตัวกับนางาทานิคุงแบบนี้ด้วย  นี่มันอะไรกันเนี่ย!!  เป็นอาจารย์ซะเปล่า

หลังเลิกเรียนต้องคุยกับอายาโนะจังให้รู้เรื่องซะแล้ว

 .

.

เนื้อหาในบันทึกชวนให้นึกถึงไดอารี่มากกว่าจะเป็นบันทึกการทำงานจริงจัง  และหัวข้อเรียกได้ว่าพูดถึงสมาชิกในห้องชื่อนางาทานิทั้งหมด

มิยูกิรีบอ่านต่อ  ความหวังว่าจะไขปริศนาทั้งหมดเริ่มพุ่งพล่านขึ้นในใจ

.

.

บันทึกกรรมการนักเรียน  วันที่ 6 พฤษภาคม

นี่ฉันเองก็เริ่มถูกเมินเหมือนกันใช่ไหม

เพราะไปคุยกับนางาทานิคุงเหรอ

ขนาดอายาโนะจังก็เลิกคุยกับฉันโดยสมบูรณ์

นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!!      

ทุกคนใจร้ายที่สุด!!

 .

.

บันทึกกรรมการนักเรียน  วันที่ 14 พฤษภาคม

เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจนได้

ดูเหมือนไซตามะคุงจะเอาเครื่องเกมใหม่มาอวดเพื่อนแล้ววางไว้บนโต๊ะของนางาทานิคุง  พอนางาทานิคุงมาถึงโต๊ะเลยไปขอโต๊ะคืน  แล้วไซตามะคุงทำยังไงไม่รู้ผลักตัวนางาทานิคุงไปชนโต๊ะตัวเอง  ทำเครื่องเกมหล่นลงพื้นพัง  แล้วไปตะโกนใส่เขาว่า “แกอย่าโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลยจะดีกว่า” เฉย

คนผิดคือตัวเองแท้ ๆ!!

 ฉันมาเห็นเหตุการณ์ตอนท้ายแล้ว  พอจะเข้าไปว่าไซตามะคุงเขาก็เดินฟึดฟัดออกจากห้องไปก่อน  คนอะไรเนี่ย!!

ส่วนนางาทานิคุงก็เอาแต่นั่งนิ่งกับพื้น  หน้าเอาแต่ยิ้มเหมือนเดิม…จะเป็นอะไรไหมนะ…..

รอตอนพักเที่ยงค่อยเข้าไปถามละกัน

 .

.

บันทึกกรรมการนักเรียน  วันที่ 15 พฤษภาคม

วันนี้นางาทานิคุงหยุดเรียน

 เมื่อวานตอนกลางวันฉันถูกเรียกตัวไปประชุมกรรมการกระทันหัน  พอกลับมาในห้องก็ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว  ส่วนตอนกลับบ้านเขาก็หายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้อีก  เลยคลาดโอกาสคุยซะที

เมื่อวานอุตส่าห์มีโอกาสแวะศาลเจ้าเลยซื้อเครื่องรางรูปสุนัขจิ้งจอกกะจะเอามาให้แท้ ๆ

เห็นนางาทานิคุงชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับความเชื่อโบราณของญี่ปุ่นบ่อย ๆ  แบบนี้น่าจะชอบเนอะ

เป็นเครื่องรางทำคล้าย ๆ พวงกุญแจตุ๊กตาสุนัขจิ้งจอก  น่ารักมากเลย

จะได้หาโอกาสถามเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกไปด้วยกันไง

เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงมาแหละ

 .

.

ข้อความสิ้นสุดที่ตรงนี้  พอมิยูกิพลิกกระดาษไปอีกหน้าหนึ่งก็มีบางอย่างลื่นหลุดจากด้านในสมุดร่วงลงกับพื้นดังแกร๊ง

เขารีบหันไปมองตาม  แสงไฟส่องกระทบบางอย่างเล็ก ๆ บนพื้น  เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ก้มลงไปเก็บขึ้นมา

กุญแจ…

ตัวกุญแจมีขนาดเล็กจนชวนนึกว่าเป็นกุญแจตู้มากกว่าเป็นกุญแจห้อง  สีออกเทาหม่น ๆ จากวัสดุที่ทำและความเก่า  มีแท็กห้อยเล็ก ๆ ห้อยอยู่  เมื่อเพ่งมองข้อความบนแท็กก็อ่านได้ว่า ‘ห้องดนตรี’

ทำไมกุญแจของห้องดนตรีถึงมาอยู่ที่นี่….

แต่ที่แน่ ๆ กุญแจนี้น่าจะเกี่ยวกับเจ้าของสมุดบันทึก  มิยูกิจึงหย่อนมันลงกระเป๋าเสื้ออย่างไม่ลังเล  ต่อจากนั้นเขาลองพลิกหน้ากระดาษในสมุดบันทึกต่อแต่ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม  จึงวางมันไว้บนโต๊ะที่เดิม

รีบกลับไปห้องพยาบาลดีกว่า

เขาไม่รู้ว่าตัวเองเสียเวลาไปมากเท่าไรแล้ว  ครั้นจะกลับมาใช้แผนจับเวลาก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหน  ตอนนี้ทำได้เพียงหวังว่ากลุ่มคุราโมจิจะยังอยู่ในนั้นเหมือนเดิม

แล้วฟุรุยะกับโคมินาโตะจะเป็นยังไงบ้าง

เขาได้ยินเสียงทั้งสองคนตะโกนอย่างตื่นตระหนกก่อนจะสลบไป  ไม่ว่าจะคิดยังไงก็นึกได้อย่างเดียวว่าทั้งสองคนต้องเจอเหตุอะไรบางอย่างในตอนนั้นแน่

มิยูกิเหลือบตาไปมองร่างของรุ่นน้องสองคนตรงริมห้องแล้วกัดปาก

……..ขออย่าเกิดอะไรขึ้นอีกเลย…….

เขาผงกหัวเล็กน้อยให้ทั้งสองคนเพื่อบอกลา  แล้วรีบออกจากห้องโดยไม่หันกลับมามองอีก

.

.

.

.

.

.

พอเดินมาถึงกลางตึกก็เห็นบันไดทอดตัวขึ้นไปด้านบนและลงข้างล่าง  มิยูกิไม่รอช้ารีบลงบันไดไปเพราะจำได้แม่นยำว่าจุดหมายอยู่ชั้นล่างสุดของตึก

แต่พอเท้าแตะทางเดินของชั้นถัดลงมา  เสียง ๆ หนึ่งก็ดังแหวกความมืดเข้าหูเสียก่อน

“—-ยุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ลมหายใจของเขาติดขัดจากสองสาเหตุ

หนึ่ง  เสียงนั้นเขาจำได้ขึ้นใจว่าเป็นเสียงของรุ่นน้องผู้น่ารำคาญที่สุดในทีม  เอย์จุน

สอง  เสียงนั้นตะโกนเรียกชื่อรุ่นน้องอีกคนในทีม

มิยูกิหันควับไปทางต้นเสียง  เขาจับได้ว่าเสียงดังมาจากด้านซ้ายมือจึงรีบวิ่งเลี้ยวไปยังระเบียงด้านนั้นทันที

แสงตะเกียงในมือส่องประสานกับแสงแบบเดียวกันซึ่งอยู่ริมสุดทางเดิน  ส่องให้เห็นผมสีบลอนด์สว่างของคนถือผู้หันควับมาทางเขาทันทีเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า

“—-โอคุมูระ!!!!?”

“รุ่นพี่มิยูกิ!!!!!!!!???”  อีกฝ่ายอุทานเสียงหลง

มิยูกิรีบวิ่งเข้าไปใกล้  แสงจากตะเกียงในมือรุ่นน้องฉายให้เห็นสีหน้าซีดเผือดไร้เลือดอย่างชัดเจน

“ซาวามูระล่ะ!!!?”  กัปตันไม่รีรอรีบถามถึงเจ้าของเสียงตะโกนก่อนหน้านี้ด้วยสีหน้าร้อนรน

“ใน…”  อีกฝ่ายเงียบไปเหมือนคำพูดไม่ยอมออกมาจากลำคอ  เหลือบสายตาเข้าไปด้านในห้องซึ่งอยู่ริมสุดของระเบียงฝั่งด้านนี้

มิยูกิไม่รอช้าวิ่งพรวดเข้าไปในห้อง  แสงจากตะเกียงในมือส่องร่างรุ่นน้องจอมโวยวายนั่งทรุดอยู่กับพื้นเหมือนหงายหลังล้มลงทั้งอย่างนั้น  เขามองไม่เห็นหน้าของอีกฝ่ายว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหน  แต่ก็รู้ได้ว่าสายตามองเข้าไปทางด้านในห้องอีกที

“ซาวามูระ!!!!”  เขารีบย่อตัวไปประคอง

“ยะ…ยะ…….”

เสียงของคนข้างตัวสั่นแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

กัปตันหันหน้าไปมองตามสายตาบ้าง

ก่อนจะหยุดหายใจ

หางตาเห็นห้องเต็มไปด้วยโต๊ะกับเก้าอี้จับเป็นคู่ ๆ ตั้งเว้นระยะเท่า ๆ กันเหมือนห้องเรียนอื่น ๆ ในตึกนี้อยู่ด้านซ้าย  ส่วนตรงหน้าพวกเขามีโต๊ะตัวใหญ่ไว้สำหรับอาจารย์ใช้วางหนังสือตอนสอนตั้งอยู่ตรงกลางหน้ากระดานดำ

ตรงขาโต๊ะมีคน ๆ หนึ่งนั่งพิงหันมาทางพวกเขา

ตั้งแต่ส่วนท้องลงมาถูกย้อมด้วยสีแดง

“….ยุย……”

ในหัวของมิยูกิกลายเป็นสีขาวโพลนในทันใด

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 10]

  1. อ๊ากกก…กลายเป็นทะเลเลือดกันไปหมดแล้ว ตอนจบจะเหลือกี่คนเนี่ย???
    แต่ยังกะจับปูใส่กระด้ง เดี๋ยวคนนึงอยู่เดี๋ยวอีกคนนึงหาย
    กัปตันดูจะอาการหนักกว่าเพื่อน เปิดตาทีไรก็เจอแต่ศพ เวลาไปไหนควรยกโขยงกันไปให้หมดดีกว่า
    คิดถึงคุณพี่ชาย ถ้าอยู่ด้วยคงถูกใจไม่น้อย
    อ่านไปลุ้นไป ตอนหน้าแจ็คพอตจะออกที่ใคร?? อย่าเป็นเอย์จังน๊าา//แอบดักคอคนเขียน

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s