Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [5]

ชอบแซ็กตรงที่ปากจะว่านู่นว่านั่นแต่ที่จริงก็เป็นห่วงแหละ

คือถ้าตัดเรื่องเป็นฆาตกรฆ่าไม่เลือกไปเนี่ยเรียกได้ว่าสุภาพบุรุษเลยนะ  ใจดีสุด ๆ ด้วย…

แต่สำหรับเราแซ็กไม่ซึนเดเระแฮะ  แถมรู้ความสามารถตัวเองดี  บางครั้งยังด่าตัวเองหน้าตาเฉยอีก (ฮา)

ยังไงแซ็กก็หล่อมากค่า!!!!


FLOOR B4

 

 

“ที่นี่มันอะไรเนี่ย…..หนาวชะมัด”

“อืม”

พอลงจากลิฟท์ก็พบอากาศเยือกเย็นชวนแข็งเหมือนช่วงเริ่มฤดูหนาวในห้วงอากาศซึ่งกำแพงเขียนไว้ว่า B5  ได้กลิ่นเหม็นยาของน้ำชวนเวียนหัวลึกเข้าไปในโพรงจมูกยามสูดหายใจ

ทั้งสองฟากของที่ว่างขนาบทางเดินเอาไว้  มีสิ่งคล้าย ๆ สระว่ายน้ำขนาดเล็กสองแห่งเต็มไปด้วยน้ำสีออกฟ้า ๆ  เรเห็นวัตถุสีดำคล้ายเงาคนจมอยู่ในก้นสระนั้นด้วย

(นั่นมัน  อะไรกันนะ?)

เธอลงหรี่ตาเพ่งมองลงไปในน้ำ  แต่สระกลับลึกเกินคาดและไม่ใสมากพอเห็นว่าอะไรจมอยู่กันแน่  เมื่อลองยื่นหน้าเข้าไปใกล้น้ำพยายามจะมองให้เห็น  กลิ่นยาก็ฉุนกึกขึ้นมาจนเกือบสำลัก

“เฮ้ย  มัวดูอะไรอยู่?”

แซ็กทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเรทรุดนั่งลงกระทันหัน

“มีบางอย่างอยู่ในน้ำ……”

“มีอะไรอยู่เรอะ?”

“ไม่รู้ว่าเป็นอะไร”

“ห?  ไม่รู้หรอกเรอะ  งั้นฉันก็ไม่รู้ว่ะ  แล้วเธอเนี่ย  ใส่ชุดบาง ๆ แบบนั้นไม่หนาวบ้างเรอะ?”

อุณหภูมิ ณ ปัจจุบันนี้น่าจะอยู่ประมาณสิบองศาหรือไม่เกินนี้  แซ็กเลยถามพลางมองเรในเสื้อแขนสามส่วนสีขาวกับขายาว ๆ ที่โผล่พ้นจากกางเกงขาสั้นสีดำ

“หนาวสิ  แต่ไม่เป็นไร”

เรตอบเสียงพึมพำ  จะบอกว่าไม่หนาวก็โกหก  หรือต้องพูดว่าเธอหนาวจริง ๆ  แต่ถึงบอกว่าหนาวแต่ก็ไม่มีอะไรให้สวมเพิ่มเลยไม่รู้จะพูดไปทำไม

“เหรอ  เอาเหอะ  จะมัวมองอะไรก็ไม่รู้ไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  รีบ ๆ ไปต่อได้แล้ว”

“อืม  เหมือนได้กลิ่นคล้าย ๆ ดินมาจากอีกฟากของประตูบานนั้นน่ะ……”

เรจับกลิ่นนั้นได้เบาบางก่อนมองประตูตรงหน้าสะพานสั้น ๆ ที่พาดเหนือผืนน้ำ  ตรงประตูมีป้ายติดเขียนไว้ว่า “สุสานแห่งที่ 2”

“ลองไปดูมะ”

แซ็กเริ่มเดินบนสะพานตรงไปหาประตูบานนั้น

แล้วเรก็เดินตามไป

 

 

 

 

 

 

(ที่นี่อยู่ในตึกจริง ๆ เหรอ…..?)

เมื่อเข้าไปในสุสานแห่งที่ 2 ก็พบพื้นที่กว้างใหญ่  กำแพงสร้างด้วยอิฐเก่า ๆ ปิดล้อมห้องตรงกลาง  บนพื้นส่วนหนึ่งถูกถมด้วยดินชื้น ๆ อ่อนนุ่มเหมือนซึมซับน้ำเข้าไป

“…….หลุมศพ…..”

และบนพื้นดินมีป้ายหินเล็ก ๆ สลักชื่อของใครบางคนตั้งเรียงราย

“ก็ว่าทำไมเหม็นกลิ่นดิน  ให้ตายสิ  สร้างหลุมศพแบบนี้ไปเยอะ ๆ แล้วจะได้อะไรวะ”

แซ็กพูดเซ็ง ๆ พลางมองไปรอบ ๆ

——เขาไม่ชอบกลิ่นดิน

พอได้กลิ่นดิน  ความทรงจำชวนขยะแขยงสมัยเด็กก็จะแทรกผุดขึ้นมาในสมองทั้งที่ไม่อยากนึกถึง

“ลองขุดขึ้นมาดูมะ?”

แซ็กลองพูดเล่นเพื่อไล่ความทรงจำซึ่งแล่นย้อนกลับมาไม่หยุด

“ยังไงก็ได้”

แต่เรกลับตอบเสียงเย็นชาแล้วเริ่มเดินอาด ๆ อยู่ในหลุมศพแห่งที่ 2  ตอนนี้ภารกิจของตนเองคือหนีออกจากตึกนี้ไปพร้อมกับแซ็ก  แค่เพียงเท่านั้น  ส่วนเรื่องอื่นปล่อยเป็นไปตามที่แซ็กคิดก็พอ

(ชิ….น่าเบื่อชะมัด)

ถึงแซ็กจะปล่อยผ่านปฏิกิริยานั้นแต่ก็เดินตามเรซึ่งเดินเข้าไปข้างในชั้นต่อ

(หนาวจัง…)

เรย่นคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นลอยอบอวลมาจากที่ไหนสักแห่ง  แล้วตอนนั้นก็สังเกตเห็นป้ายหินขนาดใหญ่กว่าใครเพื่อนอยู่ท่ามกลางป้ายหลุมศพที่ตั้งเรียงราย  พอเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเป็นป้ายศิลาไม่ใช่ป้ายหลุมศพ

(มีบางอย่างเขียนไว้….)

และด้านหน้าของป้ายศิลามีข้อความปริศนาสลักไว้อีก

 

 

“หลุมศพของผู้ไม่อาจหลับใหลอย่างสงบสุข”

“ส่วนมากคือเหล่าคนน่าสงสารผู้ไม่อาจเป็นที่ต้องการจากเทวดานางฟ้า”

“รอคอยได้ฝังลงดิน  ตกสู่พื้นพิภพ  และได้รับการชำระล้าง”

 

 

(เทวดานางฟ้า….)

“——-คือเทวดานางฟ้า  หรือเครื่องสังเวย”

ประโยคนั้นแล่นกลับเข้ามาในหัวของเรจนอดคิดไม่ได้ว่าคำซ้ำ ๆ นั้นมีความหมายลึกซึ้งอะไรแฝงอยู่  แต่เรก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรกันแน่อยู่ดี

ห่างจากป้ายศิลามีหลุมขนาดใหญ่—–คาดว่าน่าจะเป็นหลุมศพถูกขุดไว้  เมื่อลองส่องดูก็เห็นอะไรบางอย่างโค้งตัวหมอบอยู่เงียบ ๆ ด้านใน

“………..”

เรจ้องมองสิ่งนั้นไม่วางตา

“อยากเข้าไปขนาดนั้นเลยเรอะ”

แซ็กเห็นเรจ้องด้านในหลุมไม่ไหวติงเลยถามเสียงเย็นชา

“เปล่า…คงไม่ได้หรอก”

เรส่ายหัวน้อย ๆ พึมพำเสียงเบาขณะมองศพสดใหม่ของชายที่เพิ่งตายมาเมื่อครู่นั่งหมอบอยู่ในท่ากอดเข่าในหลุมขนาดใหญ่หลุมนั้น

“หลุมนี้มีคนอยู่แล้วน่ะ”

(——ศพ  อีกแล้ว  เรอะ…..)

“โอย  มีแต่ศพเต็มไปหมด  ขนลุกเป็นบ้า!  อย่ามองมาทางนี้สิวะ!”

แซ็กเดินเข้าใกล้หลุมศพด้วยความหงุดหงิดก่อนเหยียบศพในหลุมซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้ความปรานี  ศพผู้ชายเริ่มเละเทะจนคิดไม่ได้ว่าเคยมีชีวิตมาจนถึงเมื่อหลายวันก่อน  ภาพแซ็กเตะศพเหมือนระบายความแค้นนั้นดูผิดปกติจนบอกไม่ถูก

“อะ……”

เรเผลอสบสายตากับศพซึ่งเริ่มเละเทะกลายเป็นก้อนไขมันรอวันเน่าจนรีบหลบตา

ในตอนนั้นเอง  ประตูติดป้ายคำว่า “ห้องเก็บรักษา” ก็แวบเข้าในตาของเร  เมื่อเธอลองเข้าใกล้ประตูบานนั้นก็สัมผัสถึงความเย็นในอากาศผ่านผิวได้มากขึ้นอีก  ดูเหมือนอากาศเย็นจะเล็ดรอดมาจากตรงนั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

ในห้องหลังเปิดประตูเขียนว่าห้องเก็บรักษาเข้าไปก็พบกับความเงียบชวนรู้สึกเหมือนอยู่ในเวลากลางคืน  ไม่ก็อยู่ในโลกหลังความตาย  พอเข้าไปข้างในก็สัมผัสถึงความเย็นเยียบเพิ่มจากก่อนหน้านี้เป็นทวีคูณ

(เหมือนอยู่ในตู้เย็นเลย……)

เรลูบแขนตัวเองจากบนแขนเสื้อ

ด้านในห้องมีสระน้ำเต็มไปด้วยกลิ่นยาเหมือนห้องหน้าลิฟท์ก่อนหน้านี้  ก้นสระมีบางอย่างคล้ายเงาคนจมอยู่  และมีป้ายปักไว้ว่ากำลังทำความสะอาด  ถึงจะมองไม่ชัดแต่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นศพ  บนสระมีสะพานทำจากไม้พาดไว้  เรเดินอาด ๆ ข้ามไปบนสะพานก่อนเจอกำแพงปิดทาง  ไม่รู้เพราะควมชื้นหรือเปล่าจึงพอเห็นได้ว่าไม้เริ่มผุพังจนเห็นรอยแตก

“กำแพงโทรมจัง…..”

“ทั้งชื้นทั้งเก่า  ดูไม่ได้เล้ย”

แซ็กย่นหน้าแต่ก็เดินวนไปมาในห้อง

ด้านในห้องมีตู้เย็นขนาดใหญ่เหมือนใช้สำหรับทำธุรกิจตั้งเรียงอยู่  ในวินาทีนั้นเองแซ็กก็นึกถึงเรื่องตัวเองอาเจียนขนมกรุบกรอบจำนวนมากที่ตนเองกินไปเมื่อเช้าเพราะ “คำขอร้อง” เกินคาดของเร

(จู่ ๆ ก็มาขอให้ฆ่าเนี่ย  ไม่เห็นเข้าใจสักนิด…….ชักหิวขึ้นมาแล้วสิ)

“เฮ้อ  มีอะไรอยู่ข้างในบ้างหว่า”

แซ็กพึมพำพลางถอนหายใจแล้วก็เปิดตู้เย็นหนึ่งในนั้นโดยไม่คิดอะไร  แต่พอเปิดประตูก็เสียความอยากอาหารไปอย่างงดงาม

“แหวะ  ศพนี่หว่า….”

ในตู้เย็นไม่มีอาหารแต่มีศพผู้ชายในสภาพสยดสยองชวนคิดได้ว่าหากแตะมือ  ขา  เท้าก็คงหลุดออกมาง่ายดาย———-เห็นแล้วนึกอยากอาเจียนขึ้นมาอีกหน

บนศพมีถุงพลาสติกโปร่งใสคลุมไว้และแปะกระดาษสี ๆ เป็นโน๊ตไว้อีกที

 

 

วัตคิน  เบเก็ต (36)

สถานที่เสียชีวิต —- B3

สาเหตุการเสียชีวิต —–  เสียเลือดมากจากกระสุนปืน

*เนื่องจากร่างกายได้รับบาดแผลมากจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเก็บรักษา

 

 

“คน ๆ นี้ก็  เคยเป็น…..เครื่องสังเวยเหรอ?”

เรถามขณะมองศพแข็งทั้งที่ยังเน่าเปื่อยในตู้เย็น

“จะไปรู้เรอะ”

แซ็กตอบแบบไม่สนใจ  เขาไม่อยากแตะตัวศพ  เป็นไปได้ก็ไม่อยากเห็น  เขาเกลียดกลิ่นศพกำลังเน่ามากที่สุด

“บนกระดาษเขียนไว้ว่า B3….ที่นี่ชั้น B4 แปลว่ายังมีชั้นบนอีกเหรอ”

“เฮ้อ  ขี้เกียจชะมัด”

แซ็กยืนตัวเต็มที่แบบแมว

“คุณรู้เองที่นี่ดีเหรอ?”

เรเงยหน้าถามแซ็กที่เริ่มทำท่าอ้อยอิ่ง

“ไม่รู้สิ  ฉันมาที่นี่เพราะมีคนบอกว่าจะฆ่าคนที่อยากฆ่าก็ได้  เจ้าพวกในชั้นอื่น ๆ ก็น่าจะเหมือนกันแหละ?  ฉันก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเหมือนกันว่ะ”

แซ็กนึกถึงเรื่องตอนถูกชวนมายังตึกนี้ขึ้นมาราง ๆ  แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเมื่อกี่ปีก่อน  เขาลืมไปหมดแล้ว

“…..เหรอ”

เรพึมพำเบา ๆ เมื่อเห็นแซ็กทำตัวแบบนั้น

“——จะฆ่าคนที่อยากฆ่าก็ได้”

คำพูดนั้นของแซ็กติดพันอยู่ในส่วนลึกของใจ  เรเอ่ยปากถามเหมือนจะไล่อดีตที่ผุดขึ้นมาให้เห็นชัดบนตาออกไป

“คุณอยู่ที่ไหนก่อนมาที่นี่เหรอ”

“จะบอกก็ได้  แต่รู้ไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา?”

“เปล่า….แค่ลองถามดู”

“อะไรวะนั่น  แล้วเธอเองแหละนึกเรื่องก่อนมาที่นี่ให้ออกไม่ดีกว่าเรอะ?  ถึงจะออกไปได้ปลอดภัยก็กลับบ้านไม่ได้นะ”

(บ้าน…..?)

บนหัวเรมีเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ผุดขึ้น

“……คุณบอกว่าถ้าออกจากที่นี่ได้จะฆ่าฉันนี่นา”

“เออ  นั่นน่ะสิ”

แซ็กพูดเหมือนนึกออกว่าลืมอะไร

“….อย่าลืมสิ”

“ไม่ลืมหรอกน่า!”

แซ็กพูดพลางหลบสายตาออกจากเร  ถึงจะสัญญาไว้แต่เขาก็ไม่นึกหวังอยากฆ่าคนทำตัวแบบตุ๊กตาอย่างเรเลย  บอกตามตรงว่าตอนนี้เขายังคิดแต่เรื่องตัวเองจะออกไปจากตึกนี้ได้อย่างปลอดภัยอย่างเดียว

(เอาเหอะ  ตอนออกไปเดี๋ยวตาตายด้านแบบนั้นก็เปลี่ยนไปเองแหละ….)

“หนาวจะตายอยู่ละ  รีบไปต่อเหอะ!”

“…..อืม”

เรพยักหน้าด้วยใบหน้าหดหู่  ถึงจะสัญญาเอาไว้แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอะไรว่าแซ็กจะฆ่าตัวเองให้หลังออกจากที่นี่แล้ว  หากเขาไม่ยอมฆ่า  สำหรับเรแล้วถึงพยายามออกจากที่นี่แทบตายไปก็ไม่มีความหมาย

ในความเงียบชวนอึดอัด  ทั้งสองคนออกจากห้องเก็บรักษาแล้วตรงไปยังทางเดินฝั่งตรงข้าม  ที่ตรงนั้นมีประตูก่อด้วยอิฐ  แขวนป้ายเขียนไว้ว่า “หลุมศพแห่งที่ 1” ติดอยู่

 

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่เข้าไปในหลุมศพแห่งที่ 1—–ในดวงตาสีฟ้าของเรก็ฉายป้ายหลุมศพป้ายใหม่ถูกขัดเป็นเงาระยิบระยับอยู่ตรงหน้า

เรเดินไปบนสุสานถมด้วยดินชื้น ๆ เข้าใกล้ป้ายหลุมศพป้ายนั้นเหมือนถูกสูบ

“………..”

ป้ายหลุมศพใหม่ส่องประกายจนผิดปกติในอากาศขุ่นมวลไม่อาจสัมผัสถึงกลิ่นอายของชีวิตมีชื่อคนสลักด้วยตัวอักษรเล็ก ๆ ติดอยู่

“หา?  เป็นอะไรไป  มีอะไรเขียนไว้เรอะ”

“……มีชื่อเขียนอยู่”

เรพึมพำพลางมองชื่อถูกสลักไว้อย่างงดงามด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง

“มันแน่อยู่แล้ว  ก็ป้ายหลุมศพนี่หว่า  ทำไมต้องตกใจด้วย?”

แซ็กพูดเสียงล่องลอยพลางลอบมองหน้าเรที่เริ่มซีดลงเล็กน้อย

“……..ชื่อของ  ฉัน  มีชื่อของฉันเขียนไว้”

แม้จะสัมผัสได้ว่าแซ็กกำลังมอง  แต่เรก็ตอบเสียงแข็งทื่อขณะยังมองป้ายหลุมศพอยู่  บนป้ายหลุมศพใหม่เอี่ยงมีชื่อ “เรเชล  การ์ดเนอร์” สลักไว้อย่างชัดเจน

“….จริงดิ”

แซ็กพึมพำเสียงเบา  แซ็กอ่านหนังสือไม่ออกเลยอ่านชื่อนั้นไม่ได้  นอกจากนั้นอย่างแรกคือเขาไม่รู้ชื่อเร  ดังนั้นถึงจะอ่านหนังสือออกก็ไม่รู้อยู่ดีว่าตรงนั้นมีชื่อเรเขียนอยู่

“งั้นนี่ก็ของฉันเรอะ?”

ตรงหน้าป้ายหลุมศพสลักชื่อเรมีหินขนาดใหญ่เหมือนถูกสลักข้างไว้ถูกทิ้งกลิ้งอยู่  คาดว่าคงรีบสร้างหลังเขากลายเป็นเครื่องสังเวย  แซ็กอาศัยอยู่ในตึกนี้มานานจึงรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของชั้นนี้เป็นคนทำมันขึ้น

“….เฮอะ  ยังไม่ตายแท้ ๆ แต่รีบสร้างหลุมศพให้เนี่ย  หงุดหงิดสุด ๆ เลยว่ะ  อยากพังทิ้งเป็นบ้า”

แซ็กจ้องหลุมศพถูกแกะแบบลวก ๆ จนคล้ายหินธรรมดาตรงข้ามกับของเรโดยสิ้นเชิงแล้วบีบด้ามเคียวที่ถืออยู่ด้วยมือสกปรกไว้แน่น

(……..อย่าสร้างหลุมศพรสนิยมแย่ ๆ แบบนี้สิวะ)

“ทำแบบนั้นแล้วเดี๋ยวเคียวก็หักก่อนหรอก”

เรเตือนอย่างใจเย็นแต่ก็ยังจ้องมองหลุมศพของตนเองส่องประกายสดใสเหมือนอัญมณีต่อไป

“เงียบน่า  รู้แล้วน่า  แล้วจะมองหลุมศพของตัวเองเหมือนคนบ้าต่อไปทำไมวะ”

“ไม่ได้มองซะหน่อย”

“เหรอ  งั้นก็แล้วไป  แต่โทษทีนะ  ฉันน่ะไม่คิดจะตายไปพร้อมกับแกหรอก”

แซ็กพูดพลางเดินต่อเข้าไปในห้อง  แล้วก็เห็นรอยแตกเป็นแนวขนาดใหญ่บนกำแพงอิฐไม่รู้ว่าเป็นเพราะใกล้ผุแล้วหรือเปล่า

“เฮ้ย ๆ….จะเก่าไปถึงไหนเนี่ย”

เรหันไปข้างหลังเมื่อได้ยินเสียงนั้น  ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาแซ็กก่อนแนบตาส่องเข้าไปในรอยแยกบ้าง  รอยแยกนั้นเหมือนกำลังเชิญชวนให้พวกเธอเข้าไปข้างใน

(เหมือนยังมีทางต่อไปอีก….ด้านในมีอะไรกันแน่?)

“ยังมีลึกต่อไปข้างในอีกเรอะ…”

“ให้ฉันลองไปไหม?”

เรเห็นว่าความใหญ่ประมาณนี้แซ็กคงเข้าไปไม่ได้เลยลองเสนอดู

“หา?  ไม่ใช่ว่าที่พูดแบบนี้เพราะแกกะจะหนีหรอกนะ”

แต่แซ็กกลับส่งเสียงขู่แสดงความไม่เชื่อใจออกมา

“ฉัน  ไม่หนีหรอก….ยังไม่ถูกฆ่านี่นา”

เรจ้องตาแซ็กกลับตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัวเสียงนั้น

(ยัยนี่ถูกแดนี่ฉีดยาอะไรแปลก ๆ เข้าไปแล้วหรือเปล่าวะ…..?)

แซ็กอดเบ้หน้าจากท่าทีนั้นไม่ได้

ตอนที่เขาเจอเรครั้งแรกในชั้นของตัวเอง  ถึงจะมีปฏิกิริยาน้อยกว่าคนอื่น ๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังทำหน้าสิ้นหวังสมกับเป็นสาวน้อยให้เห็น  ไม่มีทีท่าแข็งขืนแบบนี้เลยสักนิด  แซ็กอดสัมผัสถึงความผิดปกติชวนสงสัยจากการเปลี่ยนแปลงกระทันหันของเรขึ้นมาไม่ได้

“นี่เธอ…….ชวนขนลุกตั้งแต่เมื่อกี๊นี้แล้วนะ”

(ขนลุก?)

เรเอียงคอเล็กน้อยจากความเห็นเกินคาดคิดของแซ็ก  เธอแทบไม่เคยคิดว่าจะมีใครพูดว่าตัวเองขนลุกใส่เลย

“…..เอาเหอะ  ยังไงก็ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างอยู่ดี  รีบไปรีบมาซะ”

แซ็กพูดแบ่งรับแบ่งสู้  ยังไงตอนนี้ต้องรีบหาทางออกจากตึกนี้ให้เร็วที่สุดแทนที่จะมามัวคิดอะไรอย่างอื่น

“อืม”

“แล้วก็ถ้าตายกลางทาง  ก็ช่วยส่งเสียงบอก “ตายแล้ว!” ให้ด้วย”

(…….ถ้าตายกลางทาง……?)

“…….ถ้าตายแล้วก็ส่งเสียงตอบไม่ได้หรอก”

เรคิดเล็กน้อยก่อนตอบด้วยใบหน้าจริงจังอย่างเคย

“…….”

“……..”

แซ็กสะกิดใจถึงความขัดแย้งในคำพูดตัวเองได้ระหว่างเงียบลงทั้งคู่

“…..งะ  งั้นก็ช่วยทำตัวให้เป็นประโยชน์ก่อนตายแล้วกัน!!”

หน้าของเขาแดงขึ้นมาเพียงเล็กน้อยใต้ผ้าพันแผล  ก่อนเตะเบา ๆ เข้าบริเวณบั้นท้ายของเรเหมือนอาย ๆ

——ทำตัวให้เป็นประโยชน์……

“….เข้าใจแล้ว”

แม้เรจะเซเล็กน้อยจากแรงเตะแต่ก็มองหน้าแซ็กแล้วพยักหน้ารับคำ  แต่พอยืนอยู่หน้ารอยแยกก็อดนึกลังเลว่าจะเข้าไปข้างในดีหรือเปล่าไม่ได้  เธอกลับมาคิดอยากยืนมองหลุมศพสลักชื่อตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

“เฮ้ย  รีบไปได้แล้ว!  ฉันมันคนใจร้อนนะ”

แซ็กทนมองเรเป็นแบบนั้นไม่ไหวเลยส่งเสียงหงุดหงิดออกมาเร่ง

“อืม  แล้วก็อยากให้คุณหาว่ามีอะไรคล้าย ๆ กับการ์ดอยู่ไหมด้วย”

หลังเรพยักหน้าน้อย ๆ ก็นึกเรื่องนี้ออกมาเลยร้องขอ  เพราะในชั้น B7 B6 และ B6 นั้นจำเป็นต้องใช้การ์ดเพื่อขึ้นลิฟท์เหมือน ๆ กัน

“เออ  รู้แล้วน่า”

“…..แล้วก็”

“หา?!  ยังมีอะไรอีก!”

“เป็นไปได้…ก็อย่าพัง  หลุมศพของฉันนะ”

สีหน้าเรตอนพูดคำนั้นดูอาบด้วยความกังวลขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

เธอไม่รู้ว่าใครสร้างหลุมศพนั้น  แต่มีคนเตรียมหลุมศพไว้ให้ตัวเองในโลกนี้……ไม่รู้ทำไมความจริงนั้นทำเรใจสงบลง  แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นแม้เพียงนิดเดียว

แล้วเรก็แทรกตัวบอบบางเข้าไปในรอยแยกโดยไม่รอคำตอบจากแซ็ก

“……ใครจะไปสน”

แซ็กพึมพำเหมือนถอนหายใจหลังถูกทิ้งให้อยู่ในสุสานคนเดียว

 

 

 

 

 

 

 

เรมุ่งหน้าเข้าไปในรอยแยกแคบ ๆ

ข้างในมืดเหมือนอยู่ในถ้ำจนมองอะไรไม่ค่อยเห็น  ยิ่งเดินกลิ่นดินก็ฉุนจนเกือบสำลัก  พอเธอพยายามหาทางเดินต่อโดยไม่สูดลมหายใจจู่ ๆ ทางก็เปิดออก  แล้วตรงหน้าก็พบห้องคล้ายฐานทัพลับไม่แคบไม่กว้างมากนัก  แสงไฟสีเหลืองส้มสร้างความอบอุ่นเหมือนจะไล่ความหนาวผิวออกไปแกว่งไปมาฉายแสงให้ในอากาศ

“ที่ทำหลุมศพ…..?”

ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่  บนโต๊ะมีรายการป้ายหลุมศพ  หรือไม่ก็กระดาษเขียนภาพออกแบบหลุมศพวางทิ้งไว้ระเกะระกะ

(…..นี่มัน?)

และมีสมุดโน๊ตสีฟ้าเขียนอะไรบางอย่างกางแผ่ทิ้งไว้

(เขียนว่าอะไรเหรอ?)

ไม่แน่ว่าอาจจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับตึกแห่งนี้ก็ได้….พอคิดแบบนั้นเรก็ลองส่องหน้ากระดาษสมุดที่เปิดค้างไว้ดู  ก่อนจะเห็นข้อความแปลก ๆ เขียนด้วยตัวหนังสือหวัด ๆ คล้ายเด็กเขียนในนั้น

 

 

ผมเพิ่งรู้เรื่องของเธอคนนั้นเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้ก็ติดใจมานานแล้ว  แต่ผมก็ไม่เคยรู้เรื่องของเธอคนนั้นเลย!

ทั้งที่อยากเจอ  แต่ตาคนนั้นก็คอยขวางอยู่เรื่อย  เธอคนนั้นมีเสียงไพเราะมากเลยละ

ต้องเป็นคนที่วิเศษมากไม่ผิดแน่!

ก็ขนาดผมยังชอบเธอในชั่วพริบตาเลยละ!

เฮ้อ  แย่แล้วสิ…ต้องเตรียมของพิเศษให้เธอคนนั้นเสียแล้ว!

สถานที่หลับใหลชั่วนิรันดร์——-ที่ผมคิดให้เธอคนนั้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ

 

 

เรอ่านข้อความชวนขนลุกนั้นด้วยอารมณ์ประหลาดใจ

(ไดอารี่  ของใคร….?  ……ที่นี่คือห้องของใครงั้นเหรอ?)

ส่วนลึกของห้องมีประตูอีกบานตั้งอยู่  เรลองเข้าใกล้แล้วหมุนลูกบิดดูแต่ก็ไม่เปิด

(ล็อกกุญแจไว้…..ทำยังไงถึงจะเปิดประตูบานนี้ออก)

ตาของเธอหยุดตรงแผนที่หลุมศพที่กระจายอยู่บนโต๊ะ

(—–อาจจะมีเบาะแสอะไรอยู่ก็ได้…..)

พอเรนึกเรื่องนั้นออกก็ได้ยินเสียงเอะอะดังตึง  ตึง เหมือนบางอย่างถูกทำลายดังมาจากหลุมศพที่ 1 ที่แซ็กอยู่

(…..เสียงดังจัง  คน ๆ นั้นทำอะไรอยู่กันนะ?)

 

 

 

 

 

 

 

ลางไม่ดียิ่งเพิ่มพูนพอเรไม่อยู่  เหลือเพียงแต่เขาเดียวดายในสุสาน  รู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในโลกนนั้นเพียงคนเดียว

“ให้ตายสิ  ถึงบอกให้หาแต่ที่แบบนี้ก็มีแต่หลุมศพนี่หว่า”

(จะว่าไป  หลุมศพนี่เห็นแล้วชวนรำคาญตาจริง ๆ)

แซ็กมองหลุมศพสลักแบบหยาบ ๆ คาดได้ว่าน่าจะสร้างเพื่อตนเองก่อนเดาะลิ้น

(อยากพังทิ้งเป็นบ้า…..)

แต่ก็เป็นอย่างเรพูด  ตัวเขาเองก็เข้าใจว่าหากพยายามพังป้ายหลุมศพแข็ง ๆ แล้วคมดาบเคียวเขาสิที่จะใช้การไม่ได้ไปก่อน

(ไม่มีอะไรเลยเรอะ)

พอลองมองไปรอบ ๆ ก็เห็นเสียมวางพิงกับป้ายหลุมศพที่ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบป้ายหนึ่ง  คาดว่าน่าจะวางไว้เตรียมสำหรับขุดดิน

(เสียม  เหรอ…..)

แซ็กแสยะยิ้มแล้วคว้าเสียมไว้ในมือ  ในเมื่อไม่ใช่อาวุธของตัวเอง  ถึงพังไปก็ไม่เป็นอุปสรรคอะไร

—–สุสานไร้สาระพรรค์นี้…..

“ฉันจะพังให้เละเลย———”

รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อตัดสินใจทำไปแล้ว  ใช่ว่าเพราะ—-สนุก  แต่พอคิดว่ามีหลุมศพตัวเองอยู่บนโลกนี้ก็นึกขยะแขยงขึ้นมา

(ฉันยังไม่คิดจะตายหรอกน่า!)

แซ็กฟาดเสียมเข้ากับหลุมศพตัวเองอย่างแรง  แต่ป้ายหินก็สะท้อนการโจมตีของแซ็กกลับมา

(แข็งชะมัด…..)

ดูเหมือนหากฟาดเบา ๆ ป้ายหลุมศพดูแข็งแรงนี้ก็คงไม่พัง  คงแค่ทำฝั่งใบมีดตรงที่โดนบิ่นไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“เหอะ…..——เป็นแค่ป้ายหลุมศพหยาบ ๆ แต่ดันสร้างซะแข็งแรงเป็นบ้าเลยนะ!”

ไม่รู้ทำไม  ความรู้สึกที่หลับลึกอยู่ในใจเริ่มเอ่อล้นออกมาเรื่อย ๆ ต่างกับตอนไล่ล่าเครื่องสังเวยอยู่ในชั้นของตัวเอง  แซ็กฟาดป้ายหลุมศพแกะหยาบ ๆ นั้นพลางตะโกนด่าเหมือนใส่ความแค้นกับคนสร้างหลุมศพไปด้วย

พอสับสวิตซ์แล้วก็หยุดไม่ได้  ขนาดตัวเองก็หยุดไม่ได้  แซ็กยังคงฟาดฟันหลุมศพที่น่าจะสร้างให้ตนเองต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุด

ยิ่งฟาดฟันเท่าไรป้ายหลุมศพก็เริ่มกะเทาะจนเศษชิ้นส่วนกระเด็นออกกลายเป็นเพียงหินธรรมดา

แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกดีที่ได้ทำลายสุสานกว่าที่คิด

หลุมศพซึ่งน่าจะสร้างเพื่อตัวเขาเองเสียรูปร่างเดิมไปภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

(——ใช้ได้เลยนี่)

แต่ไม่รู้ทำไมเขายังคงหงุดหงิดไม่หาย  แซ็กเดาะลิ้นแล้วมองไปรอบ ๆ  ถึงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมีป้ายแสดงว่าที่นี่คือสุสาน  แต่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่หลุมศพ  ใต้หลุมศพย่อมมีศพอยู่แล้ว  สำหรับแซ็กแล้วนั่นไม่ใช่สถานการณ์น่าภิรมย์เลย

(นั่นสินะ…..ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วก็พังให้หมดดีกว่า……!)

——เดิมทีแค่เอาแต่สร้างหลุมศพแบบนี้ก็ถือว่ารสนิยมไม่ได้เรื่องแล้ว  แล้วถึงจะมีหลุมศพไปก็ไร้ความหมาย  ไม่ว่าจะสวดภาวนาแค่ไหนแต่คนตายก็ไม่ฟื้นกลับคืน  อย่างศพก็เป็นแค่วัตถุชวนขนลุกเท่านั้น  ฉันจะบอกให้เข้าใจเอง

“ย้าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า———!”

ไม่เห็นจำเป็นต้องลังเลสักนิด  ในเมื่อคิดแบบนั้นเสียงหัวเราะบ้าคลั่งก็ผุดขึ้นมาจากในลำคออีกครั้ง

(เอาละ…..ฉันจะพังมันให้หมดเลย!)

แซ็กทำตาเรียวยาวเป็นประกายจากช่องว่างใต้ผ้าพันแผล

แล้วเขาก็ยกเสียมฟาดป้ายหลุมศพหลุมแล้วหลุมเล่าทันทีที่เห็นในสายตาราวกับจะระบายความอัดอั้นซึ่งทับถมอยู่ในใจ  เปลี่ยนรูปร่างของป้ายเหล่านั้นให้กลายเป็นหินดูไม่ได้แทน

(เออ  จริงด้วย——ทางนั้นก็มีสุสานอยู่นี่หว่า)

หลังพังป้ายหินป้ายสุดท้ายในสุสานแห่งที่ 1 หมด  แซ็กก็นึกออกเลยรีบวิ่งเต็มกำลังไปยังสุสานแห่งที่ 2  หากไม่พังของที่พังได้หมดก็ไม่สบายใจเสียที

(หลุมศพน่ะ  มันไม่มีความหมายหรอก——-!)

แซ็กหัวเราะเสียงสนุกจนอดใจไม่ไหวก่อนมุ่งหน้าเข้าหาป้ายหลุมศพที่ตั้งเรียงรายแล้วฟาดเสียมใส่ตามใจอยาก  หากอาละวาดตามสัญชาตญาณแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไร  แล้วก็ไม่ต้องนึกอะไรออกมาด้วย  ก็แค่ปล่อยความรู้สึกไร้ที่มาควบคุมหัวใจไปก็พอ

แล้วป้ายหลุมศพทั้งหมดก็พังยับเยินอย่างน่าสังเวชภายในเวลาไม่กี่นาที

ระหว่างทางเขาได้ยินเสียงกริ๊ก——-เหมือนสวิตซ์บางอย่างพัง  แต่แซ็กก็ไม่คิดจะใส่ใจมันเท่าไร

(นี่หมดแล้วเรอะ?)

แซ็กรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็มและเริ่มกลับมาใจเย็นเพียงนิดหน่อยหลังทำลายหลุมศพจนหมดเลยเดินกลับไปยังสุสานแห่งที่ 1

เขามองซากป้ายหลุมศพที่ตัวเองทำลายอย่างเหม่อลอยเล็กน้อย  ก่อนจะเห็นหลุมศพสลักชื่อเรสะท้อนเข้าตาของแซ็ก  เขาลืมทำลายมันไปเพราะวิธีสร้างต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

“——–เป็นไปได้…ก็อย่าพัง  หลุมศพของฉันนะ”

แต่ในหัวกลับได้ยินคำเตือนนั้นย้อนกลับมา  ในตอนนั้นแซ็กก็รู้สึกได้ว่าแรงจากร่างกายหลุดหายออกไปหมดเหมือนสวิตซ์ขาด

(….ยัยนั่นบอกว่าอย่าทำลายสินะ…..)

ไม่เห็นว่าคำเตือนของเรจะไปเกี่ยวตรงไหน——

แม้คิดแบบนนั้นแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่อาจฝืนได้  เหมือนกับยังไงก็ไม่ควรทำลายเด็ดขาด

“………”

แซ็กโยนเสียมทิ้งลงพื้นแล้วนอนแผ่ลงตรงหน้าหลุมศพของเรเพื่อพักร่างกายอันอ่อนล้า

 

 

———จะไปยึดติดกับหลุมศพพรรค์นี้ไปทำไม….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s