Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [6]

คำว่าเกลียดคำโกหกของแซ็กจะกลายเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้เหมือนกันนะคะ

ที่จริงแล้วแซ็กทำอะไรไปตามใจตัวเองแหละ  แต่เรนี่เอาไปตีความเองหมดเลย…

ดีเหมือนกันที่ตีความออกมาในทางที่ดี //ปาดน้ำตา


เรเอียงคอแกะแผนผังสุสานท่ามกลางเสียงดังแผดก้องไปทั่วบริเวณ  ในแผนผังมีสูตรคำนวณปริศนาเขียนอยู่  ดูเหมือนจะชี้ความลับอะไรบางอย่างอยู่  แต่ก็ไม่ได้เขียนระบุชัดเจนว่าเป็นอะไร

(หรือว่า….ใต้สุสานจะมีสวิตซ์เปิดประตูอยู่?)

เมื่อนึกถึงตัวเลขของสูตรและลำดับการเรียงของป้ายหลุมศพแล้วก็พบว่ามันตรงกัน  แต่ตอนเธอนึกเรื่องนั้นออกก็ได้ยินเสียงเครื่องจักรดังปิ๊บปิ๊บมาจากประตูด้านในพอดี

(…..?!)

เรแสดงปฏิกิริยาต่อเสียงนั้นด้วยการเข้าใกล้ประตู  แล้วลองเอามือวางบนลูกบิดก่อนประตูจะปลดล็อกออกทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร

(ก่อนหน้านี้ยังล็อกอยู่เลย……คน ๆ นั้นเปิดเหรอ?  ทำได้ยังไง….?)

แม้ในหัวจะผุดคำถามขึ้นมา  แต่เรก็เดินเข้าไปในประตูที่เปิดออก  อีกฟากของประตูเป็นห้องเปิดโล่ง  ไม่รู้ว่าทำเป็นห้องเก็บข้อมูลหรือเปล่าจึงมีชั้นหนังสือวางริมกำแพงจนเกือบเต็มพื้นที่  ในชั้นหนังสือมีหนังสือวางเรียงจนไม่มีช่องว่าง

เรเลือกหยิบหนังสือในตู้ออกมาสุ่ม ๆ หนึ่งเล่ม  ไม่รู้ว่าเธอไม่ได้จับหนังสือมานานหรือเปล่าจึงนึกดีใจขึ้นมานิดหน่อยจากสัมผัสของกระดาษ  เรชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก  เมื่อได้เจอหนังสือในระดับสั่นคลอนจิตใจเธอก็จะอ่านซ้ำไปซ้ำมาจนแทบจำได้ทุกคำทุกประโยค

——หนังสือเล่มนั้นก็เหมือนกัน…..แล้วสิ่งที่เขียนอยู่ในนั้นทั้งหมดก็ซึมซับลงสู่จิตใจของเรเหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง

หนังสือเล่มนั้นที่เรอ่านในคืนนั้นเขียนถึงคำพูดพระเจ้าไว้

(แต่หนังสือเล่มนั้นไม่อยู่ที่นี่…..)

เรนึกย้อนถึงเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้นพลางเปิดเช็กเนื้อหาหนังสือในมือ  ดูเหมือนจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับศาสนา

(…..ต่างจากพระเจ้าที่ฉันรู้จัก….)

เรทำสายตาเย็นชาแล้วเก็บหนังสือใส่ตู้  เธอไม่สนใจพระเจ้าจอมปลอมหรอก

(นั่นมันอะไรน่ะ?)

แล้วเรก็เห็นแฟ้มเล่มหนาเสียบไว้ในชั้นล่างของตู้หนังสือ  เธอลองดึงมันออกมาเปิดดู  แล้วก็พบประวัติส่วนตัวจำนวนมากเก็บเอาไว้  ประวัติแผ่นแรกซึ่งเก็บไว้หน้าแรกสุดเป็นของคนชื่อวัตคิน  เบเก็ต (36)

(วัตคิน  เบเก็ต…..)

เรสะดุ้ง  ชื่อนั้นเป็นชื่อเดียวกับที่ติดไว้ในศพแช่แข็งทั้งที่เน่าซึ่งพบอยู่ในตู้เย็นของห้องเก็บรักษา

ในประวัติส่วนตัวมีรูปติดเอาไว้  รูปนั้นคงถ่ายขณะมีชีวิตอยู่  ฉายภาพเด็กหนุ่มยิ้มแข็งทื่อยืนอยู่หน้าฉากหลังลายทางสีขาวดำ

เมื่อเปิดไปแผ่นต่อไปก็พบใบหน้าคล้ายศพสดใหม่ที่เห็นอยู่ในหลุมศพเมื่อครู่แปะอยู่

(รายชื่อของคนที่มาที่นี่  หรือเปล่า…..?)

เรคิดพลางเปิดหน้ากระดาษด้วยมือขาวสะอาดเหมือนไม่เคยเจอสิ่งแปดเปื้อนมาก่อนจนเกือบมองทะลุได้ไปเรื่อย ๆ  แล้วพอเธอเปิดมาถึงหน้าหนึ่ง  จู่ ๆ หัวใจก็เต้นสะดุดจนเรเบิกตากว้าง  เพราะในนั้นมีประวัติส่วนตัวของตัวเองบันทึกไว้อย่างละเอียดเก็บไว้อยู่

——-เรเชล  การ์ดเนอร์

ด้านบนประวัติส่วนตัวซึ่งเขียนชื่อนั้นไว้แน่นอนว่ามีรูปของตัวเองแปะอยู่  เธอจำได้เลือนรางว่ารูปนี้แดนี่ถ่ายไว้เมื่อวันแรกที่เธอมารับคำปรึกษา

(…..หืม……)

เวลาผ่านไปพักหนึ่งเรจึงค่อยอ่านกระดาษแผ่นนั้นเหมือนเรื่องของคนอื่น  เธอรู้เรื่องอดีตของตัวเองดีที่สุดนับตั้งแต่เธอนึกทุกอย่างออกจากบนเตียงผ่าตัดในตอนนั้น  แต่เรก็ยังนึกไม่ออกว่าเธอมายังตึกแห่งนี้ได้ยังไงอยู่ดี

(…..ทำไมฉันถึงถูกพามาที่นี่กัน…..)

เธอพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ

——แต่ไม่นึกถึงเรื่องอย่างนั้นแล้วอาจจะดีกว่าก็ได้….ก็ถ้าอยู่แบบลืมอดีตแบบนี้ไปยังจะดีกว่าอีก…

เรเปิดหน้ากระดาษต่อด้วยอารมณ์อึมครึม  แล้วก็เผลอหยุดมือเมื่อเปิดมาถึงหน้าท้าย ๆ

(นี่มัน….ของคน ๆ นั้น……?)

ตรงหน้ามีภาพหน้าของแซ็กแปะอยู่ไม่ผิดแน่นอน

 

 

CURRICULUM VITAE

NAME

ISAAC FOSTER

ADDRESS –

PHONE –

BIRTH  ไม่ปรากฎ

AGE  คาดว่าประมาณ 20 ปี

HEIGHT –

WEIGHT –

FAMILY –

ในวัยเด็กมีเบาะแสว่าเคยอยู่สถานสงเคราะห์

เนื่องจากเป็นสถานผิดกฎหมายไม่ได้รับใบอนุญาต  จึงไม่มีรายละเอียดอย่างเช่นที่มา

เป็นไปได้ว่าถูกซื้อขาย

แม้ภายหลังถูกเปิดโปงว่ามีสภาพแวดล้อมเลวร้าย  แต่ในตอนนั้นก็ไม่ทราบที่อยู่ของไอแซ็ก  ฟอสเตอร์แล้ว

ในขณะเดียวกันยังค้นพบกระดูกของเด็กจำนวนมากในส่วนของสถานสงเคราะห์

ยิ่งกว่านั้นยังพบศพคาดว่าเป็นของสามีภรรยาเจ้าของกิจการในสภาพถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดในอาคาร

เวลาเสียชีวิตของกระดูกในสวนและศพในอาคารต่างกันอย่างมาก

———สาเหตุการตายของศพในอาคารเกิดจากของมีคม  จึงลงความเห็นผู้กระทำการฆาตกรรมสามีภรรยาคือไอแซ็ก  ฟอสเตอร์

ไม่มีใครทราบความเป็นไปของไอแซ็ก  ฟอสเตอร์

—–แต่หลังจากนั้นหลายปี  ก็พบว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในรัฐ XX ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเขา

สถานที่เกิดเหตุกระจายอยู่หลายพื้นที่

ไม่มีความหมายพิเศษเกี่ยวกับเวลาลงมือ  หรือมีแนวโน้มว่าเกี่ยวกับพิธีการใด ๆ

เพียงแต่มีแนวโน้มว่าจะมีปฏิกิริยากับอารมณ์ของคนอย่างมาก

ความสามารถด้านร่างกายสูงแต่แนวคิดด้านแผนการต่ำ

การศึกษาและความรู้ค่อนข้างต่ำ

และยังพันร่างกายท่อนบนด้วยผ้าพันแผล

ร่างกายส่วนบนมีร่องรอยถูกไฟไหม้  คาดว่าได้รับมาไม่ก่อนก็หลังอยู่ในสถานสงเคราะห์ในวัยเด็ก

ข้อสังเกต

เพิ่มเติม

เดิมอยู่ที่ชั้น B6  แต่กระทำผิดกฎจึงเปลี่ยนสภาพเป็นเป้าหมาย

 

 

(ฆ่าคนในสถานสงเคราะห์ที่เคยอู่?  แล้วก็ยังฆ่าคนต่อเนื่อง….หลังจากนั้นเลยมาฆ่าคนในนี้หรือเปล่า…..)

—–ถึงตอนนี้จะกลายเป็นฝ่ายหนีไปก็ตาม….แต่ฆ่ามา  กี่คนแล้วนะ…..?

เรเผลอก้มอ่านประวัติส่วนตัวนั้นอีกครั้ง  แต่ไม่ใช่เพราะอยากรู้อดีตของแซ็ก  แค่สัญชาตญาณบอกว่าต้องรู้เอาไว้ให้ได้

ในประวัติส่วนตัวเขียนว่า “แนวโน้มว่าจะมีปฏิกิริยากับอารมณ์ของคนอย่างมาก”

(….อารมณ์  ของคน…..)

“แล้วก็อย่าโวยวายให้มากด้วย…..ถ้าฉันเห็นคนมีความสุข  หรือทำตัวมีความสุขเมื่อไร….ก็จะเผลอฆ่าทุกทีน่ะ”

เรนึกคำพูดนั้นขึ้นมา

(——-ฉันไม่ได้ดูมีความสุข  แซ็กเลยไม่คิดอยากฆ่าฉันเหรอ…..)

เธอปิดแฟ้มลงด้วยความหดหู่  แล้วในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงใครสักคนดังขึ้นเหมือนร่วงหล่นใส่หู

…..—–นี่  ผมรู้ถึงความปรารถนาของเธอนะ  เพราะงั้น  เดี๋ยวฉันจะไปหาเธอ  เพื่อทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริงเอง

เสียงนั้นฟังดูผิดประหลาดเหมือนเสียงเด็กที่ถูกสร้างขึ้น

“….มีใครอยู่เหรอ…..?”

เรถามเหมือนจะไล่ความกลัวออกไปแล้วมองไปรอบ ๆ  แต่ไม่เห็นใครอยู่และไม่มีเสียงตอบกลับ

(……ผี?)

———-แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก  แม้เรจะนึกกลัวตัวตนจับต้องไม่ได้นั้นขึ้นมาบ้าง  แต่ก็มุ่งหน้าเข้าไปด้านในของห้อง….ทางที่ได้ยินเสียงดังขึ้น

แต่ด้านในของห้องมีเพียงทางเดินมืด ๆ เหมือนตอนมายังที่นี่  ยิ่งกว่านั้นทางเดินยังจบที่ทางตันกลางทาง  ไม่รู้ว่าทำไมบนพื้นส่วนทางตันถึงยุบเป็นวงกลมขนาดใหญ่

(อะไรน่ะ…..?)

—–เป็นกลไกอะไร….หรือเปล่า?

(ยังไงก็เอาประวัติส่วนตัวนั้นกลับไปก่อนดีกว่า)

เรหยิบประวัติส่วนตัวที่เขียนเรื่องตัวเองกับแซ็กออกมาจากแฟ้มเมื่อครู่ระหว่างทางกลับ  ก่อนเดินกอดมันย้อนไปทางสุสานแห่งที่ 1

 

 

 

 

 

 

(…..สุสานพังหมดเลย)

พอเรกลับมายังสุสานแห่งที่ 1 ก็ไม่เหลือภาพความเงียบสงัดเหมือนตอนมาถึงห้องนี้อีกแล้ว

“เอ่อ…”

เรมองหน้าแซ็กที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นเหมือนซึมเซาอยู่หน้าหลุมศพตัวเองแม้จะทำสีหน้าสับสน

“หา?  ไปทำอะไรมาวะ!  ช้าเป็นบ้า!!”

แซ็กตอบสนองกับเสียงนั้นด้วยการลุกขึ้นพรวด

“…..ทางนี้สิที่อยากถาม”

เรมองสุสานถูกรื้อทำลายอย่างไร้ความปรานีพลางพึมพำ  แต่ถึงไม่ต้องถามเธอก็เข้าใจได้ง่ายดายว่าแซ็กคงหมดความอดทนระหว่างรอเลยทำลายสุสานเสียยับแทน

—–แต่…สุสานของฉันไม่พัง

(เหลือไว้ให้เหรอ?)

“แล้วเจออะไรบ้าง?”

แซ็กทำหน้าเหมือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพน่าเวทนานี้ขณะถาม

“เอ่อ  เจอห้องคล้าย ๆ ห้องเก็บเอกสาร  แล้วก็มีประวัติส่วนตัววางไว้”

“หา?  ประวัติส่วนตัว?”

(ประวัติส่วนตัว  คืออะไรวะ…..?)

“อืม  เรเชล  การ์ดเนอร์….มีกระดาษเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวฉันอยู่”

เรเล่าให้ฟัง—–ซึ่งเป็นวินาทีที่เธอบอกชื่อตัวเองให้แซ็กรู้เป็นครั้งแรก—–แล้วยื่นประวัติส่วนตัวที่กอดไว้ให้

(เร….เชล  การ์ดเนอร์….?)

แต่แซ็กกลับจำชื่อที่ได้ยินเป็นครั้งแรกนั้นไม่ค่อยได้  ถึงจะเห็นประวัติส่วนตัวไปก็ไม่อาจอ่านอะไรออก

(ถึงได้ไอ้นี่มา  ก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี…..)

แซ็กทำความเข้าใจได้แค่เพียงรูปหน้าของเรที่แปะอยู่เท่านั้น  เรในรูปดูเหมือนเด็กสาวหน้าตาสวย  ไม่ได้ดูไร้อิสระอะไรทั่วไป  ดูไม่น่าจะมีเหตุผลจนคิดอยากตายได้เลย

“ฉันไม่รู้หรอกว่านี่คือประวัติส่วนตัวหรืออะไร  แต่โทษที  ฉันอ่านหนังสือไม่ออกว่ะ”

แซ็กเปิดเผยออกมาง่าย ๆ  ถึงต่อจากนี้จะมีเอกสารเขียนด้วยตัวหนังสืออะไรมาให้อ่านก็ไม่อาจทำความเข้าใจได้อยู่ดี  เขาขี้เกียจจะบอกเสียทุกรอบแล้ว

“เหรอ…”

“อ่านหนังสือไม่ออก….”

เรนึกแปลกใจเล็กน้อย  เธอไม่เคยพบผู้ใหญ่อ่านหนังสือไม่ออกมาก่อนเลย  เลยสงสัยขึ้นมาบ้างว่าแซ็กจะเห็นตัวหนังสือเป็นแบบไหน  เห็นเหมือนรูปอะไรหรือเปล่า

“งั้นไม่ต้องใช้ประวัติส่วนตัวนั้นแล้ว?”

เรถามพลางนึกเนื้อหาที่เขียนไว้ในนั้น

“เออ  ยังไงก็อ่านไม่ออกอยู่ดี….แล้วถึงฉันจะรู้เรื่องเธอไปก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านี้หรอก”

แซ็กพูดชัดเจนหลังโยนประวัติส่วนตัวของเรลงพื้น

“อืม….”

(ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านี้…..)

ไม่รู้ทำไมในใจของเรถึงเต้นกระตุกขึ้นมาหลังได้ยินคำนั้น

“แล้วกระดาษแผ่นนั้นเขียนเรื่องของใครไว้เรอะ?”

แซ็กพยักเพยิดหน้าถามถึงประวัติส่วนตัวที่เรกอดไว้อีกใบ

“แผ่นนี้เขียน….ถึงคนชื่อ….ไอแซ็กน่ะ…..ของคุณเหรอ?”

เรยื่นประวัติส่วนตัวแล้วจ้องหน้าแซ็ก

“…..เออ  ใช่แล้ว  ไอแซ็ก  ฟอสเตอร์คือฉันเอง”

แซ็กส่งสายตาคล้ายจ้องกลับเล็กน้อยใส่ตาของเรพลางพูดด้วยสีหน้าเหมือนวางท่า

“แล้ว  แกอ่านไอ้นั่นแล้วคิดว่าไง”

(คิด  ว่าไง….?)

เรนึกคำตอบไม่ออกไปชั่วขณะ

——ฉัน  คิดว่าไงกันแน่นะ  อดีตของคน ๆ นี้  ไม่เกี่ยว….กับฉัน  ก็ฉันแค่อยากให้เขาฆ่าเฉย ๆ…..

แซ็กจะช่วยฆ่าให้หลังออกจากที่นี่แล้ว  สำหรับเร  คำสัญญานี้คือทุกสิ่ง

“….เปล่า  นี่เป็นกระดาษเขียนเกี่ยวกับตัวคุณ  ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้หรอก”

เรตอบเสียงเย็นชาขณะมองประวัติส่วนตัว

บางทีที่เธอจงใจใช้คำพูดเดียวกับแซ็กก็เพราะติดใจคำพูดนั้นโดยไม่รู้ตัวก็ได้

แต่แซ็กกลับนึกไม่ชอบวิธีพูดเลียนแบบคำพูดตัวเองแปลก ๆ

(ยังไงก็แค่พูดส่ง ๆ ไม่ได้คิดอะไรแหละมั้ง…..?)

“เธอไม่กลัวฉันเลยหรือไงห้ะ”

แต่แซ็กเลือกตอบกลับอย่างใจเย็น

“….กลัว?  ไม่กลัว  หรอก”

เรตอบหน้าตาเฉย  ตั้งแต่เธอนึกทุกอย่างออกหมดก็ไม่มีความรู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว  เธอกลัวที่จะมีชีวิตอยู่แบบนี้ต่อไปมากกว่าอีก

“เหรอ….”

แซ็กจ้องมองในนัยน์ตาสีฟ้าดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ของเรด้วยแววตาคมปลาบ

——-ไม่กลัว  เรอะ….

“เออ  จะว่าไปเมื่อก่อนมีผู้หญิงพูดแบบเดียวกับเธออยู่ด้วย”

แล้วแซ็กก็กำด้ามเคียวแน่น  ก่อนเริ่มเล่าเรื่องในอดีตขณะซ้อนภาพผู้หญิงคนนั้นทับกับเรทั้งที่ไม่ค่อยอยากนึกถึงเท่าไร

 

 

 

 

 

———…นั่นมันเรื่องเมื่อกี่ปีก่อนหว่า

<คุณคือไอแซ็ก  ฟอสเตอร์?  ฉันเห็นแฟนคลับตัวยงของคุณตั้งแต่เห็นข่าวแล้วละ!>

ผู้หญิงคนนั้นพูดแบบนั้นด้วยแววตาเป็นประกายทันทีที่เห็นหน้าฉัน  เพิ่งเคยมีคนพูดแบบนั้นใส่เป็นคนแรก

<หา…..?  แฟนคลับ?>

กะจะฆ่าทันทีที่จับได้ซะหน่อย…ฉันอาจจะเผลอวางใจไปก็ได้

<อื้อ  ฉันเลยไม่กลัวคุณไง>

ผู้หญิงพูดด้วยรอยยิ้ม

ฉันคิดว่าท่าทีพยายามทำตัวเข้มแข็งนั้นน่าสนใจดีเลยเพิ่มเวลาหนีจาก 3 วินาทีให้เป็น 5 วินาที

แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด  ฉันจับผู้หญิงได้ที่ส่วนลึกด้านหลังตรอก  แล้วผู้หญิงก็ทำหน้าซีดเผือดก่อนเริ่มอาละวาดเหมือนสติแตก

(เฮ้อ….เอาไงดีหว่า….)

—–ปล่อยหนีไปดีไหม….

ฉันคิดเรื่องงี่เง่านั้นออกมาแวบหนึ่งถามลองเชิงผู้หญิงดู

<เป็นแฟนคลับไม่ใช่เรอะ?  ถ้าไม่กลัวก็อย่าอาละวาดเซ่>

แล้วผู้หญิงก็

<บ้าหรือไง?  ไม่ใช่แฟนคลับอะไรหรอก!  ฉันไม่อยากถูกนายฆ่าเลยพูดไปแบบนั้นแหละ!  ไอ้สัตว์ประหลาด!>

เริ่มตะโกนออกมา—–

 

 

 

 

 

 

“ฉัน….เกลียดคำโกหก  ก็เลยฆ่าไปเลยน่ะ”

แซ็กเล่าด้วยเสียงเลือดเย็นพลางนึกภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นออกมาชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อคู่  ไม่รู้ทำไมถึงอาจลบความทรงจำที่อยากลืมถึงออกไปได้สักที

แต่ถึงอย่างนั้น  ก็นึกตกใจพร้อมกับเกลียดตัวเองที่เริ่มเล่าเรื่องนี้ออกมากระทันหันเพราะใจหนึ่งคิดอยากทำเรกลัวเฉย ๆ ด้วย

(เกลียด  คำโกหก….)

“……เรื่องนั้น  เกี่ยวกับที่ฉันขอให้ฆ่าด้วยเหรอ?”

เรทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนถามด้วยเสียงจริงจัง

“…..หา?”

“ถ้าทำตามวิธีนั้นแล้วจะฆ่าให้เหรอ?  อะ  งั้นฉันก็เป็นแฟนคลับบ้างดีไหม?”

(ตอนฉัน  แค่ 3 วินาทีเอง……)

“ห้ะ….?  พูดอะไรอยู่วะ?”

แซ็กอ้าปากค้างเหมือนผิดหวังกับวิธีการคิดกึ่ง ๆ สติไม่สมประกอบของเร  ถึงจะสัญญากันไว้  แต่ก็ไม่เคยเห็นคนพูดเรื่องงี่เง่าแบบนั้นในสถานการณ์ที่ตัวเองจะถูกฆ่าเมื่อไรก็ไม่แปลกแบบนี้มาก่อน

“…..ไม่ใช่เหรอ?”

เรขมวดคิ้ว  เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองพูดอะไรแปลก ๆ ออกมาสักนิดเดียว

——…เออ  จริงด้วย….ยัยนี่อยาก “ให้ฉันฆ่า”  อยู่นี่หว่า!

(ทำไมถึงเล่าเรื่องแบบนั้นลงไปเนี่ย…..)

อยากให้ฆ่า—–พอแซ็กนึกถึงคำขอของเรผู้ดูไม่สมกับเป็นเด็กสาวนั้นขึ้นมาก็อดนึกว่าตัวเองชักจะบ้าขึ้นมาไม่ได้  เขาพลาดตั้งแต่ตอนคิดอยากทำมนุษย์ผู้หวังความตายเองกลัวขึ้นมาแล้ว

“…….ช่างมันเหอะ  แล้วทำไมเธอถึงไม่กลัวฉันเลยวะ”

แซ็กนึกเสียใจที่ย้อนเรื่องในอดีตไร้ประโยชน์ขึ้นมาบ้าง  แต่ก็ผ่อนแรงลงเล็กน้อยระหว่างถามถึงท่าทีของเรซึ่งดูไม่หวาดกลัวอะไรเลยเสมอต้นเสมอปลาย

“ก็ฉัน  ไม่รู้เรื่องของคุณนี่นา”

“หา?  ไม่รู้เนี่ยเธอ…อ่านกระดาษนั่นแล้วไม่ใช่เรอะ”

“อ่านแล้ว  แต่ฉันเพิ่งเจอคุณเมื่อครู่นี้เอง…ยังไม่รู้เรื่องของคุณดีเท่าไรเลย”

——จะว่าไปก็ใช่  ความคิดคงเพี้ยนไปเพราะดันไปสัญญาอะไรแปลก ๆ เข้า  แต่ฉันกับยัยนี่เพิ่งจะเจอกันเองนี่หว่า

แซ็กนึกเห็นด้วยกับเรหลังเธอตอบด้วยเสียงตายด้าน

“…..งั้นเรอะ  แล้ว  มีอะไรแปลก ๆ อย่างอื่นอีกไหม?”

แซ็กชักรู้สึกอึ้งขึ้นมาจนต้องผ่อนแรงมือที่จับด้ามเคียวลง  ก่อนถามเหมือนจะเปลี่ยนเรื่อง

“อ้ะ  ได้ยินเสียงน่ะ”

“เสียง?”

“อืม  เสียงของเด็ก  บอกว่ารู้คำปรารถนาของฉัน….”

เรเล่าพลางนึกถึงเสียงนั้นออกมาได้ชัดเจน

“ห้ะ?!  อะไรวะนั่น  ขนลุกเป็นบ้า!!”

“อืม  แต่ไม่เห็นตัวน่ะ  แล้วก็บนพื้นตรงทางตันมีรอยยุบแปลก ๆ ด้วย  น่าจะเป็นกลไกอะไรสักอย่าง….”

เรตกใจที่แซ็กมีปฏิกิริยาตอบกลับเกินจากที่คิดไว้  จึงเล่าเรื่องต่อโดยลืมบอกไปว่าเสียงปริศนานั้นพูดว่า “เดี๋ยวจะไปหาเพื่อทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริง” เสียสนิท

“แล้วกลไกอะไรเรอะ?”

“คงใช้เปิดประตูที่ไหนสักแห่งหรือเปล่า  ไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วด้วย”

เธอลองขึ้นยืนบนรอยนูนด้านในทางเดินแล้วแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ดังนั้นเรเลยคิดว่ากลไกนั้นน่าจะทำงานเชื่อมอยู่กับอะไรบางอย่างหรือเปล่า

“ว่าแบบนั้นมันก็ใช่”

“อืม  เลยอยากไปหาวิธีต่อน่ะ”

เรพอนึกออกว่าน่าจะเป็นอะไร  สิ่งที่จมอยู่ในสระด้านหน้าลิฟท์ตัวนั้น  นั่นดูไม่น่าใช่ศพ  แล้วพอคิดดูดี ๆ ก้นสระน้ำก็ไม่สะท้อนเงาคนขึ้นมาทั้งที่ไม่มีอะไรลอยอยู่แท้ ๆ

“อ่อ  เข้าใจแล้ว  แต่ก่อนหน้านี้มีเรื่องต้องทำอีก”

แซ็กพูดพลางมองตรงทะลุไปข้างหน้า  คำพูดนั้นเหมือนกำลังหงุดหงิดกับอะไรบางอย่าง

“อะไรเหรอ….?”

สุดสายตาของแซ็กมีหลุมศพของตัวเองตั้งตระหง่าน  เรเริ่มรู้สึกไม่ดี  เธอเดาได้ว่าแซ็กคิดจะทำอะไรแม้ไม่อยากจะนึกถึงก็ตาม

“หลุมศพนี่——”

แซ็กพึมพำพลางขยับเข้าใกล้ป้ายหลุมศพสลักชื่อของเร  แล้วจับตามองป้ายหลุมศพส่องประกายระยิบระยับจนผิดปกติก่อนค่อย ๆ หยิบเสียมที่ตกลงบนพื้นขึ้นมา  การกระทำนี้บอกให้รู้ว่าต่อจากนี้สิ่งที่เรรู้สึกไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้น

“ถ้าไม่พังไอ้หลุมศพนี่ก็ไม่หายหงุดหงิดซะทีสิ…..!!”

แซ็กผุดยิ้มไม่เกรงกลัว  แล้วใส่พลังทั้งร่างกายเหวี่ยงเสียมเข้าหาป้ายหลุมศพส่องประกายสะท้อนแสง

“…..เดี๋ยว!!”

ในตอนนั้นเรตะโกนเสียงเบาออกมาโดยไม่รู้ตัว  แต่แซ็กกลับไม่หยุดมือทุบป้ายหลุมศพขณะนึกถึงคนสร้างหลุมศพนี้ไปด้วย  ก่อนป้ายหลุมศพส่องประกายจะพังยับเยินจนดูไม่ได้

“……….”

เรมองป้ายหลุมศพไม่เหลือรูปร่างเดิมด้วยอาการเหม่อลอย  เธอนึกเศร้าอย่างไร้สาเหตุ  เหมือนที่อยู่ของตัวเองหายไป  แต่แซ็กพูดใส่อารมณ์กับเรเมื่อเห็นเธอมองหลุมศพเหม่อ ๆ อยู่

“เฮ้ย  ที่นี่ไม่มีหลุมศพให้เธออยู่หรอก  เธอจะตายหลังจากฉันออกจากชั้นใต้ดินนี่แล้วต่างหาก”

เรเบิกตากับคำพูดนั้น

“……อืม”

แล้วก็เงยหน้ามองหน้าไร้ความลังเลของแซ็ก  ก่อนพยักหน้าเล็กน้อยแม้ยังทำหน้าซึมเซาอยู่บ้างเหมือนจะซึมซับคำพูดนั้นเข้าไป

——แซ็กจะฆ่าฉัน…ให้จริง ๆ หรือเปล่านะ…..?

แต่เรยังไม่อาจเชื่อคำพูดนั้นได้จากส่วนลึกของจิตใจ  แซ็กอาจจะอยากแค่ออกจากที่นี่เฉย ๆ ก็ได้  แต่แซ็กบอกว่าเขาเกลียดคำโกหก  แววตาของเขาเลยดูจริงจังจนน่ากลัว

(อยากให้ฆ่าเร็ว ๆ….)

ในหัวเธอคิดแบบนั้นตั้งไม่รู้กี่รอบในช่วงผ่านมา  ในเมื่อคิดแบบนี้แล้วก็น่าจะไม่หนี  ยอมถูกฆ่าตั้งแต่เผชิญหน้ากับแซ็กครั้งแรกก่อนนึกอะไรออกเสียก็ดี  ในใจถูกแช่แข็งของเรคิดเรื่องนั้นออกมาเล็กน้อย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s