Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 12]

ที่จริงลำดับผิดไปจากที่ตั้งใจตอนแรกหน่อยแฮะ  เอาเถอะ…

มิยูกิยังพูดเยอะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน //ตบบ่า

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


“อยู่นี่เองเหรอเนี่ย…”

มิยูกิเงยหน้ามองป้ายหน้าห้องเขียนไว้ว่า ‘ห้องสมุด’

ตอนแรกพวกเขาไม่มีใครรู้ที่อยู่ห้องสมุดเลย  จึงตัดสินใจว่าจะออกเดินตามหากันก่อน  แต่ก็ไม่คิดว่าจะค้นพบตำแหน่งได้ภายในเวลาไม่น่าถึงห้านาทีแบบนี้

เพราะห้องสมุดนั้นอยู่ริมสุดทางเดินอีกด้านหนึ่งของชั้นหนึ่งนี่เอง

“งั้นก็รีบเข้าไปกันเถอะครับ!!!”  เอย์จุนพูดเร่งแล้วหันหน้าไปหาคนเด็กกว่าตัวเอง  “ไอ้หนูโอคุมูระ  ช่วยเปิดให้หน่อย!!!”

“….ทำไมต้องเป็นผมครับ?”  อีกฝ่ายส่งสายตาไม่พอใจปนความสงสัยกลับมา

“ก็มือฉันไม่มี”  คนออกคำสั่งยกมือทั้งสองข้างที่ถือตะเกียงบวกจับมือรุ่นพี่อีกคนให้ดู

“ตะเกียงก็ฝากรุ่นพี่มิยูกิเขาสิครับ”  เสียงคนเด็กสุดเข้มขึ้น

“แต่ถึงมือว่างมือเดียวก็เปิดประตูไม่ถนัดอยู่ดี!!!”  เอย์จุนประท้วง  จริงอยู่ที่ประตูเป็นแบบบานเลื่อนซึ่งถ้าคนไม่ถนัดก็จะเปิดได้ยาก  แต่ก็ไม่ได้ลำบากถึงขั้นเปิดมือเดียวไม่ได้แต่อย่างใด

“งั้นก็รีบ ๆ ปล่อยมือกันสักทีสิครับ”  สายตาของรุ่นน้องเริ่มแผ่แววคมกริบจนชวนขนลุก

“ก็……”  อีกฝ่ายอ้าปากจะเถียง  แต่ก็เงียบลงแล้วก้มหน้าไปอีกหน

สีหน้าของเอย์จุนตอนนี้เหมือนเด็กยามทำตัวดื้อเงียบเพราะไม่ได้ขนมตามต้องการ  แววตาของเขายังคงไม่กลับมาฉายแววสดใสตั้งแต่ตอนเจอยุย  สัมผัสได้ถึงรังสีแปลก ๆ ชวนให้ใจคอไม่ดี

มิยูกิลองขอร้องดูบ้าง  เพราะเขาก็ชักอยากได้มืออีกข้างมาใช้งานเหมือนเดิมแล้ว  “ซาวามูระ  ปล่อยได้แล้วมั้ง”

อีกฝ่ายทำเพียงเม้มปากเงียบ

กัปตันชักเริ่มหงุดหงิดตามรุ่นน้องอีกคน  “ซาวามูระ”

คนข้างตัวก้มหน้างุดกว่าเคย

“จับชายเสื้อฉันก็ได้น่า  เอ้า”

แล้วตอนนั้นก็สัมผัสได้ว่ารุ่นน้องบีบมือตัวเองแรงกว่าเดิม

“ผม….ไม่อยากปล่อย”

เขาได้ยินเสียงพึมพำดังข้างตัว

มิยูกิเบิกตาเล็กน้อยกับท่าทีผิดธรรมชาติจากอีกฝ่าย  ถึงเอย์จุนจะเคยเถียงคำสั่งเขาอยู่บ้างแต่ส่วนมากก็ยอมฟัง  เขาเพิ่งเคยเห็นอีกฝ่ายดื้อแพ่งหัวชนฝาแบบนี้เป็นครั้งแรก

…….เพราะเรื่องยุยเหรอ…?

เหตุผลคงมาจากเรื่องนั้น  แต่เขาก็อดรู้สึกไม่ดีไม่ได้อยู่ดี

แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาถาม  กัปตันเลยถอนหายใจก่อนหันไปหาคนในกลุ่มอีกคน  “ช่วยหน่อยเถอะ  โอคุมูระ”

อีกฝ่ายมองกลับด้วยแววตาไม่พอใจ  แต่ก็ถอนหายใจแล้วยื่นตะเกียงอีกดวงในมือมาให้  “งั้นถือไอ้นี่ให้ผมหน่อยแล้วกันครับ”

มิยูกิยิ้มแห้ง ๆ แทนคำขอโทษก่อนรับมาถือโดยดี

โอคุมูระหันกลับไปยื่นมือจับบานประตูแล้วออกแรงเลื่อน

ไม่ขยับ

“มือว่างทั้งสองข้างแล้วทำไมไม่เอาสองมือเลื่อนเล่า!!!”  จอมโวยวายได้ทีรีบตะโกนสั่ง

คนเปิดประตูเอียงหัวเล็กน้อยเหมือนพิจารณาว่าควรทำยังไง  ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปช่วยจับแล้วออกแรงเลื่อนอีกครั้ง

ไม่ขยับ

“ใส่แรงหน่อยเซ่!!  ใส่แรงหน่อย!!!”  รุ่นพี่เร่งเสียงดังขึ้น

คราวนี้อีกฝ่ายหันกลับมาแผ่รังสีอำมหิตใส่จนคนตะโกนสะดุ้ง  “เหวอ!!!!”

“…มีอะไรเหรอ”  มิยูกิเริ่มจับความผิดปกติได้

โอคุมูระกะพริบตาเบา ๆ ส่งผลให้รังสีรอบตัวจางหายไป  ก่อนเหลือบตาไปมองบานประตูด้านหลัง  “เหมือนจะล็อกน่ะครับ”

“…..หา?”  เอย์จุนอุทานเสียงหลง

“ล็อก?”  กัปตันทวนคำ  “ไม่ใช่ว่าประตูฝืด?”  เขานึกถึงตอนตัวเองต้องออกแรงเปิดประตูก่อนหน้านี้

“ลองมาดูใกล้ ๆ สิครับ”  อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ  เขาจึงเดินเข้าไปยกตะเกียงฉายไฟแล้วเพ่งมองบริเวณรูกุญแจ  รุ่นน้องลองจับบานประตูเลื่อนให้ดู  “ประตูมันขยับตามใช่ไหมครับ  แต่ติดล็อกอยู่เลยเปิดไม่ได้”

จริงอย่างที่เขาพูด  มิยูกิเห็นตัวประตูขยับออกจากกำแพงด้านข้างพอเห็นช่องว่างแคบ ๆ ให้กระดาษสอดไปได้  แต่เหมือนมีสลักเกี่ยวกับรูในกำแพงด้านข้างเลยไม่สามารถดันออกได้

“อ้ะ!!”  อีกคนที่ยืนอยู่ข้างตัวอุทานออกมา  “กุญแจที่รุ่นพี่มิยูกิมีอาจจะเปิดออกก็ได้นะครับ!!”  แล้วรีบหันมามองคนเก็บข้าง ๆ

มิยูกิส่งตะเกียงคืนโอคุมูระ  แล้วล้วงกุญแจดอกนั้นออกมาให้ดู  “ไม่น่าใช่หรอก  กุญแจดอกเล็กเกินกว่ารูกุญแจนั้นตั้งเยอะอีกนะ”  แล้วยื่นไปเสียบในรูก่อนหมุนให้ดู  “เห็นไหม”  เขาขยับมือหมุนให้เห็นสองสามรอบว่ากุญแจดอกเล็กเกินจนสามารถเสียบเข้ารูได้แต่ไม่อาจไขเปิดได้

“งั้นก็ต้องหากุญแจเหรอครับ”  คนรับตะเกียงไปถือพูดเสียงเรียบ  ดูเหมือนเขาไม่ค่อยกลุ้มใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าไร

“ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ”  กัปตันเก็บกุญแจเข้ากระเป๋าเสื้อดังเดิม

“พังเข้าไปก็น่าจะได้นะครับ!?  ประตูแค่นี้น่าจะพังไม่ยากอยู่แล้วนี่”  เอย์จุนยังไม่ยอมล้มเลิก  หันไปหารุ่นน้องอีกคน  “ลุยเลย  ไอ้หนูโอคุมูระ!!”

“…….ทำไมต้องเป็นผมครับ?”  อีกฝ่ายพูดประโยคก่อนหน้านี้ซ้ำด้วยแววตาหงุดหงิดจนแทบเห็นรังสีด้านหลังเป็นเงารูปหมาป่าตามชื่อเล่นได้อย่างชัดเจน

“ก็ฉันไม่มีมือ!!”  แล้วคนออกคำสั่งก็ชูมือตัวเองที่กุมมือรุ่นพี่ให้เห็นอีกรอบ

“ก็-ปล่อย-สิ-ครับ”  เสียงรุ่นน้องแฝงความอาฆาตไว้เต็มเปี่ยม

“อย่าเพิ่งใช้แรงตัวเองพังเลยน่า”  มิยูกิเห็นท่าไม่ดีเลยห้ามไว้ก่อน  “ถ้าจะพังก็ไปหาพวกไม้แข็ง ๆ มาทุบดีกว่า  ขืนมือหรือเท้าพวกนายเป็นอะไรไปก็เล่นเบสบอลไม่ได้สิ”

“ใช่ ๆ!!  อย่างที่รุ่นพี่มิยูกิของผมพูดแหละ!!!”  คนสั่งได้ทีรีบย้ำ

โอคุมูระส่งสายตาอาฆาตกลับมาจนคนข้างตัวสะดุ้ง  แต่ก็เปลี่ยนเป็นถอนหายใจแทน  “เอางั้นก็ได้ครับ”

มิยูกิเหลือบมองเอย์จุนเล็กน้อย  ก่อนจะออกความเห็นต่อ  “ไม่แน่ที่ห้องพักครูอาจจะมีกุญแจอยู่  ลองขึ้นไปดูกัน”

“โอ้ว~!!!!!”  คนเสียงดังที่สุดในกลุ่มชูมือข้างที่ถือตะเกียงขึ้นเหนือหัวก่อนดึงมือเขาให้เดินตามไปทางบันได  ตามด้วยโอคุมูระส่ายหัวด้วยอาการเหนื่อยหน่ายเดินตามมาข้างหลัง  ตัวมิยูกิเองทำเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ขยับเท้าตัวเองตามแรงดึงคนข้างหน้าไป

.

.

.

.

.

.

“ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมคุณคิดว่าในห้องสมุดถึงมีวิธีรับมือเงาประหลาดนั้นได้”

โอคุมูระเปิดปากขึ้นกระทันหันขณะเดินขึ้นบันได

“….อะ”  มิยูกิหันหลังไปมองเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้  จะว่าไปตั้งแต่พวกเขากลับมาเจอกันอีกหนก็ยังไม่ได้เล่าเรื่องในสมุดบันทึกให้ฟังเลยนี่นา

“เอ้อ  นั่นสิครับ?”  คนเดินนำหน้าทำเสียงนึกขึ้นได้แล้วหันกลับมาบ้าง  “ทำไมอะ?”

“…ก่อนอื่นคงต้องเล่าให้ฟังก่อนสินะว่าเงานั่นน่าจะเป็นอะไร”  กัปตันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเริ่มขยับเท้าเหยียบขั้นบันไดต่อ  “ฉันคิดว่าเดิมทีเงานั้นน่าจะเป็นคนที่ชื่อ ‘นางาทานิ’ น่ะ”

“อ้ะ  ที่รุ่นพี่บอกว่าแทงคนในตึกเรียนนี้สินะ!!!”  พิชเชอร์อุทานขึ้น

“รู้ได้ไงครับ?”  รุ่นน้องอีกคนถามต่อ

“ก็…หลังจากที่แยกกับพวกนาย  ฉันเจอ…หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งอยู่ในห้องศิลปะ”  เขาหยุดหายใจเล็กน้อยเมื่อสภาพในห้องศิลปะหวนกลับขึ้นมาในหัวจนแทบได้กลิ่นฉุนสด ๆ แถวจมูก  “ในนั้นมีข่าวเขียนประมาณว่า ‘นักเรียนแทงคนไม่เลือกหน้า’ อยู่”

“หนังสือพิมพ์เหรอครับ?”  โอคุมูระทำเสียงแปลกใจ

มิยูกิก้าวเท้าขึ้นเหยียบทางเดินบนชั้นสองตามหลังคนจับมือตัวเอง  เขาหยุดยืนเรียกแรงที่หายไปจากการปีนขึ้นที่สูงกลับมาเล็กน้อยก่อนขยับเดินต่อ  “เผอิญมีเหตุ…ที่ทำให้ฉันไม่ได้อ่านเนื้อหาละเอียด  แต่ก็เขียนไว้ประมาณนั้นแหละ…”

“ฟังดูตรงกับการกระทำของไอ้เงานั้นดีนะครับ”  คนเดินตามหลังพูดเสียงเย็นชา  เนื่องจากอีกฝ่ายอยู่ด้านหลังจึงไม่อาจเห็นได้ว่ากำลังทำหน้าแบบไหน  “แล้วในหนังสือพิมพ์นั้นเขียนชื่อไว้เหรอครับ”

“เปล่าหรอก”  คนเล่าอธิบายต่อ  “ฉันได้ชื่อนี้มาจากคุราโมจิน่ะ”

“ท่านชีต้าห์น่ะนะ?”  คนพักอยู่ห้องเดียวกันกับเจ้าของชื่อเล่นหันมาถาม  “เอ้อ  ว่าแต่เขามาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย?”

“อืม  ฉันเจอเขาหลังจากพาตัวฟุรุยะกลับมารอที่ห้องพักครูเนี่ยแหละ”  พอพูดจบประโยคนี้พวกเขาก็ถึงที่หมายพอดี  คราวนี้โอคุมูระคงขี้เกียจเถียงเรื่องใครจะเปิดประตูอีกเลยรีบเดินมาเลื่อนประตูเปิดให้ทั้งที่ไม่ได้ร้องขอสักนิด  มิยูกิส่งสายตาเชิงขอโทษให้เล็กน้อยก่อนเดินเข้าไป  “ตอนนั้นเขาอาละวาด…เหมือนตอนที่เจอโคมินาโตะเลย”

ในห้องไม่มีใครอยู่  ทำความคาดหวังว่าจะเจอคนอื่น ๆ ที่คลาดกันเหี่ยวแฟบลงไป

“เหมือนรุ่นพี่โคมินาโตะ?”  แคชเชอร์รุ่นน้องขมวดคิ้วขณะยกตะเกียงส่องไปรอบ ๆ

“ฮารุจจิเขาทำไม?”  เพื่อนสนิทคนถูกพูดถึงรีบถามขึ้นบ้าง

คนนำถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในห้อง  “ฉันคิดว่า…ที่พวกเขาเป็นแบบนั้นน่าจะเป็นเพราะถูก ‘วิญญาณ’ ที่ตายเพราะถูกแทงในเหตุการณ์ครั้งนั้นสิงอยู่น่ะ”  คนเล่าเกือบหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดว่าเรื่องที่ตนกำลังเล่าฟังดูเป็นไปไม่ได้มากขนาดไหน

“…………สิง?”  โอคุมูระทวนคำด้วยเสียงไม่อยากเชื่อ

“หรือจะเรียกว่าเป็นจิตสำนึกแรงกล้าเหลืออยู่…อะไรแบบนี้มั้ง”  คนเล่าเดินเข้าใกล้โต๊ะตัวหนึ่งแล้วใช้มือข้างที่เหลือลองพลิกกองกระดาษบนโต๊ะดูเพื่อหากุญแจ  “ที่โคมินาโตะคิดจะทำร้ายพวกฉันในตอนแรกก็เพราะถูกจิตสำนึกพวกนั้นซึ่งยังคิดว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ในอดีตควบคุมเอา…ฉันคิดว่าเป็นแบบนี้น่ะ”

“โห…….”  เอย์จุนลากเสียงยาว  เดาไม่ถูกว่าเขาเข้าใจที่ตนเองอธิบายหรือเปล่า

“พอเข้าใจว่าที่คุราโมจิเป็นแบบนั้นเพราะอะไร  ฉันเลยลองเจรจาดูน่ะ”  คนอธิบายเปลี่ยนเป็นดึงลิ้นชักออกมาดูเมื่อพบว่าบนโต๊ะไม่มีกุญแจอะไรอยู่

“แล้วคน ๆ นั้นก็บอกชื่อ…’นางาทานิ’ ออกมาเหรอครับ?”  รุ่นน้องอีกคนส่งเสียงกลับมาขณะแยกไปหาอีกทาง

“อืม”  มิยูกิรับคำ

“อะ  แล้วที่ว่าหาทางจัดการได้เนี่ยมันอะไรเหรอครับ?”  คนข้างตัวเขาถามขณะช่วยยกตะเกียงส่องให้  “ที่เล่ามาก็มีแค่ว่าเดาชื่อเงานั่นได้ไงเท่านั้นเองนี่”

กัปตันเหลือบมองคนข้าง ๆ ด้วยหางตา  ก่อนจะค่อย ๆ เปิดปากออกมา  “หลังจากนั้น…ก่อนเจอพวกนาย  ฉันเจอสมุดบันทึกของคนที่น่าจะเป็น ‘เพื่อนร่วมห้อง’ ของนางาทานิน่ะ”  เขาเน้นคำว่า ‘เพื่อนร่วมห้อง’ ออกมาโดยไม่ตั้งใจ

“เพื่อนร่วมห้อง?”  เสียงจากอีกฝ่ายแฝงความงงงวยอย่างเห็นได้ชัด

“ดูเหมือนนางาทานิจะถูกกลั่นแกล้งจากคนในชั้นตอนยังมีชีวิตอยู่…”  มิยูกิค่อย ๆ เล่าออกมาอย่างระมัดระวัง  ตายังสอดส่ายหาวัตถุสะท้อนแสงชิ้นเล็กไปเรื่อย ๆ ด้วยความเร่งรีบ  “และดูเหมือนจะถูกกลั่นแกล้งมานานแล้วด้วย”

“กลั่นแกล้งที่ว่านี่คือยังไงครับ”  เสียงโอคุมูระลอยมาจากที่ไกล ๆ

“ไม่ใช่แบบว่าเขียนโต๊ะ  เอาเข็มหมุดใส่รองเท้า  หรือเอาหนังสือไปทิ้งหรอก…อะ  อาจจะมีจดหมายขู่นิดหน่อย”  คนตอบนึกถึงจดหมายในตู้รองเท้า  “แต่เหมือนจะเป็นประเภท ‘ถูกเมิน’ มากกว่า”

“ถูกเมิน…เนี่ยนะครับ?”  เอย์จุนทำเสียงไม่เชื่อ

คนเล่าเหลือบตามองอีกฝ่ายอีกรอบ  “นายลองคิดดูสิว่าถ้าไม่มีใครคุย  หรือให้ความสนใจ  ถึงพยายามหาเรื่องคุยด้วยหรือทำอะไรใส่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ  แล้วไม่ใช่แค่คนเดียว  กับทุก ๆ คนก็ทำแบบนั้นใส่เป็นเวลาติดต่อกันนาน ๆ…”  เขาเว้นวรรค  “นายจะทนไหวไหม?”

แวบหนึ่งแววตาของรุ่นน้องดูหมองลงอีกจนเหมือนตุ๊กตา

“….ไม่……….หรอกครับ”  รุ่นน้องตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

มิยูกิมองท่าทีของคนข้างตัว

“…….เลยน่าจะเป็นสาเหตุให้เขาไล่แทงคนสินะครับ”  อีกคนในกลุ่มพูดต่อ

“อืม  ว่าง่าย ๆ คือเป็นบ้าไปน่ะ”  กัปตันนึกย้อนถึงเสียงพูดแฝงความบ้าคลั่งที่เคยได้ยินในหัว  นอกจากเสียงคนกรีดร้องด้วยความกลัวแล้วก็มีเสียงประเภท ‘สนใจ’ ฉันทีปนอยู่เช่นกัน

เสียงพวกนั้นคือของคนที่ชื่อ ‘นางาทานิ’ เองเหรอ……

“แล้วไงต่อครับ”  โอคุมูระส่งเสียงเหมือนเร่ง

มิยูกิสะดุ้งเล็กน้อย  เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหยุดมือหาเลยรีบดึงลิ้นชักชั้นอื่นออกมาดูของข้างในต่อ  “อะ…คนที่เขียนสมุดบันทึกนั้นดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่พูดคุยกับนางาทานิน่ะ  ในหน้าท้าย ๆ เธอเขียนไว้ว่านางาทานิถูกพูดทำร้ายจิตใจอย่างมาก  แล้ววันต่อมาเขาก็หยุดโรงเรียนไป”

คราวนี้อีกสองคนเงียบเหมือนกำลังตั้งใจฟัง  มีเสียงขยับของดังขึ้นไปมาช่วยให้บรรยากาศในห้องไม่วังเวงจนเกินไปเท่านั้น

“วันที่ที่เขียนในบันทึกหน้านั้น…เป็นช่วงก่อนวันเกิดเหตุที่เขียนไว้ในประกาศปิดตึกพอดีน่ะสิ”

เสียงกลั้นหายใจดังแว่วขึ้นมาพร้อมกัน

มิยูกิหยุดพูดพลางดูท่าทีของรุ่นน้องทั้งสอง  ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะคิดแบบเดียวกับที่เขาคิดจึงเริ่มเล่าต่อ  “แล้วพอพลิกสมุดไปอีกหน้า…ก็มีกุญแจดอกที่ฉันเอาให้ดูหล่นลงมาน่ะ”

“กุญแจที่ว่าใช้เปิดอะไรสักอย่างในห้องสมุดเหรอครับ”  โอคุมูระส่งเสียงถาม

“อืม  ไม่แน่ในห้องสมุด…”  คนออกความเห็นเว้นวรรคเล็กน้อย  “หรือพูดให้ถูกคือในอะไรบางอย่างที่กุญแจนี้ ล็อกไว้อาจจะมีวิธีหยุดนางาทานิก็ได้”

“แต่ยังไม่รู้ว่า ‘วิธีหยุด’ โดยรูปธรรมแล้วคืออะไรสินะครับ”  อีกฝ่ายถามต่อ

ที่จริงเขาพอเดาออกว่าเป็นอะไร  แต่เขาเลือกยังไม่พูดออกมาดีกว่า  “อืม…คงต้องเข้าไปดูก่อนแหละ”

คราวนี้รุ่นน้องเงียบไป  เห็นแต่เพียงแสงไฟจากตะเกียงในมือเขาวูบไปมายามขยับตัว  คนเล่าเหลือบมองคนข้างตัวที่ทำหน้ากึ่ง ๆ ระหว่างครุ่นคิดกับสับสนเล็กน้อยก่อนจะกลับไปลงมือหาต่อ

“อะ”

แล้วเสียงจากรุ่นน้องคนที่ยืนห่างออกไปก็ดังขึ้น

“มีอะไร”  มิยูกิส่งเสียงถาม

“เจอแล้วครับ  กุญแจ”

เขารีบเดินตรงไปหาทันทีที่ได้ยิน  ก่อนจะเห็นโอคุมูระยืนส่องไฟในมือให้ตกกระทบกับกำแพงห้องด้านหลังโต๊ะตัวหนึ่ง  พอมองดูใกล้ ๆ ก็เห็นกระดานไม้ขนาดไม่ใหญ่มากแปะเอาไว้กับผนัง  มีตะขอติดเรียงกัน  บนนั้นมีกุญแจติดป้ายชื่อเล็ก ๆ ห้อยอยู่ประปราย

“ลัคกี้”  กัปตันอดอุทานไม่ได้

คนหาเจอหยิบกุญแจมาพลิกดูป้ายชื่อทีละดอก  “นี่ไงครับ  กุญแจห้องสมุด”  ก่อนยื่นกุญแจสีเงินดอกไม่ใหญ่นักมาให้

“ขอบใจ”  เขารับมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแล้วออกคำสั่งต่อ  “โอคุมูระ  ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  นายเอาที่เหลือติดไปด้วยให้หมดเลยละกัน”

“ผมว่าไม่ดีนะครับ”  คราวนี้เขาแย้ง  “ถ้าขืนผมเป็นอะไรขึ้นมา  ก็ไม่รู้ว่ากุญแจที่เหลือจะอยู่ที่ไหนแล้วนะ”

เป็นอะไรขึ้นมา…เหรอ

มิยูกิอดทึ่งกับความใจแข็งแบบแปลก ๆ ของรุ่นน้องคนนี้ไม่ได้อีกครั้ง

“อะ  งั้นผมเก็บเอง!!”  อีกคนที่เหลือรีบเสนอตัว

“ขืนนายเก็บฉันว่ามันยิ่งหายง่ายกว่าเดิมอีกน่ะสิ”  เขาแย้งทันควัน

“หา!!?”

“ใช่แล้วครับ  รุ่นพี่เซ่อซ่าจะตายไป”  คนเด็กสุดในกลุ่มรีบเสริม

“เฮ้ย!!  ว่ารุ่นพี่แบบนี้ได้ไงเล่า!!!!”

“เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยครับ”  คนโดนแบ่งชนชั้นแผ่รังสีพร้อมส่งแววตาอาฆาตใส่กลับทันที

“พวกนายทะเลาะกันบ่อย ๆ แบบนี้ไม่เบื่อบ้างหรือไง”  หัวหน้าทีมอดบ่นออกมาไม่ได้

“ก็หมอนี่หาเรื่องก่อน!!/ก็เขาพูดไม่ดีเองนี่ครับ!!”

ทั้งคู่หันมาขึ้นเสียงใส่คนกลางแทบจะพร้อมกัน

มิยูกิถอนหายใจยาว  ก่อนตัดสินใจสรุปเอง  “เอาเป็นว่าทำตามที่โอคุมูระพูดแล้วกัน  อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าถ้ามีห้องไหนเปิดไม่ออกก็ให้มาที่นี่…ตอนนี้รีบไปที่ห้องสมุดก่อนดีกว่า”

โอคุมูระทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไรแต่ก็ยอมเดินนำไปโดยดี  คนห้ามทัพมองรุ่นน้องข้างตัวที่ยังทำท่าขู่ใส่แม้ดูเหมือนลูกสุนัขเห่าใส่คนทั้งที่ตัวสั่นไม่หยุด  ก่อนจะรีบเดินตามไป

.

.

.

.

.

.

ทั้งสามคนลงมาถึงห้องสมุด  มิยูกิหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วลองไขดู  คราวนี้ประตูกลับเลื่อนออกอย่างง่ายดายแม้ใช้มือเดียวเปิด

ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก  กลิ่นอบจากความเก่าและเชื้อราก็โชยออกมาจนทั้งสามคนไอออกมาแทบพร้อมกัน

“โอย  อะไรเนี่ย  ปวดจมูกชะมัด!!”  เอย์จุนเอาแขนเสื้อข้างที่ถือตะเกียงปิดจมูกตัวเองไว้ลวก ๆ

“กลิ่นกระดาษเก่าสินะครับ”  โอคุมูระสันนิษฐาน  เสียงของเขาอู้อี้จากมือที่ปิดอยู่บนจมูกและปาก

“ถ้าจะรออากาศระบายก็เสียเวลาเปล่า”  คนสั่งการตัดสินใจเดินนำเข้าไปคนแรก  “รีบ ๆ เข้าไปหาให้เสร็จ ๆ ดีกว่า  ประตูเปิดไว้อย่างนั้นแหละ”

ห้องสมุดของตึกนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก  แต่ก็กินพื้นที่ไปประมาณสองห้องเรียนปกติ  ตรงทางเข้ามีโต๊ะไม้ตั้งใกล้ผนังขวามือ  และด้านหลังมีตู้ไม้ยาวตั้งชิดกำแพง  ถัดไปเป็นโต๊ะไม้ยาวแบบนั่งได้หลายคนตั้งเรียงกันจนสุดหลังห้อง  ส่วนด้านซ้ายเป็นตู้ไม้อัดแน่นด้วยหนังสือเรียงยาวหายไปในความมืด  ห้องสมุดนี้เข้าได้ทางเดียวคือจากประตูที่อยู่สุดทางเดินฝั่งนี้นั่นก็คือที่ ๆ พวกเขายืนอยู่  คงทำไปเพื่อไม่ให้มีเด็กนักเรียนแอบเอาหนังสือออกจากห้องโดยไม่ผ่านบรรณารักษ์ตรงหน้าประตู

“โห…ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย”  พิชเชอร์ในทีมพูดกลั้วเสียงสำลักฝุ่น  “แล้วแบบนี้จะหาเจอไหมครับเนี่ย”

“ไม่แน่ว่าอาจจะง่ายกว่าที่คิดก็ได้นะครับ”  รุ่นน้องอีกคนยังพูดด้วยเสียงอู้อี้ขณะยื่นตะเกียงไปทางโต๊ะใกล้ทางเข้า

“…นั่นสินะ”  คนเดินนำพยักหน้ารับแล้วเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปด้านใน  พอมองดูให้ดีก็เห็นโต๊ะตัวนั้นมีลิ้นชักอยู่ด้านขวามีอยู่ประมาณสามชั้น  เขาหยิบกุญแจดอกเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วลองเสียบเข้าไปในรูดู

ชั้นแรกไม่สำเร็จ

เขาแทบได้ยินเสียงรุ่นน้องสองคนกลืนน้ำลาย  เขาดึงมันออกมาแล้วลองเสียบกับชั้นที่สอง

แกรก

คราวนี้มีเสียงคล้ายสลักถูกปลด

“อ้ะ!!!!”  เอย์จุนตกใจเสียจนเผลอตะโกนออกมา

มิยูกิหยุดเล็กน้อยเพื่อปรับลมหายใจให้นิ่งหลังจากตื่นเต้น  เขาค่อย ๆ ดึงลิ้นชักออกมาอย่างเบามือ  ตัวลิ้นชักฝืดเล็กน้อยเพราะไม่ได้เปิดใช้มานาน  พอเปิดออกมาก็เห็นข้างในเก็บสมุดคล้ายสมุดบันทึกการยืมคืนเอาไว้  ก่อนจะเห็นมุมด้านขวามีพวงกุญแจรูปสุนัขจิ้งจอกวางอยู่

นี่มัน…

“เครื่องราง?”  โอคุมูระพึมพำพลางยื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ ๆ

“อ้ะ  ไอ้นี่สินะคือวิธีจัดการที่ว่า!!?”  เอย์จุนวางตะเกียงไว้บนโต๊ะแล้วยื่นมือข้างนั้นมาเพื่อจะหยิบ

เดี๋ยว

“ซาวามูระ!!!!!”

มิยูกิส่งเสียงตะคอกหลังผ่านการตัดสินใจในเสี้ยววินาที

“เอ๊ะ!?”  เจ้าของชื่อชะงัก  กัปตันเลยได้ทีรีบสั่งรุ่นน้องอีกคนที่สะดุ้งตามไปด้วย  “จับแขนอีกข้างของซาวามูระไว้ก่อน!!!!!”

“…คุณพูดอะไรออกมาน่ะ”  สีหน้าของแคชเชอร์อีกคนฉายความสับสนออกมาได้ชัดเจน

“เอาน่า  จับไว้ก่อน!!”  เขารีบเร่ง

“ระ…รุ่นพี่เป็นอะไรไปครับเนี่ย!!!!????”  คนถูกตะโกนใส่โวยวายกลับ

โอคุมูระมองใบหน้าของกัปตันกับพิชเชอร์รุ่นพี่สลับไปมา  แต่ก็ตัดสินใจเชื่อฟังคำสั่งของคนเหนือกว่า  วางตะเกียงไว้บนโต๊ะแล้วคว้าแขนข้างที่ว่างของอีกฝ่ายไว้ในท่ากอดแขน

“เฮ้ย!!?  ทำอะไรน่ะไอ้หนูหมาป่า!!!?”  คนโดนล็อกส่งเสียงประท้วงพลางพยายามสลัดแขนออก

มิยูกิรีบคว้าเครื่องรางอันนั้นใส่กระเป๋าเสื้อ  แล้วถอยออกห่างจากคนข้างตัวให้เร็วที่สุด  ทีแรกเขากะจะสลัดมือที่ถูกกุมเอาไว้ให้หลุด  แต่เหมือนอีกคนจะรู้ทันจึงเพิ่มแรงบีบตรงมือเสียจนเขาต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ

“ซาวามูระ….ปล่อยมือฉัน……..”  เขาออกคำสั่งขณะก้าวถอยหลังออกจนแขนของทั้งคู่ที่จับมือกันไว้ตั้งขึ้นขนานกับพื้น

“ไม่ปล่อย!!”  เอย์จุนตะโกนเสียงแข็ง  “จู่ ๆ รุ่นพี่เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย!!!?”

“หมายความว่าไงครับ  รุ่นพี่มิยูกิ!?”  โอคุมูระรีบถามต่อแต่ก็ยังล็อกแขนอีกฝ่ายไว้ตามสั่ง

มิยูกิจ้องหน้าพิชเชอร์ประจำทีมด้วยแววตาหวาดระแวง  แล้วค่อย ๆ ขยับริมฝีปาก  “งั้นช่วยตอบคำถามฉันหน่อยได้ไหม…ถ้าผิดเดี๋ยวฉันคุกเข่าขอโทษให้ก็ได้”

เป็นไปได้ก็ขอให้ผิดด้วยเถอะ

“ก็แล้วมันอะไรน่ะครับ!!?”  อีกฝ่ายรีบถามกลับเสียงหลง

คนถามหรี่ตาลงแล้วส่งเสียงออกมาอย่างระมัดระวัง

“นายเป็น…ใครกัน?”

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 12]

  1. แง แง ไม่น่ารีบอ่านตอนกลางคืนเลย ขนลุกซู่เลยอ่ะ เหลียวซ้ายแลขวา
    รอบตัวก็มีแต่ความมืด คืนนี้จะนอนหลับไหมเนี่ยเรา??
    นั่นปะไร! น้องเอย์มีพิรุธ จนพี่แคชเชอร์จับได้
    มิยูกิ นายจะฉลาดไปถึงไหนก๊านน

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s