Ace of Diamond · Interview translation

[DnA] แปล : บทสัมภาษณ์เทราจิมะเซนเซย์ใน Anime Official Fanbook – Sawamura Generation

เพิ่งได้ตัวเล่มมาวันนี้เลยค่ะ  (ไปเร่งพนักงานเขาด้วย  แง้  ขอโทษนะคะ ;w;  แต่ก็ขอบคุณมากจริง ๆ ที่อุตส่าห์ไปหามาให้ค่ะ orzll)

เล่มนี้จะเน้นเกี่ยวกับพวกปี 1 (ในอนิเม  ตอนนี้ก็ปี 2 แล้วละ)  ชอบตารางเวลาว่าใครทำอะไรในการแข่งมากเลยค่ะ  ละเอียดแถมยังอ่านง่ายจัง~


คู่แข่งชื่อว่าฟุรุยะผู้เติบโตไปพร้อมกับซาวามูระ

—–คู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้ยืนขวางทางซาวามูระขณะตั้งเป้าเป็นเอซ  ฟุรุยะ  ขณะวาดเขาได้ระวังจุดใดบ้างครับ?

เทราจิมะ : ผมให้ฟุรุยะปรากฎตัวเป็นตัวเก็งเอซอีกคนหนึ่งขณะเซย์โดไม่มีเอซอยู่  แต่ตอนแรกผมไม่คิดว่าเขาจะแผ่รังสีสัตว์ประหลาดออกมาขนาดนี้เลยนะครับ (หัวเราะ)  ถึงแม้เขาจะโดดเด่นในเรื่องพรสวรรค์  แต่ก็มีจุดด้อยในด้านเทคนิคหรือจิตใจอยู่เยอะครับ  เพราะอย่างนั้นซาวามูระเลยมองฟุรุยะเป็น “คู่แข่ง” ที่หวังขึ้นเป็นเอซไปพร้อม ๆ กันมากกว่าจะเป็น “กำแพง” ครับ

—–เพราะอยู่ปีเดียวกันเลยเห็นภาพซ้อมด้วยกันอยู่บ่อย ๆ นะครับ  แต่กลับรู้สึกว่ากว่าฟุรุยะจะมองซาวามูระเป็นคู่แข่งก็ค่อนข้างช้าพอสมควร…

เทราจิมะ : เดิมทีฟุรุยะเข้าเรียนที่เซย์โดด้วยจุดประสงค์เพื่อให้มิยูกิรับลูกให้อย่างเดียวน่ะครับ  เขาเลยเพิ่งจะเริ่มคิดว่าเป็น “หนึ่งในสมาชิกชมรมเบสบอลเซย์โด”ขึ้นมาทีละนิดหลังการแข่งหน้าร้อนจบลง  แต่กว่าจะรับรู้ว่าซาวามูระเป็น “คู่แข่งที่ไล่ตามมา” ได้ชัดเจนก็น่าจะเป็นตอนแข่งกับโอยะในการแข่งฤดูใบไม้ร่วงครับ

——หลังการแข่งฤดูใบไม้ร่วงจบลง  คำประกาศว่าจะแย่งตำแหน่งเอซจากฟุรุยะของซาวามูระแล้วก็ภาพฟุรุยะยิ้มหลังได้ยินดังนั้นนี่ช่างติดตามากเลยครับ!

เทราจิมะ : ถึงซาวามูระจะขอขว้างต่อแต่ถูกโค้ชคาตาโอกะปฏิเสธมาก่อนหน้านี้แต่เขาก็ยังพูดแบบนั้นได้  ในใจฟุรุยะเลยดีใจเพราะมี “คู่แข่ง” กำเนิดขึ้นขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นในฮอกไกโดไม่มีคนแบบนี้น่ะครับ  ผมคิดว่าเรื่องภาค 1 จบลงที่ทั้งคู่ยอมรับกันว่าเป็นคู่แข่งนี่น่าจะทำออกมาได้ดีแล้ว  บอกตามตรงว่าผมวาดรอยยิ้มของฟุรุยะด้วยความรู้สึกว่า “Ace of Diamond” จะจบลงตรงนั้นเลยก็ดีน่ะครับ

สำหรับพวกปี 1 แล้ว “ซาวามูระ  เอย์จุน” คือ?

——นอกจากฟุรุยะแล้วยังมีพวกปี 1 เด่น ๆ ปรากฎตัวออกมาเรื่อย ๆ เลยนะครับ  พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาเป็นแบบไหนเหรอครับ?

เทราจิมะ : ฮารุอิจิเป็น “คนประหลาด” ครับ  ถ้าวาดให้เห็นความต่างระหว่างรูปลักษณ์กับวิธีการเล่นได้ชัดก็น่าจะดี  ถึงใน “act II” จะออกมาดูน่าจดจำไป  แต่พื้นฐานเขาเป็นคนปากร้าย  แล้วก็เย็นชาเวลาตบมุกด้วยครับ (หัวเราะ)  จะเรียกว่าเป็นสายเลือดตระกูลโคมินาโตะดีไหม  โดยพื้นฐานแล้วมีนิสัยเกลียดความพ่ายแพ้  บางครั้งในใจเลยลุกโชนว่าจะยอมถูกซาวามูระกับฟุรุยะปล่อยทิ้งไว้ได้ไงกันเหมือนกันครับ  ที่ตัดผมก็มีความหมายแสดงออกถึงการตัดสินใจนั้นด้วย  ผมอยากจะลงลึกถึงเรื่องนั้นอีกในผลงานด้วยครับ

——โทโจหรือคาเนมารุก็รับหน้าที่ที่ขาดไม่ได้ในทีมตอนแข่งหน้าใบไม้ร่วงเช่นกัน

เทราจิมะ : ผมไม่คิดว่าโทโจจะกลายเป็นแบบนี้ตอนเขาปรากฎตัวในช่วงแรกของผลงานเลย (หัวเราะขื่น ๆ) เขานิสัยดีเลยมองแวบแรกคงจะไม่เข้าใจ  แต่เขาก็เคยเป็นพิชเชอร์มาก่อนจึงย่อมมีความรู้สึกต่อซาวามูระหรือฟุรุยะซ่อนไว้ในใจแน่นอนครับ  คาเนมารุในตอนแรกเขาต่อต้านซาวามูระอย่างเห็นได้ชัด  แต่ลึก ๆ แล้วเป็นคนดีเลยยอมรับทันทีน่ะครับ  คงเป็นเพราะบุคลิกภาพตรงไปตรงมากับทุกเรื่องของซาวามูระทำให้เป็นแบบนั้นด้วยครับ

——เวลาเขียนพวกเขา “ปี 1”  จะให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้างครับ?

เทราจิมะ : “การขาดประสบการณ์” ในหลาย ๆ ด้านครับ  หากมองจากปี 1 แล้วปี 3 จะดูเป็นผู้ใหญ่สุด ๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ  ถ้าอย่างนั้นพวกปี 1 ก็ต้องเป็นเด็กสิ  เพราะยังขาดประสบการณ์เลยเขียนภาพการเติบโตได้ใช่ไหมครับ

——สำหรับผู้เล่นในรุ่นเดียวกัน  ซาวามูระมีตัวตนแบบไหนครับ?

เทราจิมะ : ทำให้คิดว่า “ยังไงก็ไม่อยากแพ้แค่หมอนี่เด็ดขาด” ครับ  ซาวามูระตอนช่วงเข้าชมรมใหม่ ๆ ยังด้อยเรื่องความสามารถ  แล้วก็ยังมีนิสัยแบบนั้นอีก (หัวเราะ) เป็นคนมีช่องว่างเยอะในแง่ดีครับ  พอเห็นซาวามูระคนนั้นพยายามและเติบโตมากกว่าใครแล้ว  ไม่ว่าใครก็น่าจะได้รับแรงกระตุ้นอย่างมากน่ะครับ

“Ace of Diamond” ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร—?

—–ใส่ใจเรื่องอะไรเวลาเขียน “act II” ลงโชเน็นแม็กกาซีนรายสัปดาห์ครับ?

เทราจิมะ : เวลาเขียนเนื้อหาการซ้อมชวนให้คิดว่าเซย์โดจะขึ้นเป็นที่หนึ่งในญี่ปุ่นก็ไม่แปลก  ไม่ก็ความสัมพันธ์ระหว่างคนในทีมน่ะครับ  ผมไม่รู้ว่าเซย์โดจะเป็นยังไงต่อไป  แต่หากไปถึงโคชิเอ็งได้ก็อยากเขียนให้ผู้อ่านยอมรับได้ว่า “ก็ซ้อมแบบที่หนึ่งในญี่ปุ่นมาไง” น่ะครับ

—–กลับกันแล้ว  ไม่แน่ว่าเซย์โดอาจจะไปโคชิเอ็งไม่ได้?

เทราจิมะ : แน่นอนว่าผมอยากให้เซย์โดไปโคชิเอ็ง  และอยากให้ผลลัพท์การแย่งชิงตำแหน่งเอซออกมาในแบบที่ยอมรับได้ด้วย  แต่ผมอาจจะลงเอยที่การเขียนถึง “ความเจ็บปวด” เพราะในความเป็นจริงก็เป็นแบบนั้นก็ได้ครับ  ทีมอื่น ๆ เองก็หวังอยากไปโคชิเอ็งเหมือนกันนี่ครับ…หากผู้อ่านคอยเฝ้ามองพวกซาวามูระด้วยความรู้สึกเป็นหนึ่งในเซย์โดแล้วผมก็ดีใจครับ

Advertisements

3 thoughts on “[DnA] แปล : บทสัมภาษณ์เทราจิมะเซนเซย์ใน Anime Official Fanbook – Sawamura Generation

  1. ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    ใจหายแว่บเลย กับคำตอบสุดท้าย

    Like

  2. ดีนะคะที่อจ.ไม่ได้จบที่รอยยิ้มของฟุรุยะ ไม่งั้นมีร้องไห้กันบ้าง

    Like

  3. อาจารย์เขียนเองแล้วจะไม่รู้เองแบบนี้ไม่ได้นะค่าาาา รอลุ้นไปพร้อมๆกันสินะคะ

    ตลกตรงความปากร้ายของฮารุจจิและสายเลือดโคมินาโตะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s