Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 14]

ชอบเวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันจริง ๆ แฮะ

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


“จัดการ…ได้แล้วเหรอครับ?”

โอคุมูระทักขึ้นมาหลังมองไปรอบตัวคล้ายจะหาว่าเงาถือมีดนั้นหายไปไหน

“…..ไม่รู้สิ”  มิยูกิตอบตามตรง  เขานึกลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะเก็บเครื่องรางรูปจิ้งจอกนั้นใส่กระเป๋าเสื้อดังเดิม  ทั้งระเบียงเงียบเชียบเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  มีเพียงเสียงเอี๊ยดอ๊าดของแผ่นไม้ดังขึ้นเบา ๆ ยามพวกเขาขยับเท้าสร้างบรรยากาศไม่ให้วังเวงเกินไป

“งั้นก็รีบหาที่หลบก่อนเงานั่นจะมาอีกเถอะครับ”อีกฝ่ายเสนอความเห็น

แต่กัปตันรีบส่ายหัวก่อนขยับมือที่กุมหูหิ้วตะเกียงให้แน่นขึ้น  “กลับไปที่ห้องสมุดกัน”

“……คุณว่าอะไรนะครับ?”  เสียงจากรุ่นน้องไม่ปกปิดความตกใจเลยสักนิด

“ฉันต้องกลับไปช่วยซาวามูระ”  คนพูดหันตัวเองเดินตรงไปยังบันได

“คุณจะกลับไปให้เขาฆ่าเหรอครับ!!!?”  อีกคนพูดเสียงหลงแต่ก็รีบเดินตามมาติด ๆ

“ใครสักคนใช้ร่างซาวามูระอยู่  ขืนปล่อยไว้นานกว่านั้นตัวซาวามูระเองก็จะไม่ปลอดภัยเหมือนกัน”  มิยูกินึกภาพเพื่อนร่วมทีมผู้เคราะห์ร้ายคนอื่น ๆ ขึ้นมาขณะพูด  ส่งผลให้เขารีบเร่งฝีเท้าขึ้นจนเกือบจะกระโดดลงขั้นบันไดลงไป

เขาได้ยินเสียงคนด้านหลังเดาะลิ้น  ก่อนตามมาด้วยประโยคแผ่ความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด  “แล้วอย่างนั้นคุณจะหนีมาทำไมแต่แรก!!?”

“ถ้าไม่หนี  นายก็ถูกแทงน่ะสิ”  คนนำทีมหันควับไปมองหน้า

รุ่นน้องด้านหลังชะงัก  แสงไฟจากตะเกียงในมือฉายให้เห็นสีหน้าเจ็บใจได้ชัดเจน  อีกฝ่ายรีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นหน้าตัวเองสะท้อนในกรอบแว่นคนตรงหน้า  “….ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ  ห่วงตัวเองดีกว่า”

“ฉันจะไม่ห่วงนายได้ไง”  กัปตันทีมหันกลับไปเดินลงบันไดต่อ  “ก็นายเป็นรุ่นน้องของฉัน”

“ก็บอกว่า……เลิกพูดเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้องได้แล้ว….”

หูเขาได้ยินเสียงพึมพำแว่วขึ้นมา

เขาคิดจะอ้าปากพูด  แต่ก็ตัดสินใจเงียบลง  เปลี่ยนเป็นตั้งสมาธิรีบกลับไปยังห้องสมุดแทน

.

.

.

.

.

.

“ไม่…อยู่?”

พอกลับไปถึงห้องสมุดพวกเขากลับพบเพียงความว่างเปล่า

กลิ่นฝุ่นกับความชื้นในห้องจางลงไปเยอะแล้ว  แต่ก็ยังรู้สึกคัดจมูกเป็นบางครั้งหากสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ  ในห้องเงียบกริบ  ไร้ซึ่งวี่แววสิ่งมีชีวิตนอกจากตัวพวกเขาเอง

“หรือว่าเขาออกจากห้องตามพวกเรามาด้วย…?”  โอคุมูระเข้าสู่โหมดใช้ความคิดขณะกวาดตามองไปรอบ ๆ

มิยูกิลองส่องไฟไปด้านหลังโต๊ะตรงหน้าประตู  บริเวณนั้นยังคงเหลือร่องรอยพวกเขาต่อสู้กันเมื่อครู่นี้  แต่กลับไม่เห็นตัว ‘เอย์จุน’ อีกแล้ว

“ถ้าเขาออกมาจากห้องนี้ตามพวกเราไป  ก็น่าจะเจอกันตอนย้อนกลับมาสิ”  กัปตันยกเหตุผลล้มทฤษฎีขณะเริ่มเดินสำรวจไปรอบ ๆ

“แล้วจะหายไปได้ยังไง…”  เสียงของอีกฝ่ายเริ่มแฝงความรำคาญเขาเดินไปหยิบตะเกียงของตนที่หล่นอยู่บนพื้นมาดูก่อนส่ายหัวเบา ๆ เมื่อเห็นว่าตัวกระจกกันลมแตกจนไม่น่าใช้การได้แล้ว

กัปตันนึกถึงทฤษฎีที่ตนเคยยกขึ้นมา

“…….หายไปอยู่อีกมิติ….เหรอ…..?”

แน่นอนว่าอาจจะมีเหตุผลอื่นฟังขึ้นกว่านี้  แต่ตอนนี้เขานึกออกเพียงแต่เรื่องนี้เท่านั้น

รุ่นน้องไปสักพัก  ก่อนจะเปิดปากถามขึ้น  “แล้วจะเอาไงต่อครับ?”

มิยูกิประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดเพื่อคิดหาสิ่งควรทำต่อ  ก่อนจะตัดสินใจเปิดปาก  “……ลองตามหา….คนอื่น ๆ ก่อนแล้วกัน”  เขาถอนหายใจเล็กน้อย  “เผื่อจะได้เตือนให้ระวัง ‘คน’ ที่อยู่ในตัวซาวามูระด้วย”

ในเมื่อตอนนี้ไม่รู้ว่า ‘เอย์จุน’ หายไปไหน  และยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าพวกเขาจัดการ ‘นางาทานิ’ เรียบร้อยแล้วหากสามารถกลับไปรวมตัวกับคนอื่น ๆ ได้ก็จะเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายได้มากกว่า

อีกอย่างเขาก็ยังคงเป็นห่วงฟุรุยะกับฮารุอิจิว่าเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

ถ้าตอนนี้พวกเขากลับมาอยู่ใน ‘มิติ’ เดียวกับคนอื่น ๆ แล้วนะ

“รุ่นพี่มิยูกิรู้จักกับเขาเหรอครับ”

จู่ ๆ โอคุมูระก็โพล่งคำถามแปลก ๆ ออกมา

“เขา?”  คนถูกถามไม่เข้าใจไปชั่วขณะว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร

แววตาใต้เรือนผมของรุ่นน้องส่องประกายแปลก ๆ พอจับได้  “คนที่สิงรุ่นพี่ซาวามูระอยู่ไงครับ”

กัปตันร้องอ๋อเบา ๆ ก่อนจะกลับไปทำหน้าเครียด  “ใครจะไปรู้จัก…………………….มั้ง”  แต่ก็แสดงความลังเลออกมาหลังทิ้งเสียงยาวไปสักพัก

แน่นอนว่าตอนนี้เขายังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร  และนึกไม่ออกว่าทำไมคน ๆ นั้นถึงจ้องทำร้ายพวกเขาถึงขนาดยืมมือนางาทานิด้วย

แต่เขาก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า ‘ไม่รู้จัก’ คน ๆ นี้

ในเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีรู้จักเขาอย่างชัดเจน  และในหัวก็เคยผุดบทสนทนาระหว่างเขากับคน ๆ นั้นมาแล้ว

“เท่าที่จำได้…ฉันก็ไม่เคยรู้จักคนโรคจิตแบบนี้ซะด้วย…”  มิยูกิพูดติดตลกออกมาพลางหัวเราะเสียงแห้ง

อีกฝ่ายส่งสายตาคมกริบกลับมาว่าไม่ใช่เรื่องตลก  แต่ก็ถามต่อ  “แต่เขาพูดเหมือนรู้จักรุ่นพี่เลยนะครับ”

“….นั่นสิ”  คนถูกถามไม่นึกแปลกใจว่าทำไมถึงเดาออก

“นึกไม่ออกจริง ๆ เหรอครับว่าเป็นใคร”  โอคุมูระถามเหมือนคาดคั้น

“…ตอนนี้นึกไม่ออกเลยน่ะ”  เขาตอบไปตามความจริงพลางยิ้มขม ๆ ให้  “อย่างมากก็แค่เหมือนมีความทรงจำผุดขึ้นมาในหัวเป็นบางครั้ง  แต่หลังจากนั้นก็จะปวดหัวมากจนนึกอะไรต่อไม่ได้ทุกที”

“ปวดหัว?”  รุ่นน้องเปลี่ยนแววตาเป็นตกใจก่อนขยับเข้ามาใกล้ ๆ เหมือนหมอดูอาการคนป่วย

“อืม”พอมาถึงตอนนี้มิยูกิก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ฟัง  “ที่จริง…ตอนเจอนางาทานิบางครั้งก็จะได้ยินเสียงที่น่าจะดังในเหตุการณ์ตอนเขาไล่แทงคนด้วย…”

อีกฝ่ายเบิกตากว้าง

กัปตันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเล่าต่อ  “ระหว่างนั้นก็มีเสียงประหลาด ๆ เหมือนคนกำลังพูดอยู่ดังแทรกขึ้นมาบ้าง  ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นเสียงที่ดังในจังหวะเดียวกับเสียงอื่น ๆแต่พอคนที่สิงซาวามูระอยู่เปิดเผยตัวออกมาเลยรู้ว่าเป็นเสียงเขาเองน่ะ”

“เสียงของคนที่สิงรุ่นพี่…”  โอคุมูระพึมพำ

“แล้วฉันก็…ได้ยินเสียงฉันเองคุยกับเขาด้วย”

มิยูกิพูดออกมาตามตรง

สีหน้ารุ่นน้องเปลี่ยนเป็นตกตะลึง  ก่อนรีบถามต่อด้วยเสียงสูงเหมือนคุมไม่อยู่  “งั้นก็แปลว่าคุณรู้จักเขาจริง ๆ น่ะสิ!!?”

“ก็น่าจะเป็นแบบนั้น  เพียงแต่ฉันแค่ยังนึกไม่ออกเท่านั้นแหละ…”  เขาตอบพลางยกมือกุมหัวตัวเอง  นึกเจ็บใจเล็กน้อยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

โอคุมูระเงียบลง  ก่อนจะเปิดปากพูดเบา ๆ  “คุณไม่รู้ตัวจริง ๆ เหรอครับ”

“หือ?  รู้ตัวอะไร?”  ประโยคแปลก ๆ จากปากอีกฝ่ายทำกัปตันลดมือลงแล้วหันหน้ามามอง

คนพูดยักไหล่  เบนสายตาไปด้านข้าง  “ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของใครบ้าง”

คนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเพราะสมองประมวลผลไม่สำเร็จ  “………….หา?”

“คุณได้ลงคอลัมน์นิตยสารเบสบอลตั้งหลายเล่มเลยนี่ครับ”  อีกฝ่ายเริ่มพ่นเรื่องแปลก ๆ ออกมาโดยไม่ให้ตั้งตัวพลางมองด้วยสายตาเหมือนไม่พอใจปนคาดคั้น

“…แล้วไง?”  มิยูกิยังคงไม่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ  “แต่พวกโรงเรียนอื่นก็ได้ลงเหมือนกันนี่?”

“คุณไม่คิดบ้างเหรอครับว่ามีใครตามคุณมาที่เซย์โดนี้บ้าง”

คราวนี้เครื่องหมายคำถามแทบจะผุดขึ้นให้เห็นบนหัว  “หา?ตามฉันเนี่ยนะ?”

“…….ไม่รู้ตัวจริง ๆ เหรอครับ?”  ดวงตาอีกฝ่ายฉายแววเหมือนหมาป่าเตรียมขย้ำเหยื่อ

คนถูกคาดคั้นอดขยับถอยหลังจากความกลัวไร้ที่มาไม่ได้  “…นายพูดอะไรของนาย…?”

“ชิ”

เขาสาบานได้ว่ารุ่นน้องตรงหน้าเดาะลิ้นใส่

“เอาเถอะครับ”  แล้วจู่ ๆ อีกฝ่ายก็หยุดแผ่รังสีลงกระทันหัน  เปลี่ยนเป็นถอนหายใจเหมือนคนปลงตก  “ผมว่าคนที่สิงรุ่นพี่ซาวามูระน่าจะเป็นคนแบบนั้นแหละ”

“คนแบบนั้นนี่….แบบไหน?”  สมองของกัปตันยังไม่อาจทำความเข้าใจการกระทำของคนตรงหน้าได้  ความสามารถด้านประมวลผลสิ่งอื่นเลยพลอยด้อยตามลงไปด้วย

“ดูจากคำพูด…กับ ‘ความยึดติด’ ต่อรุ่นพี่ที่แสดงออกมาแล้ว…”  โอคุมูระทำหน้าครุ่นคิด  “น่าจะเป็นคนที่…หลงในตัวรุ่นพี่เยอะพอควรนะครับ”

มิยูกิอดรู้สึกแปลก ๆ กับคำว่า ‘หลง’ จากปากรุ่นน้องไม่ได้  แต่พอนึกย้อนถึงวิธีการพูดของ ‘เอย์จุน’ ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าคงเป็นแบบนั้นจริง ๆ  “ออกแนว…ปลาบปลื้มอะไรงั้นเรอะ?”

“อาจจะเป็นแฟนคลับก็ได้นะครับ”  พอถึงตรงนี้รุ่นน้องก็ขยับรอยยิ้มเหยียด  “แฟนคลับเดนตายที่หลงจนหน้ามืดตามัวน่ะ”

ยิ่งฟังคำพูดคนตรงหน้ามากเท่าไรกัปตันก็อดขนลุกไม่ได้เท่านั้น  แต่ความสงสัยหนึ่งก็ผุดขึ้นมาหลังจากได้ฟังคำพูดของแคชเชอร์อีกคนก่อนหน้านี้จนอดถามด้วยสีหน้าหวาดหวั่นไม่ได้  “นายจะบอกว่า…คนที่สิงซาวามูระอยู่…เป็นคนในเซย์โดเหรอ?”

ก็เมื่อกี๊หมอนี่พูดคล้ายกับมีคนตามฉันมาที่เซย์โด

งั้นก็แปลว่า…?

แต่ประโยคต่อมากลับหักล้างความคิดเขาสิ้นเชิง

“กลับกันซะมากกว่าครับ”  โอคุมูระตอบเสียงเรียบ  “ผมว่าไม่ใช่คนในเซย์โดหรอก”

“…ทำไมล่ะ?”  เขาถามต่อ

“วิธีการพูดของเขาบอกได้ว่าเขาไม่รู้จักคนในทีมเรานี่ครับ”  อีกฝ่ายตอบทันที  “ถ้าเป็นคนในเซย์โดจริง  ถึงจะพยายามปกปิดแค่ไหนก็น่าจะเรียกชื่อคนอื่น ๆ ออกมาตรง ๆ  ไม่มาพูดอ้อมค้อมว่าคนชื่อนู้นชื่อนี้หรอก”

“มันก็ใช่…”  เขาอดเห็นด้วยไม่ได้

จะว่าไป  ตอนได้ยินเสียงในหัว….

.

.

.

.

“ตอนได้ยินว่าจะมีค่ายเบสบอลที่โรงเรียนผมแล้วเซย์โดก็จะเข้าร่วมด้วยนี่ผมดีใจมากเลยนะ”

.

.

.

.

“ค่าย…เบสบอล…?”

มิยูกิหลุดเสียงพึมพำ

“ค่ายเบสบอล?”  รุ่นน้องทวนคำ

“ที่ฉัน…ได้ยินเหมือนเสียงฉันคุยกับเขาในหัว”  กัปตันเริ่มเล่าออกมาช้า ๆ  “เหมือนกับว่าชมรมเราไปเข้าค่ายเบสบอลที่…โรงเรียนเขาน่ะสิ”

“เข้าค่ายที่โรงเรียนเขา?”  อีกฝ่ายเบิกตาโต  “โรงเรียนเขาที่ว่า…โรงเรียนมิโดริงาโอกะ?”  เขาพูดชื่อโรงเรียนที่หาเจอจากเอกสารในห้องพักครูก่อนหน้านี้

“ก็คงจะเป็นอย่างนั้น…”  คนนึกได้ตอบเบา ๆ

“แต่ผม…ไม่เคยได้ยินชื่อโรงเรียนนี้มาก่อนเลยนะ”  โอคุมูระแย้ง  “ถ้ามีการจัดค่ายเบสบอลที่โรงเรียน  ก็แปลว่าต้องมีชมรมเบสบอล  และก็ต้องมีชื่อเสียงในด้านนี้พอสมควรไม่อย่างนั้นจะเสนอตัวเป็นผู้จัดไม่ได้…อย่างน้อยก็น่าจะต้องได้ยินผ่าน ๆ มาบ้างสิ…”

“ฉันก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน”  กัปตันพูดขึ้นมาบ้าง  “อย่างน้อยต้องไม่ใช่โรงเรียนที่เคยลงแข่งโคชิเอ็งแน่นอน”

“หรือจะเป็นโรงเรียนโนเนมด้านเบสบอลจริง ๆ เลยไม่เคยได้ยิน…?”  รุ่นน้องทำท่าครุ่นคิด  “แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้….”

แต่มิยูกิกลับนึกถึงความเป็นไปได้อื่น  “ไม่แน่ว่า…โรงเรียนที่เขาอยู่ไม่ใช่โรงเรียนมิโดริงาโอกะหรอก”

“จะไม่ใช่ได้ไงครับ”  อีกคนสวนกลับทันที  “ก็ตอนนี้เราอยู่ในตึกเรียนของโรงเรียนนั้นนี่!!?”

“อยู่ใน ‘ตึกเรียน’ ของโรงเรียนนั้น”  คนเสนอความเห็นพูดขัด  “แต่ใช่ว่าจะอยู่ใน ‘เขต’ โรงเรียนนั้นแล้วนะ”

“…เขต…?”

“จำประกาศยกเลิกใช้ตึกเรียนจากคดีของนางาทานิได้ไหม”  เขายกเรื่องเอกสารก่อนหน้านี้ขึ้นมา

รุ่นน้องกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนยังไม่ค่อยเข้าใจ  “จำได้สิครับ”

“ไม่แน่ว่า…คดีมันอาจจะถึงขั้นปิดโรงเรียนไปเลยก็ได้…”

คนฟังเปลี่ยนเป็นหรี่ตาลงด้วยสีหน้าไม่เชื่อ  “จะถึงขั้นนั้นเลยเหรอครับ?”

“ถึงโรงเรียนจะยืนยันว่าสามารถเปิดทำการได้ต่อ  แต่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กคนอื่น ๆ อาจจะไม่เชื่อมั่นในตัวโรงเรียนแล้วก็ได้นี่?”  มิยูกิพูดพลางยิ้มเยาะ  “แน่นอนว่าสังคมเองก็อาจจะเล่นงานครูอาจารย์ว่าทำไมถึงทำเด็กนักเรียนกลายเป็นฆาตกรแบบนี้ด้วย…ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วอาจจะมันอาจจะไม่มีส่วนเลย  แต่บางคนเขาไม่สนหรอกว่าอะไรถูกอะไรผิดกันแน่  แค่ได้ร่วมประนามก็พอใจแล้ว”

“แค่ได้ประนาม?  ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรเลยเนี่ยนะครับ?”  คนฟังขมวดคิ้ว

“แค่ได้ออกความเห็นก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนดีแล้วไง”  มิยูกิขยับยิ้มเพียงมุมปาก

โอคุมูระนิ่งไปสักพักก่อนส่งเสียงคล้ายคำราม  “ไร้สาระ”

“เอาเป็นว่า…ไม่แน่ว่าโรงเรียน ‘มิโดริงาโอกะ’ อาจจะถูกปิดตัวลง”  คนเสนอทฤษฎีดึงบทสนทนากลับมายังหัวข้อเดิม  “แล้วมีโรงเรียน ‘แห่งใหม่’ เกิดขึ้นในบริเวณที่ดินเดิม…อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหรืออะไรยังไงต่อไม่รู้แหละ…แล้วใครสักคนที่สิงซาวามูระอยู่ก็เรียนในโรงเรียนนั้นแหละ”

“…..แบบนี้ก็ไม่รู้สิครับว่าเขาอยู่โรงเรียนอะไรกันแน่”รุ่นน้องส่งเสียงไม่พอใจ

“จะว่าไป…นายพอนึกอะไรออกเกี่ยวกับค่ายเบสบอลบ้างไหม?”  กัปตันลองถามขึ้นมาต่อ  “ถ้านายอยู่ที่นี่ด้วยก็แปลว่าน่าจะมาค่ายด้วยกันตั้งแต่แรก”

แคชเชอร์อีกคนเบิกตาเหมือนนึกขึ้นได้  ก่อนจะกลอกตาขึ้นด้านบนเป็นสัญญาณว่ากำลังใช้ความคิด  เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนแววตาจะค่อย ๆ ฉายแววตื่นตระหนกออกมา  “….นึก….ไม่ออก?”

ถึงจะพอเดาได้แต่แรก  แต่คนถามก็อดถอนหายใจเมื่อได้ยินคำพูดจากปากอีกฝ่ายไม่ได้  “ว่าแล้วเชียว…”

“รุ่นพี่เองก็…?”  อีกฝ่ายถามเสียงลนลาน

“ถ้านึกออกก็คงไม่ลำบากแบบนี้หรอก”

ตั้งแต่เขารู้สึกตัวว่าตัวเองมาอยู่ในตึกแห่งนี้  เขาก็ยังนึกไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านั้นเขาทำอะไรอยู่  และทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้

พอพยายามนึกก็ปวดหัวขึ้นมาเหมือนตอนได้ยินความทรงจำของนางาทานิ  หรือบทสนทนากับผู้น่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ทั้งหมด

และเขายังไม่เข้าใจว่าทำไม

โอคุมูระถอนหายใจยาว  สีหน้าเขาดูซีดขึ้นเล็กน้อยอาจเป็นเพราะเหนื่อยทั้งร่างกายและสภาพจิตใจ  “เอาเป็นว่ารีบ ๆ นึกให้ออกทีเถอะครับ”

“….ฉันจะพยายาม”  กัปตันตอบแบบกึ่งรับกึ่งสู้

แววตาคมกริบคล้ายหมาป่าตวัดมาที่หน้าเขาสักครู่  ก่อนจะเบนออกไปพร้อมกับตัวรุ่นน้องเดินตรงไปยังประตู  “เพราะถ้านึกไม่ออก  ผมเองก็อาจจะเป็นรายต่อไปด้วยนะครับ”

ราย…….ต่อไป?

หัวใจของคนฟังเหมือนถูกค้อนทุบอย่างแรง

จริงด้วยสิ

คนที่สิงซาวามูระอยู่…ต้องการ ‘ตัวฉัน’ นี่นา

“……รุ่นพี่มิยูกิ?”

เสียงจากอีกคนดึงความคิดเขากลับมา

เจ้าของชื่อสะดุ้ง  แสงไฟจากตะเกียงในมือฉายร่างรุ่นน้องอีกคนหันกลับมามองจากตรงหน้าประตูด้วยสีหน้าสงสัย  “ไม่รีบไปหาคนอื่นกันเหรอครับ  เราเสียเวลามามากแล้วนะ”

“อะ…เออ ๆ”  คนถูกเรียกรีบพยักหน้ารับแล้วเดินตามไป  เก็บความคิดในหัวที่ผุดแวบขึ้นมาเมื่อครู่ฝังลงไปให้ลึกที่สุดเท่าที่ทำได้

.

.

.

.

.

.

พวกเขาเดินไล่ตามชั้นมาเรื่อย ๆ จนมาถึงชั้น 4

แน่นอนว่าก่อนมาถึงจุดนี้  พวกเขาไปสำรวจประตูทางออกตึกซึ่งก็พบว่ายังเปิดไม่ออกตามเคย  ในห้องพยาบาลก็ไม่มีใครอยู่  แต่นอกจากนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม  ห้องที่มีร่างของเพื่อนร่วมทีมอยู่ก็ยังพบพวกเขาอยู่เหมือนเดิม

เมื่อนึกย้อนกลับไป  ตัวมิยูกิเองแทบจะไม่ได้เดินสำรวจชั้น 4 นี้เท่าไร  ครั้งเดียวที่เขาขึ้นมาคือตอนตามหาตัวฟุรุยะ  และก็พบตัวเขาในห้องศิลปะแทบจะทันทีที่ขึ้นมา  เลยยังไม่ได้เดินไปยังห้องอื่น ๆ เลย

ขณะความไม่สบายใจจากการไม่เจอใครเลยแม้แต่คนไม่อยากเจออย่างนางาทานิกำลังเกาะกุมจิตใจอยู่ช้า ๆ  รุ่นน้องที่เดินนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าทันที

“…หือ?”  คนเดินตามหลังเกือบชนคนตรงหน้าจากความเหม่อลอย

อีกฝ่ายส่งเสียงโดยไม่หันกลับมามอง  “มีคนอยู่ในห้องนั้น”

คน?

ใจของกัปตันเต้นกระตุกขึ้นมา  เขารีบลดเสียงกระซิบถามต่อ  “ใคร!?”

“ไม่รู้เหมือนกัน…”  คนตรงหน้าก้าวเท้าเดินไปยังประตูของห้องหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกลางระเบียงฝั่งด้านซ้ายมือหากมองจากบันได

“โอคุมูระ?”  อีกคนมองตามด้วยความสงสัย

รุ่นน้องหยุดยืนตรงหน้าประตูแล้วยกมือเคาะอย่างไม่รีรอ  “มีใครอยู่ในนั้นครับ?”

เฮ้ย!!!!!?????

มิยูกิเกือบหลุดอุทานแต่ก็รีบยั้งตัวเองเอาไว้ได้ทัน  เขารีบปราดไปจับไหล่อีกฝ่ายแล้วออกแรงดึงให้ถอยออกห่าง  “นายทำบ้าอะไร!?”

ก่อนอีกฝ่ายจะโต้ตอบกลับ  ประตูตรงหน้าก็เลื่อนออกด้วยความแรงเหมือนถูกกระชากจากด้านใน

“โคชู!!!!????”

ร่างของเซโตะโผล่ออกมาในรัศมีแสงสว่าง

“ทาคุเองเหรอ”  เสียงของคนเคาะสัมผัสได้ถึงความโล่งอกปนตกใจ

“นายหายไปไหนมาห้ะโคชู!!!!!”  เพื่อนสนิทของคนตรงหน้าโผเข้ากอดเต็มแรงจนตัวคนรับแทบล้มทรุดลงไปกับพื้นหากไม่ได้รุ่นพี่ด้านหลังช่วยผลักหลังเอาไว้

“มันเจ็บนะทาคุ!!”  โอคุมูระโวยขึ้นมาเล็กน้อย  แต่ก็สัมผัสได้ถึงความดีใจแผ่ออกมาจากตัว

“อะ…โอคุมูระคุง!!!?”  เสียงใครอีกคนดังขึ้นจากด้านในห้องพร้อมกับร่างผอมสูงของอาซาดะโผล่เข้ามาในแสงสว่าง  ตามด้วยเสียงอุทานตกใจเมื่อเห็นใครอีกคนยืนอยู่ด้วยกัน  “ระ…รุ่นพี่มิยูกิ!!!?”

“อาซาดะ!?”  กัปตันอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นคนในทีมที่กำลังตามหาตัวอยู่ปลอดภัยดี

“นายหายไปไหนมาวะมิยูกิ!!!!”

ตามด้วยเสียงตวาดคุ้นหูดังลั่น

“คุราโมจิ!!?”  คนถูกตะคอกใส่อุทานชื่ออีกฝ่ายกลับ  ร่างของคุราโมจิ  รองกัปตันโผล่ตามมาเป็นคนที่สาม  สีหน้าเขาดูฉุนเฉียวผิดกับรุ่นน้องอีกสองคนที่ฉายความโล่งอกออกมา

รองกัปตันสาวเท้าสวบ ๆ เข้ามาใกล้ก่อนคว้าคอเสื้อโดยไม่ให้ตั้งตัว  “ทำไมไม่กลับมาตามที่สัญญาไว้วะ!!!”

“เหวอ!!?”  อาซาดะผงะถอยหนีไปด้านหลัง

มิยูกิสะดุ้งเล็กน้อย  แต่ก็ตอบกลับไปด้วยเสียงราบเรียบ  “…ขอโทษที”

คนไว้ผมทรงแยงกี้เดาะลิ้น  ก่อนจะปล่อยมือลงแล้วหลบสายตาไปทางอื่น  “…..เออ…ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

เพื่อนร่วมชั้นขยับยิ้มเล็กน้อย  “ขอบคุณที่เป็นห่วง”

“ก็ต้องห่วงสิวะ!!!  ขืนแกเป็นอะไรไปแล้วใครจะคุมทีมต่อ!!!?”อีกฝ่ายโต้ตอบกลับมาทันควัน

“……………….ก็คงเหลือแต่นายแล้วละ………….”  คราวนี้เสียงกัปตันทีมเบาลง

คุราโมจิหันกลับมามองหน้าอีกครั้ง  ก่อนจะกัดปากตัวเองเมื่อรู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงทำเสียงแบบนั้นก่อนจะกำหมัดชกเข้าที่อกเพื่อนเบา ๆ  “นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าแกแล้วซะอีก…”

“…นั่นสินะครับ…”  อาซาดะลดเสียงลงพลางก้มหน้า

มิยูกิจับความผิดปกติได้  “มี…อะไรเหรอ?”

เซโตะปล่อยตัวเพื่อนออก  สีหน้าเขาเปลี่ยนจากดีใจเป็นกังวลในเวลาพริบตาเดียวแล้วมองเข้าไปด้านในห้อง  “…ทำใจก่อนก็ดีนะครับ…”

ทำใจ?

ลางสังหรณ์เขาส่งเสียงเตือนอีกครั้ง

กัปตันผละออกจากคนอื่น ๆ แล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้อง

แสงไฟจากตะเกียงฉายให้เห็นสภาพด้านใน  ห้องที่พวกเขาเข้ามาเป็นห้องเรียนเหมือนกับห้องอื่น ๆ  ข้างในห้องดูปกติ  ไม่เหม็นกลิ่นเลือดคละคลุ้งหรือเห็นแต่รอยเลือดสาดอยู่เต็มห้องเหมือนที่เคยพบเห็นมา

ไม่มีกลิ่น………เลือด?

จมูกเขาสัมผัสกลิ่นที่เริ่มคุ้นเคยขึ้นมาเรื่อย ๆ

คุราโมจิเดินตามเขาเข้ามา  ก่อนจะเดินนำไปยังมุมห้องด้านในสุดเมื่อมองจากทางประตู  “เจออีกแล้วละ”

เจออีกแล้ว…?

ลางสังหรณ์บีบรัดหัวใจจนเริ่มหายใจไม่ออก  แต่เขาก็ตัดสินใจเดินตามไปดู

ก่อนจะหยุดเท้าลงเมื่อแสงจากตะเกียงฉายให้เห็นภาพตรงหน้า

คาวาคามิ

ชิราสุ

ร่างของทั้งสองคนนั่งพิงกำแพงอยู่ข้างตู้เก็บของ

ต้นตอกลิ่นเหล็กฉุนจมูกมาจากตรงนี้นี่เอง

“…………………….”

มิยูกิหลับตาลง

พอถึงตอนนี้เขาก็สูญสิ้นเรี่ยวแรงจะกรีดร้องอีกต่อไปแล้ว  ไม่น่าเชื่อว่าความเจ็บปวดเหมือนถูกบีบรัดตรงหัวใจจะเบาบางลงไปทันทีเมื่อได้เห็นว่าภาพตรงหน้าเป็นไปตามที่คิด

ก่อนความโกรธจะค่อย ๆ ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

ความโกรธต่อตัวต้นเหตุที่เป็นผู้ลงมือ

และความโกรธต่อตัวเขาเองที่เริ่มชินชา

“……..อะ”  เสียงโอคุมูระดังขึ้นด้านหลัง  อีกฝ่ายคงเดินตามเข้ามาดูด้วย

“…เห็นตั้งแต่ตอนเข้ามาในห้องนี้แล้วละ”  คุราโมจิอธิบายเสริม  แล้วก็เปลี่ยนเรื่องเหมือนไม่อยากพูดถึงอีกต่อไป  “ว่าแต่ช่วยตอบทีได้ไหมว่าหายไปไหนมา”

“อะ  อืม”  คนถูกถามสะดุ้งเล็กน้อย  เขามองภาพเพื่อนร่วมทีมสองคนตรงหน้าก่อนพึมพำขอโทษในใจ  แล้วหันกลับมามองเพื่อนร่วมทีมที่เหลือคนอื่น ๆ

“ช่วยฟัง…ที่ฉันจะเล่าต่อจากนี้ให้ดี ๆ ด้วย”

เขาหยุดหายใจเล็กน้อย

“เรามีสิ่งที่ต้องระวัง…เพิ่มมาเป็นสองอย่างแล้วละ”

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 14]

  1. มาแล้ว มาแล้ว ตอนที่รอคอย
    ชักสงสารกัปตันแล้วสิ พาทีมไปโคชิเอ็งสักสิบรอบ คงไม่เหนื่อยใจ-กายเท่านี้
    เจอกันคราวนี้คงไม่แยกกลุ่มแล้วนะ ยิ่งเหลือน้อยกันอยู่ด้วย
    เอ๊ะ! ลืมอ่ะ ฟุรุยะล่ะ??

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s