Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [9]

กะจำนวนหน้าผิดไปหน่อย  กลายเป็นว่าเหลือหน้าก่อนจบบทนี้แค่เท่านี้เองค่ะ…

ขอโทษที่สั้นไปหน่อยนะคะ orzll  ได้โอกาสอู้เพิ่มไปอีกอาทิตย์…


—–ผมเกิดมาเป็นลูกชายคนที่สามในบรรดาพี่น้องชายล้วนสี่คน  ของที่มีอยู่เลยมีแต่ของที่สืบทอดมาจากพี่เสมอ

ผมอยากได้ของใหม่  ของใหม่เฉพาะของผมคนเดียว…

เพราะอย่างนั้นผมเลยเรียนเยอะ ๆ  ถ้าสอบได้คะแนนดีพ่อแม่ก็จะซื้อของที่อยากได้…ซื้อของเล่นใหม่ไม่ก็เสื้อผ้ามาให้  แต่สุดท้ายของพวกนั้นก็ตกไปเป็นของน้องชายต่ออยู่ดี

แต่สิ่งมีชีวิต  แค่สิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่ไม่ได้ตกไปเป็นของสืบทอดของใคร  บ้านของผมเลี้ยงแมวไม่ก็นก  ปลาทองหรือแมลง….สิ่งมีชีวิตหลายประเภทไว้หลายตัว

แน่นอนว่าระหว่างเลี้ยงอยู่ก็เป็น “ของ ๆ ครอบครัวทุกคน”—–แต่มีช่วงเวลาเดียวที่คิดว่าจะเป็นของ ๆ ผมได้  นั่นก็คือตอนสร้างหลุมศพให้  ผมถนัดเรื่องสร้างหลุมศพ  สามารถสร้างหลุมศพเหมาะกับสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ได้พอเหมาะพอเจาะ

และตอนฝังไว้ในหลุมศพของผมก็จะรู้สึกดีใจเพราะคิดได้ว่า  “อา  เด็กคนนี้เป็นของผม  ผมสร้างหลุมศพของเด็กสุดที่รักและฝังเขาไว้ในท้ายที่สุดให้แล้ว”

แล้ววันหนึ่ง  พี่ชายเหมือนจะอกหักเลยอารมณ์ไม่คงที่เลยลงกับนกจนฆ่าตายในที่สุด

(ใจร้าย….นกตัวนี้ไม่ใช่ของพี่ชายคนเดียวสักหน่อย  มาฆ่าได้ยังไง!)

ผมโกรธจัดแต่ก็สร้างหลุมศพให้นกที่ตายไป  แต่ในตอนนั้นกลับไม่นึกดีใจว่า “สุดท้ายแล้วกลายเป็นของผม” เหมือนที่เคยได้

นกที่ถูกพี่ฆ่ากลายเป็น “ของที่ถูกช่วงชิง”  และไม่ใช่ของ ๆ ผมอีกต่อไปแล้ว….

ต่อจากนั้นแมวที่เลี้ยงไว้ก็ป่วย  พวกผมพาไปโรงพยาบาลแต่หมอก็บอกว่าไม่อาจรักษาหายได้เลยทนทรมาณอย่างมากอยู่ทุกวัน

“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็น่าสงสารแย่….สุดท้ายแล้วปล่อยให้ตายอย่างสุขสงบดีกว่าไหม?”

แม่พูดไว้แบบนี้

คืนนั้นผมช่วงชิงวาระสุดท้ายของแมวตัวนั้นด้วยมือผมเอง  ผมรู้สึกมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยมีมาขณะสร้างหลุมศพให้แมวตัวนั้น  และยิ่งรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างของแมวได้กลายเป็นของผมจริง ๆ—–ตอนที่ฝังร่างเขาลงในหลุมศพที่ผมสร้างขึ้น….

(เพราะอย่างนั้นผมต้องเป็นคนฆ่าเรเชลด้วย…ไม่อย่างนั้นจะไม่กลายเป็นของผม)

เอ็ดดี้กำมือสองข้างซึ่งสวมถุงมือสีดำแน่นราวกับจะซึมซับความทรงจำในอดีต

“….เฮ้อ  ลำบากจัง  ผมอยากจะฆ่าตอนยังดูดีอยู่แท้ ๆ  แต่รู้ไหม?  ในหลุมศพทั้งมืดและเย็น  อยู่แล้วสบายใจมากเลยละ…..?”

“…..เหรอ”

เรตอบแบบไม่สนใจ  ถ้าเป็นไปได้ก็ขอลงหลุมศพหลังตายไปแล้ว

“นี่  เรเชล….อย่างน้อยขอผมพาเธอไปถึงที่นั่นเถอะ”

(——-ถ้าลงไปอยู่ในหลุมศพได้  เรเชลก็จะเป็นของผม……!)

เอ็ดดี้ขยับเข้าใกล้เรอย่างรวดเร็วแล้วจะคว้ามือนั้นไว้

“…..!  ทำอะไรวะ!”

ในตอนนั้นเอง——แซ็กเหวี่ยงเคียวลงใส่เอ็ดดี้โดยไม่ได้คิดอะไร

“เฮ้อ  ไม่เอาแล้ว!  ไอ้คนชอบอาละวาด!  ฆาตกร!”

เอ็ดดี้มีปฏิกิริยาตอบสนองในระดับสูงจึงหลบการโจมตีนั้นอย่างรวดเร็วแล้วระเบิดอารมณ์โกรธใส่แซ็ก  ด้วยเหตุนั้นเขาถึงได้รับเพียงแผลข่วนตรงแขนเท่านั้น

“แกเองก็ไม่ต่างจากฆาตกรเหมือนกันน่า!”

“อย่าเหมารวมสิ!  ถึงพลังกายจะสูงแค่ไหน  แต่เพราะในหัวนายโล่งโจ้งเลยมีคนหนีไปได้อยู่เรื่อยแท้ ๆ!  ทำหน้าที่ไม่สำเร็จ  ฆ่าแบบดี ๆ ก็ไม่ได้เลยได้แต่หงุดหงิดอยู่แบบนี้ไง!”

เอ็ดดี้เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้  เรมองการทุ่มเถียงนั้นอย่างไร้อารมณ์  เอ็ดดี้พูดด้วยเสียงเด็กชายเหมือนเพิ่งกำลังแตกหนุ่ม  ดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่ามีชีวิตอยู่เพื่อฆ่าคนในที่แบบนี้

“หา  ไม่อยากได้ยินนายพูดเรื่องนั้นเลยว่ะ  เดิมทีคนหิวกระหายคือแกเองไม่ใช่เรอะ?  เป็นเด็กแท้ ๆ แต่ไม่พอใจในสิ่งที่มีรึไง?  ขำไม่ออกเลยเฟ้ย”

แซ็กย่นหน้าก้มมองเอ็ดดี้เหมือนยั่วยุ

“…คนบ้าน่ารำคาญจริง”

เสียงของเอ็ดดี้เลยขั้นโกรธเป็นอาบด้วยเสียงเย็นชากระทันหันจากคำพูดคล้ายดูแคลนของแซ็กคำนั้น

“——ผมไม่สนนายก็ได้  ไม่จำเป็นอยู่แล้ว  ที่ผมต้องการคือเรเชลอย่างเดียว”

เอ็ดดี้หันไปกระซิบกับเรคล้ายอ่านกลอน

“นี่  เรเชล….ผมจะสร้างหลุมศพที่งดงามที่สุดในโลกเพื่อเธอ  และจะกักเธอไว้ใต้ฝาโลงอันงดงามนั้นให้ตลอดกาล!”

สำหรับเอ็ดดี้แล้วนั่นคือข้อความแห่งรักอันบริสุทธิ์

“เพราะงั้น…..นะ  ผมจะชิงช่วงสุดท้ายของเรเชลให้เอง…..!”

แล้วขณะเอ็ดดี้พูดอย่างภาคภูมิใจนั้น  ทั้งชั้นก็ตกอยู่ในความมืดพร้อมกับเสียงไม่น่าไว้วางใจดังแปล๊บ ๆ แผ่ก้องกังวาน

“ว้อย!  บ้าเอ๊ย  อีกแล้วเรอะ!”

แซ็กสัมผัสถึงความไม่สบายใจบางอย่างจากบรรยากาศมองอะไรไม่เห็นที่มาเยือนอีกครั้ง  ขืนเป็นแบบนี้เรก็จะถูกเอ็ดดี้ฆ่าเอา  เขาต้องหลีกเลี่ยงจุดจบแบบนั้นให้ได้  เพราะสัญญาว่าจะฆ่าเรไว้แล้ว

“เฮ้ยเร  เธอไปก่อนเลย!  ถ้าเป็นห้องจ่ายไฟก็น่าจะมีตัวจ่ายไฟอยู่สักแห่งไหม?!  ไปเปิดมาสิ!”

แซ็กตะโกนในความมืดโดยไม่รู้ว่าลืมตาหรือหลับตาอยู่กันแน่

“——-ได้!”

เรลังเลแต่ก็หันไปทางเสียงแซ็กแล้วหยิบไฟฉายออกมาจากกระเป๋าก่อนออกวิ่ง

(ต้องหาให้เจอ——–….แต่ถ่านไฟใกล้จะหมด…ต้องรีบแล้ว……!)

ในความมืดมิด  เธอหวังพึ่งแสงสว่างของไฟฉายที่ดูท่าจะดับได้แม้ในตอนนี้แล้วหาตัวจ่ายไฟ  ในชั้นเหมือนกลายเป็นเขาวงกตจากหลุมศพซึ่งเรียงรายนับไม่ถ้วน

——–….นี่  เรเชล  อยู่ที่ไหนเหรอ….?

เธอได้ยินเสียงเอ็ดดี้จากด้านหลัง

(……ต้องเร่งมือแล้ว!)

ในตอนนั้นแสงจากไฟฉายฉายให้เห็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่  ต้องเป็นอุปกรณ์จ่ายไฟไม่ผิดแน่  เรวิ่งเต็มกำลังเข้าไปใกล้เครื่องนั้นแล้วยกคันโยกเขียนไว้ว่า “ไฟชั้น B4” ขึ้น  มีเสียงดังแปล๊บ ๆ ก่อนไฟจะสว่างทั้งชั้นในคราวเดียว  เรยืนอยู่บนชั้นลอยในห้อง  พอมองลงไปข้างงล่างก็เห็นหลุมศพขนาดใหญ่กว่าหลุมอื่นตั้งตระหง่าน

และเบื้องหน้าหลุมศพมีเอ็ดดี้ยืนเหม่ออยู่

“เรเชล  ทำไมล่ะ?  ผมอุตส่าห์สร้างหลุมศพให้แล้วนะ……”

เขาคงวิ่งไล่ตามมาเต็มกำลัง  เอ็ดดี้ส่งเสียงหอบแฮ่ก ๆ แล้วคร่ำครวญเหมือนไม่เข้าใจ

“….ไม่ต้องสร้างหลุมศพให้ฉันหรอก”

เรเองก็หอบเล็กน้อยก่อนก้มมองเอ็ดดี้ด้วยแววตาเย็นชาพลางส่ายหัว

“เรช  ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”

เอ็ดดี้ทำเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเรแสดงท่าทีเย็นชาเหมือนน้ำแข็งไม่มีวันละลาย

แล้วในตอนนั้นสายตาเรก็เห็นร่างของแซ็กที่ไล่ตามตนมา

“————–…….ก็เพราะว่านาย…….ถูกทิ้งแล้วไงเล่า”

แล้วแซ็กก็พูดชัดถ้อยชัดคำเหมือนเด็กก่อนขยับเข้าใกล้เอ็ดดี้หลังได้ตามทั้งสองคนมา

“….อย่าเข้ามา…..!”

เอ็ดดี้หันหลังกลับไปส่งเสียงดัง  เขามัวแต่ไล่ตามเรจนลืมเรื่องแซ็กไปเสียสนิท

“เรเขาไม่หวังหลุมศพของแกหรอก”

“….โกหก”

“ฉันไม่พูดโกหกหรอกว่ะ  ฉันเกลียดคำโกหกจะตายไป”

แซ็กไล่ต้อนอย่างไร้ความปรานีใส่เอ็ดดี้ซึ่งชักสีหน้าคล้ายถูกไล่ต้อนไปยืนตรงปากเหวแห่งความสิ้นหวัง

——-ทำไม…..ถ้าเป็นผมก็จะสร้างความสุขให้เรเชลได้แท้ ๆ…..

——-มีแต่คนแย่งสิ่งสำคัญของผมของผมไป…..

——-ไม่เอา….ผมต้องเป็นคนแย่งชิงช่วงสุดท้ายของเรเชลให้ได้….!

เอ็ดดี้หันไปทางเรแล้วเริ่มตะโกนด้วยคำพูดรวดเร็วเหมือนจะวิงวอน

“นี่เรเชล  เลิกยุ่งกับคนแบบปีศาจพรรค์นี้แล้วลงหลุมศพของผมเถอะ!  นะ?  ลงไปอยู่ในหลุมศพที  ไม่ต้องกลับไปบ้านก็ได้  บ้านที่มีพ่อแม่ใจร้ายแบบนั้น….”

เอ็ดดี้มองเรตรง ๆ แล้วหันปลายพลั่วขนาดใหญ่บนหลังไปหา

(………ไม่ต้องกลับไปบ้านก็ได้)

คำพูดนั้นดังสะท้อนไปยังในใจของเร  แต่เธอไม่คิดจะกลับไปบ้านหลังหนีออกไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว

แต่พอเห็นเรทำสีหน้าเหมือนลังเลอะไรบางอย่าง  แซ็กก็นึกหงุดหงิดเอ็ดดี้เกินจุดเดือด

“ว้อย…ดื้อชะมัด!”

เขาจะปล่อยเอ็ดดี้เข้าใกล้เรมากกว่านี้ไม่ได้  เรสัญญาว่าจะให้ตนฆ่าเอาไว้แล้ว

“………เฮ้ยเอ็ดดี้  ถ้าคิดว่าหลุมศพดีขนาดนั้นนายก็เข้าไปก่อนเองสิวะ…..!!”

(………….!)

เอ็ดี้กลัวแววตาอาฆาตของแซ็กจนตัวสั่น  แต่นั่นก็สายไปแล้ว——-

แซ็กยกเคียวขึ้นแล้วฟันบริเวณอกของเอ็ดดี้ในพริบตาเดียว

เลือดทะลักออกมาดั่งน้ำพุ  โลกของเอ็ดดี้ถูกล้อมด้วยความมืดมิดในพริบตา  นั่นเป็นเพราะชีวิตของเขาขาดสะบั้นลง  ไม่ใช่เพราะไฟดับลงไป

(…..ทำไม)

เขาเริ่มไม่รับรู้ว่าที่ตรงนั้นใช่ความมืดมิดหรือไม่  เพียงแต่ยังนึกเสียดายที่ไม่อาจพาเรมาเป็นของตนได้

“โห  ตรงนี้มีหลุมศพเหมาะกับแกพอดีเป๊ะอยู่นี่หว่า”

หลังแซ็กเฝ้ามองอีกฝ่ายค่อย ๆ ก้าวสู่ความตายก็ขยับยิ้มเยาะก่อนโยนตัวเอ็ดดี้ลงไปในหลุมนั้น

“เออ  จริงด้วย  เดี๋ยวปิดฝาให้ตามที่นายว่าดีกว่า!”

แล้วแซ็กก็พูดต่อเหมือนนึกขึ้นได้ก่อนปิดหลุมคล้ายดันป้ายหินซึ่งวางอยู่ข้าง ๆ หลุมศพ  น่าขำที่ป้ายหินนั้นเอ็ดดี้เพิ่งสร้างมาสด ๆ ใหม่ ๆ เพื่อเรโดยเฉพาะ

“เฮ้ยเร  ทำได้ดีมาก  หมอนี่เลยได้อยู่ในหลุมศพสุดที่รักแล้ว!  ไอ้บ้าขุดหลุมศพไร้มารยาทคนนี้เนี่ย!”

แซ็กหัวเราะอย่างพึงพอใจ

(เด็กคนนั้น…….บอกว่าอยู่ในหลุมศพแล้วสบายใจดีด้วย  งั้นคงไปสวรรค์ได้สินะ….)

เรมองป้ายหลุมศพใหม่เอี่ยมที่ฝังเอ็ดดี้ไว้ด้วยดวงตาสีฟ้าสดคล้ายสวดภาวนา

“…..อะ”

แล้วตอนนั้นเรก็รู้สึกตัวว่าด้านหลังป้ายหลุมศพนั้นมีการ์ดขนาดเล็กฝังอยู่  เรวิ่งลงมาจากชั้นลอยแล้วหยิบเข็มมาจากอุปกรณ์เย็บปักในกระเป๋า  แล้วแงะการ์ดออกจากป้ายหลุมศพอย่างชำนาญ

“อะไรละนั่น?”

“คงเป็นการ์ดไว้เปิดลิฟท์…..มั้ง”

“โห!  ในที่สุดก็จะบอกลาจากไอ้ที่เหม็นกลิ่นดินนี่ได้ซะทีสินะ”

แซ็กพูดพลางยืดหลังคล้ายแมว

“อืม”

เรพยักหน้าแล้วเก็บการ์ดของลิฟท์ใบนั้นลงกระเป๋าเสื้อตัวเอง  แล้วจับปลายแขนเสื้อคลุมแซ็กไว้แน่น

“นี่……”

“……หา?”

แซ็กสับสนกับการกระทำน่ารักแบบนั้นเล็กน้อยแต่ก็หันไปมอง

“ฉันทำตัวเป็นประโยชน์กับคุณไหม?”

แล้วเรก็เงยหน้ามองแซ็กซึ่งน่าจะตัวสูงกว่าตนประมาณ 30 เซนติเมตรก่อนถามด้วยเสียงจริงจัง

“เอ…….เอ่อ  พอเถอะน่า!  ไอ้คำว่าคุณอะไรนั่นน่ะ  ฟังแล้วขนลุก”

“….งั้น  ไอแซ็ก?”

เรเอียงคอน้อย ๆ คล้ายนก

“….แซ็ก  แซ็กก็พอน่า  แซ็กน่ะ”

แซ็กหลบตาแล้วตอบส่ง ๆ

“โอเค  ฉันทำตัวเป็นประโยชน์กับแซ็กไหม?”

แล้วเรก็เร่งฝีเท้าไล่ตามแซ็กไปเพราะไม่รู้ทำไมเขาถึงเดินเร็วขึ้นกระทันหันพลางพูดแก้ด้วยเสียงจริงจัง

“เออ  นิดนึงแหละ”

แซ็กเกาแก้มแกรก ๆ  นั่นเป็นสัญลักษณ์ว่าแซ็กกำลังเขินอยู่

“………..เหรอ  ดีจัง”

เรพึมพำก่อนหลับตาลง

———–สาบาน….กับพระเจ้า

ในใจมีคำพูดนั้นของแซ็กดังซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้ง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s