Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 15]

สั้นไปหน่อย  ขอโทษด้วยนะคะ orzll

ถ้าเนื้อเรื่องวน ๆ หน่อยก็ขออภัยด้วยค่ะ  อยากเขียนให้มันอึดอัดแต่เหมือนจะเป็นวนในอ่างไปซะงั้น…

ยังไฮป์ไม่หายจากงานไดยะค่ะ  เหอ ๆ…

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


ทุกคนย้ายตัวเองมายังห้องเรียนข้าง ๆ เพราะไม่มีใครทนอยู่ในห้องเดิมไหว

พอช่วยกันสำรวจคร่าว ๆ ว่าในห้องนี้ไม่มีรอยเลือดหรือร่างใครอยู่  ทุกคนก็จับกลุ่มนั่งกันบริเวณโต๊ะเรียนใกล้กระดานดำแล้วเริ่มพูดคุยกัน

“ที่ว่ามีสิ่งต้องระวังสองอย่างคืออะไร”  คุราโมจิไม่รอช้ายิงคำถามที่ค้างคาในใจออกมาทันที

“หนึ่งก็คือเงาถือมีดนั่น”  มิยูกิกวาดตามองหน้าทุกคนในห้องช้า ๆ ขณะพูด  “สองคือมีคนสิงซาวามูระจ้องทำร้ายพวกเราอยู่”

“สิง………อะไรนะครับ?”  อาซาดะถามขัดเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองมากกว่าจะได้ยินไม่ชัด

“มีใครสักคนสิงซาวามูระอยู่”  คนเล่าขยับปากพูดช้า ๆ  “แล้วคน ๆ นั้นน่าจะเป็นต้นเหตุทำให้พวกเรามาอยู่ที่นี่ด้วย”

“ต้นเหตุ…ไม่ใช่เงาถือมีดนั่นเหรอครับ?”  เซโตะถามขึ้นบ้าง

“ดูแล้วไม่น่าจะใช่แล้วละ”  เขาตอบเสียงเครียด  ก่อนจะอุทานเหมือนนึกขึ้นได้  “เออ  พวกนายยังไม่รู้ใช่ไหมว่าเงาถือมีดที่เจอกันตอนแรกคือใคร”

มิยูกิเล่าสรุปเกี่ยวกับ ‘นางาทานิ’ ให้ฟังคร่าว ๆ

“……..แทงไม่เลือก……..เหรอครับ………”  หน้าของรุ่นน้องผู้ดูอ่อนแอที่สุดซีดลงจนเกือบไม่เห็นสีเลือด

“อืม  จากคดีนั้นทำให้ตึกเรียนนี้ถูกปิด  แล้วก็น่าจะลากยาวมาถึงขั้นปิดโรงเรียนด้วย”  คนเล่าใส่ความคาดเดาของตัวเองเพิ่มด้วยตอนท้าย

“แต่นายจะบอกว่าเรื่องของนางาทานินั่นไม่เกี่ยวกับที่พวกเรามาอยู่ที่นี่เรอะ?”  รองกัปตันเลิกคิ้ว

“คดีนั่นเกิดมาตั้งเกือบยี่สิบปีแล้ว  ดูยังไงพวกเราก็ไม่น่าเกี่ยวถึงขนาดต้องมาติดแหงกอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ”  เขาอธิบายเสริม  “ดังนั้นฉันเลยคิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุอื่นมากกว่า”

“แล้วสาเหตุอื่นที่ว่าหมายถึงคนที่สิงซาวามูระ?”

“…น่าจะเป็นแบบนั้น”

ถึงมิยูกิตอบแบบกึ่งรับกึ่งสู้  แต่ในใจเขาตอนนี้เชื่อไปกว่า 90% แล้วว่าต้องเป็นเพราะคน ๆ นั้นแน่นอน

“แล้วคนที่สิงรุ่นพี่ซาวามูระนี่…เป็นใครเหรอครับ?”  อาซาดะถามต่อบ้าง

“บอกตามตรง…ฉันก็ยังไม่แน่ใจเท่าไร”  พอถึงตรงนี้คนเล่าก็หลบตาลงเล็กน้อย  พยายามกลืนความไม่สบายใจที่ผุดขึ้นมาจากช่วงท้องให้กลับลงไปใหม่  “แต่น่าจะเป็นใครสักคน…ที่ฉันรู้จัก…”

“ที่นายรู้จัก?”  เสียงคุราโมจิสูงขึ้นอีกระดับ

“…ใช่”  กัปตันเหลือบมองรุ่นน้องอีกคนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์มาด้วยกัน  “คงจะเป็น…แฟนคลับฉันน่ะ…”

สีหน้าของคนฟังสามคนเปลี่ยนจากตึงเครียดเป็นสับสนในชั่ววินาที

“………………อะไรนะ?”  คน ๆ เดียวที่กล้าต่อปากต่อคำด้วยส่งเสียงสูง

หน้าของมิยูกิสัมผัสได้ถึงความร้อนแผ่ขึ้นมาทีละนิด  “ก็…เหมือนกับว่า….เอ่อ………..”  และเขาก็ทำได้เพียงพูดตะกุกตะกักออกมา

“คนที่สิงรุ่นพี่ซาวามูระบอกว่าที่เขาทำแบบนี้ไปเพราะจะได้อยู่ด้วยกันกับรุ่นพี่มิยูกิครับ”

แล้วโอคุมูระซึ่งเงียบอยู่นานก็โพล่งประโยคชวนขายหน้าที่สุดในวันนี้ออกมาหน้าตาเฉย

สีหน้าคนฟังที่เหลือเปลี่ยนจากสับสนเป็นว่างเปล่าในอีกชั่ววินาที

“……………….ห้ะ?”  ตามด้วยเสียงอุทานจากปากรองกัปตัน

“เขาบอกว่าเขาทำไปเพื่อจะได้อยู่กับรุ่นพี่สองต่อสองน่ะครับ”  แล้วคนตอบก็อธิบายเสริมโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด

“อะ–โอคุมูระ!!!!?????”

คนถูกพูดถึงเริ่มทนไม่ไหวต้องรีบหยุดปากอีกฝ่ายก่อน

“ผมพูดความจริงนี่ครับ”  รุ่นน้องตอบหน้าตาย

“มะ…มันก็…”  พอได้มาฟังอีกรอบหลังทุกอย่างอยู่ในความสงบ(?)แล้วเขาก็อดขนลุกไม่ได้จริง ๆ

“นี่ไม่ใช่เวลามามัวอายหรืออะไรแล้วนะครับ”  โอคุมูระส่งสายตาคมปลาบกลับมา  “รุ่นพี่คิดว่าเพราะคน ๆ นี้กับเหตุผลพิลึกพิลั่นนี่ทำให้คนอื่น ๆ ในทีมตกเป็นเหยื่อไปกี่คนแล้ว?”

มิยูกิสะอึก

จริงด้วย…….สินะ

ถึงจะฟังดูงี่เง่า  แต่ในตอนนี้ก็มีคนเป็นอะไรไปเพราะเหตุผลฟังดูไม่ขึ้นแบบนี้ไปจริง ๆ แล้วด้วย

ห้องตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง  แล้วเซโตะจะค่อย ๆ ยกมือขึ้นคล้ายเวลาตอบคำถามในห้องเรียน  “สรุปคือมีใครบางคนคิดอยากกำจัดพวกเราเพื่อจะได้ตัวรุ่นพี่มิยูกิไปใช่ไหม”

“คงเป็นแบบนั้น”  เพื่อนสนิทตอบสั้น ๆ แล้วยกมือกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

“นายไม่รู้จริง ๆ เรอะว่าใคร”  คุราโมจิหันกลับมาถามเป้าหมายหลัก

“…………ฉันนึกไม่ออก”  เขาตอบตามตรง  แม้ขณะที่พูดอยู่ก็ยังพยายามพลิกหาเศษเสี้ยวความทรงจำทั่วทั้งเซลล์สมองแต่ก็ไม่สำเร็จ  “ที่นึกออกก็แค่ฉันน่าจะเคยเจอเขาเร็ว ๆ นี้…เรื่องค่ายเบสบอลอะไรสักอย่าง…”

“ค่ายเบสบอล?”  คนถามทวนคำ

“เออ  คุราโมจิ”  มิยูกิลองถามกลับบ้าง  “นายพอนึกออกไหมว่าพวกเราไปค่ายเบสบอลอะไรที่จัดกับโรงเรียนอื่นบ้างหรือเปล่า?”

ในเมื่อคุราโมจินั้นดำรงตำแหน่งรองกัปตัน  เขาเองก็น่าจะพอทราบอะไรเกี่ยวกับกิจกรรมราว ๆ นี้บ้าง

คนถูกถามกลอกตาขึ้นฟ้าหนึ่งทีด้วยสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจ  ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก  “…นายแน่ใจนะเรื่องค่ายเบสบอล”

“เท่าที่นึกออกก็คิดว่ามีแน่ละ”  กัปตันจ้องหน้าเพื่อนตัวเองเขม็ง

“ฉันไม่เห็น………จำได้ว่าเราต้องไปเข้าค่ายเบสบอลกับโรงเรียนอื่นเลย”  สายตาของรองกัปตันแฝงความเคลือบแคลง  “ใม่ใช่ค่ายที่ชมรมเราจัดกันเองก่อนแข่งหน้าร้อนแน่นะ?”

“ไม่ใช่  รู้สึกว่าต้องไปเข้ารวมกับโรงเรียนอื่นด้วย”  คนนึกออกพยายามคาดคั้น

“พวกนายนึกอะไรออกบ้างมะ”  คนถูกถามโยนคำถามไปยังรุ่นน้องคนอื่นบ้าง

“……….ไม่เห็น….นึกออกเลยนะครับ…”  อาซาดะขยับแว่นตอบเสียงเบา

“ผมก็ไม่เห็นจำได้เลยนะ”  เซโตะเหลือบตาขึ้นเพดาน  “นายละโคชู?”

“ฉันก็นึกไม่ออกเหมือนกัน”  อีกฝ่ายตอบ  “แต่ในเมื่อรุ่นพี่มิยูกิบอกว่าน่าจะมี  ฉันก็ว่าน่าจะจริง”

มิยูกิมองรุ่นน้องข้างตัวด้วยความแปลกใจ  เขาไม่นึกว่าคน ๆ นี้จะยอมเออออกับเขาถึงขนาดนี้ด้วย

“นายว่าพวกเรา…..ถูกลบความทรงจำเรอะ?”  คุราโมจิยกข้อสันนิษฐานมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไม่แน่”  คนเล่าถอนหายตากลับมาแล้วพูดต่อ  “ซึ่งตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะทำไปทำไม…แต่เรื่องที่ฉันรู้จักเขานี่คงไม่ผิดแน่ ๆ”

“เพื่อนนายสมัยก่อนเข้าเซย์โด?”  รองกัปตันถามต่อ

“……………..คงน่าจะใช่….”  เขาพึมพำพลางกัดปากตัวเอง

“แล้วไปทำอีท่าไหนเขาถึงอยากได้ตัวนายขนาดทำกับพวกฉันแบบนี้”  เสียงของคนพูดแฝงความโกรธเอาไว้

“…….ขอโทษที…..”

ไม่มีใครพูดอะไรต่อ  หรือควรบอกว่าไม่มีใคร ‘กล้า’ พูดอะไรต่อ

“สรุปคือ”  คุราโมจิเอนหลังพิงพนักเก้าอี้  น้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ  “ถ้าจัดการคนที่สิงซาวามูระได้ก็น่าจะจบเรื่องใช่ไหม”

“แต่ว่าจัดการนี่…จัดการยังไงเหรอครับ?”  เซโตะถามขึ้นบ้าง  ดูเหมือนเขารอจังหวะเปลี่ยนเรื่องมาสักพักแล้ว  “แล้วที่ว่าสิงนี่…หมายความว่าคน ๆ นั้นก็เป็นผีเหมือนกันเหรอ?”

“แล้วเรื่องเงาที่ชื่อนางาทานิละครับ?”  อาซาดะถามต่อขึ้นมาติด ๆ

“นางาทานินี่ฉันคิดว่าคงไม่มีปัญหาแล้วละ”  มิยูกิพูดขัดแล้วหยิบเครื่องรางรูปจิ้งจอกในกระเป๋าเสื้อออกมาให้ดู  “ดูเหมือนถ้ามีสิ่งนี้ก็จะกันนางาทานิไม่ให้เข้ามาใกล้ได้”

“เครื่องราง……..?”  เซโตะยกมือขยับแว่นพลางยื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ ๆ

“นี่มันยังไงเหรอครับ”  รุ่นน้องอีกคนทำหน้าไม่เข้าใจ

“ดูเหมือนนางาทานิจะถูกคนในห้องกลั่นแกล้งจนเป็นเหตุให้ก่อคดีแทงคนขึ้น…ก็คงเพราะเครียดแหละ”  กัปตันสรุปสั้น ๆ  “แล้วเครื่องรางนี้ก็เป็นของคน ๆ เดียวที่เป็นห่วงเขา…ละมั้ง”

“เหรอครับ…”  อาซาดะส่งเสียงเหมือนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร

“ยังไงซะฉันว่าถ้าจะให้ดี  เราควรหาทางรับมือกับนางาทานิก่อนดีกว่า”  คนนำทีมเสนอขึ้นมาขณะเก็บเครื่องรางลงกระเป๋า “ถึงจะมุ่งเป้าไปจัดการคนที่สิงซาวามูระอย่างเดียว  แต่ยังไงอีกฝ่ายก็ต้องเรียกนางาทานิขึ้นมาขวางแน่ ๆ”

“แล้วนายแน่ใจนะว่าไอ้แค่เครื่องรางนั่นจะจัดการเขาได้”  คุราโมจิยิงคำถามสำคัญ

มิยูกิมองหน้าเขากลับตรง ๆ  “ไม่รู้”

“ไม่รู้?”  คนถามทวนคำ

“ระหว่างทางที่ผ่านมานี่ฉันก็ใช้เครื่องรางไปกับเขาครั้งหนึ่ง…”  คนเล่าเหลือบตามองผู้ร่วมเหตุการณ์อีกคน  “แต่ดูเหมือนเขาจะแค่หนีไป…ไม่ได้ว่าจัดการได้ร้อยเปอร์เซ็นน่ะ”

“……….สุดท้ายก็ยังไม่มีทางออกละสินะ”  อีกฝ่ายเอนหลังพิงเก้าอี้อีกหน

“แต่ยังไงก็รอช้าไม่ได้แล้วละ”  พอพูดถึงตรงนี้มิยูกิก็ลุกจากเก้าอี้  “ต้องรีบหาทางทำอะไรสักอย่างกับทั้งสองคนนั้นก่อนจะมีใครเป็นอะไรไปมากกว่านี้แล้ว”

“พูดถึงใครเป็นอะไร”

รองกัปตันยืดหลังตรงแล้วมองหน้าเขากลับอีกหน

“ฮารุอิจิกับฟุรุยะไปไหน”

.

.

.

.

.

.

บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นกระทันหัน

“………จริงด้วย”  เซโตะทำหน้านึกขึ้นได้  รีบหันมาถามต่อด้วยสีหน้าตื่นตระหนก  “แล้วรุ่นพี่สองคนนั้นละครับ!!?”

“หรือว่า–!!!?”  คุราโมจิผุดลุกจากเก้าอี้

“ไม่รู้เหมือนกัน”

มิยูกิพูดขัดขึ้นก่อน

“…ไม่รู้?  ไม่รู้นี่หมายความว่าไง!!?”  เสียงคนถามดังขึ้นจนเกือบเป็นตะคอก

“ตอนสุดท้ายที่เห็นคือ…นางาทานิก็อยู่ในที่นั่นด้วย”

ทุกคนในที่นั้นทำสีหน้าเหมือนถูกฟ้าผ่า

“นี่แก!!!!!”  แล้วรองกัปตันก็รีบลุกพรวดตรงมาหา  “แล้วยังมีหน้าพูดได้หน้าตาเฉยอีกเรอะ!!!”

“ต่อจากนั้นฉันสลบไปทันทีเลยไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาเป็นยังไงบ้าง”  เสียงของคนพูดราบเรียบเสียจนเจ้าตัวยังนึกตกใจ  “แล้วก็ไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้วด้วย”

“งั้นก็ยิ่งต้องรีบตามหาสิวะ!!!”  คุราโมจิรีบตรงไปยังประตู

“รุ่นพี่คุราโมจิ!!?”  อาซาดะรีบลุกจากเก้าอี้วิ่งตามไป

“เรายังไม่รู้เลยนะว่าพวกเขาอยู่ไหนกันแน่ตอนนี้”  คนอยู่กับสองคนนั้นเป็นคนสุดท้ายพูดขัดพลางหันหน้ามามองตาม  “แล้วถ้าสมมติว่าพวกเขาอยู่อีกมิติหนึ่ง  ถึงจะหาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

“แล้วนายจะปล่อยพวกเขาถูกไอ้นางาทานิหรือคนที่คลั่งแกทำร้ายเอาเรอะ!!!?”  อีกฝ่ายสวนกลับ  แววตาฉายประกายโกรธจัดจนสัมผัสได้

“แต่ถ้านายออกไปตามหาสุ่มสี่สุ่มห้า  นายก็อาจจะโดนทำร้ายตามไปด้วยไม่ใช่รึไง!!!!”  มิยูกิเริ่มทนไม่ไหวตะเบ็งเสียงกลับ  “คิดหาวิธีจัดการต้นเหตุทีเดียวน่าจะได้ผลลัพท์ดีกว่านี่!!”

“กว่าจะคิดออกได้ป่านนี้สองคนนั้นจะเป็นยังไงก็ไม่รู้แล้วนะ!!!”  คนแย้งเร่งเสียงจนถึงขีดสุด

“ฉันรู้–”

“หรือว่านาย…ที่จริงแล้วอยากไปอยู่กับไอ้คนที่สิงซาวามูระแต่แรกแล้วห้ะ!!??”

“รุ่นพี่คุราโมจิ”

เสียงโอคุมูระดังแหวกการทุ่มเถียงขึ้นมา

บรรยากาศในห้องเงียบกริบจากประโยคสุดท้าย  คนหลุดปากชะงักก่อนสีหน้าจะซีดลงเหมือนรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป

คนเอ่ยปากห้ามไม่พูดอะไรต่อ  ทำเพียงเหลือบมองหน้ากัปตันทีมเงียบ ๆ  ส่วนรุ่นน้องอีกสองคนที่เหลือทำหน้าตาเลิ่กลั่กแต่ก็พูดอะไรไม่ออก

หัวใจมิยูกิเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบอย่างแรงจนจุกไปหมด

“…………….งั้นฉันจะไปตามหาสองคนนั้นเอง”

คุราโมจิส่งเสียงออกมาหลังจากเงียบไปพักใหญ่  เขาเดินตรงไปคว้าตะเกียงอีกดวงซึ่งเซโตะเป็นคนถือไว้ตลอดก่อนหน้านี้  “ถ้านายอยากหาทางจัดการนางาทานิหรืออะไรนั่นก็ทำไปเองละกัน”

“รุ่นพี่คุราโมจิ….”  คนครองตะเกียงรีบคว้าหูหิ้วเอาไว้ด้วยอาการลังเล

“ให้เขาไปเถอะ”

เสียงจากปากกัปตันฟังดูเหินห่างกว่าที่ตั้งใจ

รุ่นน้องหันมามองเหมือนชั่งใจ  ก่อนจะยอมปล่อยมือออก  คุราโมจิกำตะเกียงเอาไว้แน่นแล้วเดินตรงไปยังประตู  “ต้องนัดเจอกันเหมือนครั้งที่แล้วอีกไหม”

“…….ทิ้งข้อความไว้ในห้องพยาบาลก็พอ….”  คนนำทีมตอบเสียงเบา

คนรับคำสั่งยักไหล่แล้วเลื่อนประตูออก

“ผะ…ผมไปด้วยครับ!!”

แล้วจู่ ๆ อาซาดะก็ส่งเสียงขึ้นแล้วลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้

“อาซาดะ!!”  เสียงของรองกัปตันแฝงความแปลกใจออกมา  “นายอยู่กับมิยูกิไป!!”

“ละ…หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวนี่ครับ!!”  รุ่นน้องตัวผอมโย่งส่ายหัวปฏิเสธแล้วรีบเดินไปยืนใกล้ ๆ  “ผะ…เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันไง…ได้ไหมครับ?”  ก่อนจะหันมาขอคำอนุญาตจากผู้มีอำนาจสูงสุดในตอนนี้

มิยูกิมองหน้ารุ่นน้อง  “นายแน่ใจนะ”

“ครับ!!”  อีกฝ่ายขานรับเสียงแข็งขึ้นมานิดหนึ่ง

“…งั้นก็ตามใจ….”  เขาตอบตกลง  อาซาดะกลืนน้ำลายพร้อมพยักหน้ารับ  แล้วทั้งสองคนก็เดินหายออกจากห้องไป

พอเสียงฝีเท้าของทั้งสองคนเบาลง  เซโตะก็หันมามองทางกัปตัน  “จะดีแล้วจริง ๆ เหรอครับ?”

คนตัดสินถอนหายใจยาว  “…ไม่แน่ว่า….สิ่งที่เขาทำอาจจะถูกแล้วละ…”

โอคุมูระเบือนสายตากลับมามองหลังก่อนหน้านี้มองไปทางประตู  “ที่บอกว่าจะหาทางจัดการนางาทานินี่คือยังไงเหรอครับ?”

“….ฉันรู้สึกว่า…แค่เครื่องรางนี้น่าจะยังไม่พอน่ะ”  มิยูกิบอกความในใจออกมา  เสียงเขาฟังดูเหนื่อยล้าจนแม้แต่ตัวเองยังสัมผัสได้  “ขนาดตอนก่อนหน้านี้ยังดูเหมือนแค่จะไล่เขาไปได้เฉย ๆ”

“แล้วจะหา…ยังไงเหรอครับ?”  เซโตะถามขึ้นบ้าง

“………ก็คงต้องสำรวจตึกอีกรอบหนึ่ง…”  คนเสนอมองออกไปทางประตู  “เผื่อจะหาตัวซาวามูระที่ถูกสิงเจอด้วย…แล้วก็เผื่อจะ…….เจอฟุรุยะกับโคมินาโตะเหมือนกัน…”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ตามรุ่นพี่คุราโมจิไปตั้งแต่แรกละครับ”

เสียงแย้งของโอคุมูระกลายเป็นใบมีดกรีดใจคนฟัง

เขาทำได้เพียงขยับยิ้มเศร้า ๆ  “เพราะจุดประสงค์ฉันกับเขาในตอนนี้ไม่เหมือนกันน่ะสิ”

“……….งั้นเหรอครับ”

อีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อ

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 15]

  1. แง ไหงพี่โย ไม่ห่วงน้องเอย์เลย วิ่งหาแต่ฮารุอิจิ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s