Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [10]

เข้าสู่ชั้นใหม่!!!!

ส่วนตัวค่อนข้างชอบเจ้าของชั้นนี้พอสมควรค่ะ  เธอน่ารักดี(?)


FLOOR B3

 

“นี่แซ็ก….ถ้าออกจากที่นี่แล้วต้องฆ่าฉัน…ตามที่สาบานกับพระเจ้าไว้นะ”

เรเงยหน้ามองแซ็กคล้ายภาวนาในลิฟท์มืด ๆ ซึ่งขึ้นไปชั้น B3

——-ถ้าออกจากที่นี่ได้ปลอดภัยแล้วแซ็กจะฆ่าฉันให้…..

สำหรับเรแล้วนี่เป็นความหวัง….สุดท้ายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

“เธอนี่…จะพูดอีกกี่ครั้งห้ะ  น่ารำคาญจริง ๆ  รู้แล้วละน่า”

แม้จะตกใจกับความตื๊อนั้นแต่แซ็กก็จ้องตาเรก่อนตอบปนเสียงถอนหายใจ

แล้วไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออก  เรหรี่ตาเล็กน้อยเมื่อแสงสว่างจากในชั้นฉายวาบเข้าตา

(แสบตา….)

เธอยิ่งรู้สึกเช่นนั้นเพราะในลิฟท์ไม่ก็ในชั้นอื่น ๆ ส่วนมากจะมืดสลัว  เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลอดนีออนแขวนติดกับเพดานฉายแสงไปรอบ ๆ จนทั่ว

“B3 เรอะ  ขยับขึ้นรวดเดียวก็ดีแท้ ๆ ดันมาหยุดทีละชั้น ๆ ได้  ต้องหาลิฟท์ใหม่อีกแล้วเรอะ”

แซ็กพึมพำด้วยเสียงรังเกียจ

“นั่นสิ”

เรรับคำแล้วออกจากลิฟท์  ตรงหน้ามีกำแพงลูกกรงเหล็กตั้งขวางไม่ให้ไปต่อ  เรลองยื่นมือแตะตรงประตูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำแพง

(ล็อก  กุญแจอยู่…..)

เรนึกหวั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้หน้าไร้อารมณ์  หากประตูบานนี้เปิดไม่ออกก็ไม่อาจไปต่อจากนี้ได้

“เฮ้ย  เป็นไรไป”

แซ็กทำหน้าประหลาดใจนิดหน่อยเมื่อเห็นเรหยุดยืนอยู่หน้าประตู

“ไม่รู้ว่า….บอกไปแล้วแซ็กจะเข้าใจหรือเปล่า”

“หา?!  ถึงอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ลองบอกมาเถอะน่า!”

“อืม….ประตูบานนี้ล็อกกุญแจอยู่”

เรส่งเสียงตอบขณะตายังมองประตู

“คือว่านะ  ฉันน่ะบ้าไม่ผิดแน่ ๆ แต่เรื่องแค่นั้นฉันรู้เฟ้ย”

แซ็กเผลอแสยะเขี้ยวใส่คำตอบไม่น่าแฝงเจตนาร้ายของเร

“เหรอ?”

“……..แล้วนี่เธอถนัดปลดกุญแจไม่ใช่เรอะ  พยายามเข้าสิ”

แซ็กเบ้ปากอีกหนใส่คำตอบไร้อารมณ์ของเร  ก่อนพูดด้วยท่าทีผลักภาระให้คนอื่นโดยไม่คิดจะทำเอง

“อืม  จะพยายาม….”

เรพยักหน้าแม้จะไร้หนทางไปต่อ  สถานที่ที่ทั้งคู่ถูกขังอยู่ตอนนี้เป็นที่ว่างแคบ ๆ ขนาดไม่ถึงหกเสื่อ  เท่าที่มองดูก็ไม่เห็นอุปกรณ์ตกแต่งภายในอะไรวางเอาไว้เลย  ถึงจะหาก็คงไม่เจอวิธีปลดกุญแจหรอก

(ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อแซ็ก  แต่  จะเอาไงดี…..?)

เรยื่นมือใส่กระเป๋าสะพายพาดไหล่แล้วหาว่ามีเครื่องมืออะไรเปิดประตูได้บ้าง  ข้างในมีอุปกรณ์เย็บผ้ากับบางอย่างที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า—-ใส่เอาไว้

(แต่ว่า  สิ่งนี้…..)

เรกลืนลมหายใจจากสัมผัสเมื่อเผลอไปโดนมันเข้า

(สิ่งนี้…..ใช้ไม่ได้……)

เรถอนหายใจเบา ๆ ก่อนใช้นิ้วเล็ก ๆ คลุมผ้าเช็ดหน้าบนอะไรบางอย่างอีกหน

“หาอะไรเจอแล้วเรอะ?”

แซ็กยื่นหน้าแอบดูกระเป๋าสะพายเรจากด้านหลังกลางคันเหมือนทนรอไม่ไหว  เรหันไปมองทางแซ็กขณะหัวใจเต้นแรงเล็กน้อย

“เอ่อ  ด้ายกับเข็ม———–”

“โห?  เธอเป็นพวกเปิดประตูได้ด้วยเข็มเรอะ?”

แซ็กถามขัดคำพูดของเร

“ฉันไม่มีความสามารถพิเศษแบบนั้น  แล้วประตูบานนี้ก็ไม่มีรูกุญแจ”

เรส่ายหัวน้อย ๆ

“งั้นถึงจะมีเข็มกับด้ายก็ไม่มีความหมายน่ะสิ!  ถอยไป  เดี๋ยวฉันพังเอง!”

“ประตูบานนี้เป็นลูกกรงเหล็ก  คงไม่ไหวหรอก…”

“เงียบน่า  ไม่ลองก็ไม่รู้!”

(อะ….)

คำเตือนของเรสูญเปล่า  แซ็กเหวี่ยงเคียวขนาดใหญ่ด้ามนั้นเข้าฟันประตูเหล็กเต็มแรง  แต่ประตูก็ไม่ขยับสักนิดตามที่คาดไว้  มีเพียงรอยถลอกเกิดขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

“ว้อย  แข็งชะมัด!”

แรงกระแทกทำมือชาไปหมด

“….ก็เหล็กนี่นา”

เรมองแซ็กด้วยใบหน้าก็บอกแล้วนี่

“รีบบอกหน่อยสิวะ!  มือชาไปหมดแล้วเนี่ย!”

“….ก็บอกว่าเป็นลูกกรงเหล็ก”

เรส่งเสียงประหลาดใจใส่แซ็กที่ร้องโวยวาย

ในตอนนั้น——-จู่ ๆ แสงสว่างสีแดงแรงกล้าชวนแสบตาก็ฉายอาบทั่วห้องในอึดใจเดียว

“…………”

“……อะไรวะ?!”

แซ็กมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวังตรงข้ามกับเรผู้ยืนรับสถานการณ์ด้วยท่าทางเหม่อลอย

แล้วเสียงไซเรนดังกึกก้องชวนยกมืออุดหูดังวี้หว่อ  วี้หว่อ—-ก็ดังขึ้นในชั้นโดยไม่ทิ้งช่องว่าง

“เฮ้ย  ก้มลง!”

แซ็กคว้ามือเรดึงออกห่างจากประตูเหมือนจะดึงเข้าหาตนด้วยความรวดเร็ว  เขาได้ยิเสียอะไรบางอย่างดังกริ๊ก……แว่วมาจากเพดาน

แล้ววินาทีต่อไป  ก็มีกระสุนปืนนับจำนวนไม่ถ้วนเล็งมาทางเรซึ่งยืนอยู่หน้าประตูเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัดสาดเข้าใส่พร้อมกัน

เรหวั่นไหวกับเสียงยิงจนแก้วหูเกือบแตกเล็กน้อยแล้วเผลอฝังหน้ากับอกของแซ็กโดยไม่รู้ตัว

“…กะเอาให้พรุนเป็นรังผึ้งเลยเรอะ….”

แซ็กพึมพำเสียงเลื่อนลอยหลังปืนหยุดยิง  เมื่อมองไปทางเสียงก็เห็นเพดานมีปากกระบอกปืนจำนวนหนึ่งยื่นออกมาจากตอนแรกไม่มีอะไรผิดแปลกอยู่

(…..กระสุนปืน)

เรถอยตัวออกจากแซ็กแล้วกลืนลมหายใจเข้าเล็กน้อย  ในอกเต้นรัว  ภาพดวงจันทร์สีฟ้าในคืนนั้นลอยขึ้นมาใต้เปลือกตาราง ๆ

แล้วแสงสีแดงที่สาดส่องไปทั่วห้องก็ดับพรึ่บ  ก่อนแสงสปอตไลท์ก็ฉายอาบสว่างจ้าจนทั้งสองคนแทบลืมตาไม่ขึ้น

(แสบตา…)

เรหยีตาเล็กน้อย

<อะฮะฮะฮะฮะฮ่า!>

แล้วเสียงหัวเราะสูงแหลมของผู้หญิงเหมือนสติผิดเพี้ยนก็ดังก้องไปทั่วชั้นที่ยังหลงเหลือเสียงปืนสะท้อนอยู่

<เอ้า!  ขอโทษที่มารับช้าไปหน่อยนะ?  พวกนายออกจะยืดยากกันไปหน่อยเลยเผลอนอนกลางวันเสียได้น่ะ…..แต่…..เมื่อกี๊ก็ยังอุตส่าห์รอดมาได้อีกนะ——–สอบผ่าน!>

ผู้หญิงจากที่ไหนสักแห่งพูดดังนั้น  ก่อนจะตามด้วยเสียงปรบมือดังแปะแปะแปะแปะ——-ดังกึกก้องล้อมรอบตัวเรและแซ็กทั้งที่ไม่มีใครอยู่

(หนวกหู…..)

เสียงนั้นดังจนผิดปกติ

<โดยเฉพาะแซ็ก  นายเนี่ยช่างมีเซนส์ที่ดีเหลือเชื่อจริง ๆ!  ที่จริงแล้วฉัน…คิดว่านายน่าจะเป็นคนผิดแสนวิเศษได้แน่ ๆ มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว  จนตอนนี้ที่ตาปรือ ๆ อยู่ก็ตื่นเต็มที่จากความคาดหวังเลย!>

(คนผิดแสนวิเศษ…..?)

แซ็กหงุดหงิดกับคำกล่าวที่ฟังยังไง ๆ ก็เหมือนว่าร้ายกันแต่ก็ส่งสายตาไปทางต้นเสียง  แต่กลับไม่เห็นร่างผู้หญิงอยู่ที่ไหน

นั่นเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นดูภาพทั้งสองคนที่ส่งจากกล้องวงจรปิดผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ในห้องที่ใดสักแห่งหนึ่งในชั้นนี้อย่างสบายอารมณ์และพูดกับทั้งสองคนผ่านลำโพสซึ่งติดตั้งไว้ตามส่วนต่าง ๆ ในตึกนี้

“ฉันไม่สนเรื่องสภาพเพิ่งตื่นของแกหรอก!  รีบ ๆ เปิดไอ้นี่ออกได้แล้ว”

แซ็กพูดคล้ายคำรามในแสงสปอตไลท์แผ่ความร้อนจนชวนละลายก่อนเตะประตูเหล็กเต็ม ๆ

<อื้ม  ได้สิ  พวกนายสอบผ่านแล้วจึงมีสิทธิ์นั้น  แต่ฉันยังแต่งหน้าไม่เสร็จเลย  ก็นอนมาจนถึงเมื่อครู่นี้นี่นา!  งั้นเดี๋ยวฉันจะเตรียมตัวรอไว้  พวกนายก็เตรียมตัวรับการลงโทษไว้ด้วยนะ?>

“…..หา  เตรียมตัว?”

แซ็กย่นหน้าใส่คำพูดฝ่ายเดียวของผู้หญิง

<ใช่  คนผิดต้องดำเนินตามขั้นตอนให้เรียบร้อยก่อนรับผิดสิ  แบบนั้นแล้วจะได้บรรยากาศกว่านี้นา?  ใช่….พูดถึงคนผิด….ก็ต้องถ่ายรูปมักช็อตพื้นหลังเส้นส่วนสูงสิ?  เพราะงั้นพวกนายก็จงถ่ายรูปเสีย!  เดี๋ยวฉันเปิดกุญแจห้องถ่ายรูปนั้นไว้รอนะ>

เมื่อพูดจบ  ผู้หญิงคนนั้นก็สั่งการอุปกรณ์ซับซ้อนในมือปลดล็อกกุญแจกรงเหล็กที่ขวางทางทั้งสองคนไว้

“….มักช็อตคืออะไรวะ?”

แซ็กก้มลงถามเร

เรคิดจะตอบ  แต่ผู้หญิงก็พูดอย่างอารมณ์ดีเหมือนห้ามไว้ก่อน

<หมายถึงรูปถ่ายส่วนหน้าไง  แซ็ก  นายยังไม่เคยถ่ายสักครั้งเลยนะ  เยี่ยมเลย!  ฉันจะเก็บรูปนั้นไว้เป็นอย่างดีเอง>

“……….”

เรมองกล้องด้วยอารมณ์ไม่ค่อยพอใจ  สภาพของพวกตนต้องฉายอยู่บนกล้องตัวนั้นแน่

<จริงด้วย……เรเชล  เธอก็ด้วยนะ?  ถ่ายให้เหมือนแบบนั้นด้วยละ  ถือป้ายชื่อด้วยนะ  หากไม่ฟังที่พูดก็จะไปห้องต่อไปไม่ได้หรอก>

ผู้หญิงมองใบหน้าจ้องมาที่กล้องเขม็งไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ของเรกลับผ่านจอมอนิเตอร์

(เรเชล…..)

เธอรู้สึกแปลก ๆ เมื่อมีผู้หญิงไม่รู้จักเรียกชื่อตัวเอง

<ฮุฮุฮุ….——-ฉันคือผู้ตัดสินความผิด…..อา  เจ้าพวกคนบาปหนาเอ๋ย  ฉันจะทรมาณจนกว่าจะได้รับการละเว้นให้เอง  เพราะฉันเป็นมนุษย์ผู้ทำเช่นนั้นได้ไง!>

แล้วผู้หญิงก็พูดเสียงสูงคล้ายแสงบทบาทออะไรอยู่ด้วยเสียงเคลิบเคลิ้มก่อนตัดการถ่ายทอดไปทันควัน

“……ว้อย  มันอะไรกันวะเนี่ย?!  พูดตามใจชอบด้วยเสียงชวนประสาทกินออกมาได้……..ทำไมฉันต้องรับโทษด้วยวะ  จะละเมอก็ละเมอตอนนอนไปเซ่!”

แซ็กเดาะลิ้นเสียงดังด้วยความหงุดหงิด

“……….คนผิด……..”

เรพึมพำเบา ๆ จนแซ็กไม่น่าจะได้ยิน

“เฮ้ย  เร  พวกฉันไม่มีเวลายุ่งกับคนสติเพี้ยนแบบนั้นหรอก  รีบ ๆ ไปได้แล้ว+”

แซ็กพูดคล้ายสำรอกแล้วเดินไปทางประตูกรงเหล็ก

“……อืม”

(…….คน  ผิด…….)

—มนุษย์ผู้กระทำ  ผิด……

เรเดินตามหลังแซ็กขณะในใจมีคำพูดนั้นลอยปั่นป่วนคล้ายพรายกระซิบ

 

 

 

 

 

——….ฆาตกรต่อเนื่อง

ข้อมูลที่เห็นจากประวัติส่วนตัวผุดขึ้นในหัวเรขณะเงยหน้ามองแซ็กที่เดินอยู่ข้าง ๆ

(แซ็กฆ่าคนมาเยอะแล้ว…..)

“ทำไมแซ็กถึงคิดฆ่าคนเหรอ…..?”

“หา?  จู่ ๆ ถามอะไรวะ”

“….รู้สึก  ติดใจนิดหน่อย”

เรตอบ  หากบอกว่าความจริงเธอไม่ได้ติดใจขนาดนั้นก็คงโกหก  แต่เขาไม่ต้องตอบก็ได้  เธอคงแค่อยากจะคุยกับเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้

ยิ่งกว่านั้น  คำพูดคนผิด…..ที่ผู้หญิงเมื่อครู่พูดออกมายังติดอยู่ในใจไม่ยอมหายไปเสียที

“ไม่รู้สิ  แต่ก็มีพวกมนุษย์ไร้สาระคิดว่าถูกฆ่าก็ดีอยู่เต็มเลยไม่ใช่เรอะ”

แซ็กตอบขณะก้าวเท้าเดิน  เขาไม่เคยคิดเรื่องฆ่าคนให้มากความมาก่อน  แต่ที่ตนเองฆ่าคนครั้งแรกอาจเป็นเพราะคิดว่าฆ่าไปจะดีกว่าก็ได้

——แต่หลังจากนั้นคงไม่ใช่…..ก็แค่ฆ่าเพราะอยากฆ่า

“แซ็กฆ่าคนแบบนั้นมาเหรอ…..?”

“เปล่าน่า  ฉันก็แค่ฆ่าเพราะอยากฆ่าเอง”

แซ็กตอบเต็มปาก

(เพราะอยากฆ่า…..)

——–แซ็กจะคิดอยากฆ่าในเวลาแบบไหนกันะ….ถ้าเขาคิดอยากฆ่าฉันด้วยก็ดีน่ะสิ…….

 

 

 

 

 

แล้วทั้งสองคนก็เข้าไปในประตูที่เปิดออกบานต่อไปเหมือนได้รับคำชวน

ห้องนั้นถูกจัดให้เป็นห้องพิเศษสำหรับถ่ายรูปมักช็อต  กำแพงด้านในถูกทาเป็นสีเป็นพื้นหลังเส้นขาวดำ

(ให้ถ่ายรูปหน้าตรงนี้หรือเปล่า….?)

ขาตั้งสามขาตรงหน้าพื้นเส้นขาวดำมีกล้องโพลารอยด์เตรียมไว้  ตรงพื้นมีรูปคนหลายใบซึ่งน่าจะถ่ายด้วยกล้องโพลารอยด์ตัวนั้นหล่นกระจัดกระจายอยู่

เรย่อเข่าลงกับพื้นแล้วหยิบรูปถ่ายที่กระจัดกระจายอยู่มารวมกันทีละใบ  คนในภาพถืออป้ายชื่อซึ่งน่าจะเป็นชื่อของตนเองอยู่  และทุกคนในภาพทำสีหน้าสิ้นหวังคล้ายตระหนักได้ถึงความตาย

(ภาพคนพวกนี้เหมือนจะไม่มีอยู่ในประวัติส่วนตัว….อาจจะมีชีวิตอยู่ก็ได้….)

—–แล้วอยู่ที่ไหนกันเหรอ…..?

เรลุกขึ้นยืนขณะรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาเล็กน้อยก่อนมองไปรอบห้อง  บนโต๊ะเต็มไปด้วยอุปกรณ์มีป้ายสีขาวผูกเชือกวางไว้สองแผ่น  พอเข้าไปใกล้ ๆ แล้วหยิบพลิกดูก็พบว่าบนป้ายมีชื่อเต็มของแซ็กกับตนเองพิมพ์ไว้  นี่คงหมายถึงให้ใช้คล้องคอตัวเองกระมัง

“…แซ็ก  ฉันว่าเราน่าจะเอาป้ายชื่อนี้คล้องคอน่ะ”

เรพูดแล้วยื่นป้ายชื่อเขียนไว้ว่า “ไอแซ็ก  ฟอสเตอร์” ไปให้ซ็ก

“เออ”

แซ็กคล้องป้ายชื่อบนคอตามที่บอกโดยไม่ได้คิดอะไร

“…..แต่ก็นะ…..ทำไมต้องถ่ายรูปอะไรกันด้วยวะ  งี่เง่าจริง ๆ”

แต่แล้วความรังเกียจว่าต้องทำตามผู้หญิงคนนั้นก็เสียดแทงเข้าใจตัวเอง  เขาไม่อยากทำตามสิ่งที่คนอื่นพูดมาตั้งแต่ก่อนเป็นผู้ใหญ่แล้ว  แต่ผู้หญิงคนนั้นบอกไว้ว่าจะไม่เปิดประตูไปห้องถัดไปให้จนกว่าทั้งคู่จะถ่ายภาพมักช็อตเสร็จ

“….เฮ้อ”

แซ็กถอนหายใจเบา ๆ กับสถานการณ์ที่ต้องถูกผู้อาศัยในทุกชั้นปั่นหัวเอาทั้งที่อยากออกจากที่นี่แท้ ๆ

“……..ไม่ชอบ  ถ่ายรูปเหรอ?”

เรถามแบบไม่ค่อยสบายใจเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจ

“จะไปรู้เรอะ  ฉันไม่เคยถ่ายรูปแล้วก็ไม่เคยถูกถ่ายรูปด้วย  ไม่เคยคิดอยากถ่ายด้วยสิ”

แซ็กตอบ  คำพูดคล้ายเด็กหนุ่มในวัยต่อต้าน

“เหรอ….แต่ต้องถ่ายเพื่อจะไปต่อนะ”

เรพูดพลางทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย

(ไม่ค่อยอยากสร้างความลำบากให้แซ็กเท่าไร…..)

เธอคิดเช่นนั้น  แต่ในเมื่อทั้งสองกลายเป็นเครื่องสังเวยแล้วก็คงไม่อาจออกไปจากตึกนี้ด้วยวิธีทั่วไปได้  เรคิดว่าอาจจะมีกลไกติดตั้งไว้มากมายเพื่อป้องกันการหลบหนี  เธอไม่รู้ว่าเป็นระบบแบบไหน  แต่เท่าที่ดูจากรูปบนพื้นแล้วดูเหมือนเครื่องสังเวยจะไม่ได้มีแต่เพียงพวกเธอ

“……ว้อย  เหอะ  เออน่า  แค่ถ่ายก็พอสินะ!”

แซ็กคำรามแต่ก็ย้ายตัวเองไปอยู่หน้าพื้นหลังเส้นขาวดำ

“อืม….งั้นจะถ่ายละนะ”

เรหลับตาข้างหนึ่งแล้วมองผ่านเลนส์กล้องโพลารอยด์

“คร้าบ ๆ  จะถ่ายก็รีบถ่ายสิ”

(เฮ้อ  หงุดหงิดชะมัด…..)

แต่เพราะแซ็กกระโดดดึ๋ง ๆ คล้ายซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ไม่อยู่เลยไม่อาจจับโฟกัสได้สักที

“เอ่อ….อย่าขยับสิ  ภาพเบลอหมด”

เรเตือนแซ็กที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเลนส์ขณะจ้องด้วยความจริงจัง

“อะไรวะ  นี่เธอจะเอาจริงไปไหน!”

“อื้ม  แบบนั้นแหละ”

เรกะจังหวะตอนแซ็กหยุดขยับตัวเพียงชั่วพริบตาเดียวแล้วกดชัตเตอร์ดังแชะ

รูปถ่ายออกมาจากกล้องโพลารอยด์ในทันที  พอทิ้งไว้สักพักก็ปรากฎใบหน้าของแซ็กบนฟิล์ม  ถึงสีหน้าของแซ็กจะดูไม่สบอารมณ์แต่ภาพก็คมชัดดี

(ถ่ายออกมาได้สวยเลย….)

เรดีใจขึ้นมานิดหน่อย  เริ่มรู้สึกสนุกจนลืมไปว่าตัวเองถูกปฏิบัติในฐานะคนผิดอยู่

เรเก็บรูปโพลารอยด์นั้นลงกระเป๋าแล้วแขวนป้ายชื่อเขียนไว้ว่า “เรเชล  การ์ดเนอร์” กับคอตัวเองคล้ายกำลังสนุกกับการแต่งตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ

“งั้นต่อไปช่วยถ่ายฉันที”

เรออกคำสั่งกับแซ็กแล้วเดินด้วยฝีเท้าระรื่นผิดกับสีหน้าเย็นชาไปยืนอยู่หน้าพื้นหลังเส้นขาวดำ

“เออ……กดตรงนี้ก็พอใช่ไหม?”

แซ็กถามด้วยความลังเลเล็กน้อยเพราะเพิ่งเคยแตะกล้องเป็นครั้งแรก

“อืม”

เรผงกหัวน้อย ๆ  ในตอนนั้นเองแซ็กก็กดชัตเตอร์ดังแชะโดยไม่คิดอะไร

“อะ….”

(ยังไม่ได้มองกล้องดี ๆ เลย…..)

“โห  แค่กดแล้วก็ถ่ายออกมาได้จริง ๆ แฮะ  น่าสนุกกว่าที่คิดอีก  แถมง่ายด้วย”

แซ็กดูรูปโพลารอยด์ที่ออกมาจากกล้องแล้วพึมพำด้วยความสนุก

“…..แต่รูปเบลออยู่”

เรดูรูปที่แซ็กถ่ายแบบกึ่ง ๆ ส่ง ๆ แล้วบ่นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“หา?  ก็เธอบอกว่าแค่กดปุ่มก็ถ่ายรูปได้ไม่ใช่เรอะ”

“……….”

เรเงียบลงจากคำเถียงห้วน ๆ ของแซ็ก  นั่นเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบโดยไม่รู้ตัวของเรยามเธอรู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา

“แค่ถ่ายติดก็พอแล้วน่า?”

แซ็กพูดเหมือนสัมผัสได้แปลก ๆ

“อืม  ก็จริง….”

เรผงกหัว  เธอเผลอสนุกกับสถานการณ์แบบนี้ไป  แต่จะว่าไปที่พวกเธอถ่ายรูปตามคำสั่งของผู้หญิงคนนั้นก็เพื่อเปิดประตูบานถัดไปนั่นเอง

“แต่ฉันว่าถ่ายออกมาสวยอยู่ออกนา”

แซ็กมองรูปช่วงจังหวะก้ำกึ่งของเรที่ลอยเด่นบนฟิล์มชัดเจนด้วยสีหน้าพึงพอใจ  เขาว่าเขาเกลียดการถูกถ่ายรูป  แต่อาจจะสนุกกับการถ่ายเกินกว่าที่คิดเสียอีก  แล้วเขาก็เพิ่งเคยจับเครื่องกลแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยรู้สึกแปลกใหม่เช่นกัน

“ไม่ถือว่าดีหรอก”

แต่เรกลับส่ายหัวทันควัน  ก็ดูยังไงรูปก็เบลออยู่ดี  แต่เพราะตอนนี้เธอไม่อาจยิ้มได้  ดังนั้นสุดท้ายไม่ว่าจะกะถ่ายช่วงไหนก็ไม่อาจออกมาเป็นรูปที่ดีอยู่ดี

จังหวะที่เรซึมลงไปเล็กน้อย  ก็มีเสียงประตูเชื่อมต่อไปยังห้องถัดไปเปิดดังแกรก——ก้องไปทั่ว

“โอ๊ะ  เปิดแล้ว!”

“อืม”

เรเก็บรูปโพลารอยด์ของตนเองลงกระเป๋าทั้งที่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร  ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ประตูบานต่อไปคล้ายไล่ตามแซ็กไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s