Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 16]

ต่อจากนี้คาดว่าเนื้อเรื่องจะไปเร็วมาก

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


พอเดินออกจากห้อง  ความผิดปกติก็แผ่อบอวลทั่วทางเดินจนทั้งสามคนชะงักฝีเท้าแทบพร้อมกัน

“นี่มัน…อะไรกันครับ?”  เซโตะพึมพำด้วยเสียงตกใจขณะก้มมองลงพื้น

“กะจะไม่ปล่อยกันง่าย ๆ…เลยสินะ…..”  มิยูกิเหยียดยิ้มออกมาพร้อมหัวเราะขื่น ๆ

ระเบียงบนตึกซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีอะไร  บัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่างของคนในชุดเครื่องแบบนักเรียนนอนระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด  ของเหลวสีแดงไหลออกจากร่างพวกนั้นนองเต็มพื้นจนแทบจะซึมเข้ามาในรองเท้า  แต่สิ่งที่แปลกไปกว่านั้นคือเมื่อมองดูใบหน้าของคนเหล่านั้นแล้วกลับไม่เห็นอะไรที่พอระบุตัวตนได้เลย

ใบหน้าพวกนั้นไร้ซึ่งหู  จมูก  ตา  เป็นเพียงใบหน้าโล้น ๆ พอมีส่วนโค้งเว้าให้ดูออกว่าเป็นหน้าคน  มองเผิน ๆ แล้วคล้ายกับจับหุ่นใส่เสื้อผ้าแล้วโยนทิ้งไว้อย่างไม่ใส่ใจ

“…..อะไร…..เนี่ย……”  ขนาดโอคุมูระเองยังขนลุกจนไม่กล้าก้าวเท้าต่อ

กัปตันลองย่อตัวลงแล้วค่อย ๆ ยื่นมือไปแตะร่างคน ๆ หนึ่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนหญิง

เย็น…

สัมผัสบนส่วนแขนของร่างนั้นคล้ายกับมนุษย์  เพียงแต่เย็นเยียบเหมือนตากน้ำค้างมานาน  เขาลองย้ายมือไปแตะของเหลวสีแดงเข้มดู  คราวนี้กลับรับรู้ถึงความอุ่นหนืดได้

แปลว่านี่….ของจริงเหรอ……

“อุ๊บ…”  รุ่นน้องใส่แว่นยกมือปิดจมูกตัวเอง  “ชักได้กลิ่นขึ้นมาแล้วสิครับ…”

“….นั่นสินะ….”  ถึงไม่ต้องยกมาดมมิยูกิก็จำกลิ่นนี้ได้ขึ้นใจ  เขาเช็ดของเหลวที่ติดบนนิ้วบนเสื้อของร่างเมื่อครู่แล้วลุกขึ้นยืน  ยื่นตะเกียงออกไปข้างหน้าเพื่อฉายแสงเพิ่มระยะมองเห็น  “รีบไปกัน…ดีกว่า”

ภาพตรงหน้าพวกเขามีแต่ร่างของหุ่นในชุดนักเรียนอยู่เต็มทางเดินยาวจนสุดสายตา  ตัวตึกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายดูดซับสีจากของเหลวบนพื้นอย่างช้า ๆ

“…….”โอคุมูระพยักหน้ารับแล้วสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้  ส่วนเซโตะเกาะชายเสื้อเพื่อนไว้ขณะก้มมองพื้นด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก  “เหวอ….”

มิยูกิออกเดินนำไปช้า ๆ พยายามไม่เผลอเหยียบหรือเตะเข้าบนร่างเหล่านั้น  เสียงพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดน้อยลง  คงเป็นเพราะดูดซึมของเหลวลงไปจนเริ่มอิ่มตัว  เขาเดินตรงมาถึงบันไดก่อนจะหยุดขณะในหัวครุ่นคิดว่าจะไปทางไหนต่อดี

“พวกนายว่าไปทางไหนต่อดี”  รุ่นพี่ลองถามความเห็นจากสองคนที่เหลือดู

“ลองดูไปทุกห้อง…ว่าไงครับ?”  เซโตะเสนอความเห็น  เสียงเขายังฟังดูสั่น ๆ คงเป็นเพราะทำใจกับสภาพตรงหน้าไม่ค่อยไหว  “ถ้าจะตามหาคน…ทำแบบนี้คงจะดีที่สุดนะครับ”

“อืม…นั่นสินะ”  คนถามพยักหน้าเห็นด้วยแล้วหันหน้าไปทางระเบียงอีกฝั่ง  ในตอนนั้นเองรุ่นน้องอีกคนส่งเสียงอุทานออกมาเบา ๆ  “อะ….”

คนอื่น ๆ ขยับสายตาไปมองตามคนส่งเสียง  ก่อนลมหายใจจะสะดุด

ภายในความมืดตรงหน้า  พวกเขาเห็นประกายอะไรบางอย่างสะท้อนกับแสงจากตะเกียงกลับมา

ใบมีด

“….นางาทานิ!!!?”

แล้วโอคุมูระก็อุทานชื่อหนึ่งออกมา

เงาในผ้าคลุม…นางาทานิยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาในท่าถือมีดหันตรงมาดั่งเคย

“เฮ้ย!!!!???”  เซโตะร้องลั่นแล้วขยับถอยหลัง  “เหวอ!!!?”

ตึง

“เซโตะ!!?”  มิยูกิหันไปมองข้างหลังด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงของหนักกระแทกพื้น  ก่อนเห็นเจ้าของเสียงอุทานนั่งกองอยู่กับพื้นขณะยกมือลูบเอวตัวเอง  ข้าง ๆ เท้ามีแขนของร่างในชุดนักเรียนกลิ้งอยู่  เขาคงเผลอเหยียบแขนนั้นเข้าจนเสียหลักล้มไปกับพื้น

“ทำอะไรของนาย  ทาคุ–!!!!!”  เพื่อนสนิทโวยแต่ก็รีบยื่นมือจะจับดึงขึ้นยืน

“จงมองฉัน”

เสียงเยือกเย็นดังขึ้นเหมือนใช้มีดกรีดเข้าแก้วหู

“….!!!!!”  มิยูกิยกมือขึ้นอุดหูขณะหันกลับไปตรงหน้า

……..ไม่อยู่!?

ร่างนั้นหายไปในความมืดแม้ละสายตาไปเพียงนิดเดียว

“จงมองฉัน  จงมองฉัน”

“เฮ้ย!!!???”

“อ้ะ!!!?”

ตามด้วยเสียงอุทานจากสองคนที่เหลือ

“เดี๋ยว!!!?”  กัปตันหันหลังกลับไป  สายตาเขาพลันเห็นร่างในผ้าคลุมดำปรากฎตัวขึ้นตรงหน้ารุ่นน้องในระยะห่างไม่ถึงคืบ

“ทุกคนจงสนใจฉัน  จงมองฉัน  ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ!!!!!!!”

มือข้างถือมีดเงื้อขึ้น

“หยุดนะ!!!!”

ร่างกายสั่งการไปไวกว่าความคิด  มิยูกิโยนตะเกียงทิ้ง  กระโจนเข้าคว้าแขนข้างนั้นกะจะปลดมีดออกจากมือ  ความเย็นเฉียบคล้ายก้อนน้ำแข็งแล่นผ่านผิวเขาทันทีเมื่อสัมผัสกับแขนใต้ผ้าคลุมคนตรงหน้า  แต่มันก็หายวับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับตัวเขาเสียการทรงตัวล้มลงไปทับรุ่นน้องบนพื้น

“โอ๊ย!!!!!”  เซโตะร้องออกมาเมื่อถูกน้ำหนักจากคนตรงหน้าโถมใส่เข้าเต็ม ๆ

“รุ่นพี่มิยูกิ!!?”  โอคุมูระรีบก้มลงช่วยประคองกัปตันทีมขึ้นนั่งไม่ให้ทิ้งน้ำหนักทับเพื่อนไปมากกว่านี้

“………..ถอยไป”

เสียงนางาทานิลดความคลุ้มคลั่งลงแหวกความมืดจากที่แสงในตะเกียงลดความสว่างลงเหลือเพียงดวงไฟดวงเล็ก ๆ

มิยูกิผงกหัวขอโทษรุ่นน้องเล็กน้อยก่อนหันกลับมาหรี่ตามอง  “…นายว่าไงนะ….?”

“ถอยไป…….มิยูกิ  คาสุยะ”

ก่อนหัวใจจะกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อเขาเอง

“ชื่อ….รุ่นพี่…….?”โอคุมูระพึมพำเสียงหลงเหมือนไม่เชื่อหู

ทำไมนางาทานิ…ถึงรู้ชื่อฉันได้?

ก่อนหน้านี้เงาในผ้าคลุมเอาแต่ไล่เหวี่ยงมีดทำร้ายพวกเขามาตลอดคล้ายควบคุมตัวเองไม่อยู่  เสียงที่ได้ยินก็ไม่อาจจับต้นชนปลายได้  คงเป็นเพราะสติของ ‘นางาทานิ’ ฟั่นเฟืองเสียจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ก่อนหน้าที่จะกลายมาเป็นแบบนี้

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่…นางาทานิโชว์ทีท่าจะ ‘สนทนา’ ให้เห็น

คนถูกเรียกชื่อหรี่ตาลงแล้วถามหยั่งเชิง  “….ทำไมนายถึง…….รู้ชื่อฉัน?”

“ถอยไป…..ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ………ถอยไป”

เสียงอีกฝ่ายดังสลับไปมากับเสียงหัวเราะ

“รุ่นพี่มิยูกิ…”  เซโตะกระซิบ  “ทำไมถึง…”

“ไม่รู้เหมือนกัน”  เขาเดาใจออกว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมาเลยพูดขัดไว้ก่อน  แล้วหันไปมองเงาในผ้าคลุมตรงหน้าอีกหน

“ถอยออกไป……..ฮะฮะฮะฮะฮะฮะ……..ฉันทำอะไรนายไม่ได้……….ฮะฮะฮะฮะฮะฮะ……ถอยไป…..ถอยไป……..”เสียงอีกฝ่ายเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายจะระเบิดออกมา

กัปตันลองยิงคำถามจี้ดู  “ทำไมถึงทำอะไรไม่ได้!?”

ใจเขานึกไปถึงเครื่องรางจิ้งจอกในกระเป๋าเสื้อ

หรือว่าเพราะเครื่องรางนี้จริง ๆ?

“ถอยไป….ถอยไป….ถอยไป!!!!!!!”

เสียงคำรามดังขึ้นแหวกอากาศก่อนร่างนั้นจะพุ่งตรงเข้าใส่

เฮ้ย!!?

ความเย็นเฉียบจู่โจมตัวเขาอีกครั้งขณะสัมผัสได้ว่าตัวลอยกระเด็นไปกระแทกกำแพงเต็มแรง  เขาอุทานออกมาด้วยความเจ็บก่อนตัวจะตกลงทับบางอย่างนุ่ม ๆ บนพื้น  พอนึกขึ้นได้ว่าสัมผัสที่ว่ามาจากร่างในชุดนักเรียนบนพื้นเขาก็รีบยันตัวขึ้นนั่งขณะเอาเท้าเขี่ยร่างพวกนั้นให้ออกไปไกล ๆ

“ทาคุ!!!?”

เสียงร้องจากรุ่นน้องเรียกให้เขาเงยหน้ามอง  ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นนางาทานิกำลังเงื้อมีดในมือใส่เซโตะอย่างไม่ลังเล

“หนอย!!!!”  โอคุมูระซึ่งถูกผลักกระเด็นอยู่ข้าง ๆ รีบคว้าตะเกียงที่หล่นบนพื้นโยนใส่ร่างนั้นทันที

เพล้ง!!!!

เสียงกระจกครอบไฟแตกพร้อมกับแสงสว่างที่เหลืออยู่ดับวูบ  มิยูกิรีบเพ่งตามองแล้วตะโกนเรียกชื่อรุ่นน้องทั้งสอง  “เซโตะ!!  โอคุมูระ!!!!”

จริงด้วย  มือถือ!!!

หัวเขานึกออกว่าตัวเองมีโทรศัพท์มือถือซึ่งเก็บได้ตอนเจอคาเนมารุกับโทโจจึงรีบหยิบออกมา  แสงไฟจากหน้าจอสว่างวาบท่ามกลางความมืดจนต้องหรี่ตาลง  แต่เขาก็รีบเปิดโปรแกรมไฟฉายแล้วฉายไฟไปข้างหน้าทันที

เซโตะนั่งกุมคอตัวเองอยู่บนพื้น  ดูท่าทางแล้วน่าจะปลอดภัยดี

“จงมองฉัน……จงจำฉัน……..จงนึกถึงฉัน………ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ”

เสียงบ้าคลั่งของนางาทานิดังขึ้นไม่ห่าง

“…….โคชู!!!!”  เซโตะตะโกนต่อเมื่อกลับมาเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น  เสียงนั้นเรียกให้มิยูกิหันสายตาไปมองตามก่อนจะเบิกตากว้าง

“โอคุมูระ!!!!”

นางาทานิยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา  มือข้างที่ไม่ได้ถือมีดกำลังกำคอเสื้อรุ่นน้องอีกคนยกตัวเขาลอยจากพื้น

“ปล่อย…นะ  ไอ้บ้า…..”  อีกฝ่ายเค้นเสียงพลางพยายามดิ้นรนเต็มที่  แต่เพราะขาไม่มีที่ยึดและลมหายใจเริ่มติดขัดมากทุกทีจึงไม่อาจเรียกเรี่ยวแรงในตัวออกมาได้

“นี่แก!!!!”  เซโตะสั่งตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วปราดเข้าใส่

“เดี๋ยวเซโตะ!!!!”

เสียงร้องห้ามของมิยูกิไปไม่ทัน

ฉัวะ!!!

นางาทานิตวัดมือข้างถือมีดใส่โดยไม่หันมามอง

“อั่ก!!!”

“เซโตะ!!!”  กัปตันรีบตรงเข้ามาหา  เขาฉายไฟจากโทรศัพท์ในมือลงบนตัวคนตรงหน้า  เห็นเซโตะยกมือกำเสื้อตัวเองบริเวณอกไว้แน่น

ไม่นะ

ใจเขาตกไปอยู่ตาตุ่ม

“…ไม่โดนครับ….ไม่เป็นไร……”  แต่เสียงจากรุ่นน้องใส่แว่นก็ทำเขาใจชื้นขึ้นมา  เซโตะค่อย ๆ ยันตัวขึ้นยืนแล้วตะโกนต่อ  “ปล่อยโคชูนะ!!!!”

“ฮะฮะฮะฮะฮะ…ทุกคนจงมองฉันสิ……จงมองฉันสิ……….”เงาถือมีดยังคงพร่ำคำพูดจับต้นชนปลายไม่ถูกขณะหันหน้ามามองทางพวกเขาเขม็ง

“นางาทานิ!!  นายหยุดได้แล้ว!!!!”  มิยูกิรีบตะโกนช่วย  “ตอนนี้ถึงนายจะฆ่าคนไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วนะ  ไม่สิ  มันไม่มีประโยชน์อะไรมาตั้งแต่แรกแล้ว!!!!!!”

“เงียบซะ….มิยูกิ  คาสุยะ”

อีกแล้ว

ใจเขากระตุกอีกหนเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง

นางาทานิ….กำลังโต้ตอบกับเขา?

ทั้งที่ปกติเงาตนนี้เอาแต่กรีดร้องไม่ได้ศัพท์มาตลอด  แต่มันกลับมีปฏิกิริยาเฉพาะตอนพูดกับเขาเท่านั้น  แถมยังรู้จักชื่อเขาอีก

หรือว่า…?

“นางาทานิ…”  เขาลองทำตามทฤษฎีในใจตัวเองดู  “คนที่สิงซาวามูระอยู่…บอกเรื่องฉันกับนายไว้ใช่ไหม?”

“เอ๊ะ!?”  รุ่นน้องข้างตัวอุทานด้วยความตกใจ

ถ้าจำไม่ผิด  ตอนเขาเจอกับคนที่สิงซาวามูระ  อีกฝ่ายพูดเรื่องประมาณ ‘ขอยืมแรง’ นางาทานิในการกำจัดเพื่อนร่วมทีมของเขา

ถ้านางาทานิรู้จักชื่อเขา  ก็น่าจะมีสาเหตุเพราะเรื่องนี้เท่านั้น

มิยูกิค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาช้า ๆ  “นางาทานิพูดอะไรเกี่ยวกับฉันให้นายบ้าง?….”

เงาตรงหน้านิ่งไป  แต่ยังไม่ยอมลดมือที่กุมคอเสื้อโอคุมูระลง  “ถอยไป…มิยูกิ  คาสุยะ  ถอยไป…”

“หมอนั่นทำอะไรกับนายไว้  ทำไมนายต้องฟังเขาด้วย”  คนถามยังไม่ยอมลดละ  เน้นเสียงใส่ทุกคำพูดขณะค่อย ๆ สาวเท้าหลบร่างบนพื้นตรงเข้าไปหาช้า ๆ

“ฉันฆ่านายไม่ได้….มิยูกิ  คาสุยะ….ถอยไป……”ถ้าสายตาเขาไม่ผิด  นางาทานิขยับถอยตัวออกห่างจากเขาเหมือนจะรักษาระยะห่าง

ฆ่า…ฉันไม่ได้?

“ฆ่าฉัน…ไม่ได้?”  เขาทวนคำ

“….ฮะฮะฮะ…..ฮะฮะฮะฮะฮะ…..”

ไม่ได้การ  เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

มิยูกิใช้สมองอย่างหนักขณะรีบคิดหาวิธีรับมือ

“รุ่นพี่มิยูกิ!!”  เสียงร้อนรนเซโตะดังขึ้นจากด้านหลัง  “โคชูเขา…!!!!!!!”

ไม่ได้การ

แต่ดูเหมือนเวลาจะไม่รอเขาอีกต่อไป  เพราะรุ่นน้องที่ถูกกำคอเสื้อเริ่มมีสีหน้าทรมาณขึ้นทุกที

“นางาทานิ”

เขาขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้จนอยู่ห่างพอเอื้อมมือถึงได้

“ที่จริงนายเอง…ก็ไม่ได้อยากทำแบบนั้นใช่ไหม”

เงาตรงหน้ามีปฏิกิริยากับคำพูดนี้ด้วยการก้มหน้าใต้ผ้าคลุมลงมามอง

“ที่จริงนายก็…อยากเป็นเพื่อนกับคนอื่น ๆ เหมือนกันใช่ไหม….ไม่ได้อยาก……ฆ่าใครเลยใช่ไหม….”  เขาค่อย ๆ ส่งเสียงถามก่อนยื่นมือเข้าไปหาช้า ๆ แล้วแตะเข้าที่ผ้าคลุมซึ่งน่าจะหุ้มมือข้างถือมีดเอาไว้

“รุ่น…พี่……”  โอคุมูระส่งเสียงพึมพำคล้ายจะเตือน

“แต่นายไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย…นายยังมี….เพื่อนที่อยากคุยกับนายอยู่ไม่ใช่เรอะ?”

เขาหยิบเครื่องรางจิ้งจอกออกมายื่นให้ดูพออีกฝ่ายเห็นเครื่องรางอันนั้นมันก็หยุดนิ่งเหมือนระแวงของตรงหน้า

“เพราะงั้น…หยุดทำแบบนี้ได้แล้ว”คนถือพยายามยื่นเครื่องรางในมือเขาใกล้เพื่อขู่  ครั้งที่แล้วนางาทานิหนีไปเมื่อเห็นเครื่องรางอันนี้  แปลว่าครั้งนี้ก็น่าจะใช้ได้ผลเหมือนกัน

เงาตรงหน้าหยุดนิ่งก่อนเสียงพึมพำจะดังขึ้นมา  “ฮิรากาวะ……..”

ตุบ

“โอ๊ย!!!”

ก่อนเสียงอะไรบางอย่างจะหล่นลงพื้นพร้อมกับเสียงอุทาน

“โคชู!!!!?”

หางตามิยูกิเห็นโอคุมูระร่วงหล่นกับพื้น  อีกฝ่ายยกมือกุมหัวไอแค่ก ๆ เพราะขาดอากาศมานานก่อนรีบหันมามองทางนี้คล้ายเป็นห่วง

“………..งั้นเหรอ…….ฮิรากาวะ………….”

เงานั้นส่ายไปมาเบา ๆ

“อืม…พอได้แล้วนะ”  กัปตันได้ทีรีบกล่อมต่อ  ปล่อยห่อผ้ารูปจิ้งจอกห้อยลอยอยู่กลางอากาศ  “ฉันคงบอกว่าทุกคนให้อภัยนายไม่ได้หรอก….แต่ว่าอย่างน้อยก็หยุดแค่นี้เถอะ….”

เขาขยับยิ้มให้สร้างภาพว่าไม่กลัว

นางาทานิยังมองมาทางเขานิ่ง  มือข้างถือมีดลดลงช้า ๆ

สำเร็จ

ในใจคนกล่อมผุดคำนี้ขึ้นมา

“……สายไปแล้ว…………”

แล้วเสียงเยือกเย็นก็ดังขึ้นข้างหูลบมันหายไป

ควับ

เสียงอะไรบางอย่างแหวกอากาศ

เครื่องรางรูปจิ้งจอกที่ห้อยลงจากสายผูกในมือเขาขาดเป็นสองส่วน  แล้วร่วงหล่นลงพื้นอย่างช้า ๆ

“………..มันสาย……ไปแล้ว…………..”

“รุ่นพี่!!!!!!”

ก่อนเสียงตะโกนจากด้านหลังจะเรียกสติเขากลับมา  มิยูกิรีบถอยไปข้างหลังจังหวะเดียวกับที่มีดตรงหน้าตวัดผ่านตัวไปแบบฉิวเฉียด

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ—!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ตามด้วยเสียงหัวเราะระเบิดดังลั่นจนแทบกระแทกตัวเขาลงไปนอนกับพื้น

“มะ…ไม่จริงน่า….เครื่องรางนั่น…!!!!!”  เซโตะตะโกนเสียงสิ้นหวัง

แค่เครื่องรางนี้…ไม่พอจริง ๆ เหรอเนี่ย!!!?

คนเก็บเครื่องรางไว้กัดฟันกรอดจากความเจ็บใจปนเสียดาย  ตอนแรกเขานึกว่าจะกล่อมเงาตรงหน้าได้สำเร็จแล้วแท้ ๆ

ฟึ่บ

ก่อนลมหายใจจะสะดุดเมื่อเงาในผ้าคลุมตรงหน้าปราดเข้าประชิดตัวเขาในระยะใกล้ก่อนใช้มือข้างที่เคยจับตัวรุ่นน้องยกขึ้นตะปบเข้าใส่คอเขาเต็มแรง

“รุ่นพี่!!!?”  โอคุมูระตะโกนเสียงหลง

“…….มิยูกิ  คาสุยะ…….”

เสียงเยือกเย็นกรีดผ่านแก้วหูเขาอีกครั้งพร้อมกับความเย็นค่อย ๆ แผ่จากมือใต้ผ้าคลุมเข้าตรงคอ  โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากมือลงไปกับพื้น  ภาพตรงหน้าค่อย ๆ มืดลงจากอาการร่างกายขาดออกซิเจนเขาพยายามยกมือเพื่อจะแกะพันธนาการออกแต่ร่างของอีกฝ่ายก็เย็นจนไม่อาจแตะตัวไหว

“……ขอบคุณ…..สำหรับเครื่องราง………”

เสียงนั้นดังก้องในหัวคล้ายส่งถึงในสมองตรง ๆ โดยไม่ผ่านสื่อนำ

“ห้ะ!!?”  กัปตันอุทานด้วยความไม่เข้าใจ  แต่ความเจ็บและเย็นจนเกือบแข็งขัดขวางไม่ให้สมองเขาคิดอะไรได้ออก

สัมผัสได้แค่ความเศร้าจากน้ำเสียงนั้น

ต่อจากนั้นมือข้างที่กุมคอเสื้อเขาอยู่ก็กระชากตัวเขาให้เข้าไปชนกับตัวใต้ผ้าคลุม

“…….ช่วย………ฉันด้วย…………”

หูได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา  แวบหนึ่งเสียงนั้นไม่ได้ดังก้องในหัวเหมือนที่แล้วมา  แต่ดังใกล้ ๆ เหมือนมีใครคนหนึ่งกระซิบข้างหูเท่านั้น

“….ว่าไง….นะ?”  เขาอุทานออกมา

เหมือนได้ยินเสียงสองคนที่เหลือตะโกนเรียกชื่อเขาจากโดยรอบ  แต่ตอนนี้หัวเขาจับใจความได้แต่คำพูดของเงาตรงหน้าอย่างเดียว

“…….ช่วยฉันจาก……ฟูจิซากิที……….”

แล้วตัวเขาก็ถูกเหวี่ยงออกมากระแทกพื้นเต็มแรง

“อึ๊ก!!!”  ความเจ็บแล่นกลับเข้าตัวจนอดส่งเสียงออกมาไม่ได้

“รุ่นพี่มิยูกิ!!!”  เซโตะรีบปราดเข้ามาประคองเขานั่ง  กัปตันไอแค่ก ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเงาตรงหน้าด้วยความสับสน

ฟูจิซากิ….?

แปล๊บ

แล้วหัวเขาก็ปวดขึ้นมากระทันหันจนต้องยกมือกุม

“รีบหนีเร็วครับ!!!!”  เสียงโอคุมูระดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับตัวถูกฉุดลุกขึ้นก่อนถูกดึงให้วิ่งตามไป

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ—!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ด้านหลังได้ยินเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของนางาทานิระเบิดขึ้นอีกรอบ

นี่มัน…อะไรเนี่ย

แต่ก่อนเขาจะได้พูดอะไรก็ถูกรุ่นน้องทั้งสองลากตัวไปเต็มแรงจนต้องทุ่มสมาธิปกับการวิ่งเพื่อจะได้ไม่ล้มหน้าคว่ำไปเสียก่อน  ด้านหลังยังได้ยินเสียงหัวเราะจากเงาในผ้าคลุมดังแว่วมาไม่หยุด

ฟูจิซากิ….?

ชื่อนั้นยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัว

ทำไม……ถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้?

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 16]

  1. ????
    ได้ยินชื่อใหม่ๆ ทีไร เกิดอาการงวยงงทุกที

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s