Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [11]

ตอนแรกว่าจะเอาถึงตรงที่ตอนตัดพอดี  แต่ต้องเลยไปอีกเจ็ดแปดหน้าเลย…ไม่ไหว orzll

ดังนั้นจะขออนุญาตตัดฉึบหน่อยนะคะ


เมื่อเดินผ่านประตูก็พบที่ว่างสะอาดสะอ้านไม่มีฝุ่นตามพื้นสีขาวแม้แต่นิดเดียว

(…คล้ายกับห้องตอนตื่นขึ้นมานิดหน่อย)

ตรงกลางห้องมีเฟอร์นิเจอร์คล้ายห้องอาบน้ำโปร่งใสใหญ่ประมาณตู้โทรศัพท์ตั้งอยู่  ตรงทางเข้ามีของคล้าย ๆ ป้ายขนาดเล็กติดอยู่

(มีอะไรเขียนไว้…..)

พอลองเข้าใกล้ก็เห็นข้อความคล้ายเยาะเย้ยน้อย ๆ เขียนอยู่บนป้าย

คนผิดจงล้างร่างกายขจัดพิษบาปหนานั้นเสีย  ถ้าไม่ขจัดออกให้หมดก็เปิดประตูบานต่อไปได้หรอก

เรอ่านข้อความที่เขียนไว้ด้วยเสียงโทนเดียวให้แซ็กฟัง

(ผู้หญิงคนนั้นเขียนไว้หรือเปล่า…..?)

“หา  ล้างพิษ?”

แซ็กนิ่วหน้า  บอกตามตรงแล้วเขารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

“อืม เขียนไว้ว่าประตูบานต่อไปจะไม่เปิดน่ะ”

“….อีกแล้วเรอะ  แล้วทำไงดี”

“เข้าไปในห้องนี้ก็พอหรือเปล่า?”

เรตอบ  เธอรู้สึกไม่ดีเช่นเดียวกับแซ็ก  แต่ในเมื่อมีคำสั่งออกมาว่าหากไม่ล้างประตูก็จะไม่เปิดดังนั้นก็คงไม่มีวิธีอื่นนอกจากนั้นแล้ว

“ล้างพิษนี่ทำไงวะ?”

“ไม่รู้สิ….?”

เรเอียงคอน้อย ๆ  เธอเคยเห็นวิธีอาบนแสงสว่างจ้าเพื่อกำจัดเชื้อโรคตอนเข้าไปในห้องปลอดเชื้อมาบ้างจากในละครทีวีไม่ก็อย่างอื่นมาเหมือนกัน

“เออ  ช่างมัน  คิดไปก็เสียเวลาเปล่า  ทำให้เสร็จ ๆ ไปดีกว่า”

แซ็กพูดปนถอนหายใจแล้วเข้าไปในห้องนั้น  มัวแต่ทำตัวยืดยาดแบบนี้ช่างไม่สมกับนิสัยเขาเลย

“อืม”

แล้วเรก็เข้าตามไป  แล้วในตอนนั้นเองประตูห้องก็ปิดลงได้จังหวะคล้ายมีคนควบคุมอยู่  แล้วในห้องก็มีประกาศว่า “เริ่มต้นล้างพิษ” ดังขึ้น  ก่อนจะตามด้วยของเหลวกลิ่นแอลกอฮอล์สาดลงมาจากด้านบนของห้องคล้ายฝนตกหนัก

“เฮ้ย?!  อะไรวะเนี่ย!”

(——–ฝนตกหนัก…..)

สำหรับแซ็กผู้อาศัยอยู่ในตึกนี้นั้นเขาไม่ได้ยินเสียงฝนมาไม่รู้กี่ปีแล้ว  แซ็กเอามือแตะประตูเหมือนต่อต้านเพราะในหัวพาลจะนึกถึงความทรงจำที่ไม่อยากรำลึก  แต่กุญแจกลับล็อกจนไม่อาจเปิดออกได้ง่ายดาย

(……ไม่เห็นรู้  เรื่องนี้เลย…..)

เรเงียบลงเมื่อเหตุการณ์ผิดจากที่คาดไว้  นั่นเป็นหลักฐานว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างแน่นอน

ต่อจากนั้นสายฝนแอลกอฮอล์ก็สาดใส่ทั้งสองคนติดต่อกันเป็นเวลาถึงหนึ่งนาที  ก่อนจะมีเสียงประกาศเรียบ ๆ ว่า “ล้างพิษเสร็จสิ้น” แล้วประตูก็เปิดออกในที่สุด

“แฮ่ก…แฮ่ก  นี่ไม่ใช่ระดับล้างพิษแล้วเว้ย……!”

แซ็กหายใจหนัก ๆ หลายรอบทันทีที่ออกมาจากห้อง  เกือบไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหายใจในสายฝนรุนแรงแบบนั้นไหว

“………”

เรตัวเปียกโชกไปทั่วตัว  เธอออกจากห้องโดยไม่เปิดปากพูดแล้วก็รีบตรวจดูของในกระเป๋า  ถ้าของด้านในเปียกน้ำก็จะลำบาก  แต่กระเป๋าหนังสังเคราะห์นั้นกันน้ำจนไม่มีอะไรเปียกแม้แต่อย่างเดียว

(……ดีจัง)

เรถอนหายใจโล่งอก  แล้วในตอนนั้นก็มีเสียงคึกคักของผู้หญิงดังก้องไปทั่วชั้นอีกครั้ง

<เอ้า!  ดูเหมือนจะเตรียมตัวรับผิดพร้อมแล้วสินะ!>

“นี่แก  เลิกเล่นบ้า ๆ ได้แล้ว!  เปียกโชกไปทั้งตัวแล้วเนี่ย!”

แซ็กตะโกนแข่งกับผู้หญิงอย่างไม่ยอมแพ้  เสื้อผ้าท่อนล่างที่เปียกน้ำในสระจากชั้น B4 เพิ่งจะแห้งเองแท้ ๆ

<อะฮะฮะ  ตัวดูเปื้อนออกจะตายไป  จะเป็นไรไป>

ผู้หญิงพูดด้วยน้ำเสียงสนุก  แค่เฝ้ามองทั้งคู่ตัวเปียกโชกไปทั้งตัวจากกล้องวงจรปิดก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมากแล้ว

(…อยากเช็ดผมจัง)

ของเหลวกลิ่นแอลกอฮอล์เหนอะหนะหยดลงจากปลายผมสีแพลทตินัมบลอนด์  เรนึกหงุดหิดในใจแล้วใช้มือคู่เล็ก ๆ บิดน้ำออกจากผม

<เอ้า  ในเมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว  ฉันก็ขอมอบตัวเลือกให้พวกนายเสียหน่อยแล้วกัน!>

“หา?  ยังมีอะไรอีกเรอะ”

<มีสิ  แซ็ก  นี่แค่เบาะ ๆ เอง  ต่อจากนี้จะมีวิธีลงโทษแสนทรมาณรอพวกนายอยู่เพียบเลยละ!  งั้นก็….เข้าคุกดีไหม?  จะได้ใช้เวลาเต็มที่ย้อนมองบาปของตัวเองได้อย่างมีประโยชน์ไง  แล้วก็ถ้าเข้าคุกก็จะมีชีวิตเลี้ยงให้ตายแสนวิเศษรออยู่นะ!  นี่  เอาไหม?>

ผู้หญิงสลับขาไขว้แล้วปัดมาสคาร่าลงบนขนตายาว ๆ ระหว่างถามทั้งสองคนที่มีทีท่าหงุดหงิดอยู่อีกฟากหนึ่งของจอมอนิเตอร์

“ของพรรค์นั้นใครมันจะอยากเข้าไปกัน”

แซ็กตอบทันควัน  ถ้าให้เลือกว่าจะเข้าคุกไปถูกเขาเลี้ยงให้ตายช้า ๆ แล้วขอถูกของมีคมแทงตายยังจะดีกว่า

“อยู่ในคุกตลอดชีวิต….ไม่ได้ตายทันทีเหรอ…..?”

เรนึกภาพตัวเองถูกขังขึ้นมาราง ๆ แล้วถามผู้หญิงดู

(หา?!)

แซ็กเหล่มองเรทันที  ตอนเอ็ดดี้ก็เหมือนกัน  เขาไม่ชอบทีท่าที่แสดงออกว่าถ้าจะฆ่าให้แล้วก็เป็นใครก็ได้  แม้ไม่ใช่ตัวเขาเองก็ตาม

<อ้ะ…เรเชลอยากอยู่เหรอ?  แน่นอนว่าจะเข้ามาคนเดียวก็ได้นะ>

ผู้หญิงหัวเราะคิกคักแล้วพูดเหมือนยุ  หากได้เฝ้ามองเรเชลกลายสภาพเป็นตุ๊กตาอยู่ในคุกคนเดียวก็น่าจะสนุกดีเหมือนกัน

“ไม่เข้าหรอกเฟ้ย!  เฮ้ย  เร  อย่าไปโต้ตอบที่ยัยนั่นพูดเซ่!  รีบไปกันได้แล้ว!”

แซ็กหงุดหงิดกับท่าทีไม่เด็ดขาดของเรแต่ก็คว้าแขนบาง ๆ ข้างนั้นพาเดินไปหน้าประตูที่เปิดออก

(อืม….)

สำหรับผู้หญิงแล้วการกระทำนั้นไม่ค่อยน่าสนุกเท่าไร

(แต่จะพูดเรื่องสัญญา——ได้แค่ตอนนี้แหละ…..)

<เหรอ….น่าเสียดายจัง  อุตส่าห์กะจะเลี้ยงไปตลอดชีวิตจนกว่าจะตายให้ซะหน่อย  แต่ถ้าอยากเข้าคุกเมื่อไรก็บอกได้ทุกเมื่อนะ?>

ผู้หญิงหัวเราะไม่เกรงกลัวขณะจินตนาการถึงสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

“เงียบน่า!”

แซ็กตะโกนคล้ายสำรอกขณะดึงตัวเรนำทางไปห้องถัดไป

(อยากเข้าคุกงั้นเรอะ?)

แซ็กหงุดหงิดกับท่าทีไม่แน่นอนของเรซึ่งคิดได้ว่าทั้งที่ขอร้องอยากให้เขาฆ่าแต่กลับยอมอะไรก็ได้ถ้าตัวเองตาย…ระหว่างเดินไปตามทางเดิน

(ใช่ว่าจะอยากฆ่าซะหน่อย…ก็ดันทำหน้าน่าเบื่อแบบนั้น….)

แซ็กเปิดประตูบานต่อไปคล้ายจะกำจัดความขุ่นข้องใจที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ  ก่อนจะได้กลิ่นไม่น่ารื่นรมย์คล้ายอะไรบางอย่างไหม้โชยออกมาจากในห้อง

(กลิ่นอะไรน่ะ?)

เรมองไปรอบห้องท่ามกลางบรรยากาศชวนไม่สบายใจแล้วเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง  ในห้องมีส่วนยกขึ้นสูงจากพื้นหนึ่งระดับคล้ายทำเป็นเวที  บนพื้นเวทีนั้นมีเก้าอี้ชวนขนลุกเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดูซับซ้อนทั้งสองฝั่งด้วยสายไฟวางอยู่

“……….”

เรขยับเข้าใกล้เก้าอี้ต้องสงสัยด้วยท่าทีหวาดระแวง  ดูเหมือนอุปกรณ์ไม่ได้เดินเครื่องอะไรแต่ก็มีของคล้ายเครื่องควบคุมติดเอาไว้

(เก้าอี้ตัวนี้….บางที…..)

——เคยเห็นในหนังหลายเรื่อง

เรนึกภาพฉากโหดร้ายเหล่านั้นออกมาก่อนกลืนลมหายใจเข้า

(แต่…….ตุ๊กตาพวกนี้คืออะไร?)

ตรงหน้าเก้าอี้แปลกประหลาดตัวนั้นมีตุ๊กตาทรงคล้ายเด็กไม่มีหน้า—–ทั้งหมดสิบหกตัวถูกจับนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กอย่างละตัวเรียงกันเหมือนเป็นผู้ชมละครเวที

“ตุ๊กตาพวกนี้คืออะไร?”

แซ็กเองก็ส่งเสียงพิศวงเมื่อเห็นภาพยากจะเข้าใจ

“ไม่รู้”

เรจ้องตุ๊กตาเหล่านั้นเหมือนกำลังหาความหมายที่ตุ๊กตาถูกวางไว้ที่นี่

“แล้วก็หน้าตาดูไม่ได้เลยนะเนี่ย”

“……..เหรอ?”

เรเอียงคอเมื่อได้ยินความเห็นตรง ๆ จากแซ็ก  เพราะเรไม่คิดเลยว่าตุ๊กตาเหล่านี้ดูไม่ได้หรือชวนขนลุกแม้แต่นิด  กลับกันแล้วเธอกลับรู้สึกดีเหมือนคุ้นเคยกับภาพตุ๊กตาวางเรียงรายกันแบบนี้ด้วยซ้ำ

“……เธอเนี่ยความชอบไม่น่าชื่นชมเลยนะ”

แซ็กเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินความเห็นด้านความงามแปลกจากตนเองของเร

“ที่นี่เป็นห้องลงโทษที่แรกหรือเปล่า?”

แล้วเรก็นึกคำพูด “ต่อจากนี้จะมีวิธีลงโทษแสนทรมาณรอพวกนายอยู่เพียบเลยละ” ของผู้หญิงคนนั้นออกมา

“ไม่รู้ว่ะ”

แซ็กตอบส่ง ๆ  ใช่ว่าเขาจะฟังเรื่องที่ผู้หญิงพูดแบบผ่าน ๆ แต่เขาจำอะไรเยอะ ๆ ไม่ค่อยได้

—–แกรก  ตอนนั้นเองก็มีเสียงชวนรู้สึกไม่ดีดังมาจากทางเข้า

(….ห้องล็อก?)

เรรีบวิ่งไปหมุนลูกบิดประตูเพื่อตรวจสอบ  ประตูถูกล็อกกุญแจแล้วจริงด้วย

“แซ็ก  ห้องล็อกน่ะ”

“หา  ไม่ว่าหน้าไหน ๆ ก็ล็อกประตูไม่ก็พูดใส่ได้จังหวะดีจริง ๆ  มันอะไรกันแน่วะ”

“คงเพราะกำลังดูผ่านกล้องวงจรปิดอยู่น่ะ”

เรเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดห้อยจากเพดานก่อนตอบ  ตั้งแต่ชั้น B7 จนถึงชั้นนี้ก็มีกล้องวงจรปิดติดไว้เกือบทุกหนแห่งเช่นกัน  ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังจับตามองพวกเขาตลอดเวลาจนถึงตอนมาที่นี่แน่ ๆ

“หา!?  จริงเรอะ  ขนลุกชะมัด”

“แซ็กไม่ดูบ้างเหรอ?”

“ไม่เว้ย  แล้วก็ห้องฉันไม่มีอุปกรณ์ไว้สำหรับสังเกตการณ์อะไรแบบนี้ด้วย  เออถึงจะมีแต่ฉันไม่มีงานอดิเรกน่าขนลุกอย่างดูอะไรแบบนี้หรอก”

แซ็กพูดต่อด้วยท่าทีเนือย ๆ

“ยังไงก็รีบหาทางออกจากที่นี่เหอะ  มัวแต่เอ้อระเหยอยู่ที่เดิม ๆ…ก็จะไปต่อไม่ก็ย้อนกลับไม่ได้หรอก  ฉันน่ะเหนื่อยกับอะไรแบบนี้ที่สุดแล้ว”

แซ็กถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนขึ้นไปบนเวทีด้วยท่าทางเหนื่อยล้า  ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้แปลกประหลาดที่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรคล้ายจะพักเหนื่อย

“นี่แซ็ก  อย่านั่งเก้าอี้ตัวนั้น….เลยจะดีกว่า….”

เรสะดุ้งแล้วบอกให้เขาถอยห่างจากเก้าอี้ไม่น่าไว้วางใจตัวนั้น  ในหัวผุดฉากน่าสยองขวัญที่เห็นในหนังขึ้นมา  ภาพตัวคนค่อย ๆ ไหม้เกรียมช้า ๆ อย่างทุกข์ทรมาณ….

“หา?  ไม่ต้องมาพูดเลย  ฉันเมื่อยนะเฟ้ย”

แต่แซ็กกลับยิ่งปล่อยตัวจมลงเก้าอี้ก่อนยกขาไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์

“….นี่  ลงมาดีกว่า  เก้าอี้ตัวนั้นน่าจะ….”

เรเงยหน้ามองแซ็กจากด้านล่างเวทีด้วยสีหน้าซีดเซียว

“หา?  เก้าอี้ตัวนี้มันทำไม”

แซ็กก้มหน้ามองเรอย่างขี้เกียจ  สีหน้าเรที่แซ็กเห็นดูไม่เห็นจะลนลานเลยสักหน่อย  หรือต้องพูดว่าเขาไม่เคยเข้าใจว่าเธอคิดอะไรอยู่อยู่แล้ว  ที่รู้ก็แค่แววตาตายอยู่เท่านั้นเอง

แล้วเรก็ใช้แววตาตายด้านนั้นมองใบหน้าไม่ระวังตัวเหมือนยังไม่รับรู้ถึงอันตรายนั้นของแซ็กแล้วส่งเสียงเบา ๆ ออกมา

“….เก้าอี้ไฟฟ้า—-สำหรับโทษประหาร…..”

ตอนนั้นเอง—-…..เครื่องควบคุมตัวที่ติดกับเก้าอี้ไฟฟ้าก็ส่งเสียงกริ๊กแล้วรัดตัวแซ็กไว้คล้ายมีคนสั่งการ

<อ้ะฮะฮะฮะฮะฮ่า!>

พร้อมกันนั้นเสียงหัวเราะของผู้หญิงก็ดังก้องจนถึงขั้นฆ่าแมลงด้วยคลื่นความถี่ได้  มีจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์เลื่อนตัวลงช้า ๆ มาจากเพดาน  ในจอปรากฎภาพหญิงงามนัยน์ตาทรงตาแมวแต่งหน้าหนา  ไว้ผมทรงมีเดียมคัทสีบลอนด์  ปลายผมย้อมเป็นสีชมพูสดใส

<เอ้า!  ขอโทษที่ต้องพูดผ่านหน้าจอนะค้า!  ฉันคือผู้ตัดสินความผิดประจำชั้นนี้  ช่วยจำเอาไว้ในหัวด้วยนะ?  แล้ว…ว้าย  แซ็กนั่งตรงนั้นไปแล้วเหรอเนี่ย!>

(….ยอดเลยนี่นา)

ผู้หญิงยิ้มน้อย ๆ อยู่ในใจ  ฉากยอดเยี่ยมที่สุดกำลังเข้าขั้นสมบูรณ์อยู่ในหัวทีละนิด

“นี่แก  ปล่อยฉันนะ!”

แซ็กตะโกนใส่ผู้หญิงที่ยิ้มอย่างไม่เกรงกลัวในจอขณะดิ้นจนเครื่องควบคุมตัวส่งเสียงแกรก ๆ  เขาไม่อาจใช้แรงฮึดปลดกุญแจข้อมือที่ยึดติดกับเก้าอี้ตัวนั้นออกได้

<แซ็ก  พูดอะไรอยู่เหรอ?  จะเอาออกได้ไง  มีคนตัดสินความผิดคนไหนไม่มอบการลงโทษให้คนผิดบ้ง?  คนผิดน่ะต้องมีชีวิตอยู่ชดใช้บาปตลอดไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจนะ>

ผู้หญิงมองภาพแซ็กอาละวาดบนเก้าอี้ไฟฟ้าผ่านภาพบนจอด้วยความตื่นเต้นจนใจแทบระเบิด  เพราะต่อจากนี้เธอจะสามารถสร้างความเจ็บปวดกับร่างกายแซ็กได้ตามใจชอบแล้ว

(….พอคิดแบบนั้นก็ดีใจจนจะเผลอลงมือฆ่าตอนนี้เลยนะ  แซ็ก)

แล้วทันใดนั้นเอง—-ผู้หญิงก็ควบคุมอุปกรณ์ตรงมือด้วยความยินดีเหลือล้น  ปล่อยไฟฟ้าแรงสูงไหลเข้าเก้าอี้ไฟฟ้าตัวนั้นเป็นเวลาหลายวินาที

“…..อั่ก…..!”

ร่างกายแซ็กสะดุ้งจากไฟฟ้าแรงสูงที่มากระทันหัน

(….!)

เรเผลอเบิกตากว้างจากภาพน่าเจ็บปวดตรงหน้า

“แซ็ก….”

เรกะจังหวะตอนไฟฟ้าหยุดไหลแล้วเข้าใกล้แซ็กก่อนเรียกชื่อนั้นด้วยเสียงวิตก

“………”

แต่แซ็กไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ

<อ้ะ  ให้ตายสิ?  แซ็ก?>

ผู้หญิงเองก็แสดงสีหน้าไม่ค่อยสบายใจแบบเดียวกับเร  แต่เป็นเพราะเธอคิดว่าคงน่าเบื่อหากแซ็กตายด้วยเรื่องแค่นี้  ใช่ว่าจะเป็นเพราะเป็นห่วงกัน

“………เจ็บนะเฟ้ย!!  ยัยบ้าาาาาาา!!”

แต่ใช่ว่าจะตายด้วยเรื่องแค่นี้  แซ็กตะโกนเสียงดังคล้ายระเบิดความโกรธออกมา

(…ยังมีชีวิตอยู่)

เรลูบอกตัวเองด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นท่าทางเปี่ยมด้วยพลังนั้น

<ยอดไปเลย!  ยังมีชีวิตอยู่  ยังมีชีวิตอยู่!  เป็นทั้งฆาตกรและสัตว์ประหลาด  สมกับเป็นคนผิดในอุดมคติเสียจริง!>

ผู้หญิงส่งเสียงสูงคล้ายดีใจจนอดไม่อยู่เมื่อเห็นร่างอมตะจนไม่นึกว่าจะเป็นมนุษย์ของแซ็ก

“เงียบน่า!  อย่ามัวแต่ดีใจอยู่เลย!  ฉันจะฆ่าแก  ปล่อยเซ่  ว้อย!!”

แซ็กตะโกนด่าแล้วโยกตัวไปมาเพื่อปลดเครื่องควบคุมออก  แต่ก็ขยับแขน  เท้าและตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

<ฮุฮุ  นั่นสินะ…งั้นต่อจากนี้ฉันจะปล่อยไฟฟ้าใส่เก้าอี้ของแซ็กตลอดเลย…ระหว่างนี้ถ้าเรเชล  การ์ดเนอร์จะปลดการควบคุมเก้าอี้ไฟฟ้าตัวนี้ก็ได้นะ  ถ้าทำได้ก็จะปล่อยให้ผ่านตรงนี้ไปก็ได้?>

ผู้หญิงพูดเรื่องน่ากลัวออกมาหน้าตาเฉยแล้วเอียงคอแบบจงใจอยู่ในจอมอนิเตอร์

(…ปล่อยไฟฟ้า  ตลอด?)

“…หยุดนะ  แบบนี้เดี๋ยวก็ตายจริง ๆ หรอก”

เรพูดแบบนั้นหลังคิดอย่างใจเย็น

เก้าอี้ไฟฟ้าสร้างขึ้นมาเพื่อลงโทษประหาร  ขนาดแซ็กเองหากโดนกระแสไฟฟ้าช็อตตลอดย่อมตายแน่  ไม่ว่าใครก็จินตนาการภาพแบบนั้นออกมาได้ง่ายดาย

<ฉันจะตรวจใอบให้ดีว่าแซ็กเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหน  และเป็นคนผิดจอมดื้อด้านแบบไหนให้ดี…แบบนั้นน่าสนุกดีออก?  เฮ้อ  แซ็ก…สัตว์ประหลาดอย่างนายจะทนการลงโทษของฉันได้ค่ไหนกันนะ  ชักสนุกจนหัวใจเต้นรัวแล้วละ!>

แต่ผู้หญิงย่อมไม่คิดหยุดข้อเสนอนั้นอยู่แล้ว  อย่าว่าแต่เรื่องนั้นเลย  เธอใจร้อนอยากเริ่มการลงโทษจนอดใจไม่อยู่แล้วด้วยซ้ำ

(อยากเห็นหน้าแซ็กตอนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเร็ว ๆ แล้วสิ…..)

<เอ้า  ทุกท่านที่รวมตัวอยู่ ณ ที่นี่!  ต่อจากนี้จะเริ่มการตัดสินความผิดแล้วค่า!  จงสนุกกับภาพทุกข์ทรมาณด้วยความเจ็บปวดของคนผิดน่ารังเกียจให้เต็มที่เลยนะค้า!>

แล้วผู้หญิงก็ส่งเสียงเชียร์แปลก ๆ ออกมา

ทันใดนั้นเอง  ใบหน้าของตุ๊กตาสิบหกตัวตรงหน้าเก้าอี้ไฟฟ้าก็เริ่มเอนไหวซ้ายขวาไปมา

เรยืนตัวแข็งด้วยความขนลุกต่อภาพแปลกประหลาดนั้น  ดูเหมือนกับเหล่าตุ๊กตามีชีวิตขึ้นมากระทันหัน  ไม่ใช่ว่ามีใครทำมันขึ้นมา

<—–สายตาของชาวประชาผู้เคียดแค้นคนผิด….สายตาเหล่านั้นแหละคือคุณค่าของความตายจากคนผิด  ที่แห่งนี้สายตาของชาวประชาจะเป็นผู้ลงทัณฑ์….เอาละ  เริ่มได้♪>

แล้วผู้หญิงก็มองเรโดยไม่กะพริบตาขณะพึมพำบางอย่างชวนคิด  ก่อนจะตัดภาพมอนิเตอร์หายไป

ไม่นานนนักเก้าอี้ไฟฟ้าที่แซ็กนั่งอยู่ก็มีเสียงแปล๊บ ๆ——-ดังลั่นพร้อมกับกระแสไฟฟ้ารุนแรงกว่าเมื่อครู่เริ่มปล่อยออกมาอย่างไม่ปรานี

“อึ๊ก….!”

แซ็กส่งเสียงดังจนเกินระดับครวญครางแล้วบิดร่างกายไปทั่ว  ตัวเขาชาเสียจนหากเผลอปล่อยใจไปครู่เดียวก็อาจสูญสิ้นสติไปได้

“แซ็ก….!”

เรเข้าใกล้แซ็กไม่ได้จากกระแสไฟฟ้าอันรุนแรง

“….เฮ้ยเร!!  ถ้าไม่ทำอะไรตรงนี้  แกก็จะ  รักษาสัญญา  อะไรไม่ได้เลยนะเฟ้ย….!  ตั้งใจทำ  ให้ดี!  บอกว่าจะ  ทำตัวเป็นประโยชน์ใช่ไหม….!  ……แต่ว่านะ!  ขอฉันฆ่า  ยัยผู้หญิงซาดิสม์เพี้ยน ๆ  นั่นที……..!!”

แม้อาบกระแสไฟฟ้ารุนแรงเสียจนคนทั่วไปไม่น่าทนไหว  แต่แซ็กก็พูดออกมาคล้ายเค้นแรงทั้งหมดออกจากตัว

“…..ได้  จะพยายาม”

เรพยักหน้าเบา ๆ ขณะแสดงสีหน้าไม่วางใจออกมาเล็กน้อยหลังเห็นการลงโทษแสนโหดร้ายนั้น

“ถ้าฉันตาย  กะ  ก็รู้ดีใช่ไหม  ว่าเป็นยังไง!?”

แซ็กแสดงสีหน้าทุกข์ทรมาณออกมาพลางถาม

(ฉันไม่เหมือนกับเรตรงที่ไม่อยกตายนะ…..แล้วก็จะยอมโดนผู้หญิงสติเพี้ยนแบบนั้นฆ่าได้ไง)

แต่ถ้ากระแสไฟฟ้านี้ยังไหล่ต่อไปก็ต้องตาย——นั่นคือความเป็นจริง

(ถ้าแซ็กตาย…..)

——–แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก….ต้องหาทางหยุดกระแสไฟฟ้านี้ให้ได้

“……..ถ้าตายก็ทำอะไรไม่ได้  แบบนั้นฉันก็แย่”

เรตอบพลางทำใจให้สงบ

“ถ้ารู้อยู่แล้ว  ก็รีบ ๆ  หน่อย  เซ่……..!”

“อืม”

เรมองตาแซ็กตรง ๆ แล้วพยักหน้า

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s