Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 17]

รู้สึกว่าเขียนบทเท่ให้โคชูมากไปแล้วแฮะ…

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


โอคุมูระยังไม่ยอมปล่อยมือเขาขณะดึงให้วิ่งลงบันไดไปพร้อมกัน

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ—!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงหัวเราะชวนสั่นสะท้านยังดังก้องสะท้อนกำแพงดังไล่หลังมาอย่างไม่ลดละ

“เอาไงต่อดีเนี่ย!!”  เซโตะที่วิ่งนำหน้าอยู่โวยวายขึ้นปนเสียงหอบ  นอกจากจะต้องตั้งสมาธิวิ่งลงบันไดดี ๆ ไม่ให้สะดุดขาตัวเองตกขั้นแล้วก็ยังต้องเตือนตัวเองให้ชะลอฝีเท้ารอคนข้างหลังอีกด้วย

“จะเข้าไปหลบตามห้องก็คงไม่ทันหรอก”  โอคุมูระเหลือบตาไปด้านหลังก่อนกระโดดเอาเท้าแตะพื้นที่เป็นขั้นกลางกว้าง ๆ ของบันไดแล้วหมุนตัวก้าวลงขั้นต่อ  “ตามมาใกล้ขนาดนี้ยังไงก็ต้องเห็นแน่ว่าเข้าห้องไหน”

“งั้นจะยังไง  วิ่งลงบันไดไปเรื่อย ๆ เรอะ!!?”  คนวิ่งนำหน้าแสดงความไม่เห็นด้วยออกมาเต็มที่

“อย่างน้อยถ้ารีบหลบเข้ามุมอับของนางาทานิได้ละก็…!!!”  แคชเชอร์ปีหนึ่งกัดปากตัวเองเบา ๆ

มิยูกิสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวก่อนจะสลัดมือตัวเองแรง  ๆ  “ปล่อยฉัน!!”

คนจับมือกระตุกหน้าเล็กน้อยแล้วหันมาตะคอกใส่  “อะไรครับ!!?”

“พวกนายหนีไป!!  ฉันจะคุยกับนางาทานิเอง!!!”  เขายังติดใจชื่อ ‘ฟูจิซากิ’ ที่ออกมาจากปากวิญญาณในผ้าคลุมจนอยากจะเค้นคำตอบให้ได้เสียเดี๋ยวนี้

“รุ่นพี่พูดอะไรออกมา!!?”  เซโตะอุทานเสียงหลง  “ก่อนจะได้คุยคุณคงโดนแทงก่อนสิ!!?”

“เขาคงไม่ทำ…อะไรฉันหรอก!!”  กัปตันส่งเสียงลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยังยืนยันคำเดิม  “พวกนายไม่ต้องห่วง  เดี๋ยวฉันตามไปก็ได้!!!”  แล้วก็พยายามสะบัดมืออีกครั้ง

แต่มือรุ่นน้องที่จับไว้กลับออกแรงกุมแน่นกว่าเดิมจนเขาเผลอส่งเสียงร้องออกมา  “โอ๊ย!!?”

“คุณมีหลักประกันอะไรว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำอะไร!!!?”  คนจับมือหันกลับมาตะโกนใส่หน้า  “เมื่อกี๊ถ้าคุณไม่ได้ถือเครื่องราง…นางาทานิก็อาจจะแทงคุณแทนตัดเครื่องรางนั่นแล้วนะ!!?  แล้วสุดท้ายขนาดมีเครื่องรางนั่นก็ยังทำอะไรไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ!!?”

“แต่พวกนายก็ได้ยินนี่ว่านางาทานิบอกว่าเขาฆ่าฉันไม่ได้!!!”  มิยูกิยังเถียงพยายามดึงมือออกพร้อมกับประคองสติตัวเองไม่ให้สะดุดล้มไปกับพื้นเสียก่อน

“คุณ ‘เชื่อ’ คำพูดตัวอะไรก็ไม่รู้ที่ไล่แทงพวกเรามาตลอดเนี่ยนะ!!?”  เสียงโอคุมูระเริ่มดังขึ้นทุกขณะ

“ผมก็เห็นด้วยกับโคชูนะ!!!”  เพื่อนสนิทอีกคนรีบเสริม  “ยังไงก็หาทางหนีก่อนเถอะครับ!!”

“ถึงเอาแต่หนีก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมาหรอก!!”  รุ่นพี่เริ่มหงุดหงิดจนขึ้นเสียง  “ฉันจะคุยกับนางาทานิว่าใครเป็นคนควบคุมเขากันแน่  แล้วก็จะถามเรื่องคนที่สิงซาวามูระด้วย!!”

“นี่คุณอยากตายจริง ๆ ใช่ไหม!!?”  คนจับมือไว้ตะโกนเหมือนหมดความอดทน

ความโกรธที่รุ่นน้องทั้งสองเอาแต่เถียงบวกเข้ากับอารมณ์เก็บกดภายในใจเข้าครอบงำสมองจนเขาเผลอหลุดปากออกมา

“ถ้าฉันตายแล้วพวกนายหนีออกจากที่นี่ได้ฉันก็ยอม!!!”

“รุ่นพี่มิยู—”

ยังไม่ทันเซโตะจะอุทานออกมาครบประโยค  โอคุมูระก็หยุดเท้าหันหลังกลับไปแล้วคว้าคอเสื้อคนเป็นกัปตันเต็มแรง

“เฮ้ย!!?”  รุ่นน้องใส่แว่นเปลี่ยนท่าทีเป็นร้องลั่นเมื่อเห็นเพื่อนตนหยุดวิ่งเสียเฉย ๆ แถมยังทำเรื่องล้ำเส้นอย่างคว้าคอคนอายุมากกว่า  “โค–”

“ถ้าคุณตายผมก็แย่สิ!!!!”

เสียงของโอคุมูระก้องไปทั่วบริเวณ

มิยูกิชะงักเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว  ก่อนจะเห็นสีหน้าของแคชเชอร์รุ่นน้องผุดอารมณ์บางอย่างขึ้นมาในความมืด

เจ็บ…ใจ?

คนตรงหน้าก้มหน้าลง  แรงมือตรงคอเสื้อเขาค่อย ๆ ผ่อนลงก่อนมืออีกฝ่ายจะถอยห่างออกไปช้า ๆ  แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมาใหม่ด้วยแววตาจริงจังที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

“ผมไม่มีวันปล่อยคุณตาย”  ใบหน้าของโอคุมูระจ้องเข้ามาใกล้คล้ายจะตอกย้ำความหมายในคำพูด  “และผมจะไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาดด้วย  จำเอาไว้”

โอคุมูระ…

มิยูกิไม่มีเวลาสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงกล้าพูดเด็ดขาดแบบนั้นเพราะก่อนเขาจะได้เปิดปากตอบอะไรไป  เสียงเซโตะก็ดังขึ้นมาก่อน

“เหวอ!!!!”

พอหันไปก็เห็นเงาดำก้มมองพวกเขาในระยะประชิด

“…..จงมองฉัน…………..จงมองฉัน…….!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

คนในผ้าคลุม…นางาทานิกรีดร้องเสียงสูงแล้วเหวี่ยงมีดในมือใส่ตัวมิยูกิซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุด

“รุ่นพี่!!!!”

เขารู้สึกเหมือนแขนโดนกระตุกจนล้มหงายหลัง  หูได้ยินเสียง  “โอ๊ย!!”  ของรุ่นน้องใส่แว่นดังขึ้นข้าง ๆ พร้อมกับหลังกระทบกับอะไรนุ่ม ๆ คล้ายตัวคน  ตาทันมองเห็นแคชเชอร์ปีหนึ่งเปลี่ยนตำแหน่งมายืนอยู่ด้านหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

“อึ๊ก!!!!”

ตามด้วยแรงกระแทกจากด้านหลังเบา ๆ จนเผลอส่งเสียงร้องออกมา

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ!!!!!!!!!!!!!!”

มิยูกิทำความเข้าใจได้ในวินาทีต่อมาว่าเขาถูกรุ่นน้องผมยาวดึงตัวให้ล้มตกบันไดไปด้านหลัง  ซึ่งตัวเขาชนกับเซโตะที่ยืนอยู่บันไดขั้นด้านล่างจนล้มลงพื้นไปพร้อม ๆ กัน  เขาเลยรีบคลานลุกออกจากตัวอีกฝ่ายแล้วหันไปขอโทษ  “เจ็บไหมเซโตะ!!?”

“ไม่เป็น—อะ”

คนตรงหน้ารีบยันตัวขึ้นนั่งก่อนขยับแว่นก่อนจะเงยหน้ามองบันไดแล้วก็เงียบไปทั้งอย่างนั้น

ฉึก

ก่อนเสียงบางอย่างแทรกผ่านเนื้อจะดังขึ้นเบา ๆ

รุ่นพี่เองก็ค่อย ๆ หันหน้าไปทางเสียงเหมือนกัน

“………โอคุ……………….มูระ………..?”

ชื่อของเพื่อนร่วมทีมดังออกจากปากแล้วกลืนหายไปกับความมืด

เมื่อเห็นเงาในผ้าคลุมยื่นประชิดร่างรุ่นน้องตรงหน้า…ในท่ายื่นมือถือมีดใส่บริเวณอก

.

.

.

.

.

.

“…นี่แก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เซโตะระเบิดเสียงดังที่สุดเท่าที่มิยูกิเคยได้ยินมาพร้อมปราดเข้าไปหา

“เดี๋ยว  เซโตะ!!!?”  รุ่นพี่รีบตะโฏนห้ามแต่ก็ไม่ทัน  ร่างของรุ่นน้องใส่แว่นเข้าประชิดตัวคนตรงหน้าทั้งคู่ด้วยความเร็วเกินกว่าจะคว้าตัวทันพร้อมกับเงื้อหมัดหวังจะต่อยคนทำร้าย

“….ทาคุ!!!”

แต่เสียงของเพื่อนก็ห้ามเอาไว้ได้ทัน

โอคุมูระยื่นแขนด้านซ้ายออกมากันไว้ก่อนตัวจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น

“โคชู!!?”  คนเข้าไปช่วยรีบย่อตัวไปประคอง  ก่อนจะส่งเสียงตกใจ  “แขนนาย…เลือด….!!!”

ความมืดทำให้คนด้านหลังมองเห็นไม่ชัด  แต่จากปฏิกิริยาของอีกคนทำให้พอเดาได้ว่าปลายมีดคงเสียบเข้าที่แขนข้างซ้ายของแคชเชอร์ปีหนึ่ง

“….รุ่นพี่มิยูกิ…!!!!”

แล้วคนถูกแทงก็ตะโกนเสียงกร้าวขึ้นมาพร้อมใช้มืออีกข้างดึงมีดนั้นออกจากแขน

“เดี๋ยว!!?”

กัปตันแทบเห็นสายเลือดพุ่งออกจากปากบาดแผลตามปลายมีดไปแม้รอบตัวจะยังมืดมิด  รุ่นน้องส่งเสียงหายใจหนัก ๆ ก่อนวางมีดลงกับพื้นแล้วผลักมันถอยมาด้านหลังมาหยุดตรงหน้าเขาพอดี

“เท่านี้แก…ก็ทำร้ายใครไม่ได้แล้วละ”

โอคุมูระแค่นเสียงพูดคล้ายเยาะเย้ย  ในคำพูดนั้นปนเสียงหอบจากความเหนื่อยล้าและเจ็บปวดออกมาเบา ๆ

“โอคุมูระ!!!!!”

มิยูกิคว้ามีดไว้แล้วรีบตรงเข้าไปหาก่อนตะคอก  “นายทำบ้าอะไรลงไป!!!?  ถ้าแขนเป็นอะไรขึ้นมานายก็เล่นเบสบอลไม่ได้นะ!!?”

“มันใช่เวลา…กังวลเรื่องนี้ไหมครับ…”  อีกฝ่ายตอบเสียงหอบ  สายตายังจับจ้องไปยังเงาตรงหน้าไม่กะพริบ

“…….ฮะฮะฮะ……….ฮะฮะฮะฮะ………….”

เสียงหัวเราะยังดังลอดมาจากใต้ผ้าคลุมขณะนางาทานิก้มมองลงมาทางพวกเขาทั้งสาม  จริงอยู่ที่รอบตัวพวกเขามืดเสียจนมองอะไรแทบไม่เห็น  แต่ก็รู้ได้อย่างไม่ยากเย็นว่าใต้ผ้าคลุมนั้นไม่มีอะไรอยู่

เป็นช่องว่างเปล่า ๆ เหมือนหลุมดำ  ดูดกลืนทุกอย่างไม่เว้นแต่แสงสว่าง

แต่ตอนที่อีกฝ่ายดึงตัวเขาเข้าไปใกล้จนชนผ้าคลุม  เขากลับสัมผัสได้ว่ามีอะไรอยู่ใต้นั้น

เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาจะหาคำตอบว่าเป็นยังไงกันแน่

มิยูกิกัดปาก  เขาอยากต่อว่ารุ่นน้องที่ทำตัวไม่ระวังจนสร้างแผลให้ตนเองก่อนแต่ก็รู้ดีว่าเรื่องนั้นต้องไว้ทีหลัง  เลยรีบจ้องหน้า (หรือจะว่าจ้องความดำมืดใต้ผ้าคลุม) ของตัวอันตรายในตึกนี้เขม็ง  “นางาทานิ  หยุดได้แล้ว!!  ฉันรู้นะว่านายไม่ได้อยากทำแบบนี้!!!”

“……….ถอยไป……..มิยูกิ  คาสุยะ……..ถอยไป……..”

อีกฝ่ายกลับมาเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเย็นชาอีกครั้ง

“ตอบฉันมาสิว่าฟูจิซากิเป็นใคร!!?  คน ๆ นั้นเขาบังคับนายอยู่ใช่ไหม!!”  กัปตันเอ่ยชื่อที่ได้ยินจากปากเงาตรงหน้าก่อนหน้านี้ต่อ

“…ฟูจิซากิ?”  เซโตะพึมพำด้วยความสงสัยพลางช่วยประคองตัวเพื่อนไว้

“….ถอยไป!!!!!!”

เสียงตะโกนกลับดังลั่นไปทั่วบริเวณและกระแทกตัวเขากระเด็นไปข้าง ๆ เหมือนมีคนผลักเต็มแรง

“อึ๊ก!!?”

กัปตันหลุดเสียงอุทานเมื่อตัวกระแทกพื้น  โชคดีที่ตัวเขาชนเข้ากับร่างในชุดนักเรียนซึ่งนอนระเกะระกะทางเดินจึงไปได้ไม่ไกลเท่าไร

“รุ่นพี่มิยูกิ–อั๊ก!!!!”

เซโตะหันมามองตามด้วยความตกใจแต่ก็ร้องเสียงหลงเมื่อเงาในผ้าคลุมยื่นมือออกมาบีบคอเขาไว้

“อั๊ก!!!!”  โอคุมูระเองก็โดนแบบเดียวกัน

“โอคุมูระ!!!?  เซโตะ!!!?”  มิยูกิยันตัวเองลุกขึ้นก่อนร้องเสียงหลง

“ฮะฮะฮะฮะฮะ……..ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”  เสียงหัวเราะนางาทานิกลับมาดังก้องทั่วทางเดินอีกครั้งขณะเขาโน้มตัวเข้าใกล้รุ่นน้องทั้งสองเรื่อย ๆ

“….ปะ…….ปล่อย………”  คนใส่แว่นพยายามยกมือแกะมือใต้ผ้าคลุมตรงคอออกแต่ก็ปล่อยมือร่วงไปดื้อ ๆ

“….อ่อก…..”  คนข้างตัวก็เริ่มส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ

“นางาทานิ!!!  ปล่อยสองคนนั้นซะ!!!!”  กัปตันรีบตะโกนสั่ง

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ——–!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

แต่ไม่ได้ผล  เสียงตะโกนของเขาถูกเสียงหัวเราะกรีดแก้วหูกลบเสียหมดสิ้น

ภาพรุ่นน้องทั้งสองค่อย ๆ หมดแรงลงช้า ๆ ฉายชัดบนเลนส์แว่น

ตัดกับภาพเพื่อนร่วมทีมจมกองเลือดสลับไปมา

ไม่นะ

ไม่

ไม่

“นางาทานิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

พอรู้ตัวอีกที  เขาก็กำมีดในมือแน่นแล้ววิ่งตรงหันปลายมีดเข้าใส่เงาในผ้าคลุม

…………เอ๊ะ

แต่ปลายมีดในมือไม่สะท้อนแรงอะไรกลับมาเลย

ผ้าคลุมตรงหน้าก็แค่สะบัดตามแรงคลุมปลายมีดไว้เท่านั้น

เหมือนข้างใน…ไม่มีอะไร

“……….ก็บอกว่าถอยไป………!!!!!!!”

เขาทันหันเพียงนางาทานิปล่อยมือจากรุ่นน้องทั้งสองหันมาสะบัดแขนใส่ตัวเขาอีกครั้ง

ตึง

“อึ๊ก!!!!”  กัปตันส่งเสียงร้องออกมาเมื่อหลังกระแทกพื้นเต็มแรงจนยอกไปหมด  แรงกระแทกนั้นทำมีดหลุดออกจากมือกระเด็นไปที่ไหนสักแห่งซึ่งไม่อาจมองเห็น  พอจะลุกขึ้นยืนภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นมีดสนิทพร้อมกับสัมผัสได้ว่ามีของหนัก ๆ ทับเข้าบนตัวเขาเต็ม ๆ

“…….ถ้าไม่ถอย……….ฉันก็จำเป็นต้องทำ…………”

เมื่อพยายามฝืนลืมตาขึ้นก็เห็นเงาดำมืดใต้ผ้าคลุมก้มลงมาจ้องในระยะประชิด

“…….ฟูจิซากิ………สั่งห้ามฆ่านาย…………..แต่ไม่ได้สั่งห้ามทำร้าย………..อะไรนาย……..”

แล้วสัมผัสเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งก็ตะปบหมับเข้าที่ข้อมือขวา

“……….แค่หักแขน………ไปคงจะไม่……….ว่าอะไร………หรอกมั้ง………”

“……หยุด…นะ……”  มิยูกิพยายามเค้นเสียงออกมาห้าม  ไม่ใช่เพราะกลัวตาย  แต่เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ได้คิดอยากทำแบบนี้เลย  “….นายไม่ได้….อยาก……….”

หูเขาได้ยินเสียงรุ่นน้องอีกสองคนตะโกนอะไรบางอย่างแต่ก็จับใจความไม่ได้ว่าพูดว่าอะไร

“……..ขอโทษ……….มิยูกิ……..คาสุยะ…….”

แรงบีบนั้นมากขึ้นพร้อมกับความเย็นแล่นไปทั่วร่าง

เขาเผลอหลับตาปี๋เหมือนเดาได้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไร

ตึง

.

.

.

.

.

.

เอ๊ะ

แต่แล้วความเย็นเยียบนั้นก็หายไปทันควันพร้อมกับน้ำหนักที่กดทับอยู่หายวับไปในพริบตา

เขาลืมตาโพลงพร้อมกับได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างตัว

“มาทางนี้เร็ว!!!!”

เสียงนี้มัน

“….รุ่นพี่โคมินาโตะ!!!!????”

เสียงเซโตะช่วยตะโกนสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาให้

โคมินาโตะ!?

มิยูกิรีบยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วหันไปทางต้นเสียง  แสงไฟสว่างจ้าฉายวาบเข้าตาจนต้องหรี่ตาในทีแรก  ก่อนจะเห็นผมสีชมพูสะท้อนแสงตะเกียงในมือคนถือเป็นอย่างแรง

“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”

ตามด้วยเสียงของใครอีกคนดังขึ้นข้าง ๆ ตัวจังหวะเดียวกับที่ตัวเขาถูกประคองให้ยืนขึ้น

“….ฟุรุยะ?”  กัปตันส่งเสียงประหลาดใจเมื่อเห็นร่างของเอซประจำทีม  ฟุรุยะมายืนอยู่ใกล้ ๆ ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

“ลุกไหวไหม!!?”  ฮารุอิจิรีบตรงเข้ามาใกล้แล้วใช้มือข้างที่เหลือดึงตัวโอคุมูระกับเซโตะให้ลุกขึ้นตาม  “โอคุมูระคุง!!?  แขนนาย!!!?”  แล้วร้องเสียงหลงเมื่อเห็นสายเลือดสีแดงไหลจากใต้แขนเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม

“ไม่เป็นไรครับ”  อีกฝ่ายรีบพูดตัดบทก่อนหันไปมองอีกทาง

มิยูกิหันไปมองตาม  แสงไฟจากตะเกียงรุ่นน้องผมสีซากุระฉายให้เห็นนางาทานินอนอยู่กับพื้น  ข้างตัวมีสารานุกรมเล่มยักษ์ตกอยู่  เดาจากภาพแล้วคงจะถูกสารานุกรมเล่มนั้นกระแทกตัวอย่างแรงจนกระเด็นล้มไปกับพื้น

ก็แปลว่า…ฟุรุยะเป็นคนขว้างใส่?

คนคิดอดกลืนน้ำลายไม่ได้  เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าถูกลูกเร็วและแรงดั่งลูกปืนของฟุรุยะเข้าเต็ม ๆ จะเป็นยังไง

ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่จบแค่กระดูกหักแน่

“……….ฮะฮะฮะฮะ…………..ฮะฮะฮะฮะฮะฮะ…………..”

เสียงหัวเราะชวนขนลุกดังออกมาจากใต้ผ้าคลุมอีกหนขณะร่างนั้นค่อย ๆ เอนตัวลุกจากพื้นช้า ๆ

“เอาเป็นว่ารีบหนีกันก่อนเถอะ!!!”  ฮารุอิจิตะโกนสั่งแล้วคว้าแขนโอคุมูระข้างขวาคล้องคอตัวเองก่อนพาวิ่งนำไป  ตามด้วยเซโตะที่หันไปมองด้านหลังเหมือนพะวงแต่ก็รีบตามไปติด ๆ

“ไหวไหมครับ”  ฟุรุยะส่งเสียงถามพลางคว้าแขนเขาไว้แน่น

“ไม่เป็นไร”  กัปตันกัดฟันเค้นแรงที่เหลือก้าวเท้าวิ่งตามกลุ่มข้างหน้าไปติด ๆ โดยมีรุ่นน้องข้างตัวช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง  ทิ้งผู้โจมตีส่งเสียงหัวเราะชวนหนาวสันหลังไว้เพียงคนเดียว

.

.

.

.

.

.

ฮารุอิจิจัดการล็อกประตูกุญแจเท่าที่พอทำได้  เขาเอาหูแนบกับบานประตูเหมือนจะฟังเสียงว่าเงาถือมีดนั้นอยู่ใกล้ ๆ หรือเปล่า  แต่คงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยผละถอยออกมามองหน้าทุกคน

“คงจะไม่เป็นไร…แล้วละครับ”

คำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ดูขัดแย้งกับสีหน้ากังวลของเขาอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้พวกเขาหลบอยู่ในห้องพยาบาลชั้นล่างสุด  ที่เลือกห้องนี้เพราะโอคุมูระถูกแทงตรงแขนข้างซ้ายจนแม้แต่ตอนนี้เลือดก็ยังไม่ยอมหยุดไหล  และก่อนหน้านี้มิยูกิบอกกับคุราโมจิไว้ว่าถ้าเป็นไปได้ก็ทิ้งข้อความไว้ที่ห้องนี้

ซึ่งฮารุอิจิที่เป็นคนนำวิ่งหนีพาตรงมายังห้องนี้โดยยังไม่ได้ปรึกษาอะไรด้วยซ้ำ  คงเพราะเห็นแผลบนแขนรุ่นน้องตอนที่ไปช่วย

กัปตันถอนหายใจ  ก่อนจะเบนสายตาไปยังคนเจ็บ  ใจเขานึกอยากต่อว่าเรื่องทำอะไรไม่ระวัง  แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายทำไปเพื่อปกป้องตนก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไป

“…แขน…..เป็นไงบ้าง?”  สุดท้ายก็ทำได้แต่ถามเสียงค่อย

แคชเชอร์รุ่นน้องเงยหน้ามอง  ก่อนจะก้มมองแผลตัวเองใกล้ ๆ เนื่องจากแสงสว่างจากตะเกียงไม่ค่อยช่วยให้เห็นรายละเอียดชัดนัก  “ตอนนี้ก็…เริ่มหายเจ็บหน่อยแล้วครับ”

ผ้าขนหนูสีขาวในมือขวาของเขาซึ่งเซโตะหาเจอจากในห้องนี้ชุ่มเลือดสีแดงเข้มจนเกือบหมดผืน  ดูยังไง ๆ เลือดก็ไม่มีทีท่าจะหยุดสักนิด

“ตรงนี้มีแอลกอฮอล์ด้วยครับ!!”  เสียงจากเพื่อนสนิทดังมาจากมุมหนึ่งของห้องพร้อมมือข้างหนึ่งชูขวดบางอย่างลอยสูง  ก่อนเสียงนั้นจะเบาลงเล็กน้อย  “…คิดว่านะ”

“ไหน”  มิยูกิเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ  อีกฝ่ายส่งขวดแก้วใส  ข้างในมีของเหลวสีฟ้าใสอยู่ข้างใน  สลากนั้นเก่าจนกระดานกลายเป็นสีเหลืองและหลุดลอกออกไปจนไม่อาจอ่านได้ว่าเป็นขวดอะไรกันแน่

“……..จะยังใช้ได้…อยู่ไหมครับเนี่ย….”  เซโตะขยับแว่นพลางหัวเราะแห้ง ๆ

“…นั่นสินะ……”  รุ่นพี่ทำหน้าไม่สบายใจออกมาบ้าง  หากตึกนี้ (หรือเรียกว่ามิตินี้) ยังคงสภาพเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนหลังเกิดคดีของนางาทานิแล้ว  ของเหลวในขวดนี้ก็ย่อมผ่านช่วงเวลามานานไม่แพ้อายุคดีแน่นอน

ทั้งสองคนมองหน้ากันเงียบ ๆ  ก่อนคนอาวุโสกว่าจะทำหน้าที่ตัดสินใจให้  “ยังไงก็ลองดูหน่อยละกัน”

“ตรงนี้มีผ้าก๊อซด้วยครับ”  เอซประจำทีมส่งเสียงต่อพร้อมชูม้วนผ้าก๊อซขึ้นมาให้ดู  ม้วนผ้านั้นถูกบรรจุอยู่ในพถุงพลาสติกที่อมความเก่าจนเริ่มกลายเป็นสีเหลืองเข้ม  แต่เท่าที่ดูแล้วยังไม่มีรอยขาดอะไร

“อืม  อย่างน้อยก็ล้างแผลหน่อยละกัน”  มิยูกิถือขวดแอลกอฮอล์ (น่าจะ) กลับมาวางบนโต๊ะแถวนั้น  ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้โอคุมูระอีกรอบ  “ขอดูแผลหน่อยได้ไหม”

รุ่นน้องเงยหน้ามองอีกรอบก่อนจะค่อย ๆ ยื่นแขนให้  เขารับมาประคองก่อนลองเอานิ้วแตะบริเวณบาดแผลอย่างเบามือ

“อึ๊ก!!!”

อีกฝ่ายนิ่วหน้าทันที

“เลือดยังไหลไม่หยุดแบบนี้  เอาแอลกอฮอล์เช็ดเลยคงไม่ไหว…”  เขาประเมินบาดแผลเสร็จก็ค่อย ๆ ปล่อยแขนนั้นลงช้า ๆ  “เดี๋ยวฉันออกไปเอาน้ำเปล่ามาล้างหน่อยละกัน”

“น้ำ…ในห้องน้ำน่ะเหรอครับ”  ดูเหมือนคนเจ็บจะยังไม่ไว้วางใจน้ำประปาที่พบในอาคารแห่งนี้สักเท่าไร

“ก็น่าจะพอไหวแหละ  งั้นเดี๋ยวฉันมา”  พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินออกไปนอกห้อง

“อ้ะ  เดี๋ยวสิครับ!!!”  ฮารุอิจิรีบห้ามไว้  “ถ้าออกไปเจอเงานั่นดักอยู่จะทำยังไง!!?”

“ไปแค่แป๊บเดียวคงไม่เป็นไรหรอก”  เขาตอบส่ง ๆ แล้วปลดกุญแจประตูห้องออก

แล้วก็…ถ้าฉันคนเดียว  นางาทานิคงไม่ทำอะไรหรอก…มั้ง

เขาคิดเงียบ ๆ ในใจ

อย่างมากก็โดนหักแขนสินะ

แล้วก็อดหัวเราะหึ ๆ ออกมาไม่ได้

“งั้นผมไปด้วย”  ฟุรุยะพูดไล่หลังแล้วหยิบอ่างน้ำจากในตู้ออกมาถือพร้อมกับสาวเท้ามายืนใกล้ ๆ ด้วยความรวดเร็ว  กัปตันหันไปมองหน้า  พอเห็นสายตาจริงจังจากอีกฝ่ายก็ถอนหายใจเบา ๆ  “ก็ได้”  แล้วออกแรงเลื่อนเปิดประตู

“ระวังตัวด้วยนะครับ!!”  เซโตะตะโกนไล่หลัง  เขาจึงยกมือแทนคำตอบให้แล้วรีบสาวเท้าออกจากห้องตรงไปยังห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยมีเอซประจำทีมเดินตามไปติด ๆ

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 17]

  1. กัปตันรับบทหนักขนาดนี้ ต้องเพิ่มค่าแรงอีกสักสองสามเท่าแล้วมั้ง อิ อิ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s