Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 18]

เขียนคนโรคจิตสนุกจัง (?)

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


ในห้องน้ำชั้นนี้ก็มีถังใส่น้ำวางอยู่  มิยูกิลองเปิดฝาแล้วตักน้ำขึ้นมาดู  น้ำในอ่างน้ำเป็นสีดำมืดชวนนึกถึงหลุมดำจากความมืดรอบตัว  แม้จะส่องใกล้แค่ไหนก็ดูไม่ออกว่าสะอาดหรือเปล่า

คงสะอาด…แหละมั้ง

คนตักน้ำถอนหายใจเบา ๆ แล้วปิดฝาถังน้ำไว้ดังเดิม  ตอนนี้พวกเขามีแค่แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือฟุรุยะช่วยส่องทางเท่านั้น  และแสงก็ไม่ได้ทรงพลังมากพอฉายให้เห็นทั่วทั้งห้องชัดเจน  เขาเลยต้องเพิ่มความระมัดระวังตอนจะถืออ่างน้ำกลับไปมากขึ้น

“จะว่าไป…นายกับโคมินาโตะหนีจากนางาทานิมาได้ไงน่ะ”

รุ่นน้องด้านหลังที่ยืนถือโทรศัพท์เหม่อมองกระจกในห้องน้ำสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันกลับมา

“อะ…ไว้ตอบทีเดียวตอนฉันถามโคมินาโตะก็ได้มั้ง”  คนถามนึกขึ้นได้ว่าเขาน่าจะถามตอนคนอยู่ในเหตุการณ์อยู่กันพร้อมหน้ามากกว่า  “ไปกันเถอะ”

กัปตันรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องน้ำด้วยความเร็วพอมั่นใจได้ว่าจะไม่ลื่น  แต่จู่ ๆ ก็มีมือยื่นออกมาดึงชายเสื้อเขาไว้จนเกือบหน้าคว่ำไปข้างหน้า

“เฮ้ย!!?”  เขารีบเพิ่มแรงจับอ่างน้ำไม่ให้หล่นจากมือไปเสียก่อนแล้วหันควับมาดุ  “นายทำอะไร—”

ก่อนตัวจะถูกมือทั้งสองข้างโอบเอาไว้

ร่างของเอซประจำทีมมายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้  มือทั้งสองข้างของเขาโอบตัวรุ่นพี่จากด้านหลังและกอดไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด  ไหล่สัมผัสได้ถึงของหนัก ๆ วางซุกอยู่  เรือนผมสีน้ำเงินเข้มตกปรกอยู่ตรงคอจนอดจั๊กจี้ไม่ได้

“เดี๋ยว  ฟุรุ—”  มิยูกิร้องห้ามเพราะกลัวน้ำหก

“ขอผมอยู่แบบนี้…เถอะนะ…………”

เสียงจากอีกฝ่ายตกลงบนไหล่พร้อมกับลมหายใจ

ใจของคนถูกกอดกระตุก

เดี๋ยวนะ

ภาพในหัวเขาย้อนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้กลับมา

มือของรุ่นน้องกระชับวงแขนเข้ามาอีก

ท่าทางแบบนี้มัน….

ก่อนเขาจะนึกออกทันทีว่าทำไมถึงรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเมื่อฟุรุยะเงยหน้าขึ้นกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ

“……มิยูกิคุง……….ของผม………”

ซ่า!!!!!

ปฏิกิริยาป้องกันตัวสั่งเขาเหวี่ยงอ่างน้ำในมือลอยข้ามหัวพร้อมกับก้มหัวหลบ  น้ำในอ่างสาดเข้าใส่คนด้านหลังตามแรงโน้มถ่วงเต็ม ๆ และกระเด็นโดนด้านหลังตัวเขาด้วย  ความเย็นแผ่ไปทั่วหัวในจังหวะเดียวกับที่แขนของอีกฝ่ายคลายออก  เขาเลยรีบสลัดตัวหนีถอยกรูดไปอยู่ตรงประตู

ฟุรุยะยังยืนอยู่ที่เดิม  โทรศัพท์มือถือในมือตกลงพื้นส่องให้เห็นเขาสะบัดหัวไปมาคล้ายไล่น้ำออกจากผมก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ  “……เดี๋ยวเอซคนสำคัญเป็นหวัดขึ้นมาแล้วจะทำไงน่ะ…..”

“นะ….นี่แก………”  มิยูกิสับสนเกินกว่าจะนึกคำพูดออก

อีกฝ่ายค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้  คำพูดดังก้องอยู่ในห้องแคบ ๆ จนเหมือนคลื่นเสียงแผ่กดตัวเขาจากทุกทาง  “ผมไม่น่าเผลอใจไปเลยสินะ…เลยโดนจับได้อีกแล้วเนี่ย”

รุ่นพี่เขยิบถอยหลังตามจังหวะก้าวเท้าของอีกฝ่าย  เขาหรี่ตาลงรวบรวมสมาธิเพื่อสั่งสมองคิดหาทางว่าจะเอาไงต่อ  “ทำไมถึง…มาอยู่ที่นี่ได้……นายไม่ได้สิงซาวามูระคนเดียวหรอกเรอะ!!!!???”

ฟุรุยะ(?)ขยับยิ้มให้  “ผมก็ไม่ได้บอกแต่แรกนี่ว่าผมยืมร่างพิชเชอร์คนนั้นคนเดียว”

ไม่จริงน่า

ใจคนได้ยินตกไปอยู่ตาตุ่ม

หลังเขาแตะของแข็ง ๆ ด้านหลัง  ในหัวบอกเขาว่าตอนนี้เขายืนหลังพิงประตู  มิยูกิกดความตกใจเอาไว้ก่อนจะเปิดปากถามต่อ  “แปลว่านาย….สิงฟุรุยะมาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม………………..ฟูจิซากิ”

เขาลองเรียกชื่อที่ได้ยินจากนางาทานิดู

อีกฝ่ายชะงักเท้าเมื่อได้ยินชื่อนั้นออกจากปากคนตรงหน้า

ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างคล้ายสะกดอารมณ์ดีใจไว้ไม่อยู่

“………จำชื่อผมได้แล้วเหรอ….มิยูกิคุง”

แปล๊บ

ทันใดนั้นอาการปวดหัวก็เข้าจู่โจมอีกครั้ง

“อึ๊ก!!!”  อาการปวดครั้งนี้รุนแรงและฉับพลันกว่าที่ผ่าน ๆ มาจนมิยูกิถึงกับทรุดตัวลงไปกับพื้น  ในหัวมีเสียงบทสนทนาดังขึ้นกลบความคิดทุกอย่างในหัวจนหมด

.

.

.

.

“…….นายก็ขว้างลูกน่าสนใจดีนี่นา?”

“เอ๊ะ?….จริงเหรอ….”

“รุ่นพี่อารากิงี่เง่าเองแหละที่ใช้นายไม่เป็น  เฮ้อ  แต่คน ๆ นั้นเขาตาไม่ถึงมาตั้งแต่แรกแล้วละน้า”

“นายคิดไปเองแหละน่า  ผมว่ารุ่นพี่อารากิพูดถูกแล้วละเรื่องผมไม่มีพรสวรรค์….”

“หือ?  ไม่มีตรงไหน  คนขว้างลูกได้แบบนายไม่ได้หาได้ง่าย ๆ นะ”

“….ชมเกินไปแล้ว”

“ฉันพูดจริงน่า…เอางี้  มาจับคู่แบตเตอรี่กับฉันแล้วท้ารุ่นพี่อารากิแข่งกันมะ  ฉันเองก็อยากเห็นคน ๆ นั้นทำหน้าเหวอเหมือนเห็นโลกแตกตรงหน้าเหมือนกันแหละ”

“เอ๊ะ!?  ยะ…อย่าเลยน่า…”

“อะไรกัน  นายไม่อยากบอกเขาบ้างหรือไงว่าที่จริงแล้วตัวเองก็ทำได้น่ะ”

“…………..”

“เชื่อฉันเถอะ  ถ้านายขว้างลูกตามที่ฉันขอ  รับรองว่านายต้องทำรุ่นพี่ช็อกได้แน่”

“…จริงนะ?”

“แน่สิ  แต่นายต้องสัญญาก่อนว่าจะเชื่อใจฉันจนถึงที่สุด”

“……อืม  ผมจะเชื่อนาย”

“แบบนี้สิ  ยังไงก็ฝากตัวด้วยละ…ฟูจิซากิ”

“อืม……..มิยูกิคุง”

 .

.

.

.

เสียง….เขาเอง?

เขา…….กำลังพูดกับคนที่ชื่อ………ฟูจิซากิ?

อาการปวดหัวทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบประคองสติไม่ไหว  จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้บอกเขาว่าหากปล่อยไว้แบบนี้ไม่นานเขาต้องสลบอีกแน่ ๆ

ไม่ได้

เขาจะมาสลบตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

มิยูกิกัดปากตัวเองแน่น  ความเจ็บช่วยทำใจเขาแจ่มใสขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เพียงพอ  เสียงในหัวดังสะท้อนไปมาจนหูแทบจับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ไม่ได้

“……มิยูกิคุง…มิยูกิคุง…..”

สัมผัสแข็งกร้านและเย็นเยียบแตะเข้าที่แก้มเขาเบา ๆ จนสะดุ้ง  ตามด้วยเสียงกระซิบดังขึ้นใกล้ ๆ หู  “ในที่สุดก็นึกชื่อผมออกสักทีนะ……มิยูกิคุงของผม……..”

“ตอบคำถาม….ฉันมาก่อน……….”  เจ้าของชื่อข่มอาการปวดหัวถามขัดขึ้นมาก่อน  เขาลืมตาขึ้นจ้องหน้าเอซประจำทีมซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนอื่นในระยะประชิด  “…..นายสิงฟุรุยะ….ตั้งแต่ตอนเจอกับฉันครั้งแรก….ในตึกนี้แล้วใช่ไหม…….”

เขาติดใจเสียงใครบางคนที่พูดกับเขาตอนก่อนหน้านี้มาตลอด

บางครั้งเขาจะได้ยินเสียงคนพูดกับเขาตรง ๆ ไม่ใช่เสียงที่ดังขึ้นในหัว (ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วว่ามีเสียงในเหตุการณ์นางาทานิแทงคน  กับเสียงใครบางคนคุยกับเขาอยู่ในอดีต)  วิธีการพูดนั้นเขาไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่นิด  แต่เนื้อเสียงนั้นชวนคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

เพียงแค่เขาไม่คุ้นเคยกับวิธีการพูด  เขาเลยไม่คิดว่าจะเป็นคนในทีมเซย์โด

แต่พอได้ยินเสียงฟุรุยะ…ไม่สิ ‘ฟูจิซากิ’ ตอนนี้แล้วก็นึกออกในทันที

ตั้งแต่ตอนนั้น

คนที่คุยกับเขาด้วยรูปประโยคแปลก ๆ นั้น

คือฟูจิซากิ………ที่สิงร่างฟุรุยะมาตลอด

“….ว่าแล้วว่าต้องรู้…”  คนตรงหน้าถอนหายใจขณะไล้นิ้วบนแก้มเขาเบา ๆ  “แต่ผมก็ไม่แปลกใจตั้งแต่ตอนโดนนายจับได้ก่อนหน้านี้แล้วละ”

“คืนตัวฟุรุยะ…แล้วก็ซาวามูระมาเดี๋ยวนี้……”  มิยูกิพยายามส่งเสียงขู่

“ไม่เอาหรอก”  ฟุรุยะ…หรือควรเรียกว่าฟูจิซากิปฏิเสธทันควัน  “ถ้าผมไม่ใช้ร่างพวกเขาสองคนนั้นก็ไปไหนมาไหนไม่สะดวกพอดี”

“สองคนนั้นเขาไม่เกี่ยว……นายอยากได้แค่ตัวฉันไม่ใช่เหรอไง……..”  กัปตันรีบพูดต่อ  เปลือกตาหนักอึ้งใกล้ปิดลงแทบทุกขณะพร้อมกับอาการปวดหัวทิ่มแทงสมองจนนึกอะไรไม่ออก  “……งั้นก็อย่าทำอะไรเซ่…..”

“…….งั้นถ้านายตอบว่ายอมมาอยู่กับผม  ผมก็จะคืนให้ก็ได้”

ประโยคนั้นทำหัวคนได้ยินเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในพริบตา

“…….นาย….พูดจริงนะ….?”  เขาถามหยั่งเชิง  “แล้วก็จะไม่…ทำร้ายคนอื่นแล้วใช่ไหม…”

“ถ้านายตอบตกลงน่ะ”  อีกฝ่ายเริ่มสะกดเสียงดีใจเอาไว้ไม่อยู่

ภาพเพื่อนร่วมทีมจมกองเลือดค่อย ๆ ย้อมสีขาวในหัวให้เป็นสีแดง

ถึงฟังยังไง ๆ ก็ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง  แต่ตอนนี้เขากลับไม่นึกระแวงว่าคนตรงหน้าจะโกหกเลยสักนิด

ถ้าฉันตอบตกลง  ทุกอย่างก็จะจบ

พวกซาวามูระก็จะรอด

แม้จะไม่ใช่ทุกคน……แต่อย่างน้อยพวกที่เหลือก็รอด

ถ้าทุกคนไม่เป็นอะไร

มิยูกิกลืนน้ำลายเล็กน้อย  แล้วจ้องหน้าตอบตรง ๆ  “…ก็เอาสิ…”

แค่นั้นเขาก็พอใจ

“….อะ…….”

สีหน้าของฟุรุยะเผยรอยยิ้มกว้างมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

แม้จะรู้ดีว่าคนทำไม่ใช่ตัวฟุรุยะเอง  แต่กัปตันก็อดตกใจไม่ได้ว่าตัวเองจะมีโอกาสเห็นรุ่นน้องหน้าตายคนนี้ยิ้มได้กว้างขนาดนี้ด้วย

“…ขอบคุณ……..มิยูกิคุง…….ของผม….”

แล้วฟูจิซากิก็ขยับมือทั้งสองข้างจับเข้าที่คอของเขาเบา ๆ ความเย็นจากผิวมือทำเจ้าของคอสะดุ้งเฮือกอีกหน

“…งั้นก็……..ไปกันเลยดีไหม…”

ก่อนความเจ็บจะแล่นแปล๊บตามรอยถูกกดจนเกือบสำลัก

“มิยูกิคุงของผม”

.

.

.

.

.

.

วินาทีต่อมาของแข็งด้านหลังเขาเลื่อนไปข้าง ๆ อย่างแรงจนตัวมิยูกิหงายไปด้านหลัง

ตึง!!

“โอ๊ย!!!”  เขาร้องออกมาเพราะเจ็บหลังหัว  เสียงที่ออกมาแหบแห้งกว่าที่ควรจะเป็นเพราะหลอดลมถูกปิดกั้นเป็นเวลาพอสมควรตามด้วยความอยากไอที่พุ่งจุกหลอดคอจนต้องระบายออกมา  “แค่ก ๆๆ”

“รุ่นพี่มิยูกิ!!!!?  เอ๊ะฟุรุยะคุง!!!???”

เสียงอุทานดังขึ้นจากเหนือหัว  พอเขาฝืนลืมตาขึ้นก็เห็นเรือนผมสีชมพูอ่อนคล้ายดอกซากุระส่องประกายคล้ายเปล่งแสงล้อมรอบใบหน้าใครคนหนึ่ง

“อย่ามาขวางนะ!!!!!!”

ฟูจิซากิคำรามหลังจำต้องปล่อยมือจากคอเป้าหมายด้วยเหตุไม่คาดฝัน

“ฟุรุยะคุงทำอะไรน่ะ!!!!”  เสียงของฮารุอิจิ  รุ่นน้องอีกคนก็แข็งกร้าวไม่แพ้กัน

มิยูกิได้จังหวะรีบตะโกนบอกรุ่นน้องอีกคนเท่าที่เปล่งเสียงไหว  “โคมินาโตะ  นั่นไม่ใช่ฟุรุยะ!!!”

“เอ๊ะ!!?”

เห็นได้ชัดว่าฮารุอิจิตกใจกับภาพตรงหน้าเกินกว่าจะทำความเข้าใจคำพูดกัปตันไหว

“อีกนิดเดียว…อีกนิดเดียวอีกแล้ว….”  คนสิงร่างฟุรุยะยกมือกุมหัว  น้ำเสียงเขาแฝงความคุ้มคลั่งออกมาจนได้ยินแล้วขนลุก  “ทุกคนแย่งมิยูกิคุงจากผมไปอีกแล้ว…..อีกแล้ว………อีกแล้ว……”

“…ฟะ….ฟุรุยะคุง…?”  เห็นได้ชัดว่ารุ่นน้องผมสีซากุระตกใจกับเพื่อนร่วมทีมเสียจนพูดไม่ออก  เขาเหลือบสายตาลงมามองรุ่นพี่บนพื้นก่อนจะตัดสินใจรีบย่อตัวลงพยุงเขาให้ลุกขึ้นมา

คนถูกทำร้ายอยากถามว่าทำไมฮารุอิจิถึงมาอยู่ตรงนี้  แต่ด้วยสถานการณ์เร่งด่วนทำให้เขาต้องเก็บคำถามไว้ในใจก่อน  “รีบหนีเร็ว!!  หมอนี่คิดจะฆ่าพวกนาย!!!”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ!!?”  อีกฝ่ายถามขัดแต่ก็ช่วยพยุงเขาถอยออกจากห้องให้

“รุ่นพี่!!!”

แล้วเสียงจากเด็กชั้นปีต่ำสุดก็ดังขึ้นข้างตัว

“…เซโตะ!!?”  มิยูกิร้องเสียงหลงเมื่อเห็นร่างรุ่นน้องใส่แว่นถือตะเกียงโผล่ออกมาจากห้องพร้อมกับเพื่อนสนิท  “พวกนายออกมาทำไม!!?”

“ก็พวกผมได้ยินเสียงดัง…”  คนถูกถามตั้งท่าจะตอบแต่ก็เปลี่ยนเป็นโวยวายเมื่อแสงในมือฉายให้เห็นสภาพของเขาชัดเจน  “ทำไมรุ่นพี่ถึง!!?”

ยังไม่ทันจะได้ตอบ  เสียงตะโกนจากปากเอซประจำทีมก็ดังขึ้นมาก่อน

“นางาทานิคุง!!”

ตามด้วยเงาในผ้าคลุมผุดขึ้นจากพื้นหลังรุ่นน้องปีหนึ่งทั้งสองคล้ายเวลาหยดน้ำกระเด็นขึ้นจากบ่อ

“เหวอ!!!!????”  เซโตะหันควับไปร้องเสียงหลง

“…..จงมองฉัน…………จงมองฉัน………”  นางาทานิยังพึมพำถ้อยคำคล้ายคำสาปขณะขยับมีดในมือราวกับจะบอกว่าพร้อมแทงใส่ทุกเมื่อ

มิยูกิกัดฟันแล้วหันไปตะคอกใส่คนเรียก  “ไหนบอกว่าจะไม่ทำอะไรคนอื่นแล้วไง!!!!”

“ไอ้รุ่นน้องคนนั้นดันมาขวางไง…”  ฟูจิซากิในร่างฟุรุยะยืนอยู่ตรงกลางระเบียง  ตัวคนในชุดนักเรียนที่นอนอยู่เกลื่อนกลาดพื้นยิ่งขับบรรยากาศชวนขนลุกให้แผ่ปกคลุมไปรอบตัว  “อีกนิดเดียว…อีกนิดเดียวนายก็จะเป็นของผมแล้วแท้ ๆ….”

“ของผม…?”  โอคุมูระหรี่ตาลง  สีหน้ายังดูซีดเซียวจากการเสียเลือด  และมิยูกิยังสังเกตเห็นว่าแขนข้างถูกแทงยังไม่ได้รับการปฐมพยาบาลแม้แต่นิด

“เดี๋ยวสิฟุรุยะคุง!!?  พูดอะไรอยู่น่ะ!!!”  รุ่นน้องผมสีซากุระยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจถามเรื่องราวจากปากเพื่อนร่วมชั้น  “ทำไมถึงบีบคอรุ่นพี่มิยูกิได้!!?”

“บีบคอ!!?”  รุ่นน้องใส่แว่นอุทานเสียงหลง

“ผมจะฆ่าพวกแก….จะฆ่าพวกแกให้หมด….ฆ่าคนที่มาขวางให้หมด!!!!”

ฟูจิซากิระเบิดเสียงตะโกนดังก้องไปทั่วระเบียง

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ—!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงนั้นดังประสานกับเสียงหัวเราะกรีดแก้วหูจากเงาในผ้าคลุมด้านหลัง  แล้วนางาทานิก็เงื้อมีดขึ้นเหนือหัว  ก่อนเหวี่ยงลงใส่โอคุมูระที่ยืนอยู่ใกล้สุดทันที

“โคชู!!!!”  เพื่อนสนิทตะโกนลั่นแล้วรีบโถมตัวใส่เพื่อผลักร่างเป้าหมายถอยไปข้างหลัง  ปลายมีดแหวกอากาศเฉียดแผ่นหลังพวกเขาไปไม่กี่เซนติเมตร

“หยุดนะนางาทานิ!!!”  มิยูกิตะโกนห้าม

“ฆ่ามัน  นางาทานิคุง!!!!”  เสียงคนสั่งการดังขัดขึ้นมาติด ๆ

นางาทานิชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงมิยูกิ  แต่ก็ลบทีท่าลังเล  ขยับมีดเตรียมจะแทงใส่ทุกคนตรงหน้าต่อทันทีเมื่อได้ยินเสียงฟูจิซากิ

“โคชู!!!”  เซโตะกัดฟันผลักตัวเพื่อนส่งมาทางรุ่นพี่ทั้งสองคน  มิยูกิที่อยู่ใกล้สุดรีบยกมือช่วยประคองตัวแคชเชอร์รุ่นน้องไว้พร้อมกับที่คนส่งตัวเพื่อนมารีบก้มหลบปลายมีดที่พุ่งเข้าใส่แบบหวุดหวิด

“ทาคุ!!!”  โอคุมูระส่งเสียงเตือน  รุ่นน้องใส่แว่นพ่นลมหายใจเฮือกคล้ายระบายความตึงเครียดก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับมารวมกลุ่มกัน

ยังไงก็ไม่ได้เหรอเนี่ย

กัปตันกัดฟันกรอด  จากที่พอได้พูดคุยกับนางาทานิก่อนหน้านี้ทำให้เขาเข้าใจว่าใจจริงเงาในผ้าคลุมไม่ได้อยากทำแบบนี้อีกต่อไปแล้ว  แต่เหมือนฟูจิซากิจะมีอำนาจบางอย่างเหนือกว่า  นางาทานิเลยไม่อาจขัดขืนได้

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ—–!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงหัวเราะชวนแสบแก้วหูยังคงดังก้องทั่วระเบียงคล้ายเปิดผ่านลำโพงใส่พวกเขาจากทุกทาง  แต่ก่อนเขาจะคิดอะไรต่อ  ฮารุอิจิก็คว้าแขนเขาไว้แน่นพร้อมถามเสียงเข้ม  “รุ่นพี่วิ่งไหวไหมครับ!!?”

“ห้ะ?’  คนถูกถามอุทานจากความตกใจ

“โอคุมูระคุง  แขนเป็นไงบ้าง!!?”  เซคันด์เบสประจำทีมหันไปถามคนเจ็บต่อ

สีหน้าของรุ่นน้องยังดูซีดเซียว  แต่เขาก็ใช้มืออีกข้างจับแขนตัวเองไว้แล้วพยักหน้าด้วยแววตาจริงจัง  “พอไหวครับ”

“เซโตะคุง  ช่วยดูโอคุมูระคุงที!!!”  คนสั่งการหันไปออกคำสั่งปีหนึ่งอีกคนเป็นครั้งสุดท้าย  อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยการพยักหน้ารับ

“ฟุรุยะคุง!!!”  ฮารุอิจิหันไปหาเพื่อนตัวเองอีกหน  “เดี๋ยวผมจะกลับมาถามนะว่าเกิดอะไรขึ้น!!!!”

“นางาทานิคุง!!!  อย่าปล่อยพวกมันหนีไป!!!!”  เหมือนอีกฝ่ายจะจับทีท่าคนพูดได้เลยรีบสั่งการ  คนรับคำสั่งก็ตอบรับด้วยการเงื้อมีดพุ่งเข้าใส่

“ทุกคน  วิ่ง!!!!!”

ฮารุอิจิส่งเสียงให้จังหวะก่อนจะดึงตัวมิยูกิให้ออกวิ่งไปทางบันได  โดยมีรุ่นน้องทั้งสองคนตามมาติด ๆ  พวกเขารีบวิ่งขึ้นบันไดตามการนำทางของเซคันด์เบสผมสีซากุระ  ได้ยินเสียงหัวเราะชวนสั่นประสาทจากเงาในผ้าคลุมไล่ตามหลังมาไม่ห่าง

“อะ…เอาไงต่อดีครับ!!!?”  เซโตะรีบถามขึ้นมาเมื่อพวกเขาไต่บันไดขึ้นมาถึงชั้นสาม  ไม่ว่าจะวิ่งเร็วแค่ไหนเสียงหัวเราะนั้นก็ยังดังตามมาติด ๆ คล้ายเกาะหนึบอยู่บนแผ่นหลัง

“งั้นหาที่หลบกันก่อน!!!”  ฮารุอิจิตัดสินใจฉับพลันหักเลี้ยวไปทางซ้ายมือ

มิยูกินึกออกขึ้นมาทันทีว่ามีห้องอยู่ห้องหนึ่งไม่ได้ล็อกเลยรีบบอก  “เข้าไปในห้องนั้นกัน  ห้องไม่ได้ล็อก!!!”

“อะ…ครับ!!!”  คนวิ่งนำตรงไปยังประตูห้องที่ชี้นิ้วบอก  รุ่นน้องปล่อยมือออกจากแขนตรงเข้าไปกระชากประตูเปิดออก  แต่ก็ชะงักเมื่อได้กลิ่นบางอย่างโชยออกมาจากห้อง

อะ

แล้วคนเคยเข้าไปในห้องนั้นก็นึกออกว่าในนั้นมีอะไร

ก่อนจะได้พูดอะไร  เซโตะก็พาโอคุมูระวิ่งเข้าไปในห้องนั้นก่อน  คนผมสีซากุระเลยกัดฟันดึงกัปตันเข้าไปบ้างก่อนจะรีบเลื่อนประตูปิด

กลิ่นเหล็กยังคงอบอวลอยู่ในห้องไม่ต่างจากตอนออกมา

“เฮ้ย!!!!!!!!!!!!”

ก่อนรุ่นน้องใส่แว่นจะร้องลั่นด้วยความตกใจทันทีที่แสงในตะเกียงตัวเองส่องให้เห็นสภาพด้านใน

ฮารุอิจิหันควับไปมองตาม  แล้วตอนนั้นเองความรู้สึกผิดว่าไม่น่าบอกให้เข้ามาในห้องนี้ก็จู่โจมมิยูกิทันที

เขาลืมไปสนิท…ว่าห้องนี้มีคาเนมารุกับโทโจอยู่

“คะ…คาเนมารุคุง………โทโจคุง…………………”  เพื่อนร่วมชั้นปล่อยมือออกจากแขนกัปตันแล้วค่อย ๆ เดินตรงไปหาเพื่อนทั้งสองที่นั่งพิงกำแพงอยู่  ก่อนจะทรุดลงนั่งอยู่ตรงหน้า  ค่อย ๆ ยื่นมือเข้าไปแตะใบหน้าของทั้งสองคน

“ระ…รุ่นพี่……..”  เซโตะเองก็ถึงกับเข่าอ่อน  ทรุดลงไปนั่งกับพื้นเช่นกัน  ส่วนโอคุมูระนั้นหันกลับมามองหน้าคนบอกให้เข้ามาในห้องนี้ราวกับรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

มิยูกิขยับปากจะพูดขอโทษ  แต่ในอกกลับรู้สึกตื้อตันจนคำพูดไม่ยอมออกมาจากคอ  เขาจึงทำได้แค่เดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วย่อตัวเอามือแตะหลังเบา ๆ

“…รุ่นพี่มิยูกิ…”

อีกฝ่ายลดมือลงจากใบหน้าเพื่อนร่วมชั้นทั้งสองแล้วหันกลับมา  เขาเห็นหยดน้ำเอ่ออยู่ในดวงตาสีเดียวกับผม  แต่ไม่มีเค้าของความอ่อนแอให้เห็นอีกแล้ว

“ช่วยเล่าให้ฟังทีครับ…ว่าเกิดอะไรขึ้น”

Advertisements

3 thoughts on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 18]

  1. ตอนนี้นอกจากจะสยองแล้ว ยังแสยงด้วยอ่ะ โรคจิตจริงด้วย
    เกิดหมอนี่สิงทุกคนได้ กัปตันคงสติหลุดแน่

    Like

  2. เริ่มใจไม่ดี+กลัวด้วย555 แต่แอบฟินตอนฟุรุนกอดมิยูกิ(ฮ่า) แต่หลอนอะฟุรุนฉีกยิ้ม=◇=

    Like

  3. ฮะ…ฮะ…ฮะ
    แอบอ่านมาตั้งนาน ฉากเชอร์วิทมีมาเรื่อยๆทำเอาไม่รู้จะจิ้นมิยูกิคู่กับใครดี แอ๊ะ? ผิดประเด็นสินะ
    เรื่องนี้แลดูโอคุมุระสมเป็นกัปตันมากกว่ามิยูกิอีก เท่เกินไปแล้วไอ้หนูหมาป่า!
    ปล หลอนดีค่ะ นึกครึ้มนั่งอ่านตั้งแต่ตีสาม หลอนค่ะหลอนมากกกกกกกกก ไม่เป็นอันนอนเลยทีเดียว ขอบคุณสำหรับฟิคหลอนๆ//กราบ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s