Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [13]

ถ้าเป็นในเกมจะใช้เวลาสำรวจห้องนี้นานอยู่  แซ็กกับเรเลยจะสลับหน้ากากกันบ่อยกว่านี้อีกค่ะ

ช่วงท้ายตอนนี่ตอนเห็นครั้งแรกเราขำพรืดออกมาเลย…


—–วิ้ง  วิ้ง!

หลังวีดีโอนั้นจบลง  เสียงไซเรนก็แผดดังก้องในห้องเหมือนเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว  หน้าจอทีวีปรากฎภาพนาฬิกาทราย  เรเดาได้ไม่ยากว่านาฬิกาทรายนั้นเปรียบกับปริมาณแก๊สพิษที่จะปล่อยเข้ามาในห้องหลังจากนี้

“…เฮ้ย  เอาไง”

แซ็กเปลี่ยนอารมณ์เป็นสงบลง  เขาอ่านข้อความระมัดระมังอย่างยิ่งไม่ออก  แต่ถึงจะรู้ตัวว่าตนเองบ้าแค่ไหนก็เข้าใจได้ว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเข้าขั้น

“คำอธิบายบอกไว้ว่าใช่ว่าไม่มีทางหนี  ฉันจะพยายามหาทางออกเอง  ก่อนอื่นรีบใส่หน้ากากกันแก๊สก่อน…”

เรเดินเข้าไปส่วนลึกของห้องแล้วหยิบหน้ากากกันแก๊สเก่า ๆ จากในตู้เซฟก่อนส่งให้แซ็ก

“เฮ้ย  ให้ฉันใส่นี่เหรอ?”

บนหัวแซ็กปรากฎเครื่องหมายคำถาม  เห็นได้ชัดว่าเรที่ตัวเล็กกว่าตนใส่หน้ากากกันแก๊สนี้ก่อนจะดีกว่า

“อืม…ถ้าแซ็กตายฉันก็แย่  เพราะงั้นแซ็กใช้เถอะ”

แต่เรกลับตอบไม่ลังเล  ร่างกายสัมผัสได้ว่าแก๊สพิษเริ่มไหลจากที่ไหนไม่รู้เข้ามาในห้อง  กลิ่นนั้นแปลกประหลาดชวนให้หัวเริ่มวิงเวียน

“แล้วถ้าแกตายละ”

แซ็กถามเสียงเฉียบขาด

“…ไม่รู้สิ”

เรหลับตาแล้วตอบคล้ายพูดเรื่องคนอื่น

“อย่ามาไม่รู้สิสิวะ!  ถ้าเธอตายฉันก็ออกไม่ได้!  ใช้หัวหน่อยเซ่!”

แซ็กเผลอตะคอกใส่ท่าทางไร้ความรับผิดชอบของเร

—–ยัยนี่อยากโดนฉันฆ่าจริง ๆ เรอะ….?)

ถึงจ้องตาเรก็ไม่อาจสัมผัสอารมณ์ใด ๆ จากลูกตาคล้ายของประดิษฐ์สีฟ้านั้นเลย  เดิมก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าคิดอะไรอยู่  ทั้งเรื่องคิดอยากตายก็เช่นกัน  แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาพอคิด  และไม่จำเป็นอีกด้วย  แค่บางทีเขารู้สึกไม่สบอารมณ์เหมือนมีเมฆหมอกมาบังใจยามสงสัยว่าทำไมเรถึงอยากถูกตนฆ่า

(ก็ไม่เคยมีใครเห็นฉันสำคัญเลยนี่หว่า)

“….งั้นถ้ารู้สึกอึดอัดเมื่อไรก็ขอเปลี่ยนตัวได้ไหม”

เรตอบหลังคิดเล็กน้อย

“ฟังนะ  ถึงเธอคงไม่สนใจถ้าตัวเองจะตาย  แต่ตอนนี้ถ้าเธอตายไปฉันก็ลำบาก  เพราะงั้นช่วยพูดก่อนอึดอัดที!”

แซ็กตอกกลับคล้ายเทศนา  ถึงเรจะคิดอะไรอยู่ก็ตาม  แต่หากออกจากที่นี่ไม่ได้ก็ไม่อาจเริ่มอะไรได้  เขาขอแค่ไม่ตายในตึกพรรค์นี้ได้ก็พอ

“ได้สิ  ฉันจะบอกก่อนอึดอัด  เพราะงั้นรีบสวมหน้ากากได้แล้ว”

เรตอบ

เธอไม่กลัวความตาย  คิดว่ามีชีวิตอยู่ยังจะน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำ  แต่เป็นไปได้ก็อยากถูกแซ็กฆ่า  ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นทั้งที่เพิ่งพบกัน  ถึงจะคิดไปก็คงหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้

แต่เมื่อนึกอยากถูกแซ็กฆ่าไปแล้ว  สิ่งนั้นก็กลายเป็นคำภาวนาของเรไปนับตั้งแต่วินาทีนั้นเอง

และแซ็กก็สาบานไว้แล้ว

(กับพระเจ้า….)

—–ฉันเลยอยากทำตัวมีประโยชน์กับแซ็ก  ต้องทำตัวมีประโยชน์ให้ได้  เธอคิดแบบนั้น

“….แล้วทำไงถึงจะออกจากที่นี่ได้”

แซ็กสวมหน้ากากเก่า ๆ ดูไม่น่าใช้ได้ผลเท่าไรแล้วถามด้วยเสียงเจือความไม่สบายใจไว้  ตัวเขาเองคงไม่อาจหาทางหนีออกจากห้องปิดตายได้  พอเป็นเช่นนั้นก็ต้องหวังพึ่งเรอย่างเดียว

“น่าจะมีคำใบ้อยู่แน่ ๆ  เดี๋ยวฉันจะหาดู”

เธอสัมผัสได้เต็มเปี่ยมว่าแซ็กกำลังหวังพึ่งอยู่  แม้จะไม่เปลี่ยนสีหน้าแต่เรก็พูดต่อพลางโอบความรู้สึกต้องพยายามเอาไว้

“งั้นก็รีบ ๆ เข้าเซ่  ไม่มีเวลาแล้วนะ”

“อืม”

เรพยักหน้าเล็กน้อยแล้วรีบเข้าไปใกล้ศพสีดำแดง

“ใต้ศพนั้นมีอะไรเขียนอยู่….”

เธอติดใจตัวหนังสือนั้นตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้ว  สิ่งนั้นอาจจะเป็นเบาะแสสักอย่างก็ได้  เรคาดดังนั้นแล้วยื่นมือจะขยับตัวศพออก

(….หนัก)

แต่ศพหนักกว่าที่คาดไว้และแผ่ราบติดอยู่กับพื้นจนกำลังแขนของเรทำได้เพียงขยับเคลื่อนได้แค่นิดเดียว

“ชายผู้นอนอยู่ตรงนี้แม้ขาดเขลา….———–“

แต่เธอเห็นข้อความต่อมาของประโยคจากใต้ศพที่ถูกจับเคลื่อนได้เพียงเล็กน้อย

“แซ็ก”

“อะไร?”

“ขยับศพนั้นให้หน่อยได้ไหม  มีอะไรเขียนอยู่ที่พื้นน่ะ”

“หา  แค่นี้ยังจับขยับเองไม่ได้เรอะ  เฮ้อ  พอตัวกะเปี๊ยกก็ยุ่งยากซะจริง”

แซ็กบ่นปนล้อเลียนแล้วยกศพคล้ายก้อนเนื้อนั้นขึ้นวางข้าง ๆ อย่างง่ายดาย  เขาไม่อาจใช้งานหัวสมองได้อย่างเรจึงพอทำได้แค่งานใช้แรงงานแบบนี้เอง

“เหวอ…..ขาหลุดออกมาจนได้”

แต่จังหวะนั้นเอง  ขาขวาของศพกลับหลุดออกมาจากต้นขา

(ขนลุกชะมัด….)

แต่เรกลับสัมผัสความแปลกประหลาดได้จากขาข้างนั้น  ดูเหมือนสีของมันจะต่างจากส่วนอื่นของร่างกายชอบกล

(เน่ามาก่อนจะกลายเป็นศพแล้ว….?)

“แล้วเขียนไว้ว่าไงน่ะ”

บนพื้นหลังขยับศพออกแล้วมีข้อความเขียนเอาไว้  แต่แซ็กอ่านหนังสือไม่ออกจึงไม่อาจอ่านข้อความนั้นได้

“ชายผู้นอนอยู่ตรงนี้แม้ขาดเขลา  กลับทำตัวโง่เง่าเหยียบย่ำชีวิตเช่นฆ่าคนด้วยขาข้างนั้น  แม้จะทิ้งขาข้างนั้นหลังสำนึกและทนทุกข์ก็มิอาจทำได้  คนบาปผู้นี้ช่างโง่เขลา  ทำได้เพียงใช้ขาทั้งสองข้างร่อนเรอยู่ในนรกภูมิตลอดกาล”

เรอ่านข้อความเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงในใจ

(หมายความว่าไง….)

—–ทิ้งขา….เกี่ยวกับขาที่หลุดออกมาหรือเปล่า…?

ข้างศพมีกองเลือดแห้งติดอยู่คล้ายแอ่งน้ำขนาดใหญ่  แล้วตาของเรก็สะท้อนข้อความบางอย่างบนพื้นใต้แอ่งเลือดนั้น

(มีข้อความต่อ….?)

แต่เธออ่านข้อความนั้นไม่ได้ครบทุกส่วนเพราะเปื้อนเลือด

“แซ็ก  ฉันอยากได้อะไรมาเช็ดรอยเปื้อนหน่อย”

ถ้าเช็ดรอยเปื้อนออกก็อาจมีคำใบ้เขียนไว้อีก  เรคิดแบบนั้นแล้วถามดู

“ฟังนะ  ฉันไม่ใช่คนใช้เวทมนตร์นะเฟ้ย”

แซ็กขมวดคิ้ว  อาจเป็นเพราะตนเองบ้าก็ได้  แต่เขาไล่ตามความคิดของเรไม่ทันเลยสักนิด  แน่นอนว่าไม่มีอุปกรณ์แบบนั้นอยู่ใกล้ตัวอีก

“ฉันรู้”

“แล้วอะไรวะ  จะเอาของเช็ดคราบสกปรกไปทำอะไร”

“ฉันอยากเช็ดเลือดบนพื้นนี้น่ะ  มีอะไรเขียนเอาไว้อยู่  ถ้ามีผ้าขี้ริ้วหน่อยก็คงดี….”

“ใครมันจะพกผ้าขี้ริ้วติดตัวไว้วะ  เธอนั่นแหละไม่มีผ้าเช็ดหน้าหรืออะไรอยู่ในกระเป๋านั่นบ้างเรอะ?”

แซ็กถามขึ้นมาลอย ๆ

“…….มี….ผ้าเช็ดหน้าน่ะ”

เรเหลือบมองกระเป๋าแล้วตอบด้วยเสียงหดหู่

“งั้นใช้ไอ้นั่นไปสิ?”

“…….อืม”

(แต่ถ้าใช้….สิ่งนี้แล้ว….)

เธอหน้ามืดขึ้นมากระทันหัน  สีฟ้าซีด ๆ ลอยขึ้นบนเปลือกตา  แต่ก็หายไปเมื่อกะพริบตา

“ทำไมวะ?”

แซ็กจ้องหน้าเร  เขาสังเกตได้ว่าสีหน้าเธอเปลี่ยนไปแวบหนึ่ง

“เอ่อ…เหมือนกับจะเริ่มอึดอัดกับแก๊สพิษขึ้นมาหน่อยน่ะ”

เรเงยหน้ามองหน้าแซ็กที่มองตัวเธอกลับด้วยความไม่สบายใจแบบไม่ค่อยได้เห็นมาก่อนแล้วตอบด้วยแนวการพูดแบบเคย

“หา!?  ก็บอกว่าให้รีบพูดก่อนจะอึดอัดแล้วไงเล่า?!”

แซ็กย่นหน้า  ถอดหน้ากากกันแก๊สออกอย่างไม่รีรอแล้วรีบสวมลงบนหน้าเร

“ถ้าไม่อึดอัดก็ไม่รู้สิว่าอึดอัดหรือยัง”

เรพึมพำเสียงเบาขณะถูกสวมหน้ากากกันแก๊สเก่า ๆ ฉึบลงบนใบหน้าเรียวเล็ก  แต่นั่นต้องบอกว่ารู้สึกล่องลอยอยู่ในหัว….เป็นสัมผัสแปลก ๆ คล้ายขาอยู่ไม่ติดดินมากกว่าจะอึดอัด

“ให้ตายสิ  ถ้าแกเอาแต่เงียบก็ไม่รู้พอดีว่ายังอยู่หรือตาย!”

“ไม่เป็นไร  ยังมีชีวิตอยู่”

“รู้อยู่แล้วน่า!”

“เมื่อกี๊ยังบอกว่าไม่รู้….”

“ว้อย…หยุดบ่นโน่นนี่ได้แล้ว!  แกก็หัดหายใจอยู่หน่อยแล้วกัน!”

แซ็กคำรามเหมือนจะปัดคำตอบคอยหาโอกาสทิ่มแทงจากเร

“อืม  แต่ต้องรีบเช็ดรอยเปื้อนนั้นออกแล้ว…..ฉันว่าต้องเป็นคำใบ้วิธีออกจากห้องนี้แน่ ๆ”

“เออน่า  เดี๋ยวเช็ดให้  ส่งผ้าเช็ดหน้ามานี่!”

แซ็กพูดคล้ายครึ่งหนึ่งในใจไม่อยากสนอะไรแล้ว  แซ็กเองก็ลำบากหากเรตายไปเหมือนกัน  เขาไม่รู้ว่าตอนนี้มีแก๊สพิษแบบไหนไหลออกมา  แต่ตัวเขายังคงสบายมาก  เพราะงั้นตอนนี้เป็นไปได้เขาก็อยากรับผิดชอบงานใช้แรงงานมากกว่า  สัญชาตญาณแซ็กบอกแบบนั้น

“อืม”

เรยื่นมือลงไปในกระเป๋าเพื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา  แล้วสัมผัสในคืนวันนั้นก็ย้อนกลับเข้าบนมือ  แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาพอลังเล  เรยื่นนิ้วลงไปก้นกระเป๋าแล้วกำผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าที่ห่อหุ้มอะไรบางอย่างอยู่—-ตั้งแต่วันนั้นมาตลอดก่อนส่งให้แซ็ก

“เออ…ใช้ไอ้นี่เช็ดพื้นก็พอสินะ?”

แซ็กถามแม้จะลังเลกับผ้าเช็ดหน้าสีน่ารักผืนนั้นอยู่บ้าง

“อืม  เดี๋ยวฉันช่วย  พกแปรงสีฟันมาน่ะ”

เรพูดเสียงอู้อี้จากใต้หน้ากากกันแก๊สขณะควานหาของในกระเป๋า

(….ดูอย่างกับใส่หน้ากากอยู่เฉย ๆ เลยแฮะ)

“เออแล้วนี่เธอ…ไอ้นั่นมันช่วยได้เรอะ”

ถึงจะแลกกันใช้  เห็นได้ชัดว่าหน้ากากกันแก๊สไม่เข้ากับขนาดหน้าของเรอย่างยิ่งจนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่รอบใบหน้าของเธอ

“ไม่รู้สิ…..?  ฉันว่ามันพังไปแล้วละ…..”

เรตอบ  จะว่าไปก็เริ่มหายใจไม่ค่อยออกมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

“หา?  งั้นก็ถอดออกซะสิ!  ไม่งั้นก็ยิ่งอึดอัดตาย  ถ้าอึดอัดขึ้นมาก็กลั้นหายใจไว้ซะ”

“….?  เมื่อกี๊ยังบอกให้หายใจอยู่เลย?”

เรนึกสงสัยเมื่อได้ยินคำพูดตรงประเด็นของแซ็ก

“หา?!  ในเมื่อไม่มีหน้ากากกันแก๊สแล้วก็ต้องกลั้นหายใจอย่างเดียวสิ!”

แซ็กนิ่วหน้าเล็กน้อย  จะคิดยังไงก็แปลกที่เรซึ่งหัวดีกว่าตนกลับไม่เข้าใจเรื่องนั้นเลย

“….กลั้นก็ได้”

เรพึมพำออกมาอย่างแทบไร้ความหมาย  ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  แต่เธอกลับนึกขำสถานการณ์แปลกประหลาดนี้ออกมาหน่อย ๆ จนเผลอคลายมุมปากลง

“เธอโดนพิษเล่นงานแล้วจริง ๆ หรือเปล่าวะ?”

แซ็กเอียงคอมองเรเมื่อเห็นเธอดูสนุกขึ้นมาหน่อย

“ดู  แปลกเหรอ?”

เรเองก็เอียงคอต่อเช่นกัน

(แปลก?)

แซ็กมองเรคล้ายสังเกตหลังได้ยินคำถามนั้น  เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างเหมือนเคยพร้อมกับมีอะไรแปลกไป  แต่เธอไม่มีสีหน้าอยู่แล้วเลยไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปตรงไหนน

—–จะว่าแปลก  ก็แปลกอยู่แหละ…..

“….ไม่รู้ว่ะ  หรือจะว่าก็แปลกอยู่แล้วนี่”

แซ็กชักขี้เกียจคิดเลยตอบตัดบทไป

“ฉัน  แปลกเหรอ?”

เรรู้สึกช็อกเล็กน้อย  แต่ก็ตอบด้วยเสียงโทนเดิม ๆ พลางเงยหน้ามองหน้าแซ็ก  แต่ดวงตานั้นก็ยังว่างเปล่าอย่างเห็นได้ชัด

(ไม่ใช่ว่ายัยนี่เมาพิษจนเพี้ยนไปแล้วนะ?)

——จะไหวไหมเนี่ย….

“ยังไงก็ไม่มีเวลาแล้ว  ฉันจะเช็ดพื้นละนะ!”

แต่เขาจะมัวโต้เถียงไร้สาระในสถานการณ์แข่งกับเวลาแบบนี้ไม่ได้แล้ว  ถึงตัวเขาจะยังไหว  แต่หากแก๊สพิษออกมาเต็มห้องมากกว่านี้ก็คงทนอยู่ต่อไปไม่ไหวหรอก  แซ็กเลยเริ่มเช็ดพื้นนำก่อนด้วยใจหนึ่งคิดอยากออกจากที่นี่เร็ว ๆ

(แต่นี่ก็ลำบากชะมัด  ฉันไม่เคยทำความสะอาดซะหน่อย….)

แซ็กถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่ก็ออกแรงใช้ผ้าเช็ดหน้าขัดพื้นเปื้อนเลือดอย่างแข็งขัน

(…..มีอะไรเขียนไว้จริง ๆ)

เรใช้แปรงสีฟันช่วยถูบริเวณที่มีตัวหนังสือปรากฎออกมาเพื่อจะได้อ่านออกง่ายมากขึ้น

หลังจากรอยเปื้อนบนพื้นค่อย ๆ หายไปก็พบว่าบนพื้นมีข้อความต่อจากประโยคเมื่อครู่เขียนไว้ต่อจริง ๆ

“หากสำนึกได้ว่าร่างกายส่วนใดกระทำบาป  ก็จงตัดมันทิ้งเสีย  นำมันวางคู่กับบาปเทียบน้ำหนักบนตาชั่งเสีย—-แต่หากสิ่งนั้นคือจิตวิญญาณ  ความปรารถนาก็มิอาจเป็นจริง”

(เทียบน้ำหนักกับส่วนที่ทำบาปบนตาชั่ง….?)

เรชะงัก  ส่วนที่ทำบาป….—-ต้องหมายถึงขาเมื่อครู่แน่ ๆ

(จะว่าไปบนชั้นก็มีตาชั่งอยู่)

“แซ็ก  ลองเอาขาของศพเมื่อกี๊วางบนตาชั่งให้หน่อย”

เรรีบร้องขอ

“หา?!  ทำไมฉันต้องถือไอ้ของชวนแหยะพรรค์นั้นด้วยเล่า!”

แซ็กเผลอย่นหน้า  เขาไม่ค่อยชอบแตะต้องศพเท่าไร  กลิ่นของศพชวนเหมือนจะเกาะติดอยู่กับตัวเอายังไงก็ไม่ออกเลยรู้สึกออกจะรังเกียจ

“งั้นไม่เป็นไร”

เรตอบคล้ายไม่สนใจแซ็ก

(…?!)

แซ็กทำตาโตขึ้นมา  เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าท่าทีตอบกลับเมื่อครู่ต่างกับเรยามปกติ

(แก๊สพิษนั่นใส่ของแปลกปนมาจริง ๆ ด้วย….)

เรขยับเขาใกล้ศพแล้วหยิบขาของศพที่หลุดออกมาขณะแซ็กยังยืนเหม่ออยู่

(….หนัก)

ขานั้นหนักกว่าที่คาดไว้เยอะ  อาจเป็นเพราะพิษไหลเวียนในร่างกายตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบแล้ว  แต่เธอทำยังไงก็ยกไม่ขึ้นซะที

“ว้อย  ถอยไป!  แค่วางขาบนตาชั่งก็พอใช่มะ?”

แซ็กทนดูภาพนั้นต่อไปไม่ไหวเลยแย่งขาของศพที่หลุดออกมาจากมือเรและวางขาลงบนตาชั่งบนชั้นตามคำสั่งของเรจนได้  ดูจากสภาพแบบนั้นแล้วไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมงกว่าจะแบกขาไหว  แล้วเขาก็หงุดหงิดถ้าเรเห็นว่าเขาทำตัวไม่ค่อยเป็นประโยชน์อีก

(เทียบน้ำหนัก…..)

เรวางก้อนน้ำหนักที่วางเรียงอยู่ข้าง ๆ ตาชั่งลงบนถาดอีกข้างหนึ่งให้หนักเท่ากับขา  แล้วทันทีที่ตาชั่งทั้งสองข้างอยู่ระดับเดียวกัน—ก็ได้ยินเสียงแกรกคล้ายบางอย่างเปิดออกดังมาจากชั้นลอย

“อะไรเปิดออกหรือเปล่า?”

“น่าจะ”

ทั้งสองคนเงยหน้ามองชั้นลอยตามเสียง  ระยะทางจากพื้นไปถึงชั้นลอยน่าจะห่างประมาณ 3 เมตร  แม้จะไม่ได้ไกลมาก  แต่หากไม่มีบันไดก็ไม่อาจปีนขึ้นไปได้  จากสายตาแซ็กผู้ตัวสูงก็ยังมองไม่เห็นว่าข้างบนชั้นลอยมีสภาพเป็นอย่างไร

“ไปดูทีว่ามีอะไร”

“ยังไงเหรอ?”

“…นั่นสินะ…ช่วยตามมาถึงตรงนั้นที”

แซ็กทำหน้าคล้ายนึกอะไรออกแบบไม่ค่อยได้เห็นมาก่อนหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  แล้วชี้ทางบอกเรให้ตามมาถึงใต้ชั้นลอย  แล้วจู่ ๆ เขาก็ใช้มือผอมกะหร่องทั้งสองข้างจับเข้าบริเวณสะโพกเรแน่นโดยไม่มีคำแจ้งมาก่อน

“เอ้า  เอาละนะ”

“เอ๊ะ?”

ณ ตอนนั้นเอง  เขาก็จับร่างเล็ก ๆ นั้นคล้ายจับสิ่งของแล้วโยนขึ้นไปบนชั้นลอย

(….!?)

เรไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจากตอนตัวเธอลอยอยู่กลางอากาศอยู่แวบหนึ่ง  แล้วพอรู้สึกตัวก็ยืนอยู่บนชั้นลอยแล้ว

“เฮ้ย!  อย่ามัวแต่เหม่อเซ่  รีบ ๆ ไปดูว่ามีอะไรได้แล้ว!  จะทำตัวมีประโยชน์ไม่ใช่เรอะ!”

แซ็กส่งเสียงหงุดหงิดใส่เรขณะความคิดเธอหยุดทำงานชั่วขณะจากเหตุไม่คาดฝัน

“อืม”

จริงด้วย….——ฉันต้องทำตัวเป็นประโยชน์กับแซ็ก

(น่าจะได้ยินเสียง….มาจากด้านใน….)

บนชั้นลอยเต็มไปด้วยฝุ่นคล้ายยังไม่ได้ทำความสะอาด  ระยะห่างจากเพดานน่าจะมีไม่น่าถึง 50 เซนติเมตรด้วยซ้ำ  เรหมอบคลานเข้าไปด้านในของชั้นลอยแม้เกือบจะสำลักฝุ่น  แล้วตรงทางตันก็พบกล่องใบเล็กวางอยู่

(ไม่ได้ล็อก….เสียงเมื่อกี๊คือเสียงกล่องนี้เปิดหรือเปล่า….)

ข้างในมีอุปกรณ์ขนาดเล็กใส่เอาไว้  บนอุปกรณ์มีตัวหนังสือ “—–พวกเอ็งเชื่อในพระเจ้าไหม?” เขียนเอาไว้  และมีปุ่ม YES กับ NO ติดอยู่ด้านบน

(….พระเจ้า)

เธอไม่รู้ว่าคำนั้นสื่อถึงพระเจ้าสำหรับใคร  แต่เรผู้ถูกแก๊สพิษเล่นงานนั้นแทบไม่มีความสามารถในการคิดเหลืออยู่แล้ว  เรนึกถึงพระเจ้าของตนก่อนกดปุ่ม YES  แล้วอุปกรณ์นั้นก็มีการ์ดไหลออกมาพร้อมกับเสียงดังครืด  เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นการ์ดเอาไว้เสียบเปิดปิดประตูทางเข้าออก

(เท่านี้ก็ออกไปได้แล้ว)

“แซ็ก  เจอการ์ดด้วย”

เรโผล่แต่หน้าออกมาอย่างเดียวจากชั้นลอย

“โห  ใช้ได้เลยนี่!!  จะได้ออกจากห้องเหม็น ๆ นี่ซะที”

แซ็กเงยหน้ามองเรด้วยหน้าภูมิใจ  แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นทีท่าว่าเรจะลงมาสักที

“เฮ้ย  เป็นอะไรไปห้ะ?”

“เอ่อ…..ลงไม่ได้….”

เรแสดงสีหน้าหวาดหวั่นสมสาวน้อยให้เห็นเพียงเล็กน้อยตอนก้มมองพื้น

“หา?!  ก็แค่กระโดดลงมาก็พอนี่!”

“…….กระดูกคงจะหัก  แล้วก็….กลัวนิดหน่อย”

เรบอกความรู้สึกตรง ๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ตอบแซ็กที่ทำเสียงโวยวาย  เธอไม่ค่อยชอบที่สูง ๆ เท่าไร

“อะไรวะนั่น  แกนี่มันเรื่องมากจริง ๆ!  เฮ้อ…อะ  ยื่นมือมาสิ”

แซ็กพูดปนถอนหายใจ

“…..มือ?”

เรเอียงคอ

“ก็ลงมาไม่ได้ไม่ใช่เรอะ?!”

“อืม”

“งั้นก็ยื่นมาเซ่!”

แซ็กหงุดหงิดที่เรเข้าใจอะไรช้าแต่ก็ยื่นมือพันผ้าพันแผลไปหา

“ก็ได้”

เรเสียบการ์ดที่ออกมาจากอุปกรณ์ลงกระเป๋าเสื้อแล้วค่อย ๆ ยื่นมือหาแซ็ก  ก่อนแซ็กจะคว้ามือข้างหน้ายกตัวเรขึ้นในอึดใจเดียวแล้วปล่อยลงกับพื้น

“ขอบคุณ”

เรเซเล็กน้อยแต่ก็ตอบเสียงเบา

“ไม่เห็นเป็นไร  แล้วการ์ดล่ะ?”

แซ็กถามพลางหลบตา

“ถ้าเอาการ์ดใบนี้เสียบอุปกรณ์ตรงนั้นก็น่าจะออกไปได้”

เรหยิบการ์ดออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้แซ็ก

“งั้นก็รีบ ๆ เสียบเข้าสิ”

“อืม”

(….เอ๊ะ?)

แต่ทันทีที่ออกเดินไปหาอุปกรณ์  อาการวิงเวียนรุนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ก็จู่โจมเรกระทันหันจนเรเผลอทรุดลงกับพื้น

นาฬิกาทรายบนจอทีวีเต็มไปด้วยทรายถึงสองในสามส่วน  ถึงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสองในสามส่วนของอากาศในห้องนี้เต็มไปด้วยแก๊สพิษแล้ว

“เฮ้ย  เป็นไรไป”

แซ็กส่งเสียงถามแล้วย่อตัวลงเพื่อลดระดับสายตาให้เท่ากับเร

“…..ไม่รู้  ภาพตรงหน้ามันเบลอ”

เรมองหน้าที่พันด้วยผ้าพันแผลของแซ็กด้วยแววตาเหม่อลอย

“…….โธ่เว้ย  พิษออกฤทธิ์ละเรอะ”

แซ็กเดาะลิ้นแล้วแย่งการ์ดไปจากมือเรก่อนมุ่งหน้าตรงไปยังเครื่องอ่าน

“แค่เสียบการ์ดใส่ก็พอใช่มะ!?”

“…อืม”

เรพยักหน้าตอบแซ็ก  แซ็กรีบวิ่งไปยังเครื่องอ่านแล้วพยายามเสียบการ์ดใส่  แต่เสียบยังไงก็ไม่เข้าสักที

“ว้อย?!  ทำไมไม่เข้าวะ!?”

แซ็กหงุดหงิดถึงขีดสุดแล้วฝืนยัดการ์ดลงเครื่อง  ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเป็นลางไม่ดีดังเป๊าะ  แล้วการ์ดก็หักเป็นสองส่วน

“อะ…….?”

แซ็กส่งเสียงไม่ทันตั้งตัวออกมาขณะยังทำความเข้าใจสถานการณ์ไม่ได้

“อะ…….”

เรอ้าปากค้างกับเรื่องผิดคาด

<อ้ะฮะฮะฮะฮะฮะฮะ!>

ในตอนนั้นเอง  เสียงผู้หญิงหัวเราะเสียงสูงคล้ายกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ก็ดังไปทั่วห้อง  แล้วหน้าจอทีวีก็ปรากฎภาพผู้หญิงขึ้นอีกครั้ง  ภาพในคราวนี้ดูเหมือนจะไม่ได้อัดเอาไว้ก่อน

<ไม่น่าเชื่อเลย!  ไม่นึกว่าจะทำเกมโอเวอร์ด้วยตัวเองเข้าจนได้!  นี่แซ็ก  ฉันจะบอกให้นะ  นายเสียบการ์ดใส่ผิดทางน่ะ?  เห็นแล้วขำจนหยุดหัวเราะไม่ได้แล้ว!  ยังลงโทษไม่เต็มอิ่มเลยแท้ ๆ….คนผิดต้องรักษากฎสิ  นะ?  ก็ทำเกมโอเวอร์เองนี่นา  แต่แซ็กยังดูไหวอยู่เลยแฮะ  ช่วยไม่ได้น้า….ต่อจากนี้ฉันจะมอบแก๊สพิษรุนแรงกว่าเดิม—ให้อีก  ให้เป็นพิเศษเลยนะ?  แก๊สพิษมันแพงออกนี่นา  ติดหรูกันจริง ๆ เลยเจ้าพวกคนผิด!  เอ้า  ทรมาณกันให้สมใจเลยนะ!>

ผู้หญิงพูดด้วยท่าทางขบขันตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็ตัดสัญญาณทีวีหายไป

(….ที่จริงแล้วก็อยากสนุกกว่านี้ซะหน่อย  แต่ในเมื่อเกมโอเวอร์แล้วก็ช่วยไม่ได้นะ  แซ็ก)

แล้วเธอก็ควบคุมอุปกรณ์ตรงมือเริ่มปล่อยแก๊สพิษแบบออกฤทธิ์ทันทีออกมา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s