Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 20]

ผู้ใช้แสตนด์  มิยูกิ  คาสุยะ //โดนชก

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers*


“ฟูจิซากิ  โผล่ออกมาเดี๋ยวนี้!!!”

มิยูกิตะเบ็งเสียงตะโกนเมื่อพาตัวเองวิ่งกลับไปยังชั้นที่เจอตัวฟุรุยะครั้งล่าสุด

“เขาจะยังอยู่ที่เดิมเหรอครับ–เฮ้ย!!!!!!”  เซโตะที่วิ่งตามมาติด ๆ อ้าปากจะขัดแต่ก็เปลี่ยนเป็นเสียงตกใจก่อนเมื่อแสงไฟในมือตัวเองส่องกระทบร่างคนนั่งทรุดอยู่กลางระเบียง

ฟุรุยะ  ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่ฟุรุยะอีกต่อไปแล้วนั่งคล้ายหมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงหน้าห้องน้ำเช่นเคย  มือทั้งสองข้างของเขาวางอยู่ตำแหน่งระหว่างแก้มกับขมับ  เห็นได้ชัดว่านิ้วทั้งสิบกำลังจิกลงไปบนผิวหนัง

คนวิ่งนำนึกสงสัยขึ้นมาแวบหนึ่ง  แต่เสียงเรียกจากด้านหลังก็ดึงสมาธิให้กลับมายังเรื่องที่คิดจะทำก่อน

“นางาทานิคุงตามมาแล้วครับ!!”

ฮารุอิจิร้องบอกขณะหันมองไปด้านหลังด้วยความระแวดระวัง  พอหันกลับตามไปก็ได้ยินเสียง “ฮะฮะฮะฮะฮะฮะ—!!!!!!!” ดังขึ้นพร้อมกับร่างในผ้าคลุมโผล่ขึ้นตรงสุดสายตา

กัปตันกัดฟันแล้วตั้งท่าเตรียมจะปราดเข้าไปหาคนบนพื้น  “ขอโทษนะฟุรุ–”

วูบ

ตรงหน้าเขากลายเป็นสีดำ  ก่อนตัวจะถูกผลักอย่างแรงจนล้มกระแทกพื้น  “อึ๊ก!!!”

“รุ่นพี่มิยูกิ!!?”  รุ่นน้องใส่แว่นอุทาน

“อ้ะ  นางาทานิคุงเขา!!!?”  หูได้ยินเสียงรุ่นน้องผมสีซากุระร้องขึ้นตาม ๆ กัน

เขาพ่นลมระบายความเจ็บแล้วรีบเงยหน้ามองว่าเกิดอะไรขึ้น  ก่อนจะเห็นร่างสวมผ้าคลุมของนางาทานิยืนขวางอยู่ตรงหน้า  ชี้ปลายมีดลงมาที่ตัว

“…….มิยูกิ…….คุง?”

แล้วเสียงเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากด้านหลังเงา

คนถือมีดเบี่ยงตัวเองออกให้เห็นตัวฟุรุยะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ด้วยอาการโงนเงน  “……ในที่สุดก็…กลับมาหาผมแล้วเหรอ……..”

“ฟูจิซากิ!!!”  เขาตะโกนโต้ตอบขณะตายังจ้องท่าทีของบอดี้การ์ดอีกฝ่ายไม่วางตา  “นายเลิกทำแบบนี้ได้แล้วน่า  ส่งตัวฟุรุยะ  แล้วก็ปล่อยนางาทานิไปได้แล้ว!!!!”

“…ผมยังต้องใช้ร่างเขาอยู่….ยังคืนไม่ได้หรอก….”  ฟูจิซากิขยับปากช้า ๆ ตัวยังโอนเอียงไปมาคล้ายคนเมาเหล้า  “แล้วผมยังต้องยืมพลังนางาทานิคุงอีก…..”

ใช้ร่าง?

มิยูกิสะดุดกับคำนี้อีกหน

ก่อนหน้านี้ก็เหมือนกัน  ฟูจิซากิพูดคล้ายว่าเขา ‘จำเป็น’ ต้องยืมร่างรุ่นน้องทั้งสอง

แล้ว ‘ร่างจริง’ ของเขาละ?

แต่ยังไม่ทันได้นึกหาสาเหตุดี ๆ คนตรงหน้าก็เงยหน้าขึ้น  เผยรอยยิ้มวิปลาสให้เห็น  “แต่มิยูกิคุงกลับมาหาผมแบบนี้…แปลว่าเปลี่ยนใจอยากมาอยู่กับผมแล้วสินะ….?”

“ใช่ที่ไหน…”  คนถูกถามเหยียดยิ้ม  พับเรื่องในหัวลงก่อน  “ฉันมาทวงตัวรุ่นน้อง  กับช่วยเพื่อนใหม่เท่านั้นเองน่า”  ประโยคสุดท้ายเขาเหลือบตาไปมองคนถือมีดที่ยังยืนนิ่งคล้ายรอคำสั่งอยู่

ใบหน้าของฟูจิซากิชะงัก  ก่อนรอยยิ้มจะตกลงกลายเป็นสีหน้าสิ้นหวัง  “………ทำไม……….”

ทันใดนั้นเขาก็ขนลุกซู่อย่างไร้สาเหตุ

ก่อนลมหายใจจะชะงักเมื่อเห็นดวงตาของเอซประจำทีมตรงหน้ากลายเป็นสีดำ

ใช่  สีดำ

“……..ทำไมนายถึงสนใจไอ้คนพวกนี้นัก…..ทำไม…………ทำไม…….แล้วผมละ….ทำไม…………….ทำไม……….คนพวกนี้มันดีตรงไหน……….ทำไม……………ทำไม………..”

เซโตะรีบตรงมาช่วยพยุงเขายืนขึ้นแล้วกระซิบ  “เอาไงดีครับ!!?”

เขาหันไปกระซิบตอบกลับ  “ถ้านางาทานิเผลอก็—”

“ทำไม!!!!!!”

แล้วคลื่นเสียงมองไม่เห็นก็ผลักทั้งสองคนล้มลงไปอีกหน

“โอ๊ย!!!!!”  รุ่นน้องใส่แว่นล้มหลังกระแทกพื้นเต็ม ๆ จนแทบได้ยินเสียงกระดูกหัก  ตามด้วยตัวกัปตันที่ล้มเอาไหล่กระแทกพื้นจนเจ็บแปลบไปหมด

“รุ่นพี่–อั๊ก!!!!!”

หูได้ยินเสียงฮารุอิจิอุทานก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงสำลักต่อ

“รุ่นพี่โคมินาโตะ!!!!?”  โอคุมูระซึ่งยืนดูท่าทีอยู่นานถึงกับร้องตาม

มิยูกิฝืนสายตาให้หันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นร่างของนางาทานิกำลังบีบคอรุ่นน้องตัวเล็กอยู่  แต่ก่อนจะได้ตะโกนห้ามหรือลุกไปช่วยก็ถูกมือข้างหนึ่งจับเข้าที่คอเสียก่อน  “อั๊ก!!!!”

“มิยูกิคุง…มิยูกิคุง…..”  ไม่รู้ว่าร่างของฟุรุยะมานั่งอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไร  เขายื่นมือขวาบีบเข้าที่คอตรงรอยเดิมพอดิบพอดีจนความเจ็บที่บรรเทาลงไปแล้วพุ่งกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  “มาอยู่กับผมเถอะ…มิยูกิคุง….”

“กะ…แก….”  คนถูกบีบคอพยายามเค้นเสียงออกมา  “ปล่อย…”

“นะ…มิยูกิคุง…”  แวบหนึ่งประกายบางอย่างสะท้อนกับแสงไฟปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเอซ  แต่ก็หายไปในแทบจะทันที  “….มาอยู่…….กับผม…….เถอะนะ…….”

แรงบีบตรงคอเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนออกซิเจนเริ่มไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ  มิยูกิพยายามเค้นแรงจะแกะมือออกแต่สภาพร่างกายอันทรุดโทรมทำให้เขาแทบขยับมือไม่ไหว  “ปล่อย…ฟูจิซากิ….”

ภาพในสมองเริ่มถูกสีดำกลืนกินจนนึกอะไรไม่ออก

อย่างน้อย…อย่างน้อยถ้าได้เครื่องรางรูปดาวนั้น……

ก่อนที่สติเขาจะดับวูบไป  แรงมือตรงคอก็คลายออกกระทันหันพร้อมกับเสียงดังโครม

“อั่ก!!!!”  เสียงฟูจิซากิในร่างฟุรุยะดังลั่นหลังเสียงของหนักกระแทกพื้น  อากาศที่ไหลเข้ามาในคอกระทันหันทำกัปตันสำลักจนต้องไอแค่ก ๆ แต่ก็รีบลืมตามอง

“ทาคุ!!!”

เสียงโอคุมูระดังขึ้นขณะภาพตรงหน้ายังรางเลือน  ก่อนจะมีเสียงดังตึงดังจากด้านหลังพร้อมกับเสียงสำลักอากาศของฮารุอิจิดังขึ้นติด ๆ

“นะ…นี่แก!!!!”  ฟูจิซากิร้องลั่น  ภาพตรงหน้ากลับมาชัดมาพอเห็นเขากำลังนั่งกุมไหล่ซ้ายอยู่กับพื้น  “บังอาจ…บังอาจยกเท้าถีบรุ่นพี่เรอะ—อึ๊ก!!!!”  ก่อนจะส่งเสียงเจ็บออกมาอีกรอบเมื่อโอคุมูระไม่รอช้ารีบกดตัวอีกฝ่ายลงกับพื้นแล้วนั่งคร่อมทับไว้

“รุ่นพี่มิยูกิ!!!”  เขาส่งเสียงเข้ม  “ค้นตัวเขาเร็วสิครับ!!!”

“…ห้ะ!?”  ความตกใจกับสงสัยจากคำพูดของคนบนพื้นทำสมองเขาสั่งการช้าไปห้าวินาที

“ผมถีบไหล่ซ้ายเขา  ไม่ได้แตะไหล่ขวาเลย  คงไม่มีผลอะไรกับตอนขว้างหรอก!!!”  เหมือนรุ่นน้องจะรู้ว่าติดใจเรื่องอะไรเลยรีบอธิบายขณะเอามือข้างที่ไม่เจ็บกดปากคนใต้ตัวไม่ให้ส่งเสียงร้อง  “เร็วเข้าครับ  ทาคุคงรับมือไอ้เงานั่นไม่ได้นานหรอก!!!”

“ไป ๆ มา ๆ ฉันชักจะมาสเตอร์สายนี้ซะแล้วสิ”  เสียงเซโตะดังขึ้นจากด้านหลัง  พอหันไปมองก็เห็นเขากำลังยื้อมีดแย่งกับนางาทานิ  “รุ่นพี่โคมินาโตะ  รีบไปช่วยทางนั้นเร็วครับ!!”  ก่อนจะตะโกนบอกเมื่อเห็นคนผมสีซากุระเริ่มกลับมาตั้งตัวได้

“…อื้ม!!”  ฮารุอิจิพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนยันตัวเองลุกตรงมาหาก่อนจะออกแรงกดมือทั้งสองข้างของฟุรุยะไว้ให้อยู่นิ่ง ๆ

โอคุมูระลุกขึ้นจากตัวขณะยังปิดปากอีกฝ่ายไว้แล้วเริ่มพลิกดูตามกระเป๋าเสื้อ  “เร็วเข้าครับ!!”  สายตาเขายังเหลือบไปด้านหลังเป็นระยะด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท

มิยูกิกัดฟันล้วงมือไปตามกระเป๋าต่าง ๆ ในตัวขณะต้องสู้รบกับการดิ้นไม่มีเลิกราของคนบนพื้นด้วย  แต่ใจเขาก็หายวับเมื่อไม่พบของหน้าตาคล้ายเครื่องรางรูปดาวที่ลงในหนังสือนำเที่ยวเล่มนั้นเลย

“อั๊ก!!!”

แล้วเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดของเซโตะก็ดึงทุกคนให้หันไปมองด้านหลัง

“…ทาคุ!!!?”  โอคุมูระร้องเสียงหลงเมื่อหันกลับไปอีกทีแล้วเห็นเพื่อนตัวเองนั่งกุมท้องด้วยสีหน้าทรมาณอยู่ข้างผนัง  ข้างตัวเป็นตะเกียงตกอยู่ในสภาพไฟข้างในใกล้จะดับเต็มทน

“……………..เท่านี้….เหรอ……….”

เสียงนางาทานิแทรกเข้ารูหูของทุกคน

พอกะพริบตาอีกที  ร่างในผ้าคลุมก็ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้ามิยูกิคล้ายอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่แรก  ความเย็นเฉียบขนาดเท่าฝ่ามือผุดขึ้นบนไหล่  แล้วพอรู้สึกตัวอีกทีตัวเขาก็ถูกกระชากลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยแล้วตกลงบนพื้นเต็มแรงจนยอกไปทั้งตัว  “โอ๊ย!!!!”

“รุ่น—!!!!”  รุ่นน้องอีกสองคนทำท่าจะตรงเข้ามาช่วยแต่ก็โดนผลักกระเด็นกันไปคนละทางตาม ๆ กัน  “อึ๊ก!!!!”

“พะ…พวกนาย…!!!!!!”  มิยูกิกัดฟันยันตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

นางาทานิยืนตระหง่านอยู่ข้างตัวฟุรุยะที่ลุกขึ้นมาไอค่อกแค่ก  ความมืดใต้ผ้าคลุมบริเวณหัวชวนขนลุกยิ่งกว่าเคย  “…ได้….แค่นี้เองเหรอ……”

“ฮะฮะฮะ……..ได้แค่นี้แหละ….”

ฟูจิซากิลุกขึ้นช้า ๆ ตัวเซเอียงไปมาคล้ายกับตอนลุกยืนก่อนหน้านี้  “เลิกดื้อกัน…แล้วส่งตัวมิยูกิคุงมาแต่แรก…ก็จบแล้วแท้ ๆ………”  เขาปรายตามองรุ่นน้องที่ยังนั่งจุกกันบนพื้นทั้งสามพลางจัดเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของตัวเองเข้าที่

มิยูกิกัดฟันข่มความเจ็บ  ในหัวพยายามคิดหาเหตุผล

ทำไมเขาถึงไม่เจอเครื่องรางอะไรนั่นเลย

ทั้งที่ทฤษฎีทุกอย่างบรรจบกันที่ข้อสรุปว่าฟูจิซากิใช้เครื่องรางนั้นควบคุมนางาทานิอยู่

หรือเขาจะเอาไปซ่อนที่อื่น?

ไม่น่าเป็นไปได้  ของสำคัญแบบนั้นไม่น่าจะเอาไว้ห่างตัวได้นี่นา

เครื่องรางรูปจิ้งจอกผุดขึ้นในหัว  จะว่าไป  ขนาดเครื่องรางจิ้งจอกที่มีอาณุภาพหยุดนางาทานิได้ครู่หนึ่งยังถูกเก็บไว้ในห้องสมุด  ที่ ๆ มันยังเคยอยู่  แม้แต่บันทึกกรรมการนักเรียนหรือหนังสือนำเที่ยวที่เป็นคำใบ้นั้นก็ยังอยู่ที่เดิมอยู่เลยนี่นา

ไม่แน่ว่าฟูจิซากิจะยังเก็บมันไว้ที่ ๆ มันเคยอยู่ก็ได้

แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็…

ไม่จริงน่า

ไม่จริงน่า

ความคิดในหัวเขากรีดร้องไม่ได้ศัพท์

“รีบ ๆ ฆ่าคนที่เหลือซะ…นางาทานิคุง”   ฟูจิซากิหันไปออกคำสั่งเงาในผ้าคลุม

“ยะ…อย่านะ!!!”  กัปตันตะโกนห้ามเสียงหลง  เขาพยายามสั่งร่างกายให้ลุกขึ้นยืนแต่ไม่รู้ทำไมขาถึงไม่ยอมฟังที่พูด  ราวกับความเหนื่อยล้าจากที่ผ่านมาเพิ่งจะมาระเบิดอาการเอาเข้าตรงนี้

“…อึ๊ก…”  หูได้ยินเสียงรุ่นน้องทั้งสามพยายามชันตัวลุกขึ้นหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ

นางาทานิยังคงยืนนิ่ง

“…นางาทานิคุง?”  คนสั่งการทำเสียงแปลกใจ  ก่อนจะกดเสียงเข้มลงคล้ายยืนยัน  “ฆ่าพวกมันเลยสิ”

คนถือมีดยังคงยืนนิ่ง  หันส่วนหัวที่อยู่ใต้ผ้าคลุมมาทางมิยูกิ

……………..ทำไม?

แม้ไม่เห็นตา…หรือแม้แต่ส่วนใบหน้าของคนใต้ผ้าคลุมแม้แต่นิด  แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องหน้าอยู่

จ้องหน้าคล้าย…พยายามบอกบางอย่าง

“นางาทานิคุง….”  ฟูจิซากิกดเสียงต่ำลงอีก  หันไปมองร่างข้างตัวด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้ม  “นายคิดจะขัดคำสั่งผมเหรอ….?”

อีกฝ่ายนิ่งไปอีกครู่หนึ่ง  ก่อนจะพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“……………มิยูกิ……คาสุยะ…………”

เจ้าของชื่อสะดุ้ง  แล้วร่างกายทั่วตัวก็สั่นสะท้านเมื่อคนเรียกชื่อยื่นมือข้างถือมีดออกไปข้างตัว  หันปลายคมให้อยู่เหนือหัวโอคุมูระซึ่งยังนั่งทรุดอยู่ใกล้ที่สุด

“…โอ๊ะ…เอาแบบนี้เหรอ?”  เสียงคนสั่งเปลี่ยนมาเป็นดีใจในชั่วพริบตา

รุ่นน้องผู้ตกเป็นเป้าหมายเงยหน้าขึ้น  หรี่ตามองปลายมีดเหนือหัวตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บใจ

“ยะ…อย่านะ…นางาทานิ….”  มิยูกิเค้นเสียงห้ามก่อนรวบรวมแรงลุกขึ้นยืนอีกหน

เงานั้นยังคงมองตรงมาทางเขา  “………ฉันไม่คิดว่านาย….จะมาได้แค่นี้เลย…….”

มาได้…แค่นี้?

คำพูดนั้นเรียกความแปลกใจกลับขึ้นมา

นางาทานิค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น  แล้วมองตรงไปด้านหลังคล้ายมองทะลุตัวเขาไป  “……….ถ้าได้แค่นี้ก็……..ผิดหวังกับนาย………จริง ๆ……..”

            เขาหมายถึง…อะไร?

ความสงสัยเข้าทับถมพื้นที่ในสมองช้า ๆ

“ระ…รุ่นพี่…….”  ฮารุอิจิเค้นเสียงออกมาพลางมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่วางตา

สายตาของเงาในผ้าคลุมยังทะลุผ่านตัวเขาไปด้านหลัง

ด้านหลัง?

มิยูกิหันควับไปด้านหลังตัวเอง

……………………….ด้านหลัง……………………………

“เอาเลย!!  นางาทานิคุง!!  เอาเลย!!!!”  ตัวการเริ่มส่งเสียงเชียร์คล้ายกำลังดูกีฬา

ประตู…ห้องน้ำ

แล้วภาพในอดีตก็แล่นย้อนกลับมาในหัว

พร้อมกับเสียงจากคนถือมีดดังขึ้นเบา ๆ

“……….เอาเลย  มิยูกิ  คาสุยะ…….”

“หา?”

นางาทานิทำได้เพียงแค่อุทาน

มิยูกิกัดฟันถีบตัวเองขึ้นจากพื้น  มือตะปบบานประตูเลื่อนแล้วเค้นแรงผลักมันออกไปพร้อมกับถลาตัวเข้าไปในห้องน้ำ

“อ้ะ!!!!!”

ด้านหลังได้ยินเสียงร้องตกใจดังลั่นขึ้นมา  แต่เขาไม่มีเวลามากพอหันหลังกลับไปดู  แสงตะเกียงริบหรี่จากใกล้ตัวเซโตะฉายให้เห็นสภาพในห้องเป็นแค่เงาตะคุ่ม ๆ เท่านั้น  แต่โชคดีที่ลำแสงยังพอส่องถึงวัตถุบางอย่างบนพื้น  เขารีบพุ่งเข้าไปคว้ามันไว้ก่อนจะยิ้มแสยะออกมาเมื่อสัมผัสวัตถุชิ้นเล็กบางอย่างที่ห้อยเป็นสายยาวออกมาจากตัว

“นี่แก…นางาทานิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงกรีดร้องจากปากฟุรุยะดังขึ้นอีกหนจนคราวนี้เขาต้องหันหลังวิ่งกลับออกไปอีกหน  แล้วภาพตรงหน้าก็กลับตารปัตรเมื่อเห็นปลายมีดเงาวาวเปลี่ยนตำแหน่งจากเหนือหัวโอคุมูระ…เป็นไปหยุดตรงหน้าฟุรุยะแทน

“…….นายทำได้….มิยูกิ  คาสุยะ….”

            เงาถือมีดพูดขึ้นเมื่อตัวเขาโผล่ออกมาจากห้องน้ำ

รุ่นน้องที่เหลือต่างมองมาทางนั้นเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง  เป้าหมายก่อนหน้านี้หันมามองทางกัปตัน  พอเห็นของที่เขากำไว้ในมือก็ฉีกยิ้มออกมาบาง ๆ  “เจอแล้วสินะครับ”

“เออ…นั่นแหละ”  เขายิ้มตอบแล้วชูโทรศัพท์มือถือที่ฟุรุยะทำตกไว้ตอนเปิดเผยตัวว่าเป็นฟูจิซากิให้ดู  เครื่องรางรูปดาวครึ่งซีก  ปลายร้อยด้วยพู่ยาวห้อยลงมาจากเชือกผูกกับตัวมือถือเล่นแสงระยิบระยับ

ที่หาเครื่องรางไม่เจอจากตัวฟุรุยะไม่ใช่เพราะฟูจิซากิเอาไปเก็บไว้ที่อื่น  ที่จริงเขาเก็บไว้กับตัวตลอด  เพียงแต่ ‘ทำหล่น’ ตอนอยู่ในห้องน้ำนี่เอง

ที่จริงเขาควรจะนึกออกตั้งแต่เห็นรูปในคู่มือนำเที่ยวแล้ว  เพียงแต่ตอนอยู่กับฟุรุยะในครั้งนั้นเขาแทบไม่ได้สนใจโทรศัพท์ที่ใช้เป็นต้นไฟเลย  กับในหัวเขามีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด  สายห้อยโทรศัพท์ที่ดูไม่สลักสำคัญอะไรจึงถูกข้อมูลอย่างอื่นกลบไปหมดสิ้น

เขาเดินไปหยุดยืนข้างตัวนางาทานิ  สบตาให้จากด้านข้างก่อนจะจ้องหน้าคนแย่งร่างรุ่นน้องในทีมไม่วางตา

“ต่อไปก็…ได้เวลาพวกฉันบ้างแล้วสิ”

.

.

.

.

.

.

“แก…….แกจงใจใบ้ให้มิยูกิคุงเรอะ!!!!!!!”

ฟูจิซากิคำราม  ตัวทั้งตัวเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด

นางาทานิเบือนหน้าไปมองอดีตคนสั่งการของตนแล้วส่งเสียงขึ้นเบา ๆ  “………หยุดได้…..แล้วละ….”

“เออ…หยุดได้แล้ว”  มิยูกิเก็บโทรศัพท์มือถือห้อยสายเครื่องรางลงกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วค่อย ๆ ดึงตัวรุ่นน้องขึ้นยืนทีละคน  “ส่งตัวฟุรุยะ…แล้วก็ส่งตัวซาวามูระคืนมาด้วย”

ใบหน้าของฟุรุยะเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยแวบหนึ่ง  ก่อนรอยยิ้มจะผุดกลับขึ้นมาใหม่  “ฮะฮะ…มิยูกิคุง…นายพูดอะไรออกมา…”

“ถ้านายไม่มีเครื่องรางนั่น  นายก็สั่งอะไรนางาทานิไม่ได้”  เขารีบพูดกดดันต่อ  แล้วกลับไปยืนข้างเงาในผ้าคลุมซึ่งตอนนี้เปลี่ยนท่าทีมาอยู่ฝั่งเดียวกันอีกครั้ง  “เท่านี้นายก็คิดฆ่าคนทีมฉัน…ไม่ได้แล้วไง”

“ฮะฮะฮะ…”  คนตรงหน้ายังหัวเราะร่วนอยู่  “มิยูกิคุง…ไม่น่าเชื่อว่านายจะพูดเหมือนลืมบางอย่างออกมาแบบนี้เลยนะ…”

“ลืม….อะไร?”  ฮารุอิจิหรี่ตามอง  ฟังจากเสียงหายใจแล้วดูเหมือนอาการเจ็บจะเบาลงไปมาก  แต่สภาพก็ยังไม่กลับมาเต็มร้อยจากความเจ็บและความเหนื่อยสะสมจนเสียงพูดเขายังเบากว่าที่เคยเป็น

ฟูจิซากิเบนสายตามามองปลายมีดตรงหน้าตัวเอง  “มิยูกิคุงของผม….นึกให้ดี ๆ สิ….เครื่องรางนี้ ‘เดิมที’ เป็นยังไง?”

เดิมที?

“…อ้ะ!!”  ก่อนเซโตะจะอุทานเหมือนนึกขึ้นได้  “เครื่องรางคู่!!!”

คนเก็บเครื่องรางไว้ก็นึกออกในจังหวะเดียวกัน  บทสนทนาของนางาทานิและคนชื่อฮิรากาวะที่ดังขึ้นในหัวเขาก็พูดประมาณว่าเครื่องรางนี้สามารถแบ่งเป็นสองส่วนได้  และชิ้นที่เขามีอยู่ตอนนี้มีสภาพเป็นดาวครึ่งซีก

แปลว่าอีกครึ่งซีก…

“ใช่แล้ว…”  รอยยิ้มบนหน้าฟุรุยะฉีกกว้างขึ้นอีกคล้ายอ่านใจออก  “ตัว ‘ฉัน’ ยังถืออีกครึ่งหนึ่ง…อยู่นะ”

ลางสังหรณ์ไม่ดีแล่นเข้าจับหัวใจจนมิยูกิต้องรีบหันไปเรียกคนข้างตัว  “นางาทานิ!!!!!”

“…………หยุด………..ได้แล้ว………….”

เสียงจากใต้ผ้าคลุมฟังดูกดดันกว่าที่เคย

“อะไรกัน…นางาทานิคุง….”  ท่าทางหวาดหวั่นหายไปจากตัวเอซประจำทีมแล้ว  “นายเป็นคน…พาผมมาทางนี้เองแท้ ๆ…”

ทุกคนหันควับไปมองเงาในผ้าคลุมเป็นตาเดียว

พามา….ทางนี้?

“หมายความ…ว่าไง”  มิยูกิถามเสียงเบาจากความตกใจกับข้อมูลใหม่  แต่คนถือมีดก็ยังไม่พูดอะไร  ทำเพียงยื่นมือหันปลายมีดออกไปดั่งเคย

“แล้วก็นะ…มิยูกิคุง”  ฟูจิซากิก้าวเท้าขยับเข้ามาใกล้ ๆ แล้วยื่นมือแตะบนด้ามมีดตรงหน้าเบา ๆ  “ถึงตัวผม ‘ตอนนี้’ จะทำอะไรรุ่นน้องพวกนั้นไม่ได้แล้ว”  เขาปรายตาไปยังรุ่นน้องร่วมทีมที่ยืนดูท่าทีอยู่ด้านหลังด้วยแววตาชิงชัง  ก่อนจะเปลี่ยนมายิ้มให้ใหม่  “แต่ ‘ตอนนี้’ ผมยังเหลืออีกหนึ่งวิธีที่จะฆ่ารุ่นน้องของนายได้อยู่ดีน่ะ”

อีกหนึ่ง…วิธี?

แล้วเขาก็กระชากมีดจากมือนางาทานิออกไปเร็วกว่าจะห้ามได้ทัน

“……..!!!”  เจ้าของมีดแสดงทีท่าตกใจอย่างเห็นได้ชัดด้วยการดึงมือกลับ

“เฮ้ย!!?”  เซโตะร้องเสียงหลง  รีบหันไปตะโกนใส่  “นายคิดจะทำอะไร!!!”

ฟูจิซากิสะบัดมีดไปมาพลางหัวเราะคิกคัก  “เดาไม่ออกเหรอ?”  แล้วชี้นิ้วจากมือข้างที่ว่างอีกข้างเข้าบริเวณอกตัวเอง  “มิยูกิคุงของผม…ตอบมาทีสิ  ว่านี่ ‘ร่าง’ ใคร”

ประโยคนั้นดึงคำตอบออกมาจากหัวกัปตันได้ในเสี้ยววินาที

ฟุรุยะ…!!!?

“ยะ…อย่านะ  ฟูจิซากิ!!!!”  เขารีบตะโกนห้ามเสียงหลง

“ถึงเสียดายที่จะเหลือร่างใช้เพียงร่างเดียวก็เถอะ…แต่ช่วยไม่ได้นี่นา”  อีกฝ่ายขยับมีดในมือเปลี่ยนเป็นหันปลายคมเข้าลำคอตัวเอง

เดี๋ยว

ลางสังหรณ์ของมิยูกิแผดเสียงเตือนดังลั่นพร้อมกับความกลัวเอ่อล้นออกมาอาบหัวใจ

“เดี๋ยวผมมารับใหม่นะ…มิยูกิคุงของผม”

สายตาทันเห็นมือข้างนั้นขยับ

ทุกอย่างเร็วเสียจนเขาทำได้เพียงแต่ตะโกน

“หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s