Uncategorized

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [15]

ขอโทษที่หายไปอาทิตย์นึงนะคะ  ช่วงสงกรานต์ไม่มีแรงทำจริง ๆ orzll

 

ตอบคุณ HAna :

มะ…..ไม่นึกว่าจะเจอคนติ่งคิโยะซังเหมือนกันเลยค่าาาาาาาาา ;[];

เราซื้อแน่นอนอยู่แล้วค่ะ!!  เรื่องน่าจะจบเล่มนี้พอดีด้วย  แอบอยากรู้เหมือนกันว่าจะเฉลยตอนจบไหม

มาเม้าท์คิโยะซังกันไหมคะ //แค่ก ๆๆๆๆๆๆ


แล้วแซ็กก็เร่งฝีเท้าเล็กน้อยเดินบนทางเดินเกือบไร้แสงโดยแทบไม่หันไปมองเร

(โธ่เว้ย…..)

เขหงุดหงิดเกินทนไหวจากความฝันชวนขยะแขยงเมื่อครู่  แต่ถึงจะหงุดหงิดกับเรื่องในอดีตไปก็ทำอะไรไม่ได้ขึ้นมา  แล้วคู่สามีภรรยาคู่นั้นก็ไม่อยู่แล้ว  ก็เขาฆ่าด้วยมือตัวเองไปแล้วนี่นา——-

ทางเดินด้านหน้ามีกลิ่นศพรุนแรงชวนอาเจียนโชยขึ้นมา  กลิ่นนี้เป็นกลิ่นศพไม่ผิดแน่  เขาเคยได้กลิ่นมาหลายครั้งแล้วเพราะงั้นไม่น่าจะผิดไปจากนี้ได้  และมีเสียงหอนดังโออออ…..ชวนขนลุกคล้ายเสียงแผ่นดินสะเทือนดังมาจากทางที่ได้กลิ่น

(เสียงนี้มัน  อะไรกันนะ…..)

เรเงี่ยหูฟังเสียงนั้นแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังแซ็กที่เดินล่วงหน้าไปก่อน

โอออออออ———…..

ยิ่งไปข้างหน้าเท่าไร  เสียงหอนก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงตาม

(แซ็กยังไม่พูดอะไรสักคำเลยตั้งแต่เมื่อกี๊….โกรธที่ฉันหลับไปละสินะ…..?)

เรขมวดคิ้วเมื่อนึกกังวลขึ้นมาหน่อย

“แซ็ก…”

เสียงไซเรนเหมือนบอกว่าจะมีถ่ายทอดสดจากผู้หญิงคนนั้นดังก้องขึ้นในชั้นอีกครั้งตอนจะเรียกแซ็กหลังเขาเดินห่างจากตนเองไปทุกที

<ว่าไงค้า!  ยังสนุกกันอยู่ไหม?  แต่ก็มาถึงที่นี่ช้ากันจังเลยนะ?  ทำอะไรมาเหรอ>

กล้องวงจรปิดหันเข้าหาทั้งสองคน  และผู้หญิงถามคล้ายเย้ยหยันขณะอีกฝ่ายมีสีหน้าพูดไม่ได้ว่ากำลังอารมณ์ดีอยู่  ถึงภาพตอนทั้งสองคนแวะพักที่ไหนสักแห่งจะไม่ฉายในกล้องวงจรปิดแต่ก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”

แซ็กตอบเสียงรำคาญแม้จะหงุดหงิดกับเนื้อเสียงอารมณ์ดีสุดขีดคล้ายจะทำลายเซลล์ที่เพิ่งฟื้นคืนกลับมาของผู้หญิง

<หืม  แต่คาดไม่ถึงเลยนะว่าจะออกมาจากสถานการณ์แบบนั้นได้!  ประทับใจซะแล้วสิ  ฮุฮุฮุ  ถึงจะเจ็บใจอยู่แต่ก็จะมอบรางวัลให้นะ!>

(———แบบนี้ก็ยังสนุกได้อีก)

ผู้หญิงปรบมือให้ทั้งสองคนด้วยท่าทางสนุกสนานตอบแทนที่หนีออกจากห้องรมแก๊สได้

<แล้วก็ไหน ๆ ก็จะผ่านทางนี้แล้ว  ขอถามอีกสักครั้งแล้วกัน  สนใจใช้ชีวิตในห้องขังตลอดไปไหม?>

ผู้หญิงขยับริมฝีปากมันวาวถามแซ็กที่แสดงออกว่าอารมณ์ไม่ดีอย่างชัดเจนขณะถามอีกครั้ง

ทางเดินนี้เชื่อมไปยังห้องขังสำหรับเลี้ยงจนตายที่ไม่อาจออกไปได้ชั่วชีวิต    เสียงหอนเมื่อครู่ก็เกิดจากนักโทษรอคอยความตายในห้องขังแห่งนั้นเป็นคนก่อขึ้น

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เข้า!  ตื๊อจริง ๆ  รู้อยู่แล้วน่ะว่าอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดี  อย่าถามซ้ำ ๆ จะได้ไหม!”

<อ้ะ  เย็นชาจังนะ  นี่แซ็ก  ไม่มาเป็นเครื่องมือสร้างความสนุกให้ฉันเหรอ?>

“หา?  เครื่องมือ?”

แซ็กนิ่วหน้า  คำพูดนั้นเสียดแทงจิตใจอย่างบอกไม่ถูก

“——-ตัวประหลาดเนี่ยถ้ามีชีวิตอยู่ก็สะดวกดีแฮะ  เหมือนกับเครื่องมือไง  เหมาะกับตัวประหลาดพอดิบพอดี”

ในสมองดึงคำพูดที่ได้ยินในฝันขึ้นมาโดยไม่สนว่าอยากหรือไม่

<อื้ม  ใช่แล้ว  เครื่องมือ—–แต่อย่าเข้าใจผิดไปละ  เครื่องมือที่ว่าน่ะฉันพูดถึงพวกนายอยู่นะ?>

น้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้นคล้ายกับวิธีพูดของหญิงคู่สามีภรรยาเฒ่าจนแซ็กปวดหัวขึ้นมาคล้ายมีบาอย่างตอกลงในสมอง

<ก็ฉันอดขำไม่ได้เวลาดูพวกนายจริง ๆ นี่นา!  ฉันสังเกตมาตั้งแต่แรกแล้วละ….พวกนายเนี่ยสัญญาอะไรก็ไม่รู้แปลกน่าดูเลยนะ?  สัญญาที่เอาแต่ผลักไสใส่กันอย่างเดียว…มองแวบแรกคล้ายกับมีส่วนได้เสียเหมือนกัน  แต่ก็เป็นได้แค่เครื่องมือของอีกฝ่าย  แต่…..ที่จริงแล้วฝ่ายไหนจะเป็นเครื่องมือกันแน่นะ?>

ผู้หญิงถามพลางหัวเราะคิกคัก

(ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวกันว่าสัญญาเรื่องไร้ความหมายกันบ้างนะ……?)

“หา?  หมายความว่าไง?”

แซ็กย่นหน้า  ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความหมายที่ผู้หญิงพูด  แต่แค่ไม่อาจรับฟังได้เท่านั้น

<อะไรกัน  ไม่เข้าใจเหรอ?  แต่ก็ไม่เป็นไร  เดี๋ยวก็รู้เอง  แล้วฉันชอบเด็กบ้า ๆ เพราะน่ารักดีด้วยแหละ  นี่  แซ็ก?  ฮุฮุฮุ  ต่อจากนี้ก็สนุกกับบทลงโทษต่อด้วยละ♪>

แล้วผู้หญิงก็ตัดการถ่ายทอดไปเองอีกครั้ง

 

 

————-……..เครื่องมือ  เหรอ

 

 

(………ฉันเป็นได้แค่เครื่องมือของใครสักคนเองเรอะ——–?)

“เฮ้อ  อารมณ์เสียขึ้นมาจนได้”

แซ็กเกาหัวแกรก ๆ คล้ายแสดงความหงุดหงิดก่อนพึมพำเสียงต่ำ

“….แซ็ก?”

เรเงยหน้ามองแซ็กด้วยแววตาไร้อารมณ์ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่เช่นเคย

(สำหรับยัยนี่แล้ว….ฉันก็เป็นเครื่องมือฆ่าให้เหรอ……..?)

———ไม่รู้  ตอนนี้ไม่อยากคิด  อะไรเลย

“….อย่ามาชวนคุยตอนนี้มากละ  ไปได้แล้ว”

แซ็กเบือนสายตาหนีคล้ายจะหลบสายตาจากทุกสิ่งแล้วพ่นคำพูดออกมา

“อืม….”

เรพยักหน้าเบา ๆ

(…..อย่างกับ  แซ็ก  โกรธอยู่เลย)

ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร  แต่ก็เข้าใจว่าแซ็กกำลังหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

——-เพราะฉันหลับไปจริง ๆ หรือเปล่า……?

 

 

“———–…..สัญญาที่เอาแต่ผลักไสใส่กันอย่างเดียว…….”

 

 

(……ไม่ใช่)

ไม่ใช่แบบนั้น  สัญญาระหว่างฉันกับแซ็ก  ไม่ใช่แบบนั้น——……

 

 

 

 

 

 

 

บนทางเดินมีเพียงเสียงฝีมือแตกต่างกันของทั้งคู่ซ้อนทับกัน

——-โอออออ  โออออออออออ  โออออออออออ………

(…..กลิ่น  แรงจัง)

เรเผลอกลั้นหายใจก่อนหักเลี้ยว  ก่อนตรงหน้าเธอจะพบห้องขังขนาดใหญ่ไร้ทางเข้าออกทำจากคอนกรีตและซี่เหล็ก  ห้องขังตั้งเรียงอยู่ทั้งสองฟากของทางเดินฝั่งละสิบห้อง

(นี่คือห้องขัง………)

รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสกปรกคล้ายบางอย่างเน่าจนหากไม่กลั้นหายใจก็ไปต่อไม่ได้

ทางเดินที่เชื่อมกับห้องขังมืดมากแม้มีหลอดไฟเปลือยห้อยเว้นระยะเท่า ๆ กันลงมา  ส่วนในห้องไม่มีแสงสว่าง  แต่เมื่อลองหรี่ตาดูดี ๆ ก็เห็นร่างตะคุ่ม ๆ คล้ายตัวคนอยู่ด้านในทุกห้อง

แต่แซ็กยังเดินต่อไปไม่คิดแม้แต่จะเหลือบตามองเหมือนไม่สนใจ

เรไล่ตามแผ่นหลังของแซ็กไปแต่ก็สังเกตร่างคล้ายคนนั้นไปทีละห้อง

“……!”

แล้วเรก็เผลอกรีดร้องเบา ๆ ว่า “ว้าย” พร้อมถอยไปด้านหลังตอนแอบมองไปในห้องขังที่ลึกที่สุด  เนื่องจากเธอถูกบางอย่างลอดออกมาจากซี่ห้องขังจับขาไว้

(อะไร?)

เมื่อหรี่ตามองก็เห็นมือสีแดงคล้ายก้อนเนื้อ  มันขยับพยายามจะจับข้อเท้าบาง ๆ ของเรอคล้ายขอความช่วยเหลือย่างเอาเป็นเอาตาย

“มือ…..”

เรพึมพำขณะมองมือสีดำแดงดิ้นยุกยิกไปมาเหมือนหนอนผีเสื้อ

“….ปล่อยไว้จนตาย  เรอะ”

แซ็กจ้องมือข้างนั้นแวบหนึ่งก่อนกระทืบมือสีแดงข้างนั้นที่แม้ตอนนี้ก็ยังพยายามจะแตะข้อเท้าเร

“เหอะ….แค่เหยียบเนื้อก็เละแล้ว  ดูไม่ได้เลยนะ  หมอนี่เลือกทางเลี้ยงจนตายตามที่ยัยนั่นพูดเลยกลายเป็นแบบนี้  อย่างนี้จะเอาไปใช้อะไรได้  เลวกว่าเครื่องมืออีกไม่ใช่เรอะ….มีคนบ้ากว่าฉันด้วยเหรอเนี่ย”

แซ็กยิ้มเยาะพลางพูดล้อเลียน

เรจ้องมือที่เละเทะเหมือนเนื้อบดใต้เท้าแซ็กขณะฟังคำพูดนั้นไปด้วย

(ขอความช่วยเหลือหรือเปล่า……)

เธอนึกเช่นนั้นขึ้นมาจึงย่อตัวลงกะจะแตะมือซึ่งกลายเป็นแบบนั้นไป

“เฮ้ย  ไม่ต้องสนหรอก  ยังไงก็ตายอยู่ดี”

แซ็กพูดคล้ายรังเกียจการกระทำนั้นของเร

“…..ไม่มี  ชีวิตแล้ว”

แต่ก็ไม่อาจช่วยได้ทัน  เรพึมพำพลางมองมือหลังจากมันไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

ก้อนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำเห็นเลือนรางจากซี่กรงและไม่หายใจอีกแล้ว  ไม่แน่ว่าอาจจะไม่หายใจมาตั้งแต่แรก  ในเมื่อกลายเป็นก้อนเนื้อเช่นนี้ก็ไม่อาจถือว่าเป็นมนุษย์ได้หรอก

“…งั้นเรอะ”

แซ็กตอบรับแบบไม่สนใจ

“นี่แซ็ก….ไม่มีผีอยู่จริง ๆ เหรอ?”

เรถามขึ้นมา

“ไม่มีเฟ้ย  อย่าเอาแต่ถามอะไรไร้สาระแบบนั้นเซ่  แล้วก็ที่นี่เป็นเหม็นบ้า  ไปกันได้แล้ว  อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยเลยน่า”

“…อืม”

เรสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแซ็กที่แผ่รังสีฆ่าฟันออกมา  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเดินต่อไปสักพัก  จู่ ๆ ตรงหน้าทั้งคู่ก็ปรากฎปากเหวลึกประมาณ 3 เมตร

“อะไรวะเนี่ย”

“………..”

ทั้งคู่หยุดกลืนลมหายใจเล็กน้อย

ใต้ขอบเหวกว้างใหญ่ในห้องมืด ๆ มีหนามปักอยู่เต็มพื้น  และมีทางเชื่อมต่อไปยังขอบเหวอีกฟากแบ่งเป็นสองทาง  ด้านหนึ่งเป็นบันไดลิงทำด้วยเชือก—-อีกด้านมีของคล้ายหินหลุมศพแวววาววางเรียบจนเหมือนเขาวงกต

พวกเขามองเห็นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กับประตูบานใหญ่สองบานอยู่บนเหวฝั่งตรงข้าม  แต่ไม่ว่าทางไหนหาก้าวพลาดหรือลื่นแม้เพียงก้าวเดียวก็จะตกลงไปสู่ภูเขาหนามในทันที

“เฮ้ย  เอาไงดี”

ทันทีที่แซ็กทักเร  ในชั้นก็ได้ยินเสียงไซเรนดังกระหึ่มอีกครั้ง  บนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ทางฝั่งตรงข้ามปรากฎภาพผู้หญิงขึ้นมา

<ว่าไง  มาถึงตรงนี้กันได้นะ!  บนพื้นชั้นนี้เป็นภูเขาหนามอย่างที่เห็น  หากตกลงไปก็จะถูกเสียบจนตายในทันทีค่า!  ตรงฝั่งตรงข้ามของเหวจะมีประตูเชื่อมต่อไปยังห้องสองห้องแยกกันนะค้า  อีกฝั่งของประตูออกจะต่างกันสักหน่อย….แต่จะเลือกทางไหนก็ได้แหละ!>

“ต่างกันสักหน่อย…..”

เรถามพลางเอียงคอเล็กน้อย

<เรื่องแบบนั้นจะบอกได้ยังไง?>

ผู้หญิงหัวเราะคิกคักพลางตอบ

<นี่….พวกเธอน่ะน่าจะตัดสินใจแยกกันได้แล้วนะ?….——-คำสัญญาของพวกเธอดูยังไงก็ไร้ความหมายถึงขั้นไร้สาระเลยละ  ถ้ามองยังไงก็ตายแล้วสำหรับฉันนั้นมันดูเป็นสัญญาไม่ยุติธรรมเลยนะ………>

เรเผลอมองทางแซ็กหลังด้ยินคำพูดนั้น  แต่ก็จับสีหน้าของแซ็กจากใบหน้าพันผ้าพันแผลในห้องมืด ๆ ได้ไม่ชัด  ผู้หญิงมองท่าทางหวั่นไหวของเรผ่านกล้อง  แต่ก็ยังพูดแบบไม่สนใจต่อไป

<….เอาเถอะ  หากตายไปก็ทำสัญญาไร้ความหมายนั้นเป็นจริงไม่ได้อยู่ดี  งั้นก็พยายามไปถึงห้องต่อไปให้ได้นะ?  ฉันจะรอชมว่าฝ่ายไหนจะถูกลงโทษก่อนกัน!>

(เดี๋ยวก็จะได้เห็นสิ่งวิเศษเร็ว ๆ นี้แล้วละ……)

แล้วผู้หญิงก็พูดทิ้งท้ายไว้ฝ่ายเดียวก่อนตัดถ่ายทอดทิ้งไปเช่นเคย

(—–ไร้ความหมาย…….)

เรขบฟันเล็กน้อย  คำพูดนั้นคล้ายกับจะชิงความหวังออกจากตัวเธอไป

“ทำเรื่องอ้อมค้อมทิ้งไว้ซะได้….เมื่อไรจะออกไปได้เนี่ย….ว้อย  หงุดหงิดจนทนไม่ไหวแล้ว!  อยากฆ่ายัยผู้หญิงนั่นทิ้งเร็ว ๆ ชะมัด………..!”

            แซ็กพูดแล้วกระทืบเท้าแรง ๆ บนพื้นหลายครั้งคล้ายคนติดเขย่าขา

“……….”

เรเผลอมีปฏิกิริยากับคำว่าฆ่าของแซ็กเต็ม ๆ แม้จะไม่แสดงออกทางสีหน้า  เผลอคิดไปว่าอยากถูกแซ็กฆ่าเร็ว ๆ  แต่ตอนนั้นเธอสัญญากับแซ็กไว้ว่าต้องออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย——เสียก่อน

(แต่ว่านั่นมันไม่มีความหมายเหรอ….?)

“เฮ้ย  มัวเหม่ออะไรอีก”

แซ็กส่งเสียงเพิ่มระดับความหงุดหงิดใส่เรที่ก้มหน้าขึ้นอีก

“นี่แซ็ก….ไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนนั้นคนเดียว  แต่ต้องฆ่าฉันหลังออกไปข้างนอกแล้วด้วยนะ”

เรจ้องแซ็กแล้วขอเหมือนจะพิสูจน์ว่าสัญญานั้นไม่ไร้ความหมาย

“หา!?  เธอเนี่ยเอาแต่สนเรื่องนั้นอย่างเดียวจริง ๆ นะ”

แซ็กเดาะลิ้นแล้วย่นคิ้วเหมือนรำคาญ

“……ก็ดูคุณไม่มีทีท่าจะฆ่าฉันเลย”

เรพึมพำเหมือนไม่พอใจด้วยใบหน้าไม่ระบุอารมณ์

“ห้ะ?  ก็เพราะมัวแต่ทำหน้าน่าเบื่อแบบนั้นไง!  เดิมทีที่สัญญาไว้กับแกก็คือหลังออกจากที่นี่ไม่ใช่เรอะ!”

“…..ฉันรู้ดี”

เรตอบเสียงหมดแรงเล็กน้อยโต้ตอบเสียงดังของแซ็ก

(รู้ดีอยู่……)

แต่ไม่รู้ทำไมในหัวของเรจึงไม่อาจจินตนาการภาพถูกแซ็กฆ่าออกมาได้เลย

“ถ้ารู้อยู่ก็เลิกถามอะไรน่าเบื่อ ๆ ได้แล้ว  แล้วก็ช่วยทำอะไรกับหน้าเหมือนตุ๊กตานั่นระหว่างหาทางออกไปข้างนอกด้วยที”

แซ็กพูดเสียงเฉยเมยแม้จะนึกขุ่นเคืองใส่เรที่ทำท่าคล้ายอยากพูดอะไรอีก

“…….แต่”

“แต่อะไรอีก?”

แซ็กจ้องเรซึ่งยังตื๊ออยู่ด้วยแววตาคมกริบ

“…………”

เรพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นแรงกดดันที่ออกมาทางดวงตาคล้ายงูของแซ็ก

“ฟังนะ  สัญญามันก็เป็นสัญญา…..แต่อย่าออกคำสั่งฉันมากแล้วกันละ”

แล้วแซ็กก็กดเสียงต่ำพูดด้วยใบหน้าน่ากลัวขึ้นมาเล็กน้อย

(———คำสั่ง………..)

เรหลับตาลงเล็กน้อยคล้ายหมดคำพูดเมื่อได้ยินคำพูดหวั่นไหวแต่ก็รุนแรงจากแซ็ก

“…..เข้าใจละ  ขอโทษนะ”

เรทำหน้าหงอยเล็กน้อยเมื่อนึกเสียใจที่ไล่จี้ถามมากไป  ไม่รู้ทำไม  เธอช็อกเมื่อจู่ ๆ แซ็กก็ทำตัวเย็นชาใส่  ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เธอคิดว่าแซ็กน่าจะยอมรับในความเป็นเธอได้ทั้งหมดแม้จะไร้ที่มาจากการที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน

“………แล้ว  จะเอาไงละ”

แซ็กถามคล้ายเปลี่ยนเรื่อง

“เอ่อ….งั้น  ฉันจะข้ามสะพานเชือกนี้ไป  แซ็กช่วยขึ้นไปยืนบนที่วางนั้นที  ถ้าห่างขนาดนั้นฉันคงข้ามไม่ถึง  ส่วนเชือกนี้ดูใกล้จะขาดแล้วเพราะงั้นแค่ฉันถามก็แทบแย่แล้วละ”

เรหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนชี้ทางแซ็กด้วยความเยือกเย็นดั่งเคย

“ถ้าไปคนละทางก็เข้าประตูเดียวกันไม่ได้นะ  จะดีเรอะ?”

“ไม่รู้สิ……เห็นที่ถ่ายทอดบอกไว้ว่าแค่มีอะไรแตกต่างกันนิดเดียว  แต่ไม่บอกว่าคืออะไร……”

“เหอะ  ถึงจะไปทางไหนก็มีกับดักรออยู่ดี”

แซ็กพูดเหมือนสู้กลับ

“…….อืม”

“อะไรวะ  ทำเสียงไม่มั่นใจได้ไง  แกบอกให้ไปคนละทางเองนี่?  ดูเหมือนจะไปด้วยกันสองคนไม่ได้ด้วย  ยังไงก็ต้องไปต่ออย่างเดียว  งั้นก็ต้องไปต่อสิ?”

“ฉันเข้าใจ……”

“เฮ้อ….เธอเอาแต่ทำหน้าเหม่อตั้งแต่เมื่อกี๊แล้วนะ  ยังเหลือพิษในตัวอีกเรอะ?”

แซ็กแสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเรตอบแบบทื่อ ๆ

“ไม่เป็นไรแล้ว”

“งั้นไม่พอใจอะไรอยู่?”

“……เปล่า  ไม่มีอะไร  ฉันจะพยายาม  เพราะงั้น—–……..”

“เออ  พอ ๆๆ  รู้แล้วน่า  อยากให้ฆ่าใช่ไหม?”

แซ็กจ้องตาคล้ายไม่มีชีวิตอยู่คู่นั้นนิ่งแล้วพูดขัดเร

“…………”

เรเผลอเงียบลง  เธอไม่คิดจะพูดว่าอยากให้ฆ่า  ความจริงคืออยากพูดว่าออกไปข้างนอกด้วยกันเถอะ  แต่พอลองคิดดูแล้ว  ไม่แน่ว่าอยากให้ฆ่า  หรือออกไปข้างนอกด้วยกันอาจจะมีความหมายแบบเดียวกันก็ได้

“ยังไงก็อย่านึกแปลก ๆ ขึ้นมากลางคันจนตายไปเองละ”

“…..อืม  ไม่เป็นไร  ฉันไม่ตายหรอก”

“จะจริงเร้อ  เอาเหอะ  ไปก่อนเลยไป”

“อืม”

 

 

 

 

 

 

 

แล้วเรก็ค่อย ๆ ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งระหว่างระวังไม่ให้สะพานเชือกขนาด  แม้จะเสียเวลาไปสักหน่อยแต่กลับไม่เห็นตัวแซ็กตรงอีกฟากหนึ่งของเหว

(เหมือนแซ็กยังมาไม่ถึง…จะข้ามได้ไหมนะ)

แล้วตอนนั้นก็เห็นตัวแซ็กทำท่าลังเลว่าจะไปยังไงต่อดีฉายอยู่บนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

(ยังไงซะ  เดี๋ยวลองกระโดดไปเรื่อย ๆ ก็ข้ามได้เองละมั้ง)

แซ็กกระโดดเหยียบบนหินเบา ๆ ไม่ให้ตกลงไปยังภูเขาหนาม  แต่ถนนกลับคล้ายกับเขาวงกต  รู้สึกตัวอีกทีก็ได้แต่ไป ๆ มา ๆ อยู่ที่เดิม  ไม่อาจไปต่อข้างหน้าได้

“โธ่เว้ย  แล้วจะไปไหนดีเนี่ย?”

ในใจนึกกลัวขึ้นมา  แต่เพราะไปถึงอีกฟากหนึ่งไม่ได้สักทีเลยนึกหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ แทน

“แซ็ก  กลับมาก่อน”

ในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงเรมาจากเหวอีกฟากหนึ่ง  ดูเหมือนเรจะข้ามไปถึงอีกฝั่งก่อนตนแล้ว

“หา  ทำไมวะ!”

“ฉันเห็นตัวแซ็กบนจอ  ถ้าเป็นแบบนั้นก็มาไม่ถึงซะที  แซ็กช่วยกระโดดไปตามทางที่บอกหน่อย”

ขืนมัวยืนแช่อยู่ตรงนั้นก็ทำอะไรไม่ได้  เรพูดขณะคิดแบบนั้น

(…….เพิ่งบอกไปแท้ ๆ นี่ออกคำสั่งแล้วเรอะ)

แต่สำหรับแซ็กนั้นไม่ใช่แผนที่ชวนรู้สึกดีเท่าไร  ความทรงจำชวนรังเกียจในอดีตย้อนกลับมาเลือนรางส่งให้แซ็กเงียบลง  เขาเกลียดการถูกออกคำสั่ง

“……แซ็ก?”

เรเอียงคอนึกแปลกใจเมื่อไม่มีเสียงตอบกลับ  เรไม่ได้ตั้งใจจะออกคำสั่ง  แค่คิดอยากทำตัวเป็นประโยชน์แก่แซ็กเท่านั้นเอง

“…..คร้าบ ๆ  กลับไปก็พอสินะ”

ถึงจะหงุดหงิดแต่แซ็กก็กลับไปตามทางเดิม

“อืม  กลับไปแล้วก็ไปทางขวาบนจากตรงนั้น  ต่อด้วยขวาบน…..”

เรมองแซ็กจากในมอนิเตอร์และชี้ทางที่ถูกตรงให้จากอีกฟากหนึ่งของเหว

(……เอ้อ  ชี้นิ้วสั่งอยู่ได้)

แต่ในใจแซ็กเริ่มมีความหงุดหงิดสุมขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ถูกสั่ง  รู้สึกคล้ายตนเองกลายเป็นเครื่องมือของเรไปแล้ว

“ต่อไปเป็นขวาล่าง”

แล้วในตอนนั้นเองแซ็กก็เผลอระเบิดเสียงเพราะทนไม่ไหวทันทีที่เรบอกแบบนั้น

“เฮ้ย!  ฉันไม่ใช่ตัวหมากในเกมนะ  อย่าขยับเอาเองสิวะ!”

“แต่ฉันบอกทางแล้วน่าจะเร็วกว่า….ถ้ามาไม่ถึงสักทีก็ลำบาก…..”

เรโต้กลับแม้ตกใจกับเสียงนั้นเล็กน้อย  แต่ก็ไม่ได้คิดร้ายอะไรเลยสักนิด

“พอแล้ว  อีกนิดเดียวก็จะถึงละ”

แซ็กเข้าใจดีแต่ก็โต้ตอบเสียงหงุดหงิด  แม้จะไม่ได้คิดร้ายอะไร  แต่เขากลับรู้สึกเหมือนจะสติแตกหากยังถูกออกคำสั่งมากกว่านั้นอีก

“…….เหรอ”

(……แซ็กหงุดหงิดอยู่จริง ๆ ด้วย)

เรเบือนสายตาออกจากจอมอนิเตอร์ขณะยังนึกคาใจอยู่บ้างก็ตาม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s