Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [17]

ตอนหน้าก็จบเล่มแรกแล้วค่ะ

ขอไม่แปลพาร์ทอดีตแซ็กนะคะ  รู้สึกว่าควรรู้เรื่องหมดก่อนแล้วอ่านถึงจะดีกว่า…แต่มันก็ไม่ได้มีสปอยล์อะไรหรอก=w=

เพิ่งได้นิยายเล่มสองมาเมื่อวานเองค่ะ  เล่มสองนี่เปิดคร่าว ๆ แล้วเหมือนจะมีแต่เนื้อเรื่องตรงพาร์ทชั้น B2 เอง…แต่เออชั้นนั้นเรื่องยาวจริง

จะแปลเมื่อไรก็…ขอดูก่อนแล้วกันนะคะ orzll

 

ดีใจทุกครั้งที่เห็นคนบอกว่าสนใจเกมนี้เหมือนกัน ///A///  ตอนนี้มีแปลอังกฤษแล้วนะคะ!!  สนุกมากนะคะ!!!  ขายตรง


—–ปวดหัวตุบ ๆ เหมือนมีใครชกจนพะอืดพะอม

(เฮ้อ…..เหมือนกับหัวจะเพี้ยนขึ้นมา…..)

——-…….อยากฆ่า

อยากฆ่าอยากฆ่า

อยากฆ่าอยากฆ่าอยากฆ่า

อยากฆ่าอยากฆ่าอยากฆ่าอยากฆ่าอยากฆ่าอยากฆ่า

ได้ยินเสียงฝีเท้าเรวิ่งไล่ตามฉันมาไม่ห่าง

“——–ขอร้องละ  ช่วยฆ่า  ฉันที”

เสียงของเรกระซิบในตัวแซ็ก

เรหวังอยากให้ฉันฆ่าตั้งแต่เจอกันได้ไม่นาน  มาคิดดูตอนนี้แล้วถ้าฆ่าไปตอนนั้นก็ดีอย่แล้ว  หรือต้องบอกว่าฆ่าเสียตอนนั้นอาจจะดีกว่า  เรคงยินดียอมถูกฉันฆ่าด้วยสีหน้าไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่แน่  แม้ในตอนนี้เรก็คิดเรื่องถูกฉันฆ่าอยู่แน่นอน  ถ้าไม่ใช่อย่างั้นคงไม่ร่วมมือพาฉันออกจากที่นี่หรอก

ฉันไม่รู้ว่าทำไมเรถึงอยากถูกฆ่า  และไม่จำเป็นต้อรู้  แต่ฉันก็เป็นได้แค่เครื่องมือสำหรับเรเท่านั้นแหละ

(แต่ถ้าฆ่าเรตอนนี้  ฉันก็จะกลายเป็นคนโกหกเหรอ——-…..?)

รู้ได้ว่าร่างกายถูกยาควบคุมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา  แซ็กรู้สึกคล้ายอยู่ในความฝันเลวร้ายที่สุดมาตลอด วาม้องการอยากฆ่าใครขั้นรุนแรงกับสติเพียงน้อยนิดเริ่มต่อสู้กันถึงขั้นบ้าคลั่งในจิตใจ

(แซ็กดูแปลกไป….?  เพราะพิษจริง ๆ เหรอ…..)

“แซ็ก  ไหวไหม…..?”

เรออกจากประตูตรงไปหาแซ็กที่ยังนั่งคุดคู้ไม่ไหวติง

(อย่าเข้ามา—–)

แซ็กพร่ำร้องในใจ

แต่ทันทีที่เห็นเธอวิ่งมาหา  ความปรารถนาถึงขั้นอดใจไม่อยู่ก็ผุดขึ้นจากสมอง  ไม่อาจคิดอะไรได้นอกจากความต้องการอยากฆ่าอีกแล้ว

“……….”

แซ็กลุกพรวดขึ้นจากที่ตรงนั้น  แล้วขยับเคียวหันเข้าหาเร  ใบมีดขนาดใหญ่นำพามนุษย์ไม่รู้กี่คนตกสู่ความสิ้นหวังนั้นสามารถตัดคอบาง ๆ ของเรขาดออกจากกันได้ง่ายดาย

“………มีอะไรเหรอ……?”

เรแสดงสีหน้าตกใจเพียงเล็กน้อย  แต่ก็ถามเงียบ ๆ คล้ายเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“เออ….ไม่รู้เพราะไอ้ยาแปลก ๆ นั่นหรือเปล่า….ฉันอยากฆ่าอยากฆ่าอยากฆ่า….จนชักจะคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเฟ้ย!!”

แซ็กจ้องตาสีฟ้าคล้ายมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งของเรแล้วคำรามก้องคล้ายจุดประกายไฟ

(เพราะงั้นรีบไปไหนก็ได้เร็วเข้า———)

ความจริงแล้วเขาอยากฆ่าใคร——–อยากฆ่าเรที่อยู่ตรงหน้าเดี๋ยวนี้เลย

แต่ในหัวของแซ็กมีสัญญากับเรแวบขึ้นมา

 

 

“ถ้าออกไปข้างนอกได้แล้ว  ฉันจะ……———ฆ่าเธอให้เอง”

 

 

ฉันไม่มีของที่ชอบเป็นพิเศษและไม่มีของที่เกลียดตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้  คิดว่าเสียเวลาหากเอาไปคิดเรื่องพรรค์นั้น  แต่มีแค่คำโกหก  มีเพียงคำโกหกเท่านั้นที่เกลียด

“……เหรอ…….ฉันไม่ว่าอะไรหรอก”

เรพูดแบบไม่ลังเล

(——-น่าเบื่อจริง ๆ)

แซ็กพ่นขำเมื่อได้ยินคำพูดเรแล้วก้มหน้าลง

“………งั้นเรอะ”

(——-น่าเบื่อก็จริง)

“เออ  งั้นเรอะ  นั่นสินะ  เธออยากถูกฉันฆ่าอยู่แล้วนี่หว่า?!”

(แต่อยากฆ่าจนอดไม่ไหวแล้ว——–)

แซ็กเหวี่ยงเคียวใส่เรคล้ายควบคุมตัวเองไม่อยู่

ดาบคม ๆ ของเคียวหยุดแตะต้นคอของเรพอดิบพอดี  มันเย็นเฉียบคล้ายมีน้ำแข็งมาแนบไว้

“….แต่แซ็กน่ะดีแล้วเหรอ?”

เรรับความเยือกเย็นนั้นไว้แล้วถามเงียบ ๆ

“….หา!?”

“แซ็กยังไม่ได้ออกไปข้างนอก  แล้วก็….หน้าของฉันยังดูน่าเบื่ออยู่เลยนะ?”

เรจ้องหน้าตื่นเต้นของแซ็กด้วยสีหน้าไร้อารมณตามคำพูด

(—–ถ้ารู้อยู่แล้ว)

“เฮ้ย….คิดจะมาขู่ฉันตอนนี้รึไง!?  หา!?”

(ก็ช่วยทำอะไรสักอย่างเซ่——-)

แม้ตัวเองยังรู้ดีว่ามือข้างที่กำเคียวไว้สั่นเทาเล็กน้อย  หากด้ายในสมองขาดแม้แต่นิดเดียว  แซ็กก็คงตัดคอเรกระเด็นไปแล้วในตอนนี้

“เปล่า  คุณสาบานกับพระเจ้าไว้  เพราะงั้นก็ถือเป็นคำสาบานของคุณเหมือนกัน  ตอนนี้ฉันไม่ได้ออกคำสั่ง  หรือขอร้องอะไร  แค่ถามคุณเฉย ๆ…..——–ว่าแซ็กน่ะดีแล้วเหรอ?”

เรสัมผัสความสั่นเทาจากมือแซ็กผ่านต้นคอแล้วถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ  แซ็กนึกประหลาดใจขึ้นมาเมื่อเห็นเรทำหน้าจริงจังให้เห็นเป็นครั้งแรกในสถานการณ์ชวนคลั่งได้ตอนนี้

“……บ้าหรือเปล่า  เธอเนี่ย……———จะดี  ได้ยังไง”

เขาตอบความในใจ

“แต่ว่านะ…..ถึงเธอจะเป็นผู้หญิงน่าเบื่อขนาดไหน….แต่ตอนนี้ฉันอดใจไม่ให้ฆ่าไม่ไหวหรอกนะ?  ก็ถ้าอดทนไหว  ฉันคงไม่เป็นแบบนี้หรอก…..”

———เฮ้อ….ทำไมฉันถึงอดทนมาถึงขนาดนี้ด้วย…..?

หากคิดจะฆ่าก็ทำได้ทันที  ทั้งที่อยากฆ่าจนทนไม่ไหว  แต่บางอย่างในตัวฉันตะโกนสั่งไม่หยุดว่าจะฆ่าเรไม่ได้

(เพราะถ้ายัยนี่ไม่อยู่ก็จะออกไปจากที่นี่ไม่ได้เรอะ…..?)

 

 

“สัญญาที่เอาแต่ผลักไสใส่กันอย่างเดียว…มองแวบแรกคล้ายกับมีส่วนได้เสียเหมือนกัน  แต่ก็เป็นได้แค่เครื่องมือของอีกฝ่าย  แต่…..ที่จริงแล้วฝ่ายไหนจะเป็นเครื่องมือกันแน่นะ?”

 

 

———งั้นสำหรับฉันแล้ว  เรก็เป็นแค่เครื่องมือเหรอ…..?

 

 

“คำสัญญาของพวกเธอดูยังไงก็ไร้ความหมายถึงขั้นไร้สาระเลยละ”

 

 

(สัญญา….)

—–เออ….จะว่าไป…..ฉันไม่เคยสัญญาอะไรกับใครเลยแฮะ  ฉันเคยคิดว่าสัญญาคงไม่มีวันมาเกี่ยวพันกับตัวเอง  ก็ฉันใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

(แต่ถ้าออกจากที่นี่แล้วเรก็จะถูกฉันฆ่า  สัญญานั่นเลยอาจจะไร้ความหมายอย่างที่ยัยนั่นว่าไว้ก็ได้….)

แซ็กหลบสายตาเรแล้วสูดหายใจเบา ๆ คล้ายรวบรวมสติที่หลงเหลืออยู่ก่อนพูดด้วยเสียงสั่นน้อย ๆ

“………แต่ว่านะ  ฉันน่ะเกลียดคำโกหก….เธอเข้าใจความหมายนี้ใช่ไหม?”

บรรยากาศที่คล้ายเวลาหยุดไปชั่วขณะเริ่มไหล่ผ่านทั้งสองคนไป

“…..อืม”

เรมองภาพตัวเองทำสีหน้าไร้อารมณ์สะท้อนบนใบดาบของแซ็กหลังกะพริบตาแล้วพยักหน้าน้อย ๆ

“……เด็กดี……เพราะงั้น……ขอร้องละ”

แล้วแซ็กก็ดึงร่างกายบาง ๆ ของเรเข้าใกล้ตนเองเบา ๆ

“…….ขอแค่ตอนนี้  อย่าถูก  ฉันฆ่าก็พอ———”

เขาพูดกระซิบข้างหูแล้วปล่อยตัวเรออกห่าง

ทั้งสองคนสบตากันวินาทีหนึ่งคล้ายยืนยันสัญญาให้แน่ใจ

ภาพแซ็กที่สะท้อนบนตาของเรทำหน้าจริงจังกว่าที่ผ่านมา

ในหูแซ็กได้ยินเสียงฝนตกอีกครั้ง  เป็นเสียงฝนตกหนักยามดึกจนกลบทุกอย่างหายไปหมด

ในดวงตาลอดผ่านช่องว่างระหว่างผ้าพันแผลฉายภาพหนังเก่า ๆ ที่ดูในคืนนั้น  หนังนั่นชื่ออะไรนะ  ชื่อประมาณ….อา  โธ่เว้ย  เคยดูแต่หนังเรื่องนั้นแท้ ๆ น่าจะจำชื่อไว้หน่อยก็ดี  เฮ้อ  แต่หนังเรื่องนั้นมันเยี่ยมยอดที่สุดแล้ว  ชวนปลดปล่อยที่สุดแล้วละ

——ตึกตัก

——ตึกตัก

แค่นึกถึงก็สัมผัสได้ว่าหัวใจที่ปกติไม่รู้ว่าหยุดหรือขยับเริ่มบีบเต้น

อยากฆ่า

อยากฆ่า  อยากฆ่าจนทนไม่ไหว

ไม่อาจคิดถึงเรื่องอื่นได้  ไม่อยากคิดอะไร

แล้วสีหน้าของแซ็กก็เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าคล้ายบางอย่างขาดสะบั้นลง

 

 

 

 

 

 

——ต้องหนี…..!

ในหัวเรปรากฎภาพตอนพบกับแซ็กในชั้น B6 เป็นครั้งแรกอย่างแจ่มชัดเกินควร

ในตอนนั้น…..นกถูกผ่าเป็นสองส่วน  เธอซ่อมแซมนกแบบที่เคยทำและฝังไว้ใต้ดิน

เธอนึกสงสารที่นกตายไป  แต่ฉันมีความสุข

เพราะคิดว่ามันกลับไปหาครอบครัวได้  กลับไปหาครอบครัวในอุดมคติของฉันได้….

แต่ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาไม่แน่นอน  ไม่ใช่แม้กระทั่งความฝัน  นึกออกได้ก็แค่ความจริงที่ไม่อยากนึกถึงเท่านั้น

เรหลับตาลงรับรู้ถึงความขมขื่นแล้วหันหลังให้แซ็ก

(……ฉันยังไม่รู้เรื่องของแซ็กเลย)

ข้อมูลที่อ่านจากประวัติส่วนตัวก็เป็นแค่ของที่สร้างขึ้นมาเอง  ไม่ได้มากหรือน้อยไปกว่านั้น

 

 

“———-….ฉันน่ะ  เกลียดคำโกหก”

 

 

แต่เรื่องนั้นเรรู้ดี  เธอกำมือเล็ก ๆ แน่น

(ฉันไม่ปล่อยแซ็กโกหกหรอก…..)

เธอนึกสาบานเรื่องนั้นในใจ  ก่อนจะออกวิ่งเต็มกำลังหนีจากแซ็กที่ยืนเซไปมา

 

 

—-แซ็กสัญญากับพระเจ้าให้ตอนนั้น

 

 

“ฉันจะเป็นคนฆ่าเธอให้แน่ ๆ!”

 

 

แต่แซ็กย่อมไม่หวังฆ่าฉันแบบนี้แน่  แซ็กไม่หวังจะฆ่าฉันที่ยังน่าเบื่อแบบนี้หรอก

นี่แซ็ก  ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้  คิดแบบนั้นมาตลอดตั้งแต่คืนนั้น

แต่ฉันอยากจะทำตัวเป็นประโยชน์ต่อแซ็ก  เพื่อแซ็กจะได้ฆ่าให้

แล้วก็สัญญากันแล้ว  สัญญาว่า…..จะทำหน้าดี ๆ เพื่อแซ็กจะได้นึกอยากฆ่าขึ้นมา

 

 

เพราะงั้น———….ฉันจะไม่ยอมถูกแซ็กฆ่าตอนนี้หรอก…..!

 

 

แซ็กไล่ตามเรขณะในหูเต็มไปด้วยเสียงฝนตกหนัก

(อยากฆ่า  อยากฆ่า——-)

ไม่ได้ยินอะไร  ไม่เข้าใจอะไรอีกต่อไป  ไม่รู้ว่าที่นี่คือความจริงหรือฝัน  ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่  แต่เขาไม่อาจคิดอะไรได้  จะเป็นใครก็ได้  อยากฆ่า  อยากฆ่าจนอดใจไม่อยู่

ไม่รู้ทำไมใบหน้าของเด็กที่ฝังในสวนของสถานรับเลี้ยงถึงผุดขึ้นมาทีละคน ๆ ในหัวเต็มไปด้วยพายุทราย  บนโลกนี้ไม่มีผีอยู่  ไม่ว่าใครก็รู้—-แต่เด็กที่ตายไปหยุดยืนอยู่ในดวงตาของแซ็กอย่างแจ่มชัด  ไม่แสดงท่าทีเคียดแค้นหรือขอความช่วยเหลือ  เพียงแต่มองแซ็กด้วยแววตาไร้ชีวิต  และบอกว่า “ไม่อยากมาที่แห่งนี้เลย”

(จะไป  รู้เรอะ  ขนลุก  เฟ้ย)

แซ็กนึกอยากอาเจียนอาหารที่ทานเข้าไปทุกครั้งขณะไล่ตามเรด้วยฝีเท้าเลื่อนลอย  แต่เมื่อมองจากเรแล้ว  ความเร็วขณะแซ็กไล่ตามมานั้นถือว่าเร็วจนน่าขนลุก

(แบบนี้อีกไม่นานต้องไล่ตามทันแน่….)

“แฮ่ก  แฮ่ก”

สัมผัสได้ว่าแซ็กไล่จี้ติดหลังแล้ว

เรหายใจหอบแล้ววิ่งเข้าทางเดินมืด ๆ คล้ายเขาวงกต

(หายใจ  ไม่ออก)

เธอไม่เคยวิ่งเพื่อใครแบบนี้มาก่อนเลย

แต่เรก็ยังวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตาจนไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้น  หากหยุดยืนแม้แต่นิดเดียวย่อมถูกฆ่าแน่  แต่ที่จริงแล้วจะถูกฆ่าเมื่อไรก็ไม่เป็นไร  เธออยากถูกแซ็กฆ่าก่อนเขาจะรู้เรื่องทั้งหมดด้วยซ้ำ

(….?)

เรรู้สึกเหมือนแซ็กหายตัวไปแวบหนึ่งเลยหันไปมอง  เธอรู้ได้ว่าความเร็วที่แซ็กวิ่งตกลงไปมากทีเดียว

(พิษเหรอ….)

ภาพแซ็กฉีดยาทั้งสองเข็มเมื่อหลายนาทีก่อนลอยขึ้นบนนัยน์ตาของเร

(แซ็กฉีดยาแทนฉัน……)

“ถ้าฉันตายด้วยไอ้นี่เดี๋ยวแกก็ตายตามทันที  งั้นฉันฉีดแล้วยังจะดีกว่าอีก”

นั่นเป็น…วิธีในแบบของแซ็กเพื่อจะออกจากที่นี่ไปด้วยกันสองคน  เรคิดแบบนั้นขึ้นมา

(สิ่งที่ฉันทำได้มีเพียงไม่ให้แซ็กฆ่าในตอนนี้…..)

แค่นั้นเอง

เธอมองภาพข้างหน้าระเบียงไม่เห็นจากความมืด  เรวิ่งแบบลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปบนเส้นทางไม่รู้ว่าจะยาวไปถึงไหน  และเมื่อเธอทิ้งระยะห่างจากแซ็กมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหลุดพ้นทางเดินยาว  ทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็พลันสว่างขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

สายตาจับแสงสว่างจากหลอดไฟแสบตาเห็นภาพที่ว่างกว้างโล่ง

ที่ตรงนั้นไร้คราบสกปรกคล้ายเพิ่งสร้างไม่ก็เพิ่งทาสีใหม่  พ้นกับกำแพงเป็นสีขาวโพลน  เห็นด้านในมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่และอุปกรณ์ดูซับซ้อนติดตั้งเอาไว้  แต่ก็มีกำแพงกระจกกันกระสุนโปร่งใสตั้งขวางไว้เหมือนห้องที่แล้วเลยไม่สามารถไปยังตรงนั้นได้  นั่นคือเธอมาถึงทางตันแล้ว

“……….”

(ทางตัน…..)

เธอสัมผัสได้ว่าแซ็กไล่ตามมาใกล้แม้ไม่ต้องหันกลับไปมอง

เรหอบหายใจสั้น ๆ ก่อนหยุดยืนอยู่ตรงนั้น

——–…กลับไป  ไม่ได้แล้ว  ถึงกลับไปก็คงไม่มีความหมาย  ไม่มีที่ให้หนี….

(ไม่มีที่ให้กลับไป….)

 

 

“ก็คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอรอเธออยู่ในนรกแล้วไง——”

 

 

เรยืนเหม่อนึกถึงคำพูดจากปากแดนี่ที่ได้ยินตอนอยู่บนเตียงผ่าตัด

(คุณหมอ….นรกนั้นเลวร้ายกว่าบ้านหลังนั้นอีกเหรอ…..?)

เรค่อย ๆ หันกลับไปยังทางเข้าห้อง

ที่ตรงนั้นมีแซ็กยืนอยู่เงียบ ๆ ไม่ทำแม้กระทั่งหอบหายใจ  แซ็กมองตรงมาทางตนด้วยแววตาว่างเปล่าต่างกันตอนเจอกันครั้งแรกหรือตอนมาถึงที่นี่ด้วยกัน

“……..”

แซ็กขยับมาหาเรช้า ๆ โดยไม่พูดอะไร  ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าแล้วใช้เคียวคล้ายของยมทูตนั้นตั้งท่าใส่เรอีกครั้ง

“………”

(แซ็ก  ขอโทษ—–…..ฉันทำแซ็กโกหกจนได้….)

เรหลับตาลงช้า ๆ

(….แต่ถ้าถูกฆ่าแบบี้  คงขึ้นสวรรค์ได้แน่…..)

และแอบคิดเช่นนั้นอยู่ใต้เปลือกตา

ในตอนนั้นเอง

“—-ปัง!”

เสียงดังชวนใจกระตุกดังก้องไปทั่วชั้น

(….!)

ลางไม่ดีแล่นขึ้นหัวใจ  เพราะเสียงนั้นเป็นเสียงปืนลั่นออกจากกระบอกไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้

พอลืมตาขึ้นก็เห็นแซ็กก้มลงคล้ายสิ้นหวังทรุดเข่าอยู่กับพื้น  มีเลือดไหลไม่หยุดออกมาจากตรงน่องไหลซึมลงพื้นคล้ายมีคนทำน้ำผลไม้หก

“อ้ะฮะฮะฮะฮะ!”

แคชชี่ปรากฎตัวขึ้นด้วยเสียงหัวเราะบ้าคลั่งตรงอีกฟากของกำแพงกระจก

“ขอโทษที่ต้องตัดฉากตอนกำลังสนุกนะ  ที่ตรงนี้เป็นห้องโทษยิงเป้าก็เลยขอยิงสักหน่อยแล้วกัน”

แคชชี่พูดออกมาหน้าตาเฉยขณะเรยืนตกตะลึง

“….โทษยิงเป้า”

“ใช่แล้ว  ดูนั่นสิ  กระบอกปืนกำลังล้อมพวกเธออยู่เต็มไปหมดเลยใช่ไหม  ทั้งหมดนี่กดแค่ปุ่มเดียวก็ยิงกระสุนใส่ได้เลยละ  เยี่ยมเลยใช่ไหม”

กระบอกปืนขนาดใหญ่จำนวนมากปรากฎออกมาจากกำแพงสีขาวโพลนหลังแคชชี่พูด  ปืนพวกนั้นล้อมทั้งสองคนเอาไว้สี่ทิศจนไม่น่าจะหลบเหมือนครั้งอยู่ตรงทางเข้าชั้น B3 ได้แน่

“เอ้อ  ช่างเรื่องนั้นก่อน…..ฉันสนุกกับตอนพวกเธอ…แตกหักกันมากเลยละ  โดยเฉพาะแซ็ก!  นายเนี่ยถือได้ว่าเป็นคนผิดในอุดมคติของฉันเลยนะ!  ถึงจะตะเกียกตะกายไปแต่สุดท้ายก็กดแรงกระตุ้นไว้ไมไหว  เยี่ยมยอดจริง ๆ…!”

แคชชี่กล่าวกับแซ็กด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้มคล้ายหญิงสาวตกใจห้วงรักไม่เข้ากับคำพูดนั้นจากอีกฟากของกำแพงกระจก  แค่นึกภาพแซ็กเปลี่ยนท่าทีไปไล่ตามเรผ่านจอมอนิเตอร์เมื่อก่อนหน้านี้แคชชี่ก็อดตัวสั่นไม่ได้แล้ว

“…….เงียบ…น่า……!”

แซ็กค่อย ๆ ลุกขึ้นคล้ายลากขาแล้วจ้องเขม็งไปยังแคชชี่ตรงอีกฟากของกระจก

“…แซ็ก!”

เรเผลอวิ่งเข้าหาแซ็กเมื่อได้ยินเสียง

“อย่าเข้ามา!!  เดี๋ยวฆ่าหรอก!!”

แต่แซ็กคำรามและจ้องเรด้วยแววตาคมกริบเหมือนจะปฏิเสธ

“เห็นไหม  ถึงจะกลับมาได้สติบ้างจากความเจ็บตอนถูกยิงแล้ว  แต่ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เลย!  อด  ทน…ไม่ได้ละสินะ?”

แคชชี่เลียปากเล็กน้อยคล้ายยั่วแซ็กที่พยายามอดกลั้นสุดชีวิตไม่ยุ่งกับเรตรงหน้า

“หา!?  อย่าพูดก่อกวนคนอื่นท่าเดียวสิวะ!  เดี๋ยวฆ่าซะเลย!!”

“อะฮะฮะ  ฉันก็แค่พูดความจริงเองนะ?  แล้วก็คนถูกฆ่าคือคนผิดอย่างนายต่างหาก  แซ็ก….นี่  เรเชล  การ์ดเนอร์  ฉันให้ไอ้นี่เธอนะ”

แคชชี่โยนปืนสีแดงตกลงตรงเท้าเรเหมือนโยนขยะทิ้งจากอีกฟากของกระจกกันกระสูน

“ถ้ามีไอ้นั่นแล้วพวกเธอก็จะได้เท่าเทียมกันแล้วไง?  ฆ่ากันเลยสิ!  ใครมีชีวิตรอดมา  ฉันจะมอบการลงโทษที่วิเศษยิ่งกว่าเดิมให้อีก!”

แคชชี่หัวเราะอะฮะฮะฮะฮะเหมือนเป็นคำพูดติดปากแล้วพูดด้วยความรื่นรมย์จากใจจริง

ในสมองที่บ้าคลั่งไปแล้วนึกภาพแซ็กกับเรฆ่ากันอย่างงดงามขึ้นมาแจ่มชัด  หัวใจเต้นรัวเพราะอยากเห็น  อยากเห็นภาพนั้นไว ๆ

(ฆ่ากัน——….)

เรเงียบลงไปพักหนึ่ง

“…..ทำแบบนั้นไปแล้วจะมีความหมายอะไรเหรอ?”

ก่อนถามด้วยเสียงราบเรียบ  สีหน้าของแคชชี่เปลี่ยนไปในทันควัน

“หา?  ไม่เอาน่า  เธอเนี่ยน่าเบื่อจริง ๆ  จะหาความหมายไปทำไม?  ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้นมา?  คนผิดไม่มีทางทำอะไรให้เกิดมาได้หรอ  ไม่เห็นจำเป็นต้องค้นหาความหมายเลยน่า”

แคชชี่ทำหน้าน่ากลัวที่มีแต่สาวงามจะทำได้แล้วพูดชัดเจน

(….——-น่าเบื่อ….)

เรเงียบลงอีกครั้ง

 

 

“”……..น่าเบื่อออกนะ  กลายเป็นเครื่องมือให้ตุ๊กตาเนี่ย….

 

 

(แซ็กก็คิดว่าฉันน่าเบื่อ….)

——คุณแม่กับคุณพ่อก็ไม่คุยกับฉันเพราะน่าเบื่อหรือเปล่า….?

(….ฉัน….แค่อยากเลี้ยงลูกสุนัขเท่านั้นเอง—–…..)

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้

ลูกสุนัขจ้องมองเรไม่ละสายตาคล้ายขอความช่วยเหลือจากในกล่องกระดาษในค่ำคืนหนาวเหน็บ  เรนึกภาพใบหน้าน่าเอ็นดูนั้นแล้วก้มลงเก็บปืนสีแดงตรงปลายเท้า

(หนัก….)

สัมผัสนั้นเปลี่ยนความทรงจำของเรให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีก

“เอ้า  ทำเรื่องสนุก ๆ ให้เห็นทีสิ……!”

แคชชี่กะตอนเรก้มเก็บปืนส่งเสียงดังคล้ายให้สัญญาณเริ่มฆ่ากันได้

(….เรื่องสนุก ๆ….)

——….ตอนนั้นไม่สนุกเลย  แต่…

“จะยิงก็รีบยิงเซ่”

แซ็กพูดใส่เรเมื่อเห็นเธอยังไม่ตั้งท่ายิงปืน  เอาแต่มองไปข้างหน้าอย่างเดียว

“นี่  หรือว่ากลัวตอนเหนี่ยวไกปืนเหรอ?  หนีออกจากการเป็นเด็กน่าเบื่อไร้ความน่าสนใจไม่ได้เหรอ?”

แคชชี่ถามคำถามยั่วเรที่แทบไม่ขยับตัวเหมือนกลายเป็นตุ๊กตาไปแล้วจริง ๆ

“…ไม่ใช่”

เรมองปืนในมือแล้วตอบเสียงชัดเจน

“เฮ้ยเร  ถึงเธอไม่ยิงแต่ฉันก็อดใจไม่ฆ่าไม่ไหวแล้วนะ!”

แซ็กย่นคิ้วใต้ผ้าพันแผลก่อนตะโกน

ปลายเคียวแตะกับต้นคอสีขาวคล้ายไม่เคยอาบแดดมาก่อนของเรเหมือนเมื่อหลายนาทีก่อน  แต่มันไม่เย็นเฉียบเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว

“….ฉัน  ไม่ยิง”

เรหลับตาลงแวบหนึ่งก่อนตอบด้วยใบหน้าแน่วแน่

“…งั้นเรอะ  แต่ว่านะ  ฉันอยากฆ่าจะตายอยู่แล้ว!!”

แซ็กตะโกนด้วยเสียงเจ็บปวดปนความเจ็บใจเอาไว้

(ว้อยยย  โธ่เว้ย!)

—–ฉันเองก็ไม่อยากฆ่าแกในสถานการณ์ตกเป็นรองเพราะควบคุมตัวเองแบบนี้ไม่ได้เหมือนกันน่า  รู้ดีอยู่ในหัวอยู่แล้ว

แต่ว่า  ไม่ไหวแล้ว…ละ

(อยากฆ่า…)

—-ถ้าเผลอวางใจลงแล้วก็นึกได้แต่เรื่องแบบนั้นขึ้นมา  อยากสัมผัสความรู้สึกสุดยอดแบบนั้นเร็ว ๆ  แต่ตอนนี้ถึงจะฆ่าแกไปก็คงรู้สึกแบบนั้นไม่ได้หรอก  แต่ว่านะ  ตอนนี้ก็แค่…อยากฆ่าใครสักคนด้วยมือคู่นี้จนอดไม่ไหวแล้วเท่านั้นเอง

“แฮ่ก…แฮ่ก”

เสียงหายใจของแซ็กยามทำสีหน้าเหมือนอดกลั้นบางอย่างเอาไว้ดูทรมาณอย่างบอกไม่ถูก

“….ขอโทษนะ  ฉันทำให้แซ็กต้องฆ่าฉันทั้งที่ยังน่าเบื่อซะแล้ว”

เรมองแซ็กเป็นแบบนั้นแล้วพูดด้วยเสียงเหมือนตระหนักทุกสิ่งทุกอย่างได้

“เออ  ก็ใช่น่ะสิ…!  คงเซ็งสุดขีดแหง ๆ!  เลยถึงบอกว่าถ้าจะยิงก็ยิงเลยไง?!  ห่างแค่นี้ต้องโดนอยู่แล้ว”

แซ็กตะเบ็งเสียงแฝงนัยคล้ายจะเกลี้ยกล่อมเร

“….ฉันไม่ยิงแซ็กหรอก”

แต่เรยังพูดยืนยัน  ความตั้งใจนั้นแม้จะเจออะไรก็ไม่หวั่นไหวอีกแล้ว

(ฉันจะไม่ฆ่าแซ็ก….)

เพราะแซ็กสัญญาว่าจะฆ่าฉันไว้——

“ฮะฮะฮะ…เป็นแบบนี้แล้วยังจะพูดอะไรอีก  เฮ้อ  แต่ก็นะ….เธออยากถูกฉันฆ่านี่หว่า”

แซ็กหัวเราะแบบไร้เรี่ยวแรงแล้วเบ้ปาก  แต่เรกลับส่ายหัวน้อย ๆ

“มันก็ใช่  แต่ไม่ใช่…..นี่ฉันตั้งใจแบบนี้เอง——”

แล้วเรก็เริ่มพูดในความเงียบที่โอบล้อมห้องเอาไว้

“ฉันถูกแซ็กฆ่าไปก็ไม่เป็นไร  แต่ว่า….ฉัน  ไม่อยาก…..ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามผู้หญิงคนนั้นคิด  ก็….ฉันกับแซ็ก….—-ไม่ใช่เครื่องมือนี่นา”

เรยังคงพูดขณะมองตาแซ็กแน่วแน่

“เพราะงั้น….จะฆ่า  หรือถูกฆ่า…ก็มาจากความตั้งใจของแซ็กและฉันเอง”

แซ็กสัมผัสได้ว่าเรี่ยวแรงในตัวหายไปแวบหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

—-…ฉัน  ไม่ใช่เครื่องมือ

จริงด้วย….จริงด้วยสิ  ง่ายจะตายไป  ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวเลย  ฉันมันบ้าจริง ๆ ด้วยสินะ

เออ  เร  เป็นไปตามที่แกพูดแหละ….จะฆ่า  หรือถูกฆ่า  ก็เป็นไปตามความตั้งใจ  ของฉัน  และเธอ

ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นแล้วจะเป็นอะไร?

(เดิมทีแล้วใครมันจะสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ เล่า—–)

“…….ฮะฮะฮะฮะฮ่า!”

แซ็กอ้าปากกว้างหัวเราะคล้ายได้สติกลับมา

“เฮ้ยเร….พอถึงตอนนี้แล้วก็เริ่มพูดอะไรน่าสนใจขึ้นได้หน่อยแล้วละเนี่ย  เออ  อดใจไว้ไม่ไหวแล้ว!  นี่  อย่างน้อยก็ลองยิ้มให้ดูหน่อย!!  เดี๋ยวนี้เลย!!”

แล้วก็ขยับตัวเข้าใกล้เรขณะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง

(………ยิ้ม)

เรหลับตาลง

—-…ฉันยิ้มครั้งสุดท้าย  เมื่อไรกัน?

น่าจะเป็นตอนลูกสุนัขมาที่บ้าน  แต่นึกไม่ออก

ฉันยิ้มแบบไหนกันนะ  ปกติน่าจะยิ้มตอนเห็นอะไรแล้วคิดว่าน่ารักละมั้ง

แล้วก็….ชอบเสียงกล่องดนตรีนั้นจัง  กล่องดนตรีใบโปรด

ฉันได้รับมันเป็นของขวัญวันเกิดจากแม่ตอนอายุ 7 ขวบ  ตอนนั้นฉันดีใจมาก ๆ จนฟังเสียงกล่องดนตรีตลอดทั้งคืน  เลยจะรู้สึกมีความสุขกว่าเคยยามได้ยินเสียงนั้น….

(ถ้านึกถึงเสียงนั้นแล้วจะยิ้มได้ไหม….)

“……….”

เรค่อย ๆ ลืมตามองแซ็ก

แล้วขยับยิ้มแค่มุมปากขณะตายังฉายภาพจุดจบของโลกให้เห็น

“……..ห่วยแตก…..แววตาตายไปจริง ๆ แล้วนะเนี่ย  เธอน่ะ”

แซ็กพึมพำหลังผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มเก้ ๆ กัง ๆ  ก่อนจะค่อย ๆ ยกเคียวขึ้นออกห่างจากต้นคอของเร

“…….แต่ถ้า——-ไอ้นั่นกลายเป็นของจริงได้….ก็วิเศษที่สุด  แค่นึกภาพฆ่าเธอตอนนั้นฉันก็ทำหน้าดีกว่าใคร ๆ ได้เลยนะ?”

ก่อนมองภาพหน้าตัวเองพันผ้าพันแผลทบกันหลายชั้นสะท้อนกับใบมีดเปรอะเปื้อน  แล้วแซ็กก็ตะโกนเสียงดังจนแก้วหูเกือบแตกแบบเดียวกับตอนเจอเรครั้งแรกออกมากระทันหัน

“จนจะเชือดตัวเอง….ได้ลงเลยไงละ?!”

วินาทีนั้น  แซ็กนาบเคียวกับบริเวณท้องตัวเองแล้วเฉือนท้องจากบนเสื้อคลุมเต็มแรง

Advertisements

One thought on “[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [17]

  1. ม๊ายยยยยย!!!!แซคคคคค!!!!!!>[ ]< //อินเกิน
    โอ้วววว พระเจ้าจอร์จ!! มันบีบหัวใจดังจึ๊กๆ อ่านไปก็ลุ้นไป จะว่าไปเป็นนี่เหมือนจะเป็นครั้งแรกเลยที่เรวิ่งหนีแซค วิ่งเพื่อคำสัญญา วิ่งเพื่อใครอีกคน โอ้ยยยย ถ้ารู้สึกว่ามันโรแมนติกจะผิดมั้ย555555

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s