Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 24]

กำลังคิดอยู่ว่าเหลืออีกกี่ตอน…ห้าตอน?  ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ

แต่ที่แน่ ๆ คือตอนจบนี่วาดภาพไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว

ยาวใช่เล่นเลยนะคะเนี่ย…//ซีด

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!!”  คุราโมจิคำรามแล้วรีบกวาดตามองไปรอบตัวว่าเอาไงดี

มิยูกิรีบยกขาขึ้นหนีเมื่อมีร่างที่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นกลิ้งตกมาอยู่แทบเท้า  ก่อนรีบส่งเสียงถามคนให้กำเนิดห้วงมิตินี้ด้วยเสียงแตกตื่น  “ที่ว่าฟูจิซากิหายไปแล้วหมายความว่าไง!!?  ฉันยังไม่เห็นเขาออกจากห้องนั้นไปไหนเลยนะ!!”

ไม่แน่ว่า…อาจจะยังอยู่ในนั้นก็ได้”  คนถูกถามตอบเสียงไม่มั่นใจ  เขาขยับตัวไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องบานจุดมุ่งหมายแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ  “ฉันสัมผัสตัวเขาได้…จากตึกนี้ทั้งตึกไปแล้ว

“หา!!?  ทำไมถึงตอบอะไรได้กำกวมแบบนั้นห้ะ!!?”  รองกัปตันตะคอกคล้ายระบายความสับสนและหงุดหงิดในตัวออกมาทั้งหมด

ฉันไม่รู้…”  นางาทานิทำเสียงรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม  “เหมือนกับเขากลายเป็น…ตึกนี้ไปแล้ว

“ยึดตึกนี้ไป…โดยสมบูรณ์แล้วเหรอ”  หัวหน้าทีมฉุกคิดความเป็นไปได้ขึ้นมา  ก่อนหน้านี้ฟูจิซากิควบคุมห้วงมิตินี้ได้ผ่านการควบคุมตัวนางาทานิ  แต่ตอนนี้เขาอาจจะบังคับตึกนี้ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านสื่อกลางแล้ว

“แล้วจะเอาไงต่อ!!?”  คุราโมจิชิงถาม  “มัวแต่คิดว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ก็เสียเวลาเปล่า  แล้วตอนนี้จะทำยังไงต่อละห้ะ!!?”

“ลองหาทางเปิดประตูห้องนั้นดู!!”  มิยูกิเริ่มขึ้นเสียงกลับเหมือนโดนดึงอารมณ์ให้หงุดหงิดตามไปด้วย  “ถ้าเขายังใช้ร่างซาวามูระอยู่ก็ไม่น่าทำตัวเป็นผีหายไปไหนได้น่า”

“เฮ้ย  ไอ้ผีไม่ยอมไปผุดไปเกิด!!”  คนไว้ผมทรงแยงกี้เปลี่ยนเป้าหมายไปหาเงาในผ้าคลุมที่ยืนนิ่งตรงหน้าห้องนั้นแทน  “แกเปิดประตูบานนั้นเลยไม่ได้เรอะ!!!”

ฉันไม่มีสิทธิ์ควบคุมที่นี่แล้ว  เปิดไม่ได้”  อีกฝ่ายตอบกลับด้วยเสียงใจเย็น

“แล้วลองเอามืองัดดูหรือยัง!!  แกเปิดเป็นแค่วิธีส่งกระแสจิตหรือไง!!”  คนสั่งตะเบ็งเสียงลั่นขึ้นอีก

นางาทานิยกแขนแตะกับประตูแล้วขยับคล้ายจะเลื่อนบานประตูออก  “ไม่เปิด

“ออกแรงเลื่อนแค่นั้นมันจะเปิดออกได้ไงวะไอ้บ้า!!!”  คุราโมจิตะโกนคล้ายเหลืออดแล้วพยายามปีนพื้นส่วนที่นูนขึ้นจากทางเดินไปหา  พอเข้าไปใกล้ก็เอามือผลักตัววิญญาณอาฆาตออกแล้วออกแรงเปิดประตูเอง

แต่ประตูก็ไม่ขยับสักนิด…หรือจะบอกว่าแค่ดูสภาพแล้วก็ไม่น่าเปิดด้วยวิธีปกติได้อยู่ดี

“อะไรนักหนาวะ!!!”  คนเปิดคำรามออกมาอีกหนก่อนหันกลับมายังกัปตัน  “แกเองก็มาช่วยด้วยสิวะ  มิยูกิ!!”

“กำลังไปน่า!!!”  เขาตะโกนตอบ  หัวยังคงปวดนิด ๆ จากเสียงซึ่งน่าเป็นความในใจของฟูจิซากิ  เขารวบรวมแรงที่เหลือพยายามปีนข้ามส่วนนูนของพื้นทางเดินที่ตั้งขวางไว้ตรงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

“ทำไมประตูแข็งจังวะ!!  เป็นแค่ไม้แท้ ๆ!!!”  คุราโมจิสบถเสียงกร้าวขณะเริ่มออกแรงทุบบานประตูแบบไม่คิดออมแรงสักนิด

มิยูกิออกแรงยกขาเพื่อปีนขึ้นไปข้างบน  แต่ตอนนั้นเองที่บางอย่างจับเข้าที่ข้อเท้าเขา

มือ

อาการขนลุกเข้าจู่โจมกระทันหัน

พอก้มมองลงก็เห็นมือ ของร่างในชุดนักเรียนบนพื้นที่เขาเพิ่งยกขาหนีออกห่างจับข้อเท้าเอาไว้แน่น  แสงสว่างจากตะเกียงในมือยังสาดส่องให้เห็นร่างบริเวณนั้นค่อย ๆ ขยับตัวคืบคลานเข้ามาหาช้า ๆ ยกมือขึ้นคล้ายจะจับตัวเอาไว้  เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากแผ่นไม้บนพื้นดังคล้ายเสียงขับกล่อมชวนหนาวสันหลังยิ่งกว่าเดิม

“อะ…”  ความกลัวจุกเข้าที่คอจนส่งเสียงไม่ออก

“มิยูกิ!!  มัวช้าอะไรอยู่วะ!!!”  อีกฝ่ายคงรำคาญเลยเร่งเสียงเรียกดังขึ้น  ก่อนจะตะโกนถามต่อเมื่อเห็นเขายังไม่ตอบ  “เป็นอะไรไปห้ะ!!!”

“ขา–”

ร่างของมิยูกิถูกฉุดตกลงไปบนพื้นก่อนจะส่งเสียงจบประโยค

“เฮ้ย!!!!”

หูของเขาได้ยินเสียงเพื่อนอุทาน  หลังกระแทกลงไปบนร่างนิ่ม ๆ ของคนในชุดนักเรียนที่คืบคลานเข้ามารวมตัวกันบนพื้นเลยไม่เจ็บเท่าที่ควร  กลับกันความขยะแขยงกลับพุ่งสูงขึ้นสุดขีดทันทีที่ประสาทรับรู้ความนุ่มหยุ่นของผิวหนังผ่านชุดนักเรียนของตนได้

“คุรา–!!!!”  กัปตันจะตะโกนเรียก  แต่ก็ถูกมือข้างหนึ่งตะปบเข้าที่ปากจนต้องกลืนเสียงลงคอ

“มิยูกิ!!!”

หูได้ยินเสียงอีกฝ่ายตะโกนลั่นแว่วมา  เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากมือหลาย ๆ ข้างที่คว้าตัวเขาไว้คล้ายพันธนาการไม่ให้ไปไหน  แต่ด้วยจำนวนที่เยอะกว่าทำให้สะบัดยังไงก็ไม่หลุด

“มิยูกิคุง  มิยูกิคุง  มิยูกิคุง  มิยูกิคุง”

“มิยูกิคุง  มิยูกิคุง”

“มิยูกิคุง”

“มิยูกิคุง  มิยูกิคุง  มิยูกิคุง  มิยูกิคุง  มิยูกิคุง”

สมองได้ยินเสียงคนเรียกดังแทรกเข้าในเส้นประสาทโดยตรงจนหัวอื้อไปหมด  เจ้าของชื่อกัดฟันพยายามประคองสติเอาไว้แล้วเรียกแรงสะบัดตัวให้หลุด  อาการขนลุกแล่นไปทั่วร่างกายทุกครั้งยามมือของร่างบนพื้นคว้าชิ้นส่วนบนร่างกายไว้

“เฮ้ย!!!!”

หูได้ยินเสียงคุราโมจิดังแทรกเสียงในสมองอีกครั้ง  ก่อนสัมผัสรูปมือตามตัวจะหายวับคล้ายมีใครกระชากมันออกไปทันทีในวินาทีต่อมา

เขารีบลืมตาขึ้น  หางตาเห็นร่างในผ้าคลุมเหวี่ยงร่างในชุดนักเรียนรอบตัวกระแทกกับผนังรอบข้างจนแทบสัมผัสได้ว่าอาคารสั่นสะเทือนตาม

“………ชิ…..”

เงาตรงหน้าส่งเสียงเดาะลิ้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน  ก่อนหันมาคว้าแขนมิยูกิดึงพรวดจนตัวลอยขึ้นกลางอากาศไปชั่วขณะ  แต่ก่อนจะได้ส่งเสียงอุทานเท้าก็แตะพื้นเสียก่อน

“ยืนไหวไหม”  เสียงนางาทานิฟังดูเป็นห่วงแต่แฝงความไม่พอใจเอาไว้

“อะ  เออ”  คนถูกถามรีบพยักหน้ารับ  ใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะตกใจไม่หาย

“ไอ้วิญญาณโรคจิต!!!”  เสียงคุราโมจิดังมาจากบนหัว  พอหันไปก็เห็นเขากลับมายืนอยู่บนจุดที่พื้นพุ่งสูงขึ้นบนอากาศ  “ทำอะไรสักอย่างกับไอ้…พวกคนบนพื้นทีสิวะ!!!!”

คนถูกโจมตีก่อนหน้านี้รีบมองไปรอบ ๆ อีกหน  แสงตะเกียงยังส่องให้เห็นร่างเหล่านั้นค่อย ๆ คืบคลานยื่นมือตรงมาหาแม้บางคนจะถูกจับเหวี่ยงไปแล้วก่อนหน้านี้

“ฉันทำไม่ได้”  อดีตวิญญาณโรคจิตตอบเสียงเรียบ

“ทำไม่ได้!?”  อีกฝ่ายขึ้นเสียงสูง  “ปากเอาแต่พูดว่าทำไม่ได้ ๆๆ นี่แกทำบ้าอะไรได้บ้างห้ะ!!!”

            “ให้ตอบว่าฆ่าคน….ไหมล่ะ?”

เสียงเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งเสียบเข้าแก้วหูของทั้งสองคนจนอดตัวสั่นไม่ได้

มิยูกิจับสัมผัสโกรธจนพร้อมปะทุออกมาได้ทุกเมื่อขัดกับน้ำเสียงนั้นได้จากเงาในผ้าคลุมข้างตัว  ยิ่งมองไม่เห็นใบหน้าใต้ส่วนฮู้ดก็ยิ่งเพิ่มความหนาวสันหลังให้กับคนได้ยินอีก

“อะ…”  แม้แต่อดีตแยงกี้ยังเผลอขยับหนีไปแวบหนึ่ง  แต่ก็กลับมาส่งเสียงสู้ต่อ  “คิดจะหาเรื่องกันเรอะไง!!!”

“พอได้แล้วน่า  คุราโมจิ!!!”  กัปตันทีมรีบเข้าไปไกล่เกลี่ยเพราะชักเห็นท่าไม่ดี  แล้วใช้จังหวะตอนนั้นหันไปถามวิญญาณข้างตัว  “นางาทานิ  พาพวกฉันไปหน้าห้องที่ฟูจิซากิน่าจะอยู่ได้ไหม!?”

อีกฝ่ายนิ่งไปพักหนึ่ง  ตอนแรกเขานึกว่าไม่ได้ยินเสียงเรียกเลยกำลังจะอ้าปากย้ำอีกรอบแต่เสียงตอบรับนั้นก็ดังขัดขึ้นก่อน  “………ได้”

            มือใต้ผ้าคลุมรวบเข้าที่เอวของกัปตันก่อนร่างนั้นจะกระโจนขึ้นกลางอากาศ  ใช้มืออีกข้างรวบตัวรองกัปตันอีกคนแล้วปล่อยทั้งคู่ลงตรงหน้าห้องเป้าหมายในเวลาไม่กี่วินาที

“ว้าก!!!!”  คุราโมจิแหกปากแบบดีเลย์  พอเท้าเหยียบพื้นมั่นคงแล้วถึงหันไปโวยใส่เสียงหลง  “จะทำอะไรก็บอกกันก่อนสิวะ!!!!”

คนอุ้มไม่โต้ตอบอะไรกลับมา  ทำเพียงแค่ร่อนลงตรงหน้าพวกเขาคล้ายกั้นไม่ให้ร่างในชุดนักเรียนบนพื้นคลานเข้าใกล้ได้มากกว่านี้

“คุราโมจิ!!”  มิยูกิเรียกให้เพื่อนหันกลับมา  “นายทำยังไงก็เปิดประตูนี้ไม่ออกใช่ไหม!?”

“อะ  เอ้อ”  อีกฝ่ายสะดุ้งแต่ก็ยอมหันกลับมาพยักหน้ารับ  “พยายามทุบเท่าไรก็ไม่พังด้วย”

กัปตันทีมหันไปมองรอบตัว  สภาพทางเดินบิดเบี้ยวเปลี่ยนไปคล้ายห้วงมิติประหลาดแบบในหนัง  จุดที่พวกเขายืนอยู่ก็กลายเป็นหลุมยุบไม่ก็มีพื้นนูนขึ้นมาล้อมตัวเอาไว้  แน่นอนว่าบานประตูก็แทบไม่อยู่ในสภาพที่เรียกว่าบานประตูได้อีกต่อไปแล้ว

ที่ตึกกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะฟูจิซากิ…

แต่คนสร้างที่นี่ขึ้นมาคือนางาทานิ

………..นางาทานิ

ในหัวพลันนึกความเป็นไปได้ออกมา

“เอาไงละ!!?  หรือว่าจะกลับไปหาเจ้าพวกนั้นก่อน!!”  คุราโมจิพูดไปถึงพวกรุ่นน้องที่รออยู่หน้าห้องพิธี  “ไม่แน่ว่าเจ้าพวกนั้นก็คงเจอแบบเดียวกันกับพวกฉันอยู่ก็ได้!!?”

มิยูกิล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือของฟุรุยะออกมา  ก่อนจะดึงเครื่องรางออกจากตัวเครื่องมากำไว้ในมือ  “นางาทานิ”

“………อะไร”  เจ้าของชื่อจับร่างผู้ชายที่คลานเข้ามาใกล้เหวี่ยงออกไปแล้วส่งเสียงถามโดยไม่หันมามอง

“ที่ตึกนี้เป็นแบบนี้…เพราะนายอยู่ใช่ไหม”  คนถือเครื่องรางถามเสียงต่ำ

คราวนี้เงาตรงหน้าหันกลับมา  “…นายต้องการจะพูดอะไร

คุราโมจิก้มมองเครื่องรางในมือแล้วทำหน้าคล้ายเดาออกว่าเขาจะพูดอะไรต่อ  “เฮ้ยมิยูกิ  นายอย่าคิดบ้า ๆ เซ่!!”  เขารีบส่งเสียงห้าม

“แต่ในเมื่อตอนนี้นางาทานิทำอะไรกับที่แห่งนี้ไม่ได้  ยิ่งพวกฉันก็ยิ่งไม่มีทางทำอะไรได้ใหญ่  ก็มีแต่ต้องทำลายที่แห่งนี้ลงแล้วละ”  คนออกความเห็นพูดเสียงเครียด

“แต่นายบอกว่าไอ้ฟูจิซากิมันถือเครื่องรางอีกซีกนึงไว้ไม่ใช่เรอะ!!?  ถึงนายจะพังไอ้ที่มีทิ้ง  แต่ก็ยังหนีออกไปไม่ได้อยู่ดีแหละน่า!!!”  รองกัปตันรีบพูดเตือน

“แต่ไม่แน่ว่าอาจจะทำตึกกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้นี่”  มิยูกิพูดความคิดที่อยู่ในหัวออกมา

“อ้ะ!!!”  อีกฝ่ายอุทานเหมือนนึกออก  “มันก็ใช่…”

“แต่ถ้านายทำลายเครื่องรางชิ้นนั้นไป  ฟูจิซากิก็จะกลับไปควบคุมฉันได้ทั้งหมด”  วิญญาณเจ้าของที่พูดขัดขึ้นมาขณะจับร่างบนพื้นเหวี่ยงออกไปอีกคน

“เออใช่!!!!”  คนไว้ผมทรงแยงกี้อุทานเสียงลั่น

มิยูกิขมวดคิ้วเครียด  “ก็ต้องยอมเสี่ยงหน่อยละ…แต่นายเองก็น่าจะพลังลดไปครึ่งหนึ่งด้วย…คงน่าจะไหวอยู่”

ใบหน้ามืดมิดเหมือนหลุมดำหันควับมามองตรง ๆ  “นายแน่ใจ?”

เขาพยักหน้า  ขยับยิ้มเหยียด ๆ ออกมา  “แน่ใจ…แต่ต้องขอโทษด้วยละ…นายคงจะเจ็บหน่อย”

“………..ตามใจ…..”  เงาตรงหน้าผงกหัวรับ

“เฮ้ยเดี๋ยว  มิยูกิ!!”  คุราโมจิยังคงคัดค้าน  “ขืนไอ้วิญญาณบ้านี่มันจ้องจะทำร้ายพวกเรา…ไม่ก็พวกอาซาดะอีกแล้วจะทำไงหา!!?  ที่มันยังคุยรู้เรื่องอยู่ก็เพราะนายมีเครื่องรางนี่ไม่ใช่เรอะ!?”

“อย่างน้อยนางาทานิก็ไม่มีมีดในมือ  อีกอย่างพลังเขาน่าจะลดลงไปด้วย  พวกโอคุมูระคงรับมือไหวแหละ”  กัปตันพูดเสียงตาย

“อย่าพูดซี้ซั้วเซ่!!!”

“แล้วนายมีวิธีอื่นเรอะ?”  เขาเลิกคิ้วถามกลับ  “ถ้ามัวช้า  พวกเราเองก็จะแย่ตามนะ”

คุราโมจิเหลือบตามองร่างในชุดนักเรียนบนพื้นที่ยังคืบคลานเข้ามาใกล้อย่างไม่ยอมแพ้  เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตะโกนเสียงหมดความอดทน  “เออ  อยากทำอะไรก็ตามใจ!!!”

“ขอโทษที”  คนออกความเห็นกระซิบเสียงเบาแล้วปล่อยเครื่องรางลงบนพื้นก่อนยกเท้ากระทืบเต็มแรง

แกรก

เหมือนได้ยินเสียงของแตกเบา ๆ ดังลอดขึ้นมา

แล้วในตอนนั้นเองตัวตึกก็สั่นอย่างแรงเหมือนเกิดแผ่นดินไหว

“เหวอ!!!”  รองกัปตันร้องลั่นแล้วรีบคว้าบานประตูยึดมือเอาไว้ไม่ให้ล้ม  ส่วนมิยูกิทนแรงสั่นไม่ไหวทรุดลงกับพื้นเต็มแรง

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นในวินาทีต่อมา

“นางาทานิ!!!”

กัปตันทีมร้องลั่นเมื่อเห็นเงาในผ้าคลุมทรุดลงกับพื้นตามมากระทันหัน  ผ้าคลุมเริ่มส่องสว่างก่อนจะมีก้อนแสงสีเทาค่อย ๆ ลอยออกจากตัวหายไปในอากาศช้า ๆ  แต่แรงสั่นสะเทือนแบบเดียวกับแผ่นดินไหวยิ่งแรงขึ้นอีกจนเขาไม่อาจจับตามองเงาตรงหน้าต่อไปได้ตลอด

“อึ๊ก!!”  เขากัดฟันกรอด  พยายามขดตัวอยู่กับพื้นให้นิ่งที่สุด

“มิยูกิ!!!”  เสียงเรียกชื่อดังขึ้นข้างหูก่อนมีมือข้างหนึ่งคว้าแขนเอาไว้คล้ายกลัวตัวเขาหายไปที่อื่น

วูบ

ก่อนจะมีเสียงคล้ายอากาศถูกดูดอย่างแรงพร้อมกับแรงสั่นหายวับไปในพริบตา

มิยูกิกะพริบตาปริบ ๆ เรียกสติกลับมาก่อนรีบเงยหน้าขึ้น

ระเบียงกลับมาอยู่ในสภาพระเบียงไม้เก่า ๆ ดังเดิม  ไม่มีหลุมยุบหรือนูนเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้  แม้แต่ร่างในชุดนักเรียนที่เคยนอนระเกะระกะบนพื้นก็หายไปหมด

“….กลับมาเป็น….แบบเดิมแล้วเรอะ…”  เสียงคุราโมจิดังขึ้นอีกครั้งก่อนมือข้างที่จับแขนไว้จะดึงตัวเขาให้ลุกขึ้นตาม  “เฮ้ย  ไหวไหม!?”

“ฉันไม่เป็นไร”  คนถูกถามรีบตอบ  แล้วหันหน้าไปทางประตูห้องอย่างนึกขึ้นได้  “ประตูกลับมาเหมือนเดิมแล้ว!!!”

ประตูไม้ตรงหน้ากลับมาอยู่ในสภาพเหมือนเคยเห็นก่อนหน้า

“……….ฮะฮะฮะ………………………ฮะฮะฮะฮะ………………..”

ก่อนทั้งสองคนจะได้พูดอะไรต่อ  เสียงหัวเราะชวนหนาวสันหลังก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง

ทั้งคู่หันกลับไปมองพร้อมกัน  ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อเห็นร่างในผ้าคลุมซึ่งกำลังนอนกองอยู่บนพื้นค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนส่ายไปมาช้า ๆ

ร่างของเขาเลือนจางลงไปครึ่งหนึ่งจนแทบมองทะลุเห็นฉากด้านหลังได้  ท่าทางการขยับก็ดูเชื่องช้าต่างจากเคย  แม้จะยังมองไม่เห็นตัวด้านในผ้าคลุมแต่ก็สัมผัสรังสีอันตรายแผ่ออกมาจากตัวได้

“…นางาทานิ?”  มิยูกิลองส่งเสียงเรียก

“………..ฮะฮะ..ฮะฮะฮะฮะ………..ฮะฮะฮะฮะ………..”

อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบไปมากกว่าเสียงหัวเราะชวนสั่นประสาท

“มิยูกิ…หมอนั่นชักดูท่าไม่ดีแล้วนะ”  รองกัปตันรีบกระซิบเตือน

พอเครื่องรางที่ฉันถืออยู่พังไป  นางาทานิเลยเสียการควบคุมตัวเองไปเรอะ

ในหัวมิยูกิประมวลสถานการณ์ออกมาฉับพลัน

“……มองฉันสิ……….มองฉันสิ…………..ฮะฮะฮะฮะ……….ฮะฮะฮะฮะ………..”

ร่างนั้นค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้แล้วยกมือเข้าใส่

“คุราโมจิ  รีบหาทางเปิดประตูเร็ว!!!!”

สัญชาตญาณป้องกันตัวสั่งเขาตะโกนบอกเพื่อน  อีกฝ่ายสะดุ้งแต่ก็รีบหันกลับไปเอามือจับบานประตูแล้วออกแรงง้างเต็มแรง  ตัวเขาเองก็ตามเข้าไปช่วยติด ๆ ในวินาทีต่อมา

ฟึ่บ!!!

“เหวอ!!!!”

จู่ ๆ บานประตูก็กระชากเปิดอย่างแรงจนคนเปิดทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปข้างหน้าพร้อมกัน

“อูย…”  ได้ยินเสียงคุราโมจิสูดปากจากความเจ็บดังอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตะโกนเสียงหลง  “ซาวามูระ!!!?”

กัปตันทีมรีบเงยหน้าขึ้นมองตาม  ตรงหน้าเขาเห็นเอย์จุนนั่งทรุดตัวอยู่กับพื้นยกมือกุมหัวทั้งสองข้าง  โต๊ะที่เคยเรียงเป็นระเบียบถูกผลักไปกองล้มระเนระนาดอยู่ด้านหนึ่งของห้องคล้ายถูกกวาดไปกองรวมกัน  บรรยากาศในห้องหนาวเสียจนเหมือนอยู่ในห้องแช่แข็ง

“อึ่ก….”  หูได้ยินเสียงพึมพำคล้ายเจ็บดังมาจากร่างของรุ่นน้องตรงหน้า

“ซาวามูระ!!  เป็นอะไรหรือเปล่า!!?”  รองกัปตันรีบลุกขึ้นตรงไปหาเหมือนลืมไปแล้วว่าคนตรงหน้าตอนนี้เป็นใคร

“เดี๋ยวคุราโมจิ!!!”  อีกคนรีบห้ามไว้

“ถอยออกไป!!!!”

เสียงตะโกนดังแหวกอากาศ  แล้วร่างของคนไว้ผมทรงแยงกี้ก็กระเด็นถอยกลับมาเหมือนถูกคลื่นกระแทกผลักตัวเข้าอย่างจัง

“อึ๊ก!!!”  คนถูกผลักรีบยันตัวเองเอาไว้ไม่ให้ล้ม

“มิยูกิคุง…”  ฟูจิซากิเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สีหน้าเขาดูทรมาณเหมือนคนปวดหัวอย่างหนัก  “นายทำ…อะไรลงไป…?”

“นะ…นี่แก…ฟูจิซากิ…ละสินะ”  คุราโมจิพึมพำเหมือนเพิ่งนึกเรื่องที่ได้ยินมาออก

“ทำไม………ทำไมถึงไม่อยากอยู่กับผม……..ขนาดนี้เลยเหรอ………..”  เสียงของอีกฝ่ายฟังดูอ่อนแรง  ตัวสั่นเทาจนเห็นได้ชัดแม้รอบตัวยังคงมืด

“คืนตัวซาวามูระมาเดี๋ยวนี้”  คนถูกเรียกชื่อพูดขัดด้วยเสียงใจเย็น

“….ทำไม………..ทำไม………ทำไมนายถึงห่วงหมอนี่นัก…….”  ฟูจิซากิยกมือลงมามอง  แววตาแฝงแววเคียดแค้นเอาไว้  “………แล้วผมละ….แล้วผมละ………”

“มัวแต่พล่ามอะไรอยู่ได้!!!”  คุราโมจิตะโกนขัดอย่างเหลืออด  “แกเองก็ด้วยมิยูกิ!!  ลืมไปแล้วเรอะว่าตามหมอตัวหมอนี่ทำไม!!!”

เขาพูดทิ้งท้ายแล้ววิ่งตรงเข้าใส่หมายจะทำร้ายอีกรอบ

“ออกไป!!!!”

ตรงหน้าของรองกัปตันปรากฎร่างในผ้าคลุมทันที

“อึ๊ก!!!!”

แล้วตัวเขาก็ถูกปัดลอยกระเด็นมาหลังกระแทกพื้น

“คุราโมจิ!!?”  มิยูกิหันมามองด้วยความตกใจ  ก่อนหันกลับไปมองตรงหน้า  “นางาทานิ!!!!”

วิญญาณอาฆาตลอยหยุดคั่นอยู่ระหว่างพวกเขา  ตัวยังอยู่ในสภาพเกือบมองทะลุผ่านไปได้และใบหน้ายังคงเป็นหลุมดำจนไม่อาจจับอารมณ์ออก  แต่ก็ทราบได้ในทันทีว่าเขากลับมาคลั่งเหมือนตอนหลุดมาอยู่ที่นี่แรก ๆ แล้ว

“…ไอ้เวรนั่นกลับไปอยู่ฝ่ายนั้นจริง ๆ แล้วสิ…”  เขาได้ยินเสียงพึมพำ  พอหันไปก็เห็นรองกัปตันค่อย ๆ ยันตัวขึ้นนั่ง

“เป็นอะไรไหม!!?”  เขารีบตรงเข้าไปช่วยประคอง  อีกฝ่ายยกมือปัดคล้ายจะบอกว่าไม่เป็นไรแล้วจ้องเขม็งไปยังศัตรูตรงหน้า  “ก็ว่าแล้วเชียว…”

“……..ฮะฮะฮะ……..ฮะฮะฮะ………”  นางาทานิยังคงส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ไม่มีทีท่าจะกลับมาพูดจารู้เรื่องเหมือนเดิม

“คงต้องแย่งเครื่องรางอีกครึ่งหนึ่งมาจากฟูจิซากิให้ได้”  กัปตันทีมออกความเห็นขณะพิจารณาสถานการณ์  “หวังว่าหมอนั่นจะเก็บเอาไว้กับตัวเหมือนตอนฟุรุยะละนะ”

“…ก็มีแต่ต้องเสี่ยงละวะ”  เพื่อนร่วมชั้นพึมพำเบา ๆ

ฟูจิซากิในร่างเอย์จุนยังคงนั่งทรุดอยู่กับพื้นเหมือนเดิม  เสียงของเขาฟังดูโหยหวนขึ้นทุกขณะ  “ทำไมละ…มิยูกิคุงของผม….ทำไมละ….”

“ขืนมัวช้าอยู่เดี๋ยวจะไปกันใหญ่  เข้าไปพร้อมกันนะ”  คนข้างตัวหันมาสบตาคล้ายจะนัดจังหวะ

เขานิ่งไปสักพักก่อนพยักหน้า  “อืม”

อีกฝ่ายเม้มปากเล็กน้อยก่อนเริ่มต้นนับถอยหลัง  “สาม…สอง…หนึ่ง!!”

ทั้งคู่วิ่งแยกกันเป็นสองทางเข้าไปหา  นางาทานิหันควับมาทางกัปตันก่อนจะหายตัวแวบมาปรากฎตรงหน้าแบบไม่ให้ตั้งตัวก่อนยื่นมือตะปบเข้าใส่  เขาก้มหัวหลบได้หวุดหวิดแล้ววิ่งลอดข้างเข้าไปกระโจนใส่ตัวฟูจิซากิทันที

“อั่ก!!!”

เสียงอีกฝ่ายร้องด้วยความเจ็บดังข้างหู  เขาไม่รอช้ารีบปล่อยตะเกียงในมือลงแล้วกดตัวอีกฝ่ายลงกับพื้น  ตามด้วยคุราโมจิโผล่พรวดเข้ามาจับแขนรุ่นน้องกางออกเหนือหัวแล้วช่วยกดไว้อีกแรง

“ก็บอกว่าให้ปล่อย!!!!!”

แรงกระแทกมองไม่เห็นออกมาจากตัวคนบนพื้นอีกครั้งจนทั้งคู่เกือบกระเด็นกันไปคนละทิศละทาง  แต่เพราะรุ่นพี่ทั้งสองจับตัวอีกฝ่ายไว้แน่นเลยถอยออกไปแค่เพียงไหลลงจากบนตัวอีกฝ่ายไปบนพื้นเท่านั้น

“อย่าดิ้นสิวะไอ้เวรนี่!!!”  รองกัปตันรีบกลับมาตั้งหลัก  เขาคลานขึ้นคร่อมร่างเอย์จุนเอาไว้ขณะมืออีกข้างยังกดแขนข้างหนึ่งเอาไว้แน่น  “รีบค้นตัวเร็วเซ่มิยูกิ!!!”

“เออ!!!”  กัปตันตะโกนรับแล้วรีบยันตัวตรงมาจะช่วย

ก่อนข้อมือเขาจะถูกคว้าหมับ

“อะ…”  หางตาเห็นมือในผ้าคลุมจับเข้าที่ข้อมือ  ก่อนวิสัยทัศน์ตรงหน้าจะสะบัดอย่างแรงพร้อมกับความเจ็บตรงหลังตามมาติด ๆ  “โอ๊ย!!!”

“มิยูกิ!!?”  หูได้ยินเพื่อนเรียกชื่อดังลั่น  ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ตัวว่าตัวเองถูกนางาทานิจับเหวี่ยงออกมา

“…ไม่ต้อง…สนฉัน!!!”  เขาสะกดกลั้นความเจ็บตะโกนบอก

หางตาเห็นอะไรบางอย่างสะท้อนกับแสงตะเกียงบนพื้น

ใบมีด

แล้วข้อสงสัยว่ามีดของนางาทานิหายไปไหนก็ได้รับคำตอบทันทีเมื่อฟูจิซากิใช้มือข้างที่ว่างคว้ามีดที่วางทิ้งไว้บนพื้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้หันใส่คนบนตัว

“—คุราโมจิ!!!!”

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 24]

  1. ตอนนี้อ่านแล้วตื่นเต้นมาก เหมือนกำลังดูหนังลุ้นระทึก ที่เหตุการณ์
    จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบห้ามกระพริบตา เวลาอ่านเลยเหมือนต้องอ่านเร็วๆ ตามไปด้วย
    ปล.ขอโทษนะคะ ตอนก่อนๆ ไม่ได้เม้นต์ เพราะงงๆ อยู่

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s