Angels of Death · Novel translation

[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [18] (End)

จบเล่มแรกแล้ววววววววววว //ระบำ

อย่างที่บอกไปว่ายังไม่มีโครงการแปลเล่มสองนะคะ (คือตอนนี้ก็ยังอ่านไม่ถึงไหน  เนื้อเรื่องชั้น B2 ยาวจนทรมาณเราเหลือเกิน…orzll)

ยังไงก็ถ้ามีคนสนใจลองเล่นเกมนี้เพราะที่เราแปลก็จะดีใจมากค่ะ  แซ็กน่ารักจริง ๆ นะ ;___;

แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็มาติ่งคิโยะซังกับเราเถอะ ;___;


(……!)

เลือดสีแดงเข้มกระจายเต็มดวงตาของเร

“….แซ็ก…!”

(เกิด  อะไรขึ้น….?)

ยังทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดไม่ได้  เรวิ่งเข้าไปหาแซ็กแม้จะยังสับสนอยู่

“หาาา!?”

แคชชี่เผลอกดเสียงต่ำ

การกระทำนั้นของแซ็กอยู่นอกความคาดเดาของแคชชี่โดยสิ้นเชิง  แคชชี่ควบคุมเครื่องยนต์ตามความโกรธขณะสับสนวิ่งกว่าเรสั่งให้ประตูที่เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงทำจากกระจกกันกระสุนเปิดออก  แล้วก็ขยับเข้าใกล้เรอย่างรวดเร็วก่อนตบแก้มขาว ๆ นั้นเต็มแรง

(เจ็บ…)

เรมองแคชชี่ด้วยแววตาเหยียดหยามแวบหนึ่งจากแรงกระทบกระเทือนชวนนึกอะไรบางอย่างออก

“โอ้ยยยยยย  งี่เง่า!  ไม่เห็นจะเป็นไปตามคาดตรงไหน!  อุตส่าห์ส่งปืนให้แล้ว  ในเมื่อเธอเหนี่ยวไกปืนตอนนี้ไม่ได้ก็เป็นคนผิดที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย!  ไอแซ็ก  ฟอสเตอร์ก็โง่ถึงขนาดตกอยู่ในความโลภเสียจนฆ่าตัวเองด้วยเนี่ย——ผิดหวังจริง ๆ!”

แคชชี่ตะโกนคล้ายคร่ำครวญด้วยใบหน้าเขม็งตึง  สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ตรงกับตอนจบที่แคชชี่วาดฝันไว้  ไม่สวยงาม  เลวร้ายที่สุด

(ฉันอยากเห็นแซ็กอดใจไว้ไม่ไหวจนฆ่าเรแท้ ๆ…!  แล้วก็อยากใช้เวลาลงโทษแซ็กที่เหลือรอดอยู่ช้า ๆ ด้วยมือตัวเองแท้เชียว—-แบบนี้การลงโทษที่เตรียมไว้ก็เสียเปล่าสิ….!)

แคชชี่มองเลือดสีแดงสดไหลจากปากแผลของแซ็กแล้วกัดปากทาลิปสติกสีแดงแบบเดียวกัน

“โธ่….แบบนี้เป็นแซ็กยังจะดีกว่า  เขาน่าจะเข้ากับร่างกายพรุนเป็นรังผึ้งแท้ ๆ…ถึงลงโทษเธอไปก็ไม่เห็นจะสนุกตรงไหน!  นี่  เรเชล…เธอเนี่ย  เป็นคนน่าเบื่อถึงที่สุดจริง ๆ…!”

แคชชี่ใช้ฝ่ามือตบแก้มเรเต็มแรงคล้ายระบายอารมณ์อีกครั้ง

(….เจ็บ….)

เรเผลอหลับตาลงจากความเจ็บ  ใต้เปลือกตาปรากฎภาพพ่อกับแม่ทุ่มเถียงกันเสียงดังขึ้นมา

ไม่รู้แล้วว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อไร  แต่ตอนทุ่มเถียงกันนั้นแม่มักถูกพ่อทุบตีอยู่เสมอ  ไม่แน่ว่าแม่คงเจ็บมากจนเสียสตไปก็ได้  ก็แม่ไม่ได้เป็นแบบนั้นตอนซื้อกล่องดนตรีให้นี่นา….

(แต่ตอนนี้ฉันน่าเบื่อเลยถูกเตะอยู่หรือเปล่า…?  โดนผู้หญิงแบบนี้….)

“….ฉันจำไม่ได้ว่าถูกคุณกำหนดว่าเป็นแบบนั้นตอนไหน”

เรจ้องตาเขียนอายไลเนอร์จนล้อมรอบดวงตาไว้ของแคชชี่เขม็งแล้วพูดด้วยเสียงปนโกรธเล็กน้อย

“หา?  คนผิดใช้ไม่ได้เรื่องคิดจะต่อต้านฉันเหรอ?  นี่…แล้วเด็กน่าเบื่ออย่างเธอ—-ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ตั้งแต่แรก?”

แคชชี่นึกไม่สบอารมณ์กับท่าทีแข็งกร้าวแล้วเบิกตากลมโตนั้นก้มมองเร

“…………..อึก….อะ….”

ตอนนั้นเองเสียงครางเบา ๆ ของแซ็กก็แว่วเข้าหูทั้งสองคน

เรตอบโต้กลับด้วยการหันไปทางแซ็ก  แซ็กกระตุกตัวน้อย ๆ แต่ยังหายใจแผ่วเบา

“….อ้ะ  ยังมีชีวิตอยู่นี่นา!  อย่างกับสัตว์ประหลาดจริง ๆ เลย…เยี่ยมจริง ๆ!”

แซ็กยังมีชีวิตอยู่——เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นสดใสผิดกับตอนพูดกับเรก่อนหน้านี้ทันทีเมื่อทราบความจริงนั้น  แคชชี่รีบวิ่งเข้าไปหาแซ็กคล้ายวิ่งเข้าไปหาคนรัก

“….จะฆ่าแซ็กเหรอ?”

เรถาม

“อื้ม  ก็มีแต่ฉันเท่านั้นที่ลงโทษคนผิดแสนวิเศษเช่นนี้ได้  ไม่  ใช่  เหรอ….?”

แคชชี่ตอบคล้ายพูดเรื่องทั่วไป

แล้วแคชชี่ก็นึกภาพแซ็กในคราบฆาตกร—–คอยฆ่าเหล่าเครื่องสังเวยที่ฉายในกล่องวงจรปิดจำนวนนับไม่ถ้วนในชั้น B6 ก่อนที่แซ็กจะกลายเป็นเครื่องสังเวยเสียเอง  ในหัวของเธอชาวาบทุกครั้งยามได้มองภาพนั้นผ่านจอมอนิเตอร์  การได้เห็นภาพฆ่าล้างเหล่าเครื่องสังเวยตามสัญชาตญาณต่างจากตัวเองนั้นช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง—-

(แต่เขากลายเป็นเครื่องสังเวยเพราะผู้หญิงคนนี้….)

แต่บอกตามตรงแล้วถือว่าได้จังหวะพอดี

—-เพราะฉันคนนี้จะได้สิทธิ์ลงโทษฆาตกรแสนวิเศษคนนั้นไง

“อะฮะฮะฮะฮะ”

พอวาดภาพช่วงเวลาฆ่าแซ็กด้วยมือตนเองแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

—–ฉันจะประหารแซ็กให้ได้….!  คิดยังไงฉันก็เหมาะที่สุดไม่ใช่เหรอ?

(เขาจะทำหน้ายังไงตอนถูกฆ่ากันนะ?  ชักสนุกจนใจเต้นไม่หยุดแล้วสิ)

 

 

 

 

 

 

….—-กริ๊ง

ในตอนนั้นเองมีเสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง  แน่นอนว่ามีแต่เรที่ได้ยิน

“…..หยุดนะ”

เรหันปืนเข้าหาแคชชี่ที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยใบหน้าแข็งทื่อคล้ายตอบสนองกับเสียงกระดิ่ง  ปืนสีแดงกระบอกนั้นมาจากตอนที่แคชชี่โยนให้จากอีกฟากของกำแพงเมื่อครู่

“อ้ะ…เรเชล  คิดจะทำอะไรเอาตอนนี้?  จะยิงก็ได้นะ?  แต่น่าเสียดาย…ที่จริงแล้วปืนนั้นไม่มีลูกปืนอยู่หรอก!  อ้ะฮะฮะฮะฮะ!  แต่ก็…นั่นสินะ  ฉันออกจะชอบที่เธอหันปืนใส่ฉันอยู่นะ”

แคชี่หัวเราะเยาะเหมือนจะเยาะเย้ยเรด้วยเสียงชวนรำคาญหู

(ไม่มี…ลูกปืน….?)

เธอมองเรแสดงท่าทีลังเลให้เห็นเพียงเล็กน้อยแล้วขยับปากยิ้มก่อนจะหยิบปืนกระบอกเล็กมาจากกระเป๋ากระโปรงหนังสีดำ

“ปัง!”

แล้วตะโกนแบบล้อเล่นก่อนยิงปืนสีแดงที่เรถืออยู่ตกจากมือเล็ก ๆ ด้วยการควบคุมอันแม่นยำ

“ฮุฮุฮุ…ไหน ๆ แล้วเดี๋ยวจะปล่อยให้มีชีวิตอยู่แล้วลงโทษในสภาพยังมีชีวิตชีวากว่านี้แล้วกัน”

แคชชี่แตะตัวแซ็กที่จมกองเลือดผ่านถุงมือสีแดง

 

 

——-กริ๊ง….

 

 

ตอนนั้นเอง  เสียงกระดิ่งก็ดังก้องในแก้วหูเรอีกครั้ง

(….พระจันทร์เต็มดวง  สีฟ้า….)

พอหลับตาลงแวบหนึ่งก็เห็นภาพพระจันทร์สีฟ้าผุดขึ้นมาใต้เปลือกตา  พระจันทร์เต็มดวงใหญ่ราวกับโกหก…

จริงด้วย……——ฉันยังจำคืนพระจันทร์ลอยเต็มดวงนั้นได้ดี…..

ใต้หลอดไฟดวงเล็กห้อยจากเพดาน  ผู้ชายทำหน้าน่ากลัวเหมือนผีนั่งคร่อมผู้หญิงอยู่  ผู้ชายคนนั้นใช้มีดขนาดใหญ่แทงผู้หญิงที่ไม่ชยับตัวเหมือนตุ๊กตาไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง

เธอเหม่อคิดว่าถ้าเป็นความฝันก็ดีขณะมองภาพนั้น  แต่มันก็ไม่ใช่ความฝัน

—–…รวมถึงเรื่องที่เกิด  หลังจากนั้นด้วย….

 

 

“…………ไม่ได้”

เรลืมตาขึ้นแล้วพึมพำเบา ๆ คล้ายเพิ่งตื่นจากฝัน  ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายไหล่

(….ฉันจะมีชีวิตอยู่  ไม่ได้….)

เพราะงั้น—–

“…ฉันไม่ยอมให้ฆ่าแซ็ก  เพราะคนฆ่าฉันคือแซ็กเท่านั้น”

แล้วก็หยิบปืนสีดำออกมาจากข้างในเหมือนเล่นมายากล  ก่อนหันปากกระบอกปืนไปยังแคชชี่ไม่ลังเล

แคชชี่รีบปล่อยมือจากตัวแซ็กเมื่อสัมผัสถึงความผิดปกติแล้วหันไปมองทางเร

“…..เอาปืนนั้นมาจากไหน!”

แคชชี่ถามพลางนิ่วหน้าเมื่อเห็นปืนไม่คุ้นตา

ในตอนนั้นเรทำหน้าเยือกเย็นจนไม่น่าเชื่อว่าถือปืนอยู่แล้ว

“ปัง”

พูดด้วยเสียงเบาพร้อมกับยิงช่วงท้องของแคชชี่โดยไม่ลังเลสักนิด

“…………!”

แคชชี่ตกตะลึงกับสิ่งไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกระทันหันไปชั่วขณะ

(ทำไมเด็กคนนั้นถึงมีปืน…?  ไม่เห็นจะ  เข้าใจเลย….)

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาใจเย็นทำความเข้าใจเหตุการณ์  ความเจ็บแล่นทั่วช่องท้องที่ถูกยิงกระทันหันจนทนแทบไม่ไหว

“หนอยยยยยย……!!  เอาปืนมาจากไหน!?”

แคชชี่ตะโกนเสียงดังเหมือนจะกลบความเจ็บ

“………”

เรก้มมองแคชชี่โดยไม่พูดอะไร  ดวงตานั้นเย็นชาจนไม่แฝงอารมณ์อะไรเอาไว้เลย

แต่ทำไมกัน  แคชชี่กลับตัวสั่นเมื่อเห็นตัวเองฉายบนตาว่างเปล่าของเรไปแวบหนึ่ง

“อะอะฮะ!  เรเชล  เปิดเผยธาตุแท้ไม่น่าเชื่อออกมาจนได้นะ!….เยี่ยมไปเลย!!”

แคชชี่ระเบิดเสียงหัวเราะบ้าคลั่งขึ้นกว่าเดิมจากความรู้สึกแปลก ๆ ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล้วยับเข้าใกล้เท้าเรคล้ายคลานไปหาบนพื้น

(….ทำไม  ถึงดูดีใจจัง….)

เรขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีแปลกประหลาด  สีหน้าแคชชี่บนนัยน์ตาของเรยิ่งดูดีใจจนชวนขนลุก

“นี่เรเชล  ฉันจะลงโทษเธอให้เอง…ไม่สิ  จะลงโทษเธอเอง….ฉันคนนี้จะลงโทษปีศาจร้ายใต้ใบหน้าเยือกเย็นนั้นเอง….!!”

แล้วแคชชี่ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนโซเซ  ก่อนขยับไปข้างหน้าช้า ๆ แล้วตะโกนเสียงยั่วยวนดังลั่นพลางขยับปืนดังแกรกหันไปทางเร

“…….หนวกหูน่า”

ในตอนนั้นได้ยินเสียงใครบางคนสบถออกมา

วิธีการพูดป่าเถื่อนแบบนั้นย่อมไม่ใช่เร

“——เอ๊ะ?”

แคชชี่รีบหันกลับไปด้านหลังขณะภาพที่เห็นเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ  แซ็กยืนอยู่ด้านหลังด้วยทีท่าพร้อมฆ่าเต็มที่

“เฮ้ย  อย่าทำหน้าดีใจเพราะถูกยิงสิวะ…ยัยผู้หญิงมาโซคิสม์”

แซ็กพูดตอนด้วยน้ำเสียงชัดเจนคล้ายลืมตาตื่นเต็มที่แล้วยกเคียวขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ได้ยินเสียงระคายหูแบบนั้นจนอยากฆ่า  อยากฆ่า….จนตื่นเต็มตาเลยไง!!”

แล้วเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะบ้าคลั่งอย่างเคยก่อนเหวี่ยงเคียวลงอย่างรวดเร็วเล็งไปที่แขนยาว ๆ ขาวผ่องของแคชชี่

ดวงตากลมโตของแคชชี่ฉายภาพแขนถูกตัดกระเด็นลอยไปที่ไหนสักแห่งแจ่มชัดจนน่ากลัว

“อ๊าาาา!”

พอรู้ว่าเป็นแขนของตน   ความเจ็บปวดร้อนผ่าวไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็เอ่อออกมาจากตัวของแคชชี่  เธอเผลอกรีดร้องคล้ายร่ำไห้จากความเจ็บที่เพิ่งสัมผัสเป็นครั้งแรก

“นี่….ไม่จริง….ใช่ไหม?”

แคชชี่ทำสีหน้าสิ้นหวัง  เงยหน้าขึ้นมองภาพแซ็กขณะภาพค่อย ๆ มืดลง

(ทำไม….?  ฉันน่าจะเป็นคนลงโทษแซ็กแท้ ๆ….——-!)

——-ก็ฉันไม่ใช่คนผิด  ฉันถูกเสมอ  แต่กลับถูกฆ่า  ไม่น่าเป็นไปได้….?

“ไม่จริงได้ไง  ความจริงชัด ๆ!  ตื่นได้แล้ว!”

แซ็กตะโกนคำนั้นคล้ายบอกตัวเองไปพร้อมกันแล้วคราวนี้เสียบเคียวเข้าช่องท้องของแคชชี่ก็วาดขึ้นจากล่างขึ้นบน  ร่างของแคชชี่ลอยขึ้นบนอากาศในองศาไม่น่าเป็นไปได้  ก่อนแซ็กจะผุดยิ้มอย่างพอใจขณะมองดูภาพนั้น

“….อะ  แต่ก็….หลับไปแล้วสิท่า?”

ก่อนจะก้มมองแคชชี่ทรุดลงกับพื้นตัวแข็งทื่อคล้ายตุ๊กตาถ่านหมด

(เฮ้อ…เลวร้าย  ที่สุด…ฉันคนนี้ต้องเผชิญกับชะตากรรมถูกคนผิดฆ่าเหรอ….)

แคชชี่หลับตาลงคล้ายหลับไหลในโลกที่ทุกอย่างโอนเอนไปมา  ขนตายาวเปรอะเปื้อนมาสคาร่าหนาเสมอกันไปหมด

(แต่ก็…ถึงจะเลวร้าย…แต่ก็วิเศษที่สุด….)

แคชชี่หลุดขำออกมายามนึกได้ว่าตัวเองถูกแซ็กฆ่า

แล้วแคชชี่ก็สิ้นลมท่ามกลางกองเลือดไหลจากร่างกายตนเองคล้ายช็อกโกแลตละลายในเวลาไม่นาน

แคชชี่ไม่รู้ว่าใครคือคนร้าย  ใครคือคนดีกันแน่หลังจากหลับไหลไม่มีวันตื่นอีกต่อไป

ทั้งชีวิตของแคชชี่ทำเพียงสิ่งเดียวติดต่อกันมาเสมอ  ทั้งตอนเป็นคุณหนูในกรงทอง  ทั้งตอนครอบครัวล่มสลายจากเหตุน่าชิงชัง  และตอนทำหน้าที่เป็นพัสดีในที่คุมขัง  นั่นคือ—-มอบการลงโทษแก่คนผิด

(….ฉันเป็น  ผู้ตัดสิน…..)

แคชชี่รู้เพียงสิ่งนั้นในความมืดไร้ซึ่งคนผิดหรือคนดี

 

 

 

 

 

 

“….แซ็ก”

เรขยับเข้าหาแซ็กในทันทีโดยไม่ชายตามองแคชชี่กลายเป็นเพียงซากศพ

“ไง….”

แซ็กทำหน้าไม่สู้ดีนิดหน่อยมองเร  ดูจากสีหน้านั้นแล้วก็เห็นได้ว่าความบ้าคลั่งจางลงไปแล้ว

“แซ็ก…เป็นอะไรไหม?”

(….พิษ  ออกไปหมดหรือยัง….?)

เรถามหลังโล่งอกเมื่อได้ยินเสียงแซ็กอ่อนโยนลง

“หา?!  ก็ต้องเจ็บท้องสิวะ!”

แซ็กตอบเสียงดังคล้ายนึกออกเมื่อได้ยินคำถาม

“……….”

(เจ็บ  ท้อง….?)

เรเผลอนิ่วหน้า

เพราะเธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็นความเห็นจากคนเชือดท้องตัวเองเมื่อไม่กี่นาทีก่อน  แต่แซ็กตอนนี้ทำหน้าเรียบเฉยจนชวนลืมไปว่าควรต้องเป็นห่วง

(….คงไม่มีทางไม่เป็นไรหรอก  แต่…ก็ดูสบายดี  แต่ถ้าพูดย้ำบ่อย ๆ คงโกรธแน่….)

“เอ่อ….อย่าฝืนมากเลยนะ”

เรพูดหลังคิดนู่นคิดนี่จบ

“เงียบน่า  แกเป็นห่วงตัวแกเองไปเหอะ”

แต่แซ็กโต้ความเป็นห่วงนั้นกลับด้วยเสียงหงุดหงิดตามคาด  เขาปัดเรื่องนั้นทิ้งคล้ายโวยวายดังจนดูไม่เหมือนคนเจ็บ

“เอ้อ  แล้วเห็นหน้ายัยนั่นไหม!?”

“….อืม”

เรผงกหัวน้อย ๆ หลังพ่ายแพ้พลังชีวิตอันสูงส่งของเขา

“ผลงานชิ้นเอกเลยละ  เนอะ!  เธอก็ใช้ได้เลยนี่หว่า!”

แซ็กฉีกยิ้มเมื่อนึกถึงสีหน้าเต็มไปด้วยความหวังยามแคชชี่มองตนเองตอนเขายกเคียวขึ้น  แค่นึกสีหน้าชวนสมเพชคล้ายกลับกลายเป็นผู้หญิงธรรมดาเขาก็นึกตื่นเต้นจนเหมือนความเจ็บจะปลิวหายไปแล้ว

“….จริงเหรอ?”

“เออ  เลยค่อยโล่งขึ้นหน่อย!”

“…..ดีจัง”

เรก้มหัวพลางพึมพำด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูกเมื่อเห็นแซ็กทำท่าพอใจ

(สุดท้ายแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ถูกแซ็กฆ่า…..)

เรื่องนั้นทำเรรู้สึกคล้ายถูกแซงหน้าไปก่อนขึ้นมา

(ถ้าตอนนั้นถูกแซ็กฆ่า….ตอนนี้ฉันคงอยู่บนสวรรค์แล้วสินะ)

เธอลองวาดภาพสถานที่ที่ไม่มีใครบนโลกนี้เคยเห็นขึ้นมา

“ปะ  ไม่มีใครมาขวางแล้ว  ไปต่อกันเหอะ”

แซ็กเคาะหัวเรที่ก้มหน้าอยู่แล้วพูดด้วยท่าทีปกติ

“เอ๊ะ…..?  ท้อง….ไม่เป็นไรแล้วเหรอ?”

“หา?  แค่เจ็บท้องนิดเดียวจะเป็นไรไป”

แซ็กตอบ  จริงอยู่ที่เขาเจ็บท้อง  แต่ความเจ็บกลับน้อยอย่างน่าประหลาดจนชวนคิดว่าที่เสียบลึกแบบนั้นไปเป็นเรื่องโกหก  ความจริงแล้วไม่มีทางเป็นไปได้  แต่แซ็กกลับไม่นึกสงสัยอะไร

แค่นึกเงียบ ๆ ในใจว่าฉันอาจจะเป็นตัวประหลาดจริง ๆ

เรก็ทำได้เพียงตกใจกับพลังการฟื้นตัวน่าตกตะลึง  แต่แซ็กนั้นก็แข็งแรงดีตอนโดนไฟช็อตไม่ก็ตอนหนีออกจากห้องรวมแก๊สพิษ  เขาคงมีพลังฟื้นตัวแบบที่ไม่น่าเป็นคนทั่วไปอยู่จริง

“ได้….ข้างหน้านี้น่าจะมีลิฟท์อยู่น่ะ”

ในมุมหนึ่งของหัวเรไม่อาจทำความเข้าใจถึงความอมตะนั้นได้  แต่เธอก็ชี้นิ้วไปทางอีกฝั่งของกระจกกันกระสุน

“งั้นไปกัน”

“อืม…”

(….จะเป็นไร  ไหมนะ?)

เรลอบดูท่าทีไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงของแซ็กแล้วเดินผ่านประตูกระจกที่แคชชี่สั่งอุปกรณ์เปิดค้างไว้ตอนมาทางฝั่งนี้มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของห้อง

ข้างในห้องมีอุปกรณ์ที่แคชชี่ควบคุมขนาดใหญ่ตั้งอยู่  และมีประตูเขียนไว้ว่าทางไปลิฟท์เช่นกัน  ประตูนั้นคงจะเชื่อมไปยังลิฟท์  แต่ประตูนั้นถูกล็อกไว้ตามคาด

“เฮ้ยเร  ประตูล็อกอยู่น่ะ”

แซ็กพูดพลางเตะประตู

“รอเดี๋ยว  จะเปิดให้เดี๋ยวนี้แหละ”

เรดันสวิตซ์เขียนไว้ว่าทางไปลิฟท์จากด้านในอุปกรณ์  ในอุปกรณ์ยังมีสวิตซ์ควบคุมกลไกลต่าง ๆ….เช่นเก้าอี้ไฟฟ้า  ตุ๊กตา  ปรบมืออยู่อีก

“โห  เปิดออกละ”

“คงใช้อุปกรณ์นั้นควบคุมอะไรหลาย ๆ อย่างมาส่ะ….”

“หา?  ทำอะไรยุ่งยากแบบนั้นมาด้วยเรอะ  ยัยนั่นน่าเบื่อจริง”

แซ็กพึมพำปนหาว

“อืม”

เรนึกถึงแคชชี่แวบหนึ่งแล้วผงกหัวด้วยแววตาเย็นชา  สีหน้านั้นจะเห็นได้ยามเรโกรธ  แต่แซ็กไม่ได้สะกิดใจถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนั่นเลย

“นี่แซ็ก”

“อะไร?”

“….พวกฉันไม่ใช่เครื่องมือ”

เรพูดย้ำคำพูดตัวเองอีกรอบคล้ายจะกลบความโกรธที่มีต่อแคชชี่ลง

“เออ  ไม่ใช่เครื่องมือ”

แซ็กพ่นลมหัวเราะกับคำพูดของเรแล้วหันหลังให้ร่างไร้วิญญาณของแคชชี่

“ไปกันเถอะ!”

“อืม”

แล้วทั้งสองคนก็เดินผ่านประตูที่เปิดออกมุ่งหน้าไปหาลิฟท์

 

 

 

 

 

 

เมื่อเดินตามทางเดินไปเรื่อย ๆ ก็พบลิฟท์อยู่จริง ๆ  เรกดปุ่มขึ้นไปชั้นบน  แต่ประตูลิฟท์กลับไม่เปิด  แม้จะลองกดหลาย ๆ รอบก็ไม่มีท่าทีจะเปิดออกเลย

(…..ทำไม?)

“…ลิฟท์ไม่เปิด”

เรเอียงคอเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับแซ็ก

“หา?  มาถึงนี่ทั้งทีแต่เป็นแบบนี้เรอะ  ใช้อุปกรณ์ตะกี๊สั่งให้เปิดไม่ได้หรือไง?”

แซ็กเดาะลิ้นดังชิ

“น่าจะ  ไม่เห็นมีสวิตซ์แบบนั้น….”

“แล้วจะเอาไง”

“ก็คิดหาวิธีเปิด….”

“เร็ว ๆ หน่อยละ  ฉันยังเจ็บท้องอยู่เลยนะ”

“อืม  จะพยายาม”

(—–มีกลไกอะไรหรือเปล่า….?)

เรครุ่นคิดอยู่คนเดียว  ถึงแซ็กจะดูสบายดีแต่ก็เห็นได้ชัดว่าควรรีบออกจากที่นี่แล้วทำแผลให้แซ็ก  เพราะตอนนี้เลือดยังหยดแหมะ ๆ ออกจากปากแผลอยู่เลย

(แต่….ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วก็คงไม่ฆ่าจนกว่าแผลจะหายหรือเปล่า….?)

สายตาของเรสบเข้ากับตัวอักษรบางอย่างเขียนบนกำแพงตรงข้ามกับลิฟท์ขณะคิดเรื่องแปลก ๆ นั้นออกมา

 

 

“จงเอ่ยนามกับพระเจ้าหากอยากเปิดประตู”

“หากมิได้เสแสร้งกับตนเองแล้วก็จงเอ่ยนามของวิญญาณเจ้าเสีย  และจงตระหนักว่าตนเองเป็นใคร”

“—–แต่พระเจ้ามิต้องการผู้แปดเปื้อน”

 

 

ไม่มีอะไรอย่างอื่นพอเดาหนทางเปิดประตูได้นอกจากประโยคเหล่านี้  เรจึงคิดว่าคงเป็นคำใบ้เปิดประตูลิฟท์ไม่ผิดแน่

(จงเอ่ยนามกับพระเจ้าหากอยากเปิดประตู….)

“เรเชล  การ์ดเนอร์”

เรพูดเสียงเบาใส่ลิฟท์  แต่ประตูก็ยังไม่เปิด

(ผิด  เหรอ….)

เรหลับตาลงเล็กน้อยคล้ายหลบสายตาจากความจริง

(หรือว่า——)

“นี่แซ็ก…ช่วยพูดชื่อเต็มตัวเองหน้าลิฟท์ให้หน่อย”

เรบอกกับแซ็กด้วยใบหน้าเศร้าจนแทบจับไม่ได้

“หา?  ทำไมฟะ?”

แซ็กนิ่วหน้า

“ลิฟท์อาจจะเปิดออกก็ได้….”

เรตอบด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนจะหายไป

“ชื่อเธอไม่ได้เรอะ?”

“…..อืม”

(….แต่พระเจ้ามิต้องการผู้แปดเปื้อน….)

ข้อความสลักบนผนังแจ่มชัดขึ้นในหัวและเสียดแทงเข้าหัวใจ

“เออก็ได้….——ไอแซ็ก  ฟอสเตอร์”

แซ็กนึกสงสัยกับคำสั่งของเรแต่ก็หันไปพูดชื่อด้วยเสียงตายใส่ลิฟท์  แล้วประตูลิฟท์ก็เปิดออกด้วยจังหวะพอเหมาะพอเจาะคล้ายมีคนบังคับ

“โห  เปิดจริง ๆ ด้วย!”

แซ็กดีใจกับกลไกคล้ายเวทมนตร์แล้วเดินขึ้นลิฟท์ไป

(เปิดด้วย….ชื่อของฉันใช้ไม่ได้….)

—–นี่ฉัน  จริง ๆ ด้วย……

เสียงหัวใจเต้นรัวดังตึก….ตึก  เรแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยเพียงแวบหนึ่งแล้วเดินตามไป

 

 

 

 

 

 

“นี่แซ็ก…ตอนนั้นแซ็กดีใจจนเฉือนท้องตัวเองเหรอ?”

เรถามเงียบ ๆ ขณะลิฟท์เริ่มขยับตัว

“หา?  อย่าเหมาฉันรวมกับยัยผู้หญิงเล่น SM คนเดียวนั่นเซ่  ก็แค่คิดว่าดีกว่าฆ่าเธอตอนทำหน้าน่าเบื่อแล้วถูกยัยพัศดีนั่นฆ่าละฟะ”

แซ็กตอบชัดถ้อยชัดคำแม้จะทำหน้าขม ๆ

“เหรอ….”

“….เออ  แล้วปืนที่เธอใช้ยิงไม่ใช่ของยัยนั่นใช่มะ  ไอ้นั่นมาจากไหน?”

แซ็กก้มมองเรแล้วถามด้วยเสียงเสียดคม

“….นั่นปืน  ของฉันเอง…”

เรใจกระตุกขึ้นมาแต่ก็ตอบคล้ายจะเล่าอดีตให้ฟัง

“นี่เธอแอบเอาไอ้นั่นมาจากไหนกันห้ะ?”

“…ไม่ได้แอบ  แต่ปืนมันห่อผ้าเช็ดหน้าอยู่ในกระเป๋าใบนี้….ถือไว้กับตัวมาตลอดตั้งแต่เห็นคนฆ่ากัน….”

“….ถ้างั้นเธอใช้ไอ้นั่นตั้งแต่แรกซะก็สิ้นเรื่อง?”

“…ฉันไม่ฆ่าตัวตาย  เพราะพระเจ้าไม่ให้อภัยเรื่องนั้น”

“ไม่ได้หมายความว่าแค่นั้นซะหน่อย….”

“—-แล้วก็คนฆ่าฉันคือแซ็กต่างหาก”

เรพูดเสียงแข็งคล้ายจะปัดคำพูดแซ็กไม่ก็ตัดจบเรื่องนี้ลง

“เฮ้อ…ไม่รู้เลยว่าเธอเนี่ยหัวดีหรือแย่กันแน่?…..เอาเหอะ  ยังไงก็ถูกละที่ยิงยัยนั่นตอนนั้น  จังหวะเป๊ะสุด ๆ จนแค่นึกก็ขำแล้ว”

แซ็กยิ้มสนุกขณะนึกถึงตอนนั้น

“….อารมณ์ดีจังนะ”

เรพูด

ไม่รู้ว่าเหตุผลมาจากอะไร  แต่เธอนึกดีใจเวลาเห็นแซ็กสนุก

“….ก็นะ  เธอก็ด้วยไม่ใช่เรอะ….หืม?”

แต่เรกลับไม่รู้สึกตัวว่าเสียงแซ็กค่อย ๆ เบาลงตอนตอบ

ลิฟท์เปิดออกพร้อมกับเสียงกระแทกตึง—-ดังขึ้น  น่าจะมาถึงชั้น B2 แล้ว

เรเหยียบเท้าลงบนชั้นที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมบางอย่างอบอวลอยู่เต็มพื้นที่  ทางเดินเรียงรายด้วยหน้าต่างหลากสีทำจากกระจกสีคล้ายอยู่ในโบสถ์

(สวยจัง….)

เรมองไปรอบทางเดินอย่างหลงใหล

แต่ไม่รู้ทำไม  ถึงสัมผัสไม่ได้ว่าแซ็กลงจากลิฟท์ตามมาเลย

“….แซ็ก….?”

ลางไม่ดีแล่นขึ้นทั่วตัว  เรค่อย ๆ หันกลับไปด้านหลัง

(…เอ๊ะ?)

ตาของเรฉายภาพแซ็กนอนหลับตาตะแคงอยู่บนพื้นในลิฟท์

เลือดจำนวนมากไหลออกจากช่วงท้องที่ถูกเฉือนด้วยตัวแซ็กเองเจิ่งนองอยู่บนพื้น

(….เสียงเมื่อกี๊….หรือว่า  เป็นเสียงตอนแซ็กล้ม….)

(……ไม่ไหว  จริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย……)

อา….

ไม่เอา….

ไม่เอา…..

ไม่เอานะ  แซ็ก  ไม่เอาฉันแล้ว  สาบานกับพระเจ้าไว้แล้วแท้ ๆ

เรวิ่งกลับเข้าไปในลิฟท์  แล้วจับมือแซ็กที่นอนไร้เรี่ยวแรงไว้แน่นคล้ายภาวนา  มือแห้งกร้านคู่นั้นทำคนสิ้นหวังมาแล้วกี่คน  แต่สำหรับเรแล้วเป็นมือของเทวดาพาเธอสู่สรวงสวรรค์

“……แซ็ก….!”

เรตะโกนชื่อนั้นออกมาจากใจ  หวังว่าความหวังนั้นจะถ่ายทอดไปถึง  แล้วเขาจะลืมตาขึ้นมา

แซ็กฟังเสียงเรเรียกชื่อตนคล้ายอ้อนวอนอยู่ในโลกว่างเปล่าแทบไม่สะท้อนให้เห็นแม้แต่ความสิ้น

Advertisements

2 thoughts on “[SatsuTen] แปล : Angels of Death – Until Death Do Them Part [18] (End)

  1. “มือแห้งกร้านคู่นั้นทำคนสิ้นหวังมาแล้วกี่คน แต่สำหรับเรแล้วเป็นมือของเทวดาพาเธอสู่สรวงสวรรค์”—-รู้สึกฟินกับประโยคนี้
    เรเป็นห่วงแซคมาก แต่ก้ยังรู้สึกว่าไม่ได้ห่วงจากใจ รู้สึกว่าเรห่วงตัวเองมากกว่า
    **จะรอต่อไปนะคะ แปลเมื่อไรก้จะกลับมาอ่านอีก^___^

    Like

  2. สนุกมากกกก ชอบเกมนี้มากเลยตามมาอ่านค่ะ รอแปลอีกนะคะ สู้ๆนะคะ อยากอ่านตอบจบซึ้งๆมากเลย ขอบคุณมากที่แปลให้อ่านนะคะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s