Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 25]

แอบอยากย้อนกลับไปแก้ของเก่า…orzll

ไว้แก้ตอนจะรวมเล่มละกัน //จะทำเรอะ

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


มิยูกิเผลอหลบตาหนีแวบหนึ่ง

แต่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนดึงใบหน้าเขาให้กลับมาทางเดิมอีกครั้งตอนนั้นเองที่ทันเห็นเพื่อนตัวเองเบี่ยงหน้าหลบใบมีดได้อย่างฉิวเฉียด

“ไอ้—”

คนถูกโจมตีคำรามแล้วรีบเอี้ยวตัวคว้ามือข้างนั้นไว้ก่อนออกแรงกดลงกับพื้น

“อึ๊ก!!!!”  คนบนพื้นร้องลั่นออกมา

คุราโมจิพยายามใช้มือข้างเดียวนั้นบีบข้อมือคนบนพื้นให้ปล่อยมีดออก  “ปล่อย…สิวะ…!!!”

“คุราโมจิ!!!”  อีกคนกัดฟันกลั้นความเจ็บรีบลุกไปหา  แต่ภาพตรงหน้าก็เหวี่ยงอย่างแรงพร้อมกับความเจ็บแล่นไปทั่วอก  “อ่อก!!!”

สีของผ้าคลุมผืนเข้มปิดบังทัศนวิสัยจนหมด  ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ตัวว่าตัวเองถูกนางาทานิกดหลังกระแทกลงกับพื้นในท่าคว่ำหน้า

“……ฮะฮะ………ฮะฮะฮะ………”  คนทำร้ายยังคงหัวเราะเสียงเย็นเยือกเช่นเคย

“……นางา…ทานิ…………ปล่อยฉัน….”  กัปตันรวบรวมแรงเค้นเสียงเรียก  “….อย่าโดนหมอนั่น…ควบคุมเอาได้สิ…..”

“นางาทานิคุง…”  ฟูจิซากิรีบพูดแทรก  “มาช่วย…ผมหน่อย!!!”

แรงกดที่หลังหายไปพร้อมกับภาพตรงหน้าเปิดกว้างออกอีกครั้ง

“อั๊ก!!!”

ก่อนเสียงรองกัปตันจะดังก้องไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงของหนักกระแทกอย่างแรง

“คุราโมจิ!!!!”

มิยูกิยันตัวขึ้นจากพื้นพร้อมตะโกนเสียงหลง  พอเห็นร่างของเพื่อนทรุดลงใกล้กับกำแพงใต้กระดานดำราง ๆ  ตามด้วยฟูจิซากิในร่างเอย์จุนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนช้า ๆ พร้อมกับนางาทานิยืนอยู่ข้าง ๆ

“ดื้อด้านกันจริง ๆ…”  คนถือมีดพูดคล้ายสำรอกแล้วนวดข้อมือตัวเองไปมา

“หยุดนะ  ฟูจิซากิ!!!!”  เขารีบตะโกนห้าม  ความเจ็บตรงช่วงอกคงอยู่ยาวนานกว่าที่คิดจนหายใจติดขัด  จะรวบรวมแรงลุกตัวก็สั่นไปหมด

อีกฝ่ายหันกลับมามอง  ก่อนสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ ๆ ช้า ๆ  “ว่าไง  มิยูกิคุงของผม  จะยอมแล้วหรือยัง”

“…นี่แก!!!…”  ได้ยินเสียงคนไว้ผมทรงแยงกี้ดังขัดมาไกล ๆ

“เงียบไปน่า”

“อั่ก!!!!”

ร่างของวิญญาณอาฆาตหายไปหยุดใกล้ตัวคนประท้วงก่อนจับเขากดลงกับพื้นเต็มแรง

“คุราโมจิ!!!”  มิยูกิใจหายวาบ  แล้วหันไปจ้องหน้าคนสั่งการเขม็ง  “นี่แก…”

“อย่ามองแบบนั้นสิ”  สีหน้าของเอย์จุนฉายความเศร้าหมองจนใจกระตุก  “ผมทำทุกอย่างไปเพื่อนายนะ?”

“แล้วไม่เห็นเรอะว่าฉันไม่ต้องการ!!!”  ความโกรธพุ่งวาบขึ้นสมองจนหัวร้อนไปหมด  “ถ้านายอยากทำเพื่อฉันจริง ๆ  ก็ปล่อยพวกฉันออกไปจากที่นี่ซะ!!”

“แบบนั้นผมก็ไม่ได้อยู่กับนายน่ะสิ”  คนตรงหน้าย่อตัวลงแล้วยื่นมือแตะเข้าที่แก้ม  สัมผัสเย็นเฉียบคล้ายอยู่ในตู้แช่แข็งทำคนถูกแตะตัวสะดุ้ง

“ทำไม…ทำไมนายถึงอยากอยู่กับฉันขนาดนั้น…”  คำถามที่ติดค้างในใจพรั่งพรูออกมาจากปาก  “ฉันมันก็แค่คนธรรมดาเองนะ?…”

“คนธรรมดา?”

สัญชาตญาณส่งเสียงเตือนมิยูกิว่าพลาดไปมหันต์

“นายเนี่ยนะ…คนธรรมดา…ฮะฮะฮะ”  ปากของฟูจิซากิขยับช้า ๆ เหมือนหุ่นเชิด”แคชเชอร์อัจฉริยะ….มีฝีมือที่สุดในรุ่นเดียวกัน…สุดยอดแคชเชอร์ม.ปลาย……แล้วยังจะบอกว่าเป็นคนธรรมดาอีกเหรอ…”

มิยูกิอดนิ่วหน้าจากคำชมเกินจริงไม่ได้  “พวกคนเขียนข่าวเขาก็เขียนเกินจริงไปเท่านั้น…”

อีกฝ่ายส่ายหัว  “ไม่หรอก…ไม่เลยสักนิด………กลับกันแล้วต้องบอกว่า……ยังน้อยไปด้วยซ้ำ….”

คนบนพื้นอ้าปากจะเถียง  แต่ก็ชะงักเมื่อเห็นใบหน้าอีกคนชัด ๆ

…….น้ำ…ตา….?

“ถ้าไม่มีนาย…ผมก็ไม่มีคุณค่าพออยู่ต่อไปหรอก”

…………..หา?

ความสับสนเข้าครอบงำสมองจนไม่อาจตีความคำพูดที่ได้ยินออก  ฟูจิซากิในร่างเอย์จุนละมือออกจากแก้มเขา  ก่อนใช้มือข้างนั้นดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นเปลี่ยนจากท่านอนเป็นนั่ง  ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า

“หมายความ…ว่าไง?”  คนได้ยินทำได้เพียงพึมพำ

คนตรงหน้าขยับยิ้มเศร้า  เอื้อมมือมาประคองเข้าที่แก้ม  ก่อนเอาหน้าผากแตะกับของมิยูกิเบา ๆ

“………ไม่มีนาย……ผมก็เล่นเบสบอลไม่ได้หรอก…..”

หา?

เขาพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดชวนสงสัยกับใบหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากรุ่นน้องจอมโวยวาย  แม้คนข้างในจะเป็นใครไม่รู้  แต่ด้วยรูปร่างภายนอกทำให้เขาสับสนเกินกว่าจะเข้าใจอะไรได้ทุกอย่าง

ใคร…ไม่รู้?

ขมับเริ่มเต้นตุบ ๆ นำพาอาการปวดกลับมาอีกครั้ง

ฉันต้องรู้จักคน ๆ นี้สิ  ก็ภาพความทรงจำในหัวยังบอกเลยว่าเคยคุยกับคนนี้  แต่ว่า….ใคร?

ทำไมถึงนึกไม่ออก?

“…มะ…..มิยูกิ………”  เสียงคุราโมจิดังแว่วมา  แต่สำหรับเขาตอนนี้กลับได้ยินเหมือนเพียงเสียงลมพัดผ่านไป

“เพราะงั้น….ขอร้องละ….”

อีกฝ่ายยกมืออีกข้างขึ้นอ้อมไปด้านหลังหัว  หางตาเห็นของบางอย่างในมือข้างนั้นส่องประกายกระทบแสงตะเกียงบนพื้น

“มิยูกิ!!–อึ๊ก!!!!”  เสียงรองกัปตันดังขึ้นอีกครั้งตามด้วยเสียงร้องลั่นดังมาติด ๆ  แต่ตอนนี้เขาไม่อาจเบือนหน้าหันไปมองได้

ไม่บอกก็รู้ว่าของในมือนั้นคืออะไร

และต่อจากนี้จะเกิดอะไร

ลมหายใจจากคนตรงหน้าตกรดจมูกเบา ๆ จนแว่นขึ้นฝ้าเป็นระยะ

แล้วริมฝีปากนั้นก็ขยับยิ้ม

“……..มาอยู่……..กับผมเถอะ…”

.

.

.

.

.

.

“ฟูจิซากิ”

มิยูกิเรียกชื่อคนตรงหน้าก่อนเขาจะได้ขยับตัว

“……..เอ๊ะ?”  อีกฝ่ายส่งเสียงตกใจแบบปิดไม่มิดออกมา

เขายกมือตัวเองขึ้นจับมือบนแก้ม  แล้วค่อย ๆ แกะมันออก  “ฉันขอโทษ…ที่ไม่เคยรู้ความรู้สึกนายมาก่อน…ที่ผ่านมาคงลำบากน่าดูสินะ”

“มะ…มิยูกิคุง?”  แววตาของคนตรงหน้าวูบไหวไปมา

เขาปล่อยมือข้างนั้นลงกับพื้น  ก่อนจะยกแขนโอบร่างอีกคนให้ซบลงกับไหล่ตัวเอง  “นายคงทรมาณมานานแล้วละสิ….”

“อะ….เอ๊ะ….?”  เสียงฟูจิซากิสับสนอย่างเห็นได้ชัดกับการกระทำเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“…….มะ…มิยูกิ?..”  แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นยังทำเสียงไม่เข้าใจดังขัดมา

กัปตันเลื่อนมือข้างที่โอบหลังขึ้นแตะบริเวณต้นคอคนตรงหน้า  “ฉันไม่นึกว่า……….ตัวฉันเองจะทำให้ใครเป็นแบบนี้เลย……..จริง ๆ…..”

“ตะ…ตกลงว่านายจะยอมมาอยู่กับผมจริง ๆ เหรอ….!!?”  เสียงคนข้างตัวแฝงความดีใจจนปิดเอาไว้ไม่มิด

คนพูดขยับยิ้มเหนื่อยล้าแม้ไม่มีใครเห็น

ก่อนสอดนิ้วลงไปใต้ปกเสื้อ

“แต่ก็นะ”

ใช้ปลายนิ้วเกี่ยววัตถุเรียวยาว  เบาจนแทบไม่สัมผัสถึงน้ำหนักใด ๆ เอาไว้

“ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นรุ่นน้องตัวเองทำหน้าแบบนี้มากกว่า”

ก่อนกระชากเต็มแรง

“อึ๊ก!!!”

อีกฝ่ายรีบยกมือจับคอตัวเองจากความเจ็บที่แล่นมากระทันหันแล้วผงะตัวถอยออกห่าง  มิยูกิรีบดึงมือออกแล้วรวบของที่กระชากติดนิ้วมาได้ไว้ในมือ

“นะ…นี่นาย!!!?”  ฟูจิซากิตะโกนลั่นแล้วกระชับมีดในมือหันเข้าใส่

“นางาทานิ!!!”

เงาในผ้าคลุมหายตัวจากข้างตัวคุราโมจิมาจับคนตรงหน้ากระแทกพื้นอย่างไม่ปรานี

“อ่อก!!!!”  คนถูกโจมตีกระทันหันร้องออกมาคล้ายสำลัก  “ปะ…ปล่อย……!!!!”

“คุราโมจิ!!!”  กัปตันรีบหันไปหาคนที่เหลือ  “นายลุกไหวไหม!!?รีบไปหาพวกรุ่นน้องกัน!!!!”  ก่อนจะรีบลุกตรงเข้าไปยื่นมือแสดงเจตนาจะช่วยดึงขึ้นใส่

อีกฝ่ายเบิกตากว้างใส่แต่ก็รีบจับมือดึงตัวเองลุกขึ้น  “เมื่อกี๊…มันอะไร?”

คนนำทีมแบมือให้เห็นเครื่องรางรูปดาวครึ่งซีกห้อยพู่สีแดงคล้องไว้กับสายเชือกเส้นเล็ก  ปลายสองข้างขาดออกจากกันจากแรงกระชากจนขาดลุ่ย  “โชคดีเห็นหมอนั่นห้อยไอ้นี่ไว้ตรงคอพอดีน่ะสิ”

เขาเห็นสายเชือกคล้องอยู่รอบคอเอย์จุนตอนอีกฝ่ายเอาหน้าผากแตะกับหน้าเขาพอดีเขาจำได้ว่าอีกฝ่ายไม่สวมสร้อย  และแน่ใจว่ารุ่นน้องคนนี้ไม่เจ้าสำอางพอจะสวมเครื่องประดับอะไร  เส้นเชือกคล้ายสายสร้อยรอบคอจึงสะดุดใจกว่าที่คิด

น่าเสียดายที่เขาน่าจะมีโอกาสเห็นมันตั้งแต่ตอนปลดกระดุมเสื้ออีกฝ่ายว่ามีแผลไหม  แต่ตอนนั้นเขากับโอคุมูระปลดกระดุมแค่ครึ่งล่างเพื่อหาแผลบนท้อง  เลยพลาดโอกาสเห็นมันไปอย่างหวุดหวิด

แต่ถึงจะเห็นไปตอนนั้นก็คงไม่คิดอะไรอยู่ดี

อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณจังหวะและความโชคดีที่ทำให้เขาแย่งเครื่องรางอีกซีกมาได้สำเร็จ

“…อึ๊ก….ทำไม……….มิยูกิคุง……..ทำไม!!!”  ฟูจิซากิดิ้นพราดหาทางหนีออกจากแรงกดของนางาทานิ  แม้วิญญาณอาฆาตจะสูญเสียตัวตนไปมากจนแทบมองทะลุได้  แต่แรงก็ยังมากพอพันธนาการมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเอาไว้ได้

เพียงแต่ฟูจิซากิในร่างเอย์จุนไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป

“รีบไปเร็ว!!”  กัปตันออกเสียงสั่งโดยไม่หันกลับไปมอง  ใจคิดแต่เพียงว่าต้องลงไปสมทบกับพวกรุ่นน้องชั้นล่างสุดให้ได้เร็วที่สุด

.

.

.

.

.

.

แสงไฟในมือคนถือฉายให้เห็นกลุ่มรุ่นน้องหันควับมามองทางพวกเขาเป็นตาเดียวทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า

“รุ่นพี่มิยูกิ!!!?”  ฮารุอิจิตะโกนเรียกเป็นคนแรก

“พวกนายเป็นไรไหม!!?”  คุราโมจิตะโกนถามด้วยเสียงเป็นห่วง

“เกิดอะไรขึ้นครับ!!? เมื่อกี๊จู่ ๆ ระเบียงก็ทรุดลงไปเป็นหลุมเป็นบ่อเต็มไปหมด  แล้วคนบนพื้นก็คลานเข้าใส่  แล้วตึกก็สั่นอย่างกับแผ่นดินไหว  พอสงบคนบนพื้นก็หายไป—”

“ไม่เป็นไรครับ”

โอคุมูระตอบขัดเพื่อนสนิทที่พยายามอธิบายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้พลางโบกไม้โบกมือไปด้วย

มิยูกิกวาดตามองรุ่นน้องทุกคน  พอเห็นพวกเขาดูไม่เป็นอะไรนอกจากทำหน้าสับสนสุดขีดก็ลอบถอนหายใจแล้วรีบถามต่อ  “เปิดประตูออกไหม”

“ยังเลย…น่ะครับ”  อาซาดะเบี่ยงตัวออกให้เห็นบานประตู

“แล้วเอย์จุนคุงเป็นไงบ้างครับ”  เพื่อนร่วมชั้นถามต่อบ้าง

กัปตันทีมไม่ตอบ  แต่หันมองไปด้านหลังแล้วส่งเสียงเรียก  “นางาทานิ!!”

ร่างในผ้าคลุมปรากฎตัวขึ้นด้านหลังคุราโมจิจนเจ้าตัวกระโดดโหยงหนี  “เฮ้ย!!!?”

“เรียกฉันทำไม?” คนถูกเรียกตัวถามเสียงร้อนรน  “เดี๋ยวฟูจิซากิก็ตามมาทันหรอก”

“เปิดประตูห้องนี้ให้หน่อย”  คนมีอำนาจเรียกตัวออกคำสั่ง  “ถ้าเป็นนายตอนนี้น่าจะเปิดได้แล้วใช่ไหม”

ความมืดใต้ฮู้ดสบตากับเขาเต็ม ๆ ก่อนจะหันไปมองทางประตู  ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่วเบา  “ได้สิ”

ครืด

ด้านหลังพวกเขามีเสียงของเสียดสีกันครางต่ำ ๆ

“อ้ะ”  ฟุรุยะหันไปมอง  “ประตูเปิดออกเอง—”

ตามด้วยเสียงกลั้นหายใจดังแว่วมาจากปากทุกค

เลือด

กลิ่นคาวตกกระทบจมูกคนบนระเบียงในวินาทีต่อมาที่ประตูเปิดออก

กลิ่นนั้นฉุนเสียจนอาการคลื่นไส้แล่นจากท้องขึ้นจุกตรงคอด้วยระยะเวลาเพียงกะพริบตา  ตัวกลิ่นเข้มข้นจนเหนียวอึดอัดไปทั้งโพรงจมูก  แม้แต่ภาพตรงหน้าก็ยังกลายเป็นสีแดงเข้มจากละอองของเหลวเพียงอึดใจ

“นี่….มัน……….”  โอคุมูระพ่นคำพูดออกมาพร้อมลมหายใจ

“อึ๊ก….” ได้ยินเสียงอาซาดะดังแว่วพร้อมกับเสียงของแข็งกระทบพื้นเบา ๆ

ภาพในหัวตอนเปิดประตูเข้าไปพบร่างไร้วิญญาณของคนในทีมกลับมาอีกครั้ง

แปลว่าในนี้……มีใคร…………..

“พวกนาย…ไม่ต้องเข้าไป”  เขาหันไปออกคำสั่ง  “รอกันอยู่…แถว ๆ นี้ก่อนก็ได้”

“นี่นายจะเสี่ยงคนเดียวอีกแล้วเรอะ—แค่ก ๆ!!!!”  รองกัปตันคำรามก่อนจะไอออกมา

“แค่เข้าไปทำลายพิธีเอง…ไม่มีอะไรหรอกน่า…”  คนออกคำสั่งเอามือปิดจมูกพูดเสียงอู้อี้  แล้วหันสายตาไปยังวิญญาณเจ้าที่ข้าง ๆ  “นางาทานิก็ไปด้วย”

“ยิ่งมีหมอนั่นด้วยยิ่งไม่น่าไว้วางใจใหญ่—!!!!”  อีกฝ่ายพยายามฝืนตัวเองโต้ตอบ

“ตอนนี้เขาไม่เป็นไรแล้วน่า…แล้วก็แค่เข้าไปในห้องนี้เอง  พวกนาย…รอไปเถอะ”  มิยูกิพูดพลางมองหน้าทุกคน  “เดี๋ยวก็…จบแล้วละ”

คำพูดสุดท้ายเขาพูดปลอบตัวเองด้วยครึ่งหนึ่ง

“…….ฝากด้วยนะครับ” อาซาดะค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วส่งตะเกียงให้มือให้  สีหน้าของเขาซีดเสียจนชวนนึกถึงกระดาษขาวยามต้องแสงไฟ  กัปตันทีมรับมาก่อนพยักหน้าช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง

กลิ่นคาวเหล็กฉุนขึ้นอีกระดับจนเขาเกือบสำลัก  ในหูและคอข้นเหนียวจนอยากอาเจียน  แต่เขาก็ใช้มือปิดปากและจมูกเท่าที่ได้ฝืนขยับเท้าต่อ

ภาพในห้องภาพแรกยามก้าวเท้าเข้าไปก้าวแรกคือโต๊ะยาวสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับเก้าอี้ถูกจับเรียงชิดติดผนัง  ส่วนภาพที่สองคือบนพื้นเต็มไปด้วยเส้นสีแดงวาดเป็นลวดลายเต็มไปหมด

“นี่มัน…”  หัวหน้าทีมเอ่ยปากพึมพำ

ลวดลายนี่…ที่ฟุรุยะพูดถึงเหรอ

สีแดงแบบนี้…หรือว่าจะ……..

“………วงแหวนเวทนี้”

เสียงนางาทานิดังขึ้นในความเงียบผิดจังหวะเสียจนเขาสะดุ้ง

“….อะไรเรอะ”  มิยูกิหันไปมอง  เขามัวแต่สนใจรอยสีแดงบนพื้นมากไปจนลืมไปเกือบสนิทว่ามีผู้ถูกอัญเชิญตามเขามาด้วยอีกคน

“…..เอาไว้ใช้ปลุกวิญญาณ…..”เงาในผ้าคลุมพึมพำคล้ายตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในที่สุด  “….ฉันเคยอ่านเจอ….ในหนังสือ….”

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”  เขาตอบแบบไม่แปลกใจอะไรนัก

แสงตะเกียงตกกระทบเงาบางอย่างอยู่ตรงกลางห้อง  แต่พลังแสงนั้นน้อยเกินกว่าจะเข้าใจได้ว่าเป็นอะไร  เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเลยค่อย ๆ เดินก้าวเข้าไปช้า ๆ

ความเหนียวเหนอะเกาะเต็มตัวทุกครั้งที่ขยับเท้า  อาการคลื่นไส้เริ่มทำภาพตรงหน้าเลือนรางขึ้นทุกขณะ  แต่เขาก็ยังกลั้นใจเดินต่อไป

คน

มิยูกิเผลอกลั้นหายใจเมื่อสมองทำความเข้าใจได้ว่าเงานั้นคืออะไรกันแน่

หรือว่าจะเป็นคนในความทรงจำของนางาทานิ?

ตอนนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ว่ารองเท้าตนกำลังเหยียบอยู่บนของเหลวเจิ่งนองเป็นแอ่ง

พอก้มลงมองก็เห็นของเหลวสีแดงอยู่เต็มพื้น  ดูเหมือนของเหลวเหล่านี้จะอยู่บนพื้นมานานแล้ว  ส่วนก้นที่ติดอยู่กับพื้นจึงถูกไม้ดูดซึมไปบ้างจนเริ่มแห้งเปลี่ยนสภาพไปคล้ายก้อนลิ่ม  สัมผัสความเหนียวหนืดได้จากผืนรองเท้าแม้จะไม่ได้สัมผัสโดยตรง

ยิ่งย่ำเข้าไปกลิ่นเลือดก็ยิ่งฉุนขึ้นเรื่อย ๆ จนน้ำตาแทบไหล  แวบนึงเขานึกอยากอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอดเผื่อจะหายอึดอัดขึ้นมาก  แต่สติก็ยังมีมากพอสั่งร่างกายให้กลืนความเปรี้ยวแสบคอลงท้อง  เลนส์แว่นเริ่มจับฝ้าสีแดง  แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์คิดอยากถอดออกมาเช็ด

“…….ฟูจิซากิ”

เสียงวิญญาณอาฆาตทำใจกระตุก

มิยูกิหันไปมองร่างข้างตัวช้า ๆ  “…อะไรนะ?”

นางาทานิยังคงมองไปยังร่างบนพื้น  “…นั่นคือ….ฟูจิซากิ…..”

หา?

เขาจำได้ว่านางาทานิบอกว่าเขาลืมตาตื่นขึ้นหลัง ‘แทงตัวเองตาย’ แล้วพบกับฟูจิซากิ  แต่ก็ไม่คิดว่าตนเองจะเข้ามาเจอ ‘ฟูจิซากิ’ ในห้องด้วยสภาพแบบนี้

……………ก็เลือดนี่มัน……ไหลมาจาก………

คนถือตะเกียงขยับเข้าไปใกล้จนสามารถยื่นมือไปแตะได้  แต่ร่างนั้นก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวติงเช่นเคย

………อย่าบอกนะว่า………

แล้วข้อสงสัยหนึ่งก็จางหายไปจากหัว

งั้นที่เขาสิงซาวามูระกับฟุรุยะได้…………..ก็เพราะ…….

มิยูกิกลืนน้ำลาย  ค่อย ๆ ย่อตัวลงในระยะไม่ให้เข่าแตะพื้น  แล้วเอื้อมมือช้า ๆ แตะตัวอีกฝ่าย

สัมผัสบนปลายนิ้วเย็นเฉียบ

เขากัดปาก  ค่อย ๆ ออกแรงจับตัวอีกฝ่ายพลิกให้หันหน้ามาทางตน

ร่างนั้นเป็นเด็กหนุ่มวัยประมาณตน  ผมหน้ายาวเกือบปิดหน้าช่วยปิดดวงตาเบิกกว้างไม่ให้ดูชวนขนลุกมากนัก  ผมยาวระต้นคอด้านหลังมีเลือดจับแห้งจนกลายเป็นก้อน  ชุดนักเรียนคนละแบบกับร่างบนพื้นก่อนหน้านี้เปรอะเปื้อนสีแดงเกือบทั้งตัว  โดยเฉพาะส่วนท้องยังดูชื้นเหมือนเพิ่งเอาน้ำราดใส่

คนจับพลิกเบือนหน้าหนีโดยอัตโนมัติ  ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองช้า ๆ

นี่เหรอคือ…..ฟูจิซากิ

ฟูจิซากิ……………….

…………ฟูจิ……………………..ซากิ………………….?

แปล๊บ

แปล๊บ

แปล๊บ  แปล๊บ

เข่าที่ลอยอยู่เหนือพื้นแตะแผ่นไม้เปื้อนเลือดโดยไม่รู้ตัว

ในหัวเหมือนมีเข็มแทงเข้าไปในเนื้อสมองจนปวดไปหมด  ภาพตรงหน้าเลือนรางลงจนเห็นภาพอย่างอื่นผุดขึ้นแทรกด้วยความเร็วชวนตาลาย  มุมหนึ่งของสมองบอกว่าได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ  แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นความจริงหรือไม่

ก่อนภาพเหล่านั้นจะหายไปพร้อมกับอาการปวดคล้ายหัวแทบระเบิด

เห็นสีแดงฉานของของเหลวบนพื้นชัดเจน

มิยูกิกลืนลมหายใจเข้าไปเหมือนเพิ่งนึกได้  ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยคำพูดแห้งกร้านออกมาจากลำคอเหนียวเหนอะ

“…….ฟูจิซากิ……..มิสึรุ?”

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [Chapter 25]

  1. ขอบคุณมากค่ะ
    ปล.ถ้ารวมเล่ม เราจองเล่มหนึ่งน๊าา

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s