Ace of Diamond · Fiction

[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [End]

กลับมาแล้วค่ะ

ถึงเป็นตอนจบแต่ก็ยังไม่ได้จบจริงนะคะ(?)

 

The Concealed Secret

Rates : PC-15

Genres : Horror, Suspense

**Nonslash fanfiction**

**May contains spoilers**


มือข้างนั้นถูกใครบางคนคว้าเอาไว้  แล้วกระตุกลงด้านล่างเต็มแรง

“อึ๊ก!!”  มิยูกิอุทานด้วยความเจ็บพร้อมกับส่วนบนของลำตัวถูกกระชากลงกับพื้น  เขามองไม่ทันว่าใครเป็นคนดึงมือเขาลงกับพื้น  แต่ก่อนจะได้คิดอะไรก็ได้ยินเสียงรุ่นน้องร้องออกมาดังลั่นเสียก่อน

“อั๊ก!!!”

ตอนนั้นเองที่เขาลืมตาขึ้น

“กดตัวมันไว้!!!!”  เสียงคุ้นหูดังขึ้นตรงหน้าพร้อมกับภาพด้านหลังของรองกัปตันฉายบนแววตา

“คุราโมจิ!!!?”  คนนำทีมอุทานเสียงหลง

“ปล่อย!!!!!!!!——–”  เอย์จุนกรีดเสียงพร้อมกับสะบัดตัวเต็มแรง  ด้านหลังพิชเชอร์ประจำทีมมีโอคุมูระกำลัง ล็อกแขนทั้งสองข้างเอาไว้ด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ใครมันจะ—ปล่อยกัน!!!!!!!!!!!!!!”  รุ่นน้องกัดฟันกรอด  พยายามออกแรงลากอีกฝ่ายถอยห่างออกไป

“นายเองก็บ้าหรือเปล่า  ไม่คิดเลยนะว่าจะวู่วามขนาดนี้”  คุราโมจิหันมาตะคอกใส่ก่อนแงะกรรไกรออกไปจากมือแล้วโยนทิ้ง  “ไหนบอกว่าพิชเชอร์จะมีแผลไม่ได้ไงฟะ”

“แล้วพวกนายไม่เป็นไรเรอะ!!?”  เขาได้โอกาสถามกลับ

“แค่นี้กระจอกน่า”  คนตรงหน้าพ่นลมก่อนหันกลับไป

“นางาทานิคุง  เป็นอะไรหรือเปล่า!!?”  หูได้ยินเสียงฮารุอิจิดังมาจากมุมห้อง  ตามด้วยเสียงอาซาดะ  “เดี๋ยวผมช่วยยกโต๊ะออกนะครับ!!”  ก่อนจะเกิดเสียงดังครืดคราดตามมาติด ๆ

“โคชู  ไหวไหม!!!”  แล้วร่างของเซโตะก็แวบเข้ามาในสายตา  รุ่นน้องใส่แว่นรีบตรงเข้าไปช่วยเพื่อนสนิทล็อกแขนคนร้ายอีกที

“รุ่นพี่มิยูกิ”

ตามด้วยเสียงเอซประจำทีม  ฟุรุยะดังขึ้นข้าง ๆ  พร้อมกับมือของเขายื่นมาคล้องแขนช่วยดึงตัวกัปตันขึ้นจากพื้น

“พวกนาย…”  มิยูกิยังทำตาโตมองไปรอบ ๆ

“พะ…พวกแก………………”  ฟูจิซากิกัดฟันกรอด  มือยังกำมีดไว้แน่นแม้จะถูกแขนของรุ่นน้องปีหนึ่งทั้งสองคน ล็อกจนขยับแทบไม่ได้  “ยังจะ…มาขวาง………….กันอีก…”

“ทำไมจะไม่ขวาง?”  คุราโมจิส่งเสียงเหยียดหยามใส่  “ก็เห็นอยู่โต้ง ๆ ว่ามิยูกิเขาไม่อยากยุ่งด้วยนี่หว่า”

“…….แกจะ………..ไปรู้อะไร……….”  เสียงของอีกฝ่ายกดต่ำจนน่ากลัว  แรงดิ้นเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสีหน้าของคนล็อกตัวไว้ทั้งสองเริ่มเคร่งเครียดมากขึ้น  “……….คนอย่างแก…………ไม่รู้อะไรแท้ ๆ…………”

“เออ  ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นมายังไงแกเลยเป็นแบบนี้”  รองกัปตันยังพูดต่อ  “แต่ที่แน่ ๆ ฉันรู้ว่ามิยูกิเขาไม่ยินยอม  ในเมื่อเขาไม่ยินยอม  แต่แกยังจะฝืนเขาอีก  ฉันก็ต้องห้ามสิวะ”

“คุราโมจิ…”  คนถูกปกป้องกะพริบตาปริบ ๆ  แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากเพื่อนร่วมห้อง

“ฉันไม่ได้เป็นพิชเชอร์หรือแคชเชอร์  แล้วก็ไม่ได้สนใจเรื่องตำแหน่งนี้เท่าไร  พูดแล้วก็คงไม่มีน้ำหนักหรอก”  คนตรงหน้าลดเสียงลง  แวบหนึ่งเหมือนได้ยินเสียงเขาหมองลง  “แต่คู่แบตเตอรี่ต้องร่วมมือร่วมใจกันไม่ใช่เรอะ!!?  แต่นายกลับดื้อดึงจะเอาแต่ตัวเองท่าเดียว  ไม่สนใจว่ามิยูกิเขาจะคิดยังไง  แบบนี้จะไปได้สวยกันได้ยังไง”

“…….หุบปาก……………!!!!!!”  ตัวของฟูจิซากิสั่นเทา

คุราโมจิเชิดหน้าขึ้น  แม้มองไม่เห็นจากด้านหลังแต่เชื่อได้ว่าเขาต้องทำสายตาดูถูกที่สุดเท่าที่ทำได้อยู่แน่  “ถ้าอยากเล่นด้วยกันจริงก็หัดคิดถึงใจเขาบ้างสิวะ!!!!!”

“หุบปาก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

แรงกระแทกแผ่ออกจากตัวต้นเหตุจนมิยูกิเซถอยหลังไปจนเกือบล้ม

“อึ๊ก!!!!”

เสียงคนล็อกตัวไว้ทั้งสองคนดังขึ้น  พอรีบหันไปดูก็เห็นรุ่นน้องสองคนนั้นถอยไปชนกำแพงแล้วล้มลงกับพื้น

“เซโตะคุง!!  โอคุมูระคุง!!!!”  ฮารุอิจิตะโกนเสียงหลงมาจากมุมห้องพร้อมกับเสียงอุทานดังลั่นของพิชเชอร์รุ่นน้องอีกคน

“นี่แก–”  รองกัปตันจะตวาด

“ถอยไป!!!!”

แขนข้างถือมีดของเอย์จุนเหวี่ยงเข้าใส่คนไว้ผมทรงแยงกี้ไม่ให้ตั้งตัว  คนถูกโจมตีโยกหัวหลบทัน  แต่อีกฝ่ายก็ไม่รอช้าหมุนตัวถีบร่างคนขวางทางลงไปนอนกับพื้นเต็มแรง

“อ่อก!!!”

“คุรา–!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“รุ่นพี่มิยูกิ!!!!”

เสียงตะโกนของฟุรุยะหยุดปากเขาไว้พร้อมกับตัวรุ่นน้องถลันออกไปยืนบังเอาไว้

“อย่า–มา–ขวาง!!!!!!!”  ฟูจิซากิกรีดร้องลั่นแล้วเงื้อมีดขึ้น

“อย่านะฟุรุยะ!!!”  กัปตันร้องเสียงหลง

ฟึ่บ

เงาดำปรากฎตัวขึ้นระหว่างพวกเขา  ตามด้วยเสียงของหนักตกลงพื้นอย่างจังและเสียงอุทานด้วยความเจ็บ  “อึ๊ก!!!!”

“…นางาทานิ!!!?”  มิยูกิจำเงาตรงหน้าได้ในอึดใจ

“รีบทำลายพิธี…เร็วเข้า!!!!”  วิญญาณเจ้าของที่เอ่ยเร่ง

“จะทำยังไง!!!”  คนนำทีมตะโกนกลับ  “ฉันลองลบรอยเลือดแล้วก็ไม่สำเร็จ!!!!”

“ทำพิธีต้องมีองค์ประกอบ…ถ้าเอาองค์ประกอบนั้นออกก็–!!!!”

เสียงนางาทานิขาดหายไปกลางคันพร้อมกับร่างของเขาลองไปชนผนังอีกครั้งเต็มแรง

“ก็–บอก–ว่า–อย่า–มา–ขวาง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงคำรามของฟูจิซากิดังไปทั่วห้อง  คลื่นกระแทกแผ่ไปทุกทิศทางจนมิยูกิเกือบล้มหลายหลังไปอีกครั้ง  อดีตเพื่อนร่วมทีมค่อย ๆ ยันตัวขึ้นยืนช้า ๆ ร่างนั้นส่ายไปมาชวนนึกถึงซอมบี้ในเกม

“นางาทานิ!!!”  มิยูกิหันไปมองตาม

มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือเขาไว้เต็มแรง  พอรีบหันกลับมามองก็เห็นคุราโมจิค่อย ๆ ยันตัวขึ้นยืนขณะใช้แขนเขาเป็นที่ประคอง  “หาทางทำอะไรสักอย่างเซ่”

คนถูกขอเบิกตากว้างแล้วรีบเถียงกลับ  “แต่ลองลบรอยเลือดไปแล้ว–”

“ก็แปลว่าต้องใช้วิธีอื่นไม่ใช่เรอะ!!!!”  รองกัปตันตะคอกกลับ  จ้องหน้าเขาเขม็ง  “เอาแต่พร่ำบอกว่าไม่ได้ ๆ เนี่ยไม่สมกับเป็นนายเลยนะมิยูกิ!!!!!”

คนโดนพูดตอกหน้าอึ้งไปชั่วขณะ

………..นั่นสินะ

เขาขยับยิ้มตรงมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว  ก่อนจะเปลี่ยนแววตาเป็นเคร่งเครียดแล้วพยักหน้า  “ฉันจะลองดู”

“เออ”  อีกฝ่ายสะบัดมือที่จับไว้ออกแล้วหันไปตั้งท่าเผชิญหน้ากับศัตรูตรงหน้า

“รุ่นพี่มิยูกิ”  ฟุรุยะที่ยืนอยู่ข้างตัวถอดเสื้อนอกก่อนแล้วย่อตัวลงพื้น  “ผมจะลองเช็ดวงแหวนออกไปเรื่อย ๆ นะครับ”

“ห้ะ”  เขาเผลออุทานกลับ

อีกฝ่ายเงยหน้ามองตรง ๆ  “ไม่แน่ว่าถ้าเช็ดออกมากกว่านี้อาจจะได้ผลก็ได้”

“เดี๋ยวผมช่วยด้วยครับ!!”  อาซาดะรีบตรงเข้ามาช่วย  ตามด้วยฮารุอิจิที่ประคองตัวเซโตะ  “ระหว่างนั้นก็ฝากด้วยนะครับ”  เขาพูดขณะหันสายตาไปมองทางคุราโมจิด้วยความเป็นห่วง

“รบกวนด้วยครับ”  โอคุมูระที่ตามมาเป็นคนสุดท้ายหันไปสมทบกับรองกัปตัน

ปิดท้ายด้วยเงาในผ้าคลุมปรากฎตัวด้วยท่าทีอ่อนล้าแต่ก็น่าเชื่อใจ  “เร็วเข้า”

            มิยูกินิ่งไปสักพัก  แต่ก็พยักหน้ารับ  “ได้”

ทุกคนใช้จังหวะนั้นหันไปทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ทันที

“ถอยไป…ถอยไป……..อย่ามาขวาง………อย่ามาขวาง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”  เสียงข่มขู่จากปากเอย์จุนดังก้องไปทั่วห้อง  กดร่างทุกคนลงด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น  แต่ทุกคนก็กัดฟันฝืนทำหน้าที่ของตัวเองไปไม่หยุด

กัปตันย่อตัวลงพื้นแล้วลองออกแรงเช็ดรอยเลือดออกอีกครั้ง  เส้นวงแหวนเริ่มเลือนหายไปเป็นหย่อม ๆ จนแทบไม่ปะติดปะต่อกันแล้ว  แต่แรงกระแทกล่องหนที่แผ่ออกจากตัวฟูจิซากิก็ยังไม่ลดความรุนแรงลงแม้แต่นิด

“จะฆ่า–พวกแก–ให้หมด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“อึ๊ก!!!!”

เสียงคำรามดังขึ้นดังลั่น  ตามด้วยเสียงแคชเชอร์ปีหนึ่งร้องออกมาติด ๆ

“โคชู!!!?”  เซโตะหันไปร้องเสียงหลง  เห็นร่างของรุ่นน้องผมสีอ่อนทรุดตัวอยู่ไม่ห่างมากนักจากหากตา

“ทาคุ!!  ไม่ต้องสนฉัน!!!”  อีกฝ่ายรีบห้าม

“มิยูกิคุง!!!!!!!!!  ส่งมิยูกิคุงของผม–มาเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!!!”

“หนวกหู!!  หุบปากได้แล้ว!!!!!”  คุราโมจิตะคอกเสียงแข็งกร้าวโต้กลับ

“ทำไมไม่เห็นเกิดอะไรขึ้นเลย!!!”  อาซาดะอุทานด้วยความลนลาน  “วิธีนี้คงไม่ได้ผลจริง ๆ สินะครับ!!!”

“ทำลายพิธี…ทำลายพิธี….”  ฮารุอิจิพึมพำเหมือนกำลังใช้ความคิด  “ถ้าไม่ใช่ลบรอยวงแหวนแล้ว…ต้องทำยังไงกันแน่?”

เสียงจากคำพูดและการเคลื่อนไหวดังผสมปนเปอยู่ในห้อง  ล้อมรอบตัวมิยูกิเอาไว้คอยก่อกวนสมาธิ  เขารีบสะบัดหน้าหนีรวมความคิดตัวเองเป็นหนึ่งเดียว

ทำลายพิธีต้องทำยังไง

ลบวงแหวนเวทไม่สำเร็จ…แปลว่าต้องมีทางอื่น?

แต่เขาไม่รู้ว่าทำพิธีนี้ต้องใช้อะไรบ้าง

หรือจะทำไม่ได้?

ไม่สิ  นางาทานิเร่งเขาทำลายพิธี  ก็แปลว่าต้องมีทาง

ความลนลานค่อย ๆ กัดกร่อนสติเขาไปช้า ๆ  ในหัวเริ่มร้อนคล้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกใช้การอย่างหนักจนแทบจะเห็นภาพควันลอยออกจากหนังศีรษะ

ใช้อะไรทำพิธี?

เท่าที่เห็นก็มีแค่วงแหวนเขียนจากเลือด  ไม่เห็นมีของอย่างอื่นอีก

เขียนจากเลือด

……………….เลือด?

ในตาคล้ายเห็นแสงสว่างแวบมาชั่วขณะ

เลือด………….

เลือดนี้………..มาจากไหน……..?

แล้วความเป็นไปได้อย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว

มิยูกิหันควับไปมองร่างจริงของฟูจิซากิที่ยังนอนนิ่งอยู่ตรงกลางห้อง

…จริงด้วย!!!

เขารีบยันตัวลุกขึ้นวิ่งตรงไปยังร่างนั้นทันที

“รุ่นพี่มิยูกิ!!?”  เซโตะอุทานเสียงหลง  เขาเลยได้โอกาสรีบขอแรงรุ่นน้องเพิ่ม  “เซโตะ!!  นายมาช่วยฉันยกร่างนี้ออกไปจากตรงนี้ที”

“อะไรนะครับ!?”  คนถูกขอความช่วยเหลือกระทันหันทำหน้าตกใจ

“วงแหวนนี้เขียนจากเลือดของฟูจิซากิ  ว่าง่าย ๆ คือของใช้ทำพิธีมาจากตัวของเขา”  เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคำพูดตัวเองฟังดูสยดสยองอยู่บ้าง  “งั้นถ้าเอาตัวออกไปจากตรงนี้แล้วก็น่าจะสื่อได้ว่าเอาองค์ประกอบสำคัญออกไป  พิธีก็น่าจะล้มเหลวได้!!!”

“เอ๋!!!!!?”  อาซาดะอุทาน  “งั้นเหรอครับ”

“เพราะงั้นมาช่วยกันหน่อย!!!”  กัปตันเอ่ยเร่งแล้วช้อนร่างของอดีตเพื่อนร่วมทีมขึ้น  ร่างนั้นเบาโหวงและเย็นเฉียบจนชวนใจหาย  มีเพียงหยดของเหลวจากปากแผลบริเวณท้องที่ยังคงความอุ่นเอาไว้บ้างหยดลงแขนทั้งสองข้างเขาก่อนซึมหายไปในแขนเสื้อช้า ๆ

รุ่นน้องสวมแว่นรีบตรงเข้ามาช่วย  แต่ยังไม่ทันจะช่วยรับร่างนั้นไปก็ถูกคลื่นกระแทกจนล้มลงไปกับพื้นเสียก่อน

“เซโตะ!!?”

“อย่า-แตะ-ตัว-ผม!!!!!!!!!!”

คนอุ้มตัวไว้เซถอยไปด้านหลัง  หากไม่รีบยันขาเอาไว้คงล้มไปนานแล้ว  เขารีบหันไปมองทางต้นเสียงก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคุราโมจิและโอคุมูระนอนโอดโอยอยู่บนพื้น

ฟูจิซากิในร่างเอย์จุนยืนอยู่ไม่ห่างจากตัวเขามาก  แทบจะเห็นรังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจากด้านหลัง

“มิยูกิคุง”  หางตาปรากฎแสงสะท้อนกับแสงตะเกียงคล้ายหิ่งห้อย  “ขอร้องละ…มาอยู่กับผมเถอะ……นะ……..”

“…….ใครจะยอม…ให้แกทำแบบนั้นกันเล่า…………..”  รองกัปตันส่งเสียงขัด  ค่อย ๆ ยันช่วงบนขึ้นจากพื้น  “มิยูกิเขา…ไม่ใช่ของ ๆ แกซะหน่อย…..”

ฮารุอิจิรีบตรงเข้ามาช่วยประคองตัวเซโตะขึ้นก่อนหันแววตาแข็งกร้าวกลับไป  “แล้วเอย์จุนคุงก็ไม่ใช่ของคุณด้วย  คืนเพื่อนผมมาได้แล้ว”

ฟุรุยะกับอาซาดะเองก็ขยับตัวเข้ามาเหมือนจะช่วยบังกัปตันให้อยู่ในเขตปลอดภัย  ทุกคนจ้องเขม็งไปยังร่างพิชเชอร์ประจำทีมที่ตอนนี้ตกอยู่ใต้การควบคุม

“ฟูจิซากิ”

มิยูกิสูดลมหายใจเข้าแล้วค่อย ๆ ผ่อนออก  ก่อนจะลืมตามองอดีตเพื่อนร่วมทีมผ่านใบหน้าของรุ่นน้อง  “พอได้แล้วละ”

“…มิยูกิคุง…………”  อีกฝ่ายค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้  ทุกคนต่างรีบขยับตัวมาปิดล้อมเอาไว้

เขาหลับตาลง  ก่อนหันหลังอุ้มร่างจริงตรงไปทางหลังห้อง

“…อย่า!!!!  อย่าทิ้งผมไป…!!!!!!!!!!!!!!”  ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นมาจากด้านหลัง

คนอุ้มยังไม่หยุดเท้า  เดินตรงไปจนถึงสุดมุมห้องแล้ววางร่างนั้นลงกับพื้นแล้วหันกลับมามอง  แม้เพื่อนร่วมทีมเขาจะยังยืนล้อมรอบคล้ายตั้งกำแพงกันเอาไว้  แต่เขากลับเพียงเห็นใบหน้าสิ้นหวังของเอย์จุน…ของฟูจิซากิสะท้อนอยู่บนเลนส์แว่น

ตัวของรุ่นน้องมีแสงสีขาวจาง ๆ ลอยขึ้นจากตัว  แต่ก็ยังขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ อย่งไม่ลดความเร็วลงแม้แต่นิด

แค่นี้……..ยังไม่พอ?

ตอนแรกเขานึกว่าถ้าเอาร่างจริงของฟูจิซากิ……..ที่มาของเลือดซึ่งใช้เขียนวงแหวนบนพื้นออกจากตรงที่ทำพิธีแล้วน่าจะทำลายพิธีได้  แต่ดูแล้วแค่นี้จะยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

เอาไงดี

“……..มิยูกิคุงของผม….อย่านะ…………อย่า………..”  เสียงเว้าวอนยังดังก้องอยู่ในห้อง

“ไอ้หมอนี่”  คุราโมจิทำเสียงเครียด  แล้วออกแรงคว้าขาคนถูกควบคุมเอาไว้  “หยุดเซ่!!!”

“อย่า!!!!!!!!”

อีกฝ่ายสะบัดขาออกแล้วเงื้อเท้าเตรียมจะกระทืบเต็มแรง

“นายนั่นแหละที่อย่า”

            เงาดำปรากฎขึ้นพร้อมผลักตัวคนจู่โจมให้ถอยกระเด็นไปด้านหลัง

“นางาทานิ!!!?”  มิยูกิตะโกนเสียงหลง

“เร็วเข้า  มิยูกิ  คาสุยะ!!!!”  คนในผ้าคลุมหันมาเร่ง

“แต่ฉันนึกไม่ออกแล้ว!!!”  เขาตะโกนกลับไปด้วยเสียงกึ่งสิ้นหวัง  “นอกจากร่างของฟูจิซากิแล้วยังมีอะไรเกี่ยวข้องกับพิธีอีก—”

“ฉันไง”

            วิญญาณอาฆาตตอบสั้น ๆ

“ฉันคือคนสร้างห้วงมิติแห่งนี้ขึ้นมา  ถ้าจะทำลายพิธี  ก็ต้องทำลายตัวฉันด้วยไง”

หัวของมิยูกิแปลความหมายออกในเสี้ยววินาที  พร้อมกับมือเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตัวเองแล้วหยิบของด้านในนั้นออกมาโดยไม่ต้องออกคำสั่งร่างกายใด ๆ ทั้งสิ้น

เครื่องรางอีกครึ่งซีก

“……..ยะ………………………..อย่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

คลื่นกระแทกผลักร่างทุกคนลงไปนอนกับพื้นทันทีที่สิ้นเสียงตะโกน  เสียงร้องลั่นดังขึ้นแทบจะพร้อมกับเสียงของหนักตกกระทบพื้น  มิยูกิสูญเสียการทรงตัวจนเซถลาหลังไปชนกำแพง  พอลืมตาขึ้นก็เห็นร่างของรุ่นน้องชักมีดตรงเข้ามาหาด้วยความเร็ว

            เขาเผลอหลับตาลง  ก่อนจะรีบลืมตาขึ้นก่อนจะเห็นเงาของนางาทานิวูบมาอยู่ตรงหน้า  ในอีกอึดใจเดียวก็เห็นปลายมีดแทงทะลุผ้าคลุมไร้แรงเสียดสีใด ๆ คล้ายแทงทะลุผ่านภาพลวงตา

“นี่แก–!!!!!!”  ฟูจิซากิคำราม

            “หยุดใช้ที่แห่งนี้ตามใจชอบได้แล้ว!!!!!!!!!!!!!”  เสียงของวิญญาณเจ้าที่แผ่อารมณ์มากกว่าที่เคย  ก่อนประโยคหลังจะหันมาหาคนด้านหลัง  “มิยูกิ  คาสุยะ  เอาเลย!!!!”

เขาสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนจะพยักหน้ารับหนักแน่น

แล้วบีบเครื่องรางในมือเต็มแรง

.

.

.

.

.

.

เสียงกรีดร้องไม่เป็นภาษาดังก้องไปทั่วห้อง

พร้อมกับพื้นสั่นสะเทือน  ไม่สิ  ทั้งตัวอาคารสั่นสะเทือนอย่างหนักคล้ายเกิดแผ่นดินไหว  ทุกคนที่อยู่บนพื้นต่างพากันยกมือกุมหัวนอนขุดคู้เพื่อป้องกันตัวเอง  มิยูกิเองก็ต้านแรงสั่นสะเทือนไม่ไหวทรุดลงไปกับพื้นเช่นกัน

“ปะ…เป็นไงบ้าง!!!!”  เขาฝืนร่างกายท่อนบนให้โงหัวขึ้นมาแล้วพยายามกวาดตามองไปรอบห้อง

เงาดำทาบทับบนหัวของเขา  พอเงยหน้าดูก็เห็นนางาทานิในสภาพมองทะลุผ่านด้านหลังได้เกือบชัดเจนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

“ขอบใจนะ  มิยูกิ  คาสุยะ”  ผ้าคลุมค่อย ๆ สลายหายไปเป็นแสงสีขาว  เผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด  ไว้ผมยาวปรกหน้าปรกตายิ้มจาง ๆ มาให้

เขาขยับยิ้มเหยียดกลับ  “ไม่ขอโทษแล้วเรอะ”

อีกฝ่ายขยับยิ้มกว้างขึ้นอีก  “ขอโทษด้วยก็ได้”  ก่อนจะหันไปด้านหลัง  “ขอโทษจริง ๆ ที่ต้องลากพวกนายมาเกี่ยวด้วย  แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้”  ก่อนจะหันกลับมาก้มหัวช้า ๆ  “พยายามเข้าละ”

ก่อนผู้ชายในชุดนักเรียนสีหน้าซีดเซียวคนนั้นจะหายไป

ตอนนั้นเองที่เขาเห็นร่างของเอย์จุนนอนนิ่งอยู่กับพื้น

“ซาวามูระ!!!!!!”  เขารีบตรงเข้าไปประคอง  ยังมีแสงสีขาวจาง ๆ ลอยขึ้นคล้ายดอกหญ้าสวนกับแรงโน้มถ่วงออกมาจากตัว  สีหน้าของพิชเชอร์ประจำทีมดูอิดโรย  แต่ไม่รู้ทำไมความสบายใจเหมือนรู้ว่าคนตรงหน้าไม่เป็นไรแล้วถึงแผ่ไปทั่วร่างกาย

“มิยูกิคุง”

เสียงเรียกคล้ายกระซิบดังมาจากบนหัว  เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นผู้ชายหน้าตาแบบเดียวกับร่างไร้วิญญาณที่พิงอยู่ข้างผนังมองลงมาเศร้า ๆ  ร่างของเขาส่องแสงเรืองรองและดูเปราะบางคล้ายจะสลายไปได้ทุกเมื่อ

“ฟูจิซากิ”  มิยูกิขยับปากเรียก

“…………ผม………….ทำผิดมาตลอดเลยสินะ………”  น่าแปลกที่สีหน้าของฟูจิซากิดูสงบลงต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ  “…….ผมพลาดเอง………..ที่ทำตัวเองเป็นแบบนี้ละสิ……….”

“อย่างที่นายพูดแหละ”  มิยูกิตอบเสียงแข็ง  “ถ้านายไม่เอาแต่คิดฝังหัวแบบนั้นก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก”

อีกฝ่ายก้มหน้าลงจนไม่เห็นแววตา

“ฉันเลยเสียดายที่นายดันเป็นแบบนี้”  เขาพูดต่อ  น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย  “เพราะฉันว่าลูกที่นายขว้างนี่ถ้าฝึกมากกว่านี้คงไม่มีใครทำอะไรได้แน่”

“……..จริงเหรอ?”  คนตรงหน้ารีบเงยหน้าขึ้น

“เออ  เสียดายจริง ๆ”  เขาย้ำคำ  มองหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ

แน่นอนว่าเขายังโกรธอยู่  และไม่มีวันให้อภัยคนตรงหน้าแน่

แต่ในความโกรธนั้นแฝงความเสียดายไว้ด้วย

เสียดายที่พิชเชอร์ดี ๆ ต้องหายไปอีกคน

ฟูจิซากิขยับปากคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง  แต่ก็กลืนคำพูดนั้นลงคอไป  ก่อนจะก้มหัวลงอีกครั้ง  “…….ผมขอโทษ……….มิยูกิคุง…………ผมขอโทษ…………”

“อย่าคิดว่าขอโทษแล้วฉันจะยกโทษให้นะ”  มิยูกิรีบขัด

“…………ผมรู้………..”  คนตรงหน้าส่ายหัวไปมาเบา ๆ  “แต่ยังไงผมก็ต้องขอโทษ………เพราะผมสร้างความลำบากให้นายไว้………เพราะตัวผมเองแท้ ๆ……….”

ร่างนั้นเริ่มจางหายไปเรื่อย ๆ จนแทบมองไม่เห็น

“มิยูกิคุง…นายสนุกกับเบสบอลอยู่ไหม”  คราวนี้ฟูจิซากิเงยหน้ามามองตรง ๆ บ้าง

คนถูกถามนิ่งไปสักพัก  แล้วก้มหน้าลงมองรุ่นน้องในแขนตัวเอง

“ไม่ต้องถาม….สินะ”  อีกฝ่ายพูดขัดขึ้นมาก่อน  “ดีแล้วละ…”

ความเงียบแทรกเข้ามาแวบหนึ่ง

“ผมดีใจที่ได้เจอนายอีกครั้งนะ………ลาก่อน  มิยูกิคุง”

เสียงนั้นจางหายไปในอากาศพร้อมกับแสงสว่างดวงสุดท้ายดับสลายไป

ก่อนมิยูกิจะได้พูดหรือทำอะไรก่อน  แรงสั่นสะเทือนก็เพิ่มมากขึ้นจนเขาต้องรีบก้มหัวลง  ดึงร่างของเอย์จุนเข้ามาใกล้ ๆ  ตอนนั้นเองที่ประสาทสัมผัสในตัวเขาบอกสมองว่าตัวถูกจับเหวี่ยงเต็มแรง  เสียงคล้ายตึกถล่มดังลั่นอยู่ในหัวจนแก้วหูแทบฉีก  แล้วเขาก็หมดสติไปในฉับพลัน

.

.

.

.

.

.

ความเย็นเฉียบแผ่ผ่านเสื้อผ้าเข้ามากระทบผิวหนัง

มิยูกิกะพริบตาถี่ ๆ  พอสายตาเริ่มชินกับความมืดและสมองเริ่มปลอดโปร่งเขาก็รีบผุดลุกขึ้น

ที่นี่…ที่ไหน!?

แล้วสัมผัสตรงมือก็บอกว่าเขากำลังโอบอะไรอุ่น ๆ เอาไว้อยู่

พอก้มลงมองก็เห็นพิชเชอร์ประจำทีม  ซาวามูระ  เอย์จุนยังสลบไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขน

คนอื่น ๆ ละ!!?

เขารีบกวาดตามองไปรอบตัว  สายตาพอจับภาพเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ นอนระเกะระกะอยู่ตามพื้นในห้อง  คุราโมจิ  ฟุรุยะ  ฮารุอิจิ  โอคุมูระ  เซโตะ  อาซาดะ  ทุกคนนอนนิ่งไม่ไหวติง  แต่ดูแล้วไม่น่าต้องห่วงอะไร

“…นางาทานิ?”  เขาลองส่งเสียงเรียกดู

ไม่มีคำตอบ

“……….ฟูจิซากิ?”

ไม่มีคำตอบ

มิยูกิค่อย ๆ วางร่างรุ่นน้องลงพื้นแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน  เขาน่าจะยังอยู่ในห้องประชุมเหมือนเดิม  แต่พอมองไปรอบตัวก็ไม่เห็นลวดลายแปลก ๆ ตามพื้นอีกต่อไป

สภาพพื้น  กำแพง  โต๊ะ  เก้าอี้รอบตัวดูไม่ต่างไปจากเดิม  แต่เงียบงันจนชวนขนลุก  เงาดำแวบเข้าหางตาตอนกำลังกวาดตามองจนต้องหันควับไปดู  ตรงนั้นยังมีร่างจริงของฟูจิซากิ  มิสึรุ  อดีตเพื่อนร่วมทีมนั่งพิงกำแพงในสภาพเลือดท่วมตัวอยู่

จบแล้ว…….เหรอ?

ความไม่เข้าใจยังเอ่อล้นอยู่เต็มหัว  แต่เขาก็ยังไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเองได้

ต้องออกไป…ข้างนอก

ต้องพาทุกคน…ออกไป

เขาขยับเท้าช้า ๆ ลากร่างตัวเองออกไปทางประตู  ยกมือสั่นเทาแตะบานประตูก่อนเลื่อนออกช้า ๆ  ในหัวคิดเพียงว่าต้องออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้

มิยูกิลากตัวเองออกมาถึงระเบียงชั้นล่าง  แล้วเดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งเป็นประตูเข้าออกตึก  เขาค่อย ๆ ยกมือทาบบนบานประตู  แล้วเลื่อนช้า ๆ ไปจับลูกบิดก่อนออกแรงหมุนดู

ไม่ได้ล็อก

ความรู้สึกบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกแผ่ไปทั่วร่าง  แม้แต่ตัวเองยังไม่แน่ใจว่ากำลงทำหน้าแบบไหนอยู่

จบแล้ว

จบแล้ว

ทุกอย่างจบแล้ว

เขาปล่อยมือออกจากลูกบิด  แล้วหันกลับไปด้านในอาคาร

ฉันต้องพา……….ทุกคนออกไป

ต้องพา…เพื่อนร่วมทีมออกไป

ต้องพา……………………….ออกไป

ไม่ว่าจะในสภาพไหนก็ตาม

Advertisements

One thought on “[DnA] AU Fic : The Concealed Secret [End]

  1. มิยูกิรับบทหนักจริงๆ ตั้งแต่ต้นเรื่องยันตอนสุดท้าย(?)

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s