Novel translation

[Osomatsu-san] แปล : นิยายที่ลงใน Da Vinci ฉบับพฤษภาคม 2016

ฉลองที่โอโซมัทสึซังประกาศวันฉายซีซั่นสอง //ไม่ใช่

เพิ่งได้ตัวเล่มมาจากบุ๊คออฟค่ะ (ในราคาร้อยเยน //กราบ)  ที่จริงตั้งใจซื้อมาเพราะบทสัมภาษณ์โอตสึอิจิเซนเซย์กับคิโยะซัง  แต่เห็นว่าที่ขายหมดตอนออกมาใหม่ ๆ เพราะนิยายโอโซมัทสึซังเนี่ยแหละ

คือเพิ่งรู้ว่าโอตสึอิจิเซนเซย์เขียน……เราหน้ามืดตามัวกับคิโยะซังเกินไป

เป็นตอนในอนิเมที่มีไขคดีนั่นแหละค่ะ  เนื่องจากดูอนิเมมาสมัยฉายใหม่ ๆ เลยจำรายละเอียดตอนอนิเมไม่ค่อยได้เท่าไร  แต่ไม่ได้รู้สึกว่าทุกคนคลั่งขนาดนี้นะ…

ปวดหัวกับวิธีพูดอิยามิมากค่ะ  หากแปลไม่ถูกใจต้องขออภัยจริง ๆ นึกไม่ออก orzll

ส่วนตัวชอบเวลาแปลคำพูดอิจิมัทสึอย่างบอกไม่ถูกค่ะ


1

นายจ้างของฉันคือผู้ชายชื่ออิยามิ  ฟันหน้าเขายื่นออกมาเกินปกติจนแทบกลายเป็นอาวุธไปแล้ว  สมมติว่าหากจะเอาปากแตะแก้วไวน์ก็จะชนกับฟันหน้าจนแก้วแตก  หน้าที่เก็บกวาดเศษชิ้นส่วนเป็นของฉัน  ต้องรีบหยิบไม้กวาดกับที่ตักผงมาโดยเร็ว  หากช้าไปเพียงนิดเดียวก็จะถูกถากถางอย่างเลี่ยงไม่ได้

“มือของเทอเหม็นคาวปลาชะมัดเลยเหวย”  อิยามิหัวเราะเยาะฉันด้วยการพูดเช่นนั้น  คำว่า “เทอ” เป็นวิธีพูดอ้อมเฉพาะตัวของเขา  คงเพี้ยนมาจาก “เธอ” กระมัง  มือของฉันเหม็นคาวปลาจริง  ครอบครัวทำร้านขายปลาจึงยุ่งกับปลามาตั้งแต่เด็กจนกลิ่นซึมติดเอาออกไม่ได้  “โดนตัวเทอทีไรก็เหม็นคาวปลาทุกทีเลยเหวย  เทอเนี่ยไม่เหมาะกับเมดเลยนะเหวย”

ฉันไม่อาจโต้ตอบอิยามิผู้เป็นเจ้านายประจำคฤหาสน์ทรงยุโรปได้  คนสวนอย่างคารามัทสึคุงที่ถูกจ้างมาก็เช่นเดียวกัน  เขารับหน้าที่ตัดแต่งต้นไม้ที่ปลูกเรียงรายอยู่ในคฤหาสน์  แต่ภาพลักษณ์ยามสวมแว่นกันแดดสะดุดตากับเสื้อคลุมหนังช่างดูห่างไกลจากคนสวนเหลือเกิน  “เทอเนี่ยเซนส์ด้านแฟชั่นเพี้ยนไปแล้วนะเหวย  เห็นใส่เสื้อกล้ามพิมพ์รูปหน้าตัวเองทีไรก็อดขนลุกจากภาพอุจาดตาไม่ได้จริง ๆ เหวย”  คารามัทสึคุงทำหน้าบึ้งให้เห็นแต่ไม่โต้ตอบอะไรกลับ  พอลองคุยด้วยทีไรเขาก็ห่อไหล่ตอบว่า “ปล่อยเขาพูดไปเถอะ” แล้วก้มหน้าทำงานเงียบ ๆ ต่อไป

ต่างกับหัวหน้าพ่อครัวอย่างจิบิตะ  เขามักเถียงกลับยามมีเรื่องไม่พอใจจนก่อเรื่องวิวาทขึ้นเสมอ  “ฉันจะไล่เทอออกแล้วเหวย!”  “ก็เอาเซ่ไอ้งี่เง่าสมองขี้เลื่อยเวรตะไล!”  แต่ก็ไม่เคยถูกไล่ออกจริง ๆ  พ่อครัวคนอื่นไม่อาจทนนิสัยอิยามิไหวจนลาออกภายใน 1 วัน  สุดท้ายก็มีเพียงทางเดียวคือให้จิบิตะทำอาหารให้ทาน  จิบิตะรักโอเด้ง  ไม่ว่าจะทานเมื่อไรโอเด้งของเขาก็อร่อย  แต่อิยามิเคยยั่วเขาโกรธด้วยการพูดใส่ว่า “เบื่อแล้วเหวย  อย่าทำโอเด้งให้มีทานได้ไหมเหวย”

ฉันกับคารามัทสึคุงกับจิบิตะได้รับห้องของตัวเองในคฤหาสน์ที่อิยามิถือครองเพียงผู้เดียวและทำงานแบบอาศัยอยู่ในนี้  ตัวอาคารเก่าเสียจนกำแพงด้านนอกส่วนหนึ่งถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และพื้นทางเดินส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดรำคาญหู  มีแมวเข้ามาจากที่ไหนไม่รู้วิ่งวนไปรอบและมุดเข้าไปในเกราะโบราณซึ่งตั้งประดับไว้  แมวดูอยากจะเข้าไปในครัว  พอหาตัวเจอแล้วจะไล่มันออกไปก็มักจ้องกลับมาคล้ายเคียดแค้นก่อนแลบลิ้นสีแดงเข้มขู่กลับเสมอ  เห็นแล้วอดคิดว่าแมวดำตัวนั้นเป็นปีศาจไม่ได้

พอตกดึกบางครั้งจะได้ยินเสียงคล้ายใครครวญคราง  ทุกคนบอกว่าเป็นเสียงลม  แต่ฉันอดคิดว่าเป็นเสียงยามทุกข์ทรมาณจากมนุษย์ไม่ได้  บางครั้งก็เคยลืมตาตื่นเพราะสัมผัสได้ว่ามีใครกำลังมอง  ฉันจะล็อกกุญแจจากด้านในยามอยู่ในห้องคนเดียว  กุญแจทุกดอกในคฤหาสน์จะเก็บรวมไว้เป็นพวงเดียว  ฉันดึงกุญแจห้องตัวเองออกมาจากพวงนั้นไว้เลยน่าจะหลับได้อย่างสบายใจ  แต่กลับนึกกลัวยามตกกลางคืนเสมอเพราะรู้สึกไม่ดีคล้ายมีใครบางคนเข้ามาอยู่ในห้อง

เกิดเหตุขึ้นในวันแสนหนาวเหน็บในฤดูหนาว  พวกเราพบศพคารามัทสึคุในห้องพักสำหรับคนใช้บนชั้น 1  กรรไกรใช้ตัดแต่งต้นไม้ในสวนเสียบลึกเข้ากลางหลังของเขา  ประตูกับหน้าต่างห้องถูกล็อกปิดเอาไว้  กล่าวคือพบศพอยู่ในห้องปิดตาย  เห็นลมหายใจสีขาวจากปากถูกสายลมพัดขึ้นล้อกับต้นไม้ที่คารามัทสึคุงตัดแต่งลอยขึ้นบนท้องฟ้าหนาวยะเยือกขณะรอตำรวจมาถึงอยู่ด้านนอก

 

“ก่อนอื่นช่วยบอกรายละเอียดตอนพบศพก่อนได้ไหมครับ”

ตำรวจสืบสวนหนุ่มผู้ถามคำถามกับฉันชื่อโทโดมัทสึ  ภาพลักษณ์ดูเฉียบคมจากสูทตัวใหม่เอี่ยมไร้รอยยับ  ฉันอธิบายเหตุการณ์ตอนพบตัวคารามัทสึให้ฟัง

จิบิตะรู้สึกตัวว่าประตูห้องพักล็อกอยู่  ตอนนั้นเป็นเวลา 13 นาฬิกา  แม้จะเลยเที่ยงไปแล้วแต่คารามัทสึกลับไม่มาทานข้าวเที่ยงจึงออกไปตามหา  จิบิตะคิดว่าเขาหลับอยู่ด้านในเพราะประตูห้องล็อกเลยลองเคาะประตูเรียกดูแต่กลับไม่มีเสียงตอบ  เขาส่งเสียงเรียกเสียงดัง  ฉันกับอิยามิเลยวิ่งมาดู

“ประตูถูกล็อกอยู่สินะครับ”

“ค่ะ  ฉันเลยไปเอาพวงกุญแจมาจะเปิดประตูน่ะค่ะ….”

พวงกุญแจเก็บไว้ในครัวบนชั้น 1  ทุกคนมักคล้องพวงกุญแจไว้บนตะปูซึ่งตอกไว้บนกุญแจ

“พวงกุญแจหายไป?”

“ค่ะ  ไม่รู้ว่าหายไปไหน”

พวกฉันเห็นว่าช่วยไม่ได้เลยออกไปด้านนอกแล้วส่องดูในห้องจากหน้าต่าง  หน้าต่างถูกปิดม่านไว้  แต่มีช่องว่างอยู่ระหว่างใต้ผ้าม่านกับขอบหน้าต่างเลยมองเห็นบริเวณพื้นห้องได้  พวกฉันเห็นคารามัทสึคุงนอนจมกองเลือดอยู่  อิยามิตกใจจนร้อง “เชร้ด!”  ออกมา

” ‘เชร้ด’?  นั่นอะไรเหรอครับ?”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ  คุณอิยามิมักจะส่งเสียงแบบนั้นพร้อมกับทำท่าประหลาดเวลาตกใจเสมอ”

“งั้นก็ช่างมันเถอะครับ  แล้วทุกคนเลยทุบกระจกเข้าไปในห้องเพื่อดูว่าเขาตายหรือเปล่าใช่ไหมครับ  ที่จริงควรจะเรียกตำรวจก่อนทุบกระจกนะครับ  ไม่แน่อาจเหลือหลักฐานไว้ชี้ตัวคนร้ายก็ได้”

ตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึหันกลับไปมองหน้าต่าง  กุญแจหน้าต่างเป็นแบบขันน็อกมาตั้งแต่เมื่อก่อน  พวกฉันจึงต้องทุบกระจกส่วนหนึ่งเพื่อไขมันออก  มีตำรวจสืบสวนอีกคนเดินมาก่อนวางมือบนไหล่ของตำรวจโทโดมัทสึ

“ผิดแล้วละ  โทโดมัทสึ  ก็ตอนนั้นไม่รู้นี่นาว่าตายแล้วหรือเปล่า  หากยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องเรียกรถพยาบาลให้เร็วที่สุด  จะพังหน้าต่างเข้าไปในห้องก็ไม่ผิดหรอก”

คนนั้นคือรองสารวัตรโจโรมัทสึ  ผู้นำทีมสืบสวน  เขาต่างจากเจ้าของภาพลักษณ์เฉียบคมของโทโดมัทสึตรงแต่งกายด้วยหมวกฟีดอราและเทรนช์โค้ทชวนนึกถึงตำรวจสืบสวนมือเก๋ายุคเก่า

“แล้วตอนพวกเธอเข้าไปในห้องนั้นไม่มีโอกาสที่คนร้ายจะซ่อนอยู่ในห้องบ้างหรือ?”

ฉันส่ายหัวหลังรองสารวัตรโจโรมัทสึถาม  ห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมกว้างห้าเมตรดูจืดชืดไม่มีที่พอให้คนซ่อน  ตำรวจทั้งสองคนทำหน้าเคร่งเครียดให้เห็น

“คนร้ายเอาพวงกุญแจไปหรือ”

“เห็นพวงกุญแจครั้งสุดท้ายเมื่อไร?”

“21 นาฬิกาเมื่อคืนที่แล้ว  คุณโทโทโกะซึ่งเป็นเมดคนนี้ใช้คนสุดท้ายน่ะครับ”

หลอดไฟบนทางเดินขาดจึงต้องไปเอาหลอดไฟกับบันไดพับมาจากห้องเก็บของเพื่อเปลี่ยน  ฉันใช้พวงกุญแจเปิดห้องเก็บของก่อนเอากลับไปไว้ที่เดิม  แต่ตอนนี้มันกลับหายไป

เห็นได้ชัดว่าทำไมตำรวจทั้งสองคนถึงสนใจพวงกุญแจ  หากคารามัทสึคุงล็อกกุญแจประตูจากด้านในด้วยตนเองหลับถูกแทงก็น่าจะมีเลือดติดอยู่บริเวณประตู  แต่กลับพบเลือดของเขาบริเวณที่เขาล้มอยู่ซึ่งก็คือบริเวณกลางห้องเท่านั้น  เขาไม่ได้ขยับไปจากตรงนั้นเลย  นั่นคือคนร้ายที่ฆ่าเขาล็อกประตูด้วยพวงกุญแจจากตรงทางเดิน

ผ่านไป 1 ชั่วโมงหลังเริ่มสืบสวน  ในที่สุดก็พบพวงกุญแจเสียที  มันจมอยู่ตรงก้นบ่อน้ำ  ทราบได้จากตอนคนสวมเครื่องแบบหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาแจ้งว่า “พบแล้ว!”  ไม่รู้ทำไมใบหน้าของเขาถึงเปื้อนเลือด   ฉันตกใจแต่เสียงเขาฟังดูร่าเริงดี

ชื่อของพนักงานพิสูจนหลักฐานคือจูชิมัทสึ  เขาพบพวงกุญแจนั้นโดยบังเอิญ  ได้ยินว่าเขาเห็นน้ำแข็งจับอยู่บนบ่อน้ำในสวนของคฤหาสน์จึงนึกอยากเล่นไอซ์สเก็ตขึ้นมาแต่กลับลื่นหน้าฟาดน้ำแข็ง  คงเพราะเหตุนั้นใบหน้าเขาจึงเปื้อนเลือด  ตอนนั้นน้ำแข็งส่วนหนึ่งแตกออกจึงเห็นพวงกุญแจจมอยู่ในบ่อน้ำ  โทโดมัทสึว่ากลับโกรธ ๆ ว่า  “อย่าเล่นสเก็ตระหว่างสืบคดีสิ!”  แต่รองสารวัตรโจโรมัทสึกลับชมว่า “เยี่ยมไปเลย!”

“พวงกุญแจอยู่ตรงก้นสระ  นั่นคือคนร้ายฆ่าผู้เสียชีวิตแล้วล็อกประตูก่อนโยนพวงกุญแจทิ้งในสระสินะครับ”

ตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึสันนิษฐาน  แต่ก็พบความจริงใหม่หลังตรวจสอบบ่อน้ำ  บ่อน้ำแข็งเป็นน้ำแข็งในช่วงเวลาตั้งแต่กลางดึกประมาณตี 3 ถึง 6 โมงเช้า  ฉันนึกสงสัยขึ้นมา

“แต่คารามัทสึคุงมาทานข้าวเช้าอยธ่นะคะ  ทุกคนเห็นเหมือนกันค่ะ”

เวลาอาหารเช้าคือ 7 นาฬิกา  หากเขาถูกฆ่าหลังจากนั้นแล้วคนร้ายโยนกุญแจทิ้งลงบ่อน้ำหลังใช้….ตอนนั้นน้ำแข็งจับตัวกันแล้ว  กุญแจจึงไม่น่าจะจมลงก้นบ่อน้ำได้

ส่วนเรื่องเวลาที่น้ำแข็งจับตัวบนบ่อน้ำนั้นระบุได้จากข้อมูลสองอย่าง  ก่อนอื่นคือคำให้การจากผู้ระบุที่อยู่ไม่ได้ 2 คน  พวกเขาบังเอิญหลงเข้ามาในเขตคฤหาสน์เมื่อคืน

“กำลังออกเดินทางไปทางทิศเหนืออยู่เน้อ”

“แต่ล้มตกลงไปในบ่อน้ำละน้อ~”

ทั้งสองคนถูกจับส่งตำรวจขณะเดินวนเวียนไปมาในสภาพเปียกโชกทั้งตัว  เห็นว่าทั้งสองคนหลงมาในคฤหาสน์แล้วตกลงไปในบ่อน้ำตอนประมาณ 3 นาฬิกา  แปลว่าตอนนั้นน้ำแข็งยังไม่จับตัวกัน

“ดูเหมือนน้ำแข็งจะจับตัวกันตอนประมาณ 6 นาฬิกานะครับ”  พนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึบอกขณะตรวจสอบผิวน้ำแข็งด้วยแว่นขยาย  บนผิวน้ำแข็งมีผงทองละเอียดติดอยู่  ประมาณ 6 นาฬิกาของเช้านี้เครื่องบินของมิสเตอร์แฟล็ก  มหาเศรษฐีผู้อาศัยอยู่ใกล้ ๆ กำลังบินโปรยผงทองสำหรับชมอาทิตย์ยามเช้าอยู่

จากข้อมูลที่กรมอุตุฯประกาศ  เช้านี้อุณหภูมิลดต่ำลงกระทันหันน้ำแข็งจึงก่อตัวก่อนฟ้าจะสาง  น้ำแข็งจับตัวกันสมบูรณ์ระหว่างเวลา 3 นาฬิกาถึง 6 นาฬิกา  แต่คารามัทสึคุงยังมีชีวิตอยู่ตอน 7 นาฬิกา  แล้วทำอย่างไรพวงกุญแจจึงไปอยู่ก้นบ่อ?

พวกฉันนึกกลัดกลุ้มขณะรวมตัวกันตรงจุดพบศพ  คารามัทสึคุงยังไม่ถูกพาตัวออกไปเลยนอนอยู่บนพื้นในสภาพกรรไกรเสียบอยู่กลางหลัง  “ไม่มีกุญแจสำรองหรอกเหวย”  อิยามิพูดพลางชี้นิ้วมาทางฉัน  “คนใช้พวงกุญแจคนสุดท้ายคือเทอนะเหวย  เทอแหละที่น่าสงสัยน่ะเหวย”  ฉันสับสนจนจะร้องไห้ออกมา  บรรยากาศในห้องดูผิดแปลกไปจากความเคลือบแคลง  แล้วตอนนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตูก่อนนักสืบจะปรากฎตัวขึ้น

 

2

คน ๆ นั้นเข้ามาในห้องด้วยสภาพล่องลอย  สวมหมวกล่าสัตว์กับโค้ทตัวยาวตามแบบนักสืบในภาพประกอบนิยาย  เขาเห็นรองสารวัตรโจโรมัทสึก่อนจะเข้าไปทักด้วยท่าทีสนิทสนม

“ไง  คุณโจโร  สืบคดีได้ราบรื่นดีไหม?”

“โอโซมัทสึคุง  ขอโทษที่เรียกมากระทันหันนะ”

นักสืบ  หรือรู้จักกันในนามโอโซมัทสึจอมผ่อนคลาย  รองสารวัตรแนะนำเขาให้ทุกคนรู้จัก  เขารับคดีมามากกว่าสองพันคดี  หน้าที่ของเขาคือคลายบรรยากาศชวนตึงเครียดในที่เกิดเหตุโดยไม่ได้ไขปริศนาหรือทริคอะไร  อีกทั้งยังเห็นว่าไม่เคยไขคดีได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว  นักสืบไขคดีไม่ได้?  อะไรนั่น?  ฉันชักสับสนขึ้นมา  พวกฉันนึกระแวดระวังผู้มาใหม่ในห้องซึ่งตกอยู่ภายใต้ความเงียบงัน  แต่ในตอนนั้นเอง

“คุณโจโร  มีด้ายห้อยมาจากชายเสื้อโค้ทนะครับ”

จู่ ๆ นักสืบก็พูดเช่นนั้นออกมาขณะฟังคำอธิบายคดีคร่าว ๆ  จริงอยู่ที่พอมองดี ๆ แล้วก็เห็นด้ายยาวห้อยย้อยลงมาจากบริเวณข้อมือเสื้อโค้ทของรองสารวัตร  เมื่อเห็นแล้วครั้งหนึ่งก็อดติดใจไม่ได้  รองสารวัตรกล่าว “ต้องขออภัยด้วย” แล้วพยายามดึงด้ายออก  แต่ยิ่งดึงกลับยิ่งยืดยาวออกมาอีก

“ให้ผมจัดการเอง”

นักสืบใช้กรรไกรตัดด้ายนั้นขาด

พวกฉันพูดไม่ออก  นักสืบใช้กรรไกร  ใช่  ใช้กรรไกร  พวกฉันจำกรรไกรที่เขาใช้ได้  ตรงปลายยังเปื้อนเลือดอยู่  นั่นมันกรรไกรที่เสียบอยู่บนหลังคารามัทสึคุงหรือเปล่า  รองสารวัตรโจโรมัทสึรู้สึกตัวขึ้นมาเลยส่งเสียงขึ้น

“เดี๋ยว  แบบนี้ก็แย่สิ  โอโซมัทสึคุง  นั่นมันอาวุธนะ  ดึงออกมาตั้งแต่เมื่อไร?”

“อ้ะ  โทษทีครับ  เผลอไปหน่อย…”

นักสืบยกมือเกาหัวคล้ายรู้สึกผิดแล้วโยนกรรไกรทิ้ง  สีหน้ากับท่าทางนั้นดูมีเสน่ห์  พวกฉันตกตะลึงจนนึกเพี้ยนขึ้นมา  จิบิตะเองก็กลั้นหัวเราะพลางพูดว่า  “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”  บรรยากาศตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลง  ความอึดอัดเต็มพื้นที่ค่อย ๆ ระบายออกอย่าได้จังหวะ  แบบนี้นี่เอง  ความสามารถนี้ทำให้เขาได้ชื่อว่าโอโซมัทสึจอมผ่อนคลายละสินะ

การพูดคุยสบาย ๆ เกิดขึ้นล้อมรอบศพของคารามัทสึคุง  บรรยากาศชวนหายใจไม่ออกเมื่อครู่หายไปราวกับโกหก  หากไม่มีศพอยู่ตรงปลายเท้าแล้วก็ดูเหมือนกำลังจัดปาร์ตี้ยืนกินกันอยู่  อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าสิ่งสำคัญกว่าการไขคดีคือทุกคนอยู่ด้วยกันด้วยรอยยิ้ม

“คฤหาสน์วิเศษไปเลยนะครับ”  โอโซมัทสึกล่าวชมจนอิยามิเองก็ทำสีหน้าพึงพอใจ  นักสืบมองไปรอบ ๆ สถานที่พบศพขณะพูดคุยเรื่อยเปื่อยไปด้วย  ห้องพักสำหรับคนใช้นนั้นเรียบง่าย  ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ดูราคาแพงส่องประกายเหลืองทองในห้องอื่นอยู่ในที่แห่งนี้  โซฟาและโต๊ะยาวเป็นของถูก  กำแพงฝั่งตรงข้ามหน้าต่างมีชั้นวางของวางไว้  แสงไฟในห้องก็เป็นหลอดไฟเปลือยห้อยมาจากตรงกลางเพดาน

“อุ่นน่าดู  ทั้งที่มีรูอยู่บนหน้าต่างแท้ ๆ”

“มีห้องหม้อน้ำอยู่ใต้ดินค่ะ  ใต้ห้องนี้พอดี  เวลาใช้น้ำร้อนก็จะจุดเชื้อเพลิงต้มน้ำในห้องนั้น  ความร้อนเลยขึ้นมาถึงห้องนี้ด้วยค่ะ”

นักสืบเคี้ยวคุ้กกี้ขณะฉันอธิบายอยู่  เขากำลังจะหยิบคุ้กกี้อีกชิ้นจากจานแต่กลับทำตก  คุ้กกี้ตกลงเสียบตั้งขึ้นระหว่างแผ่นไม้สองแผ่นบนพื้นพอดี  แผ่นไม้บิดงอถึงขนาดเกิดช่องว่างขนาดนั้นได้  นักสืบนึกอะไรออกได้ขณะก้มเก็บคุ้กกี้  “ทุกคนดูนี่สิ”  เขาชี้ไปยังเท้าของคารามัทสึคุง

“ลายนี่แปลกดีนะ  ซื้อจากที่ไหนกัน?”

ถุงเท้าที่คารามัทสึคุงสวมอยู่เป็นลายโอเด้ง  ถ้าพูดถึงโอเด้งก็ต้องจิบิตะ

“นั่นน่ะคู่เด่นของฉันเลย  ฉันให้เป็นหลักฐานแสดงความเป็นเพื่อน  หมอนี่เป็นเพื่อนดื่มน่ะนะ  บ้าบอที่สุด  ทำไมถึงตายไปได้เล่า!”

จิบิตะร้องไห้  ฉันเองก็นึกเศร้าขึ้นมาเช่นกัน  ฉันมักคุยกับคารามัทสึคุงเวลาพักเสมอ  เวลาเล่าความฝันของตนเองว่าอยากเป็นไอดอล  เขากลับตั้งใจฟังที่นึกว่าจะถูกหัวเราะเยาะใส่

“ความฝันนี้ไม่เลวหรอก  โทโทโกะจัง  เธอน่ะสักวันย่อมเป็นไอดอลได้แน่  มนุษย์น่ะเป็นอะไรที่อยากเป็นได้นะ  อย่ายอมแพ้ละ”

แม้บางครั้งเขาจะวางท่าจนน่ารำคาญอยู่บ้างแต่ก็เป็นคนอ่อนโยน  มีเพียงอิยามิทำหน้าเย็นชาอยู่ข้าง ๆ ขณะฉันกับจิบิตะเซื่องซึมลง  เขาทำเพียงใช้งานคารามัทสึคุงอย่างเดียว  แทบไม่ได้พูดคุยอะไรด้วยเลย

เศษกระจกหน้าต่างตอนทุบกระจกเข้าห้องมายังเหลืออยู่บนกรอบหน้าต่าง  ก้อนสีขาวเล็ก ๆ ค่อย ๆ ตกผ่านลงมาจากอีกฟากหนึ่ง  หิมะเริ่มโปรยปรายลงมา  สวนคฤหาสน์เปลี่ยนเป็นสีหนาวเหน็บ  ในเมื่อคนสวนไม่อยู่  สักวันต้นไม้คงต้องเหี่ยวเฉาขึ้นมาไม่ผิดแน่

รองสารวัตรโจโรมัทสึกับตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับคดี  พวกฉันต่างเงี่ยหูฟังดู  “คนร้ายฆ่าผู้ตายแล้วล็อกกุญแจออกไปจากห้องก่อนทิ้งกุญแจลงก้นบ่อน้ำ  ตอนนั้นกุญแจโดนความร้อนอย่างมากอยู่หรือเปล่า  กุญแจก็เลยละลายหิมะจมลงสู่ก้นบ่อ  แล้วส่วนที่หิมะละลายค่อยถูกความเย็นโดยรอบจนกลับมาแข็งอีกครั้ง”  “กุญแจจะทนความร้อนถึงขั้นละลายน้ำแข็งได้เหรอครับ?”  “งั้นคนร้ายอาจเจาะรูบนน้ำแข็งหย่อนกุญแจลงไป  ก่อนเอาน้ำแข็งแกะเป็นรูปจุกคอร์กอุดไว้ก็ได้”  “น่าจะมีทางน้ำอยู่ก้นบ่อแล้วกุญแจไหลมาจากที่อื่นมากกว่าก็ได้นะครับ”  แต่ข้อสันนิษฐานสุดท้ายก็ถูกปฏิเสธลงด้วยน้ำมือพนักงานพิสูจน์หลักฐานโจชิมัทสึ  เขาลองดำลงไปใต้น้ำแข็งเพื่อตรวจสอบบ่อน้ำทุกตารางนิ้วแต่ก็ไม่เห็นสิ่งคล้ายทาน้ำเชื่อมมายังบ่อเลย  หลังพนักงานพิสูจน์หลักฐานโจชิมัทสึรายงานเสร็จก็ออกจากห้องไปเพื่อเปลี่ยนชุดที่เปียกน้ำออก

พวงกุญแจใต้น้ำแข็งทำทุกคนปวดหัว  น้ำแข็งก่อตัวกันตอนรุ่งสาง  ส่วนประตูถูกล็อกหลังจากน้น  แล้วกุญแจจมไปอยู่ใต้บ่อน้ำได้อย่างไร?  ฉันลองคิดไขปริศนานี้ดูแต่ก็ไม่เข้าใจสักนิด

“คนสวนเสียชีวิตก่อนน้ำแข็งจับตัวกันหรือเปล่า?”

ใครสักคนเอ่ยแบบนั้นออกมา  ฉันมองไปรอบห้องหาเจ้าของคำพูด

“อาหารเช้าเริ่มตอน 7 โมงเช้า  หากคารามัทสึที่ทุกคนเห็นตอนนั้นไม่ใช่คารามัทสึแต่เป็นคนอื่นก็ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น  คนร้ายน่าจะเป็นคนที่คล้ายคารามัทสึ  เขาฆ่าคารามัทสึตอนกลางดึก  ล็อกประตูห้องแล้วทิ้งพวงกุญแจลงบ่อน้ำ  ก่อนสวมแว่นกันแดดและเสื้อหนังปลอมเป็นคารามัทสึทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้มาร่วมทานข้าวเช้าไง”

เสียงนั้นแผ่วเบาไร้จิตวิญญาณ  คนหน้าตาคล้ายคารามัทสึคุง?  มีคนแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอ?  หากไม่หน้าตาคล้ายกันแบบพี่น้องไข่ฟองเดียวกันแล้วถึงจะสวมแว่นกันแดดก็ย่อมความแตกว่าเป็นคนอื่นทันทีสิ?  และยังไม่รู้เช่นกันว่าเขามีพี่น้องหน้าตาเหมือนกันขนาดนั้นอยู่หรือเปล่าด้วยซ้ำ

“เอาเถอะ  ลืมไปเสีย  ฉันผ่านมาได้ยินบทสนทนาพอดีเลยขอร่วมสันนิษฐานด้วยเท่านั้นเอง”

เจ้าขอคำพูดยืนอยู่ตรงระเบียงนอกห้อง  ตรงเท้ามีแมวดำคลอเคลียคล้ายจะถูไถไปทั้งตัว  เสื้อผ้าขาดวิ่น  มือข้างหนึ่งถือมีดเปื้อนเลือด  ส่วนมืออีกข้างกำของคล้าย ๆ เครื่องใน  “ไปก่อนละ”  เขากล่าวทิ้งไว้ก่อนจะเดินจากไป  แมวไล่ตามคน ๆ นั้นไปคล้ายเชื่องกับเขา  เลือดหยดจากเครื่องในในมือทิ้งรอยจุดสีแดงไว้บนทางเดิน  ทุกคนในที่แห่งนั้นรวมถึงฉันตะโกนออกมา

“ใครน่ะ!?”

ไม่สิ  มีเพียงคนเดียวยืนตัวสั่นด้วยใบหน้าซีดไม่ส่งเสียงอะไรออกมา  คน ๆ นั้นคือนายจ้าง  อิยามินั่นเอง

 

3

รองสารวัตรโจโรมัทสึกับตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึไล่ตามคนสวมหน้ากากเหล็กพาตัวกลับมา  หน้ากากเหล็กเปิดช่องว่างกลมโตบริเวณตา  รอบ ๆ ปากสานเป็นเส้น  จึงมองเห็นใบหน้าจริงได้เพียงแค่ส่วนเดียวคือบริเวณดวงตา  หนังตาเขาตกย้อยลงมาครึ่งหนึ่งคล้ายง่วงงุน  เขานั่งบนโซฟามองกลับมายังทุกคน  ตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึตะโกนขึ้น

“แล้วเครื่องในนั้นมันอะไร!?  น่ากลัวอยู่นะ!”

ชายสวมหน้ากากเหล็กตอบคล้ายรำคาญ

“อะไรน่ะเหรอ  เครื่องในปลาไง”

“ปลา!?  อย่ามาทำไขสือเลยน่า!”

“ฉันทำอาหารให้หมอนี่กินอยู่น่ะ”

แมวดำใช้ลิ้นสีแดงเข้มเลียหยดเลือดจากเครื่องในปลา  ชายสวมหน้ากากเหล็กหันสายตาไปทางอิยามิ

“ไง  อิยามิ  ฉันออกมาแล้วนะ  ไม่ได้คุยกันตรงชั้นใต้ดินมานานกี่ปีแล้ว”

“มีไม่รู้จักคนอย่างนายหรอกเหวย”

แต่ท่าทางอยู่ไม่สุขนั้นดูยังไงก็รู้ว่ารู้จักอีกฝ่ายดี

“เธอเป็นใครกันแน่?”

รองสารวัตรโจโรมัทสึถามถึงที่มาคนใส่หน้ากากเหล็ก  เขาอธิบายกลับให้ขณะจ้องไปทางอิยามิ

“ฉันถูกขังตัวไว้ชั้นใต้ดินมา 7 ปีแล้ว  เพิ่งจะออกมาได้เมื่อกี๊นี้เอง”

ฟังจากที่เขาเล่าแล้วดูเหมือนว่าคฤหาสน์หลังนี้จะมีทางใต้ดินลับอยู่  มีประตูลับอยู่บนกำแพงห้องหม้อน้ำ  แล้วสุดทางเดินจากตรงนั้นมีห้องขังกั้นด้วยลูกกรงเหล็กอยู่  เขาถูกขังไว้ในนั้น  ใช้ชีวิตด้วยการทานอาหารที่อิยามิเอามาให้กลางดึก  ในห้องมีน้ำประปาและห้องน้ำเตรียมไว้  มีไฟฟ้าใช้  มีทั้งทีวีและโต๊ะโคทัตสึ  และมีอุปกรณ์พอทำอาหารง่าย ๆ อยู่ด้วย  แต่ก็อดสงสารเมื่อได้ยินว่าถูกขังไว้ถึง 7 ปีไม่ได้  ฉันนึกสงสัยว่าโกหกหรือเปล่า  แต่ดูจากท่าทีของอิยามิแล้วคงจะจริง

“มีเตรียมที่ไว้ให้พอใช้ชีวิตได้สุขสบายแล้วนะเหวย!”

เขาคงเห็นว่าพูดเอาตัวรอดไม่ได้แล้ว  และเหตุผลที่เขาขังชายสวมหน้ากากเหล็กไว้ก็ถูกเปิดเผย  คฤหาสน์หลังเก่านี้เดิมทีเป็นของชายสวมหน้ากากเหล็กได้รับมรดกตกทอดมา  แต่เมื่อ 7 ปีก่อนเขาถูกอิยามิหลอกยึดก่อนเอาตัวไปขังไว้ใต้ดิน  ฉันกับจิบิตะ  และน่าจะรวมถึงคารามัทสึคุงถูกว่าจ้างโดยหลงคิดว่าอิยามิเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้โดยไม่มีใครรู้ความจริง

“หมอนี่เอาไอ้นี่มให้เลยปลดล็อกคุกใต้ดินได้น่ะ”

ชายสวมหน้ากากเหล็กยกเครื่องในปลาให้แมวดำใกล้เท้า  แล้วหยิบพวงกุญแจออกมาจากเสื้อ  กุญแจนนั้นเป็นของคฤหาสน์หลังนี้  เหมือนว่าแมวดำตัวนี้จะลอบเอาพวงกุญแจซึ่งเป็นหลักฐานพบจากก้นบ่อน้ำออกไป  เลยทำให้เขาออกมาจากคุกได้ในจังหวะนี้พอดี

จะว่าไปแมวตัวนี้มักหาทางเข้าไปในครัวเสมอ  ไม่แน่ว่าคงทุ่มความพยายามจะเอาพวงกุญแจไปให้เขามาตลอด  เพราะพวงกุญแจมักเก็บไว้ในห้องครัวเสมอ

“รู้แล้วเหวย!  เทอเป็นคนร้ายฆ่าคารามัทสึใช่ไหมเหวย!  ยังไงก็ต้องใช่แน่เหวย!  ดูยังไงก็น่าสงสัยออกจะตายไปเหวย!”

“ฉันเพิ่งออกมาได้เมื่อกี๊  จะไปทำได้ยังไง  ลองคิดให้ดีสิ”

“ที่เทอวิเคราะห์เมื่อกี๊ก็ผิดเหวย!  มีออกไปเดินเล่นข้างนอกหลังข้าวเช้าและผ่านหน้าห้องนี้ด้วยเหวย!  ในห้องยังไม่มีใครล้มอยู่เลยนะเหวย!”

“อย่าพูดมั่ว ๆ โยนความผิดกันสิ”

หน้าต่างมีผ้าม่านปิด  พอมองเห็นบริเวณพื้นจากช่องว่างระหว่างผ้าม่านกับกรอบหน้าต่างได้ก็จริง  แต่จะยืนยันได้ว่าไม่มีใครล้มอยู่จากเพียงแค่มองเหลือบ ๆ ตอนเดินผ่านได้หรือ  ฉันนึกอะไรออกเลยเปิดปากพูดจากด้านข้า

“เสียงที่ได้ยินกลางดึกเป็นของคุณสินะคะ”

ฉันเคยได้ยินเสียงคล้ายเสียงโหยหวนชวนขุกลุกยามดึก  ต้องเป็นเสียงเขาคร่ำครวญเรื่องตนเองถูกขังไว้ไม่ผิดแน่  ชายสวมหน้ากากเหล็กมองมาทางฉันก่อนพยักหน้า

“เออ  น่าจะ  ช่วงนี้รายการทีวีตอนดึกสนุกด้วยสิ”

“เสียงหัวเราะหรอกเหรอคะ  เอ๊ะ  ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยโล่งหน่อยค่ะ  แล้วสายตาที่สัมผัสได้ตอนดึกละคะ?  นั่นก็เป็นคุณเหรอ?”

“สายตา?  พูดเรื่องอะไร?”

ตอนนั้นเองประตูห้องถูกเปิดออก  พนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึกลับมาจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกโชก  พอเขาเห็นชายสวมหน้ากากเหล็กก็ตะโกน “จับตัวคนร้าย!” แล้วกระโจนเข้าใส่  “เดี๋ยว….!  ไม่ใช่…..!”  ชายสวมหน้ากากเหล็กขัดขืนแต่ถูกท่ามวยปล้ำเข้าจัง ๆ  คอบร้าทวิสต์  หรืออีกชื่อคือท่าหักซี่โครง

ในห้องกลับมาสงบลงหลังเกิดความวุ่นวายไปครั้งหนึ่งจากฝีมือนักสืบจอมผ่อนคลาย  เขากล้าแทรกตัวเข้าไประหว่างพนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึและชายสวมหน้ากากเหล็กก่อนพูด  “ใจเย็นก่อนจูชิมัทสึคุง!” แล้วพยายามแยกทั้งคู่ออก  ก่อนจะแทรกเข้าไประหว่างช่องว่างแคบ ๆ ระหว่างพวกเขา  เกิดการตะลุมบอนขึ้นครู่หนึ่ง  ก่อนทุกคนจะนึกขึ้นได้หลังเฝ้ามองความเป็นไปว่าจะจบอย่างไร  ไม่รู้ว่าชายสวมหน้ากากเหล็กถูกปล่อยตัวออกมากุมซี่โครงตั้งแต่เมื่อไร  กลับกันแล้วนักสืบโอโซมัทสึ กลับรับท่ามวยปล้ำนั้นแทน  สลับตัวกันตั้งแต่เมื่อไรกัน  ตัวนักสืบเองก็ตกใจว่า “ทำไม—!?”  ภาพนั้นช่างตลกขบขันจากพวกฉันผ่อนคลายความตึงเครียดลงในที่สุด

พนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึปล่อยตัวนักสืบ  รับฟังที่มาที่ไปของชายสวมหน้ากากเหล็กก่อนจะขอโทษเรื่องออกท่ามวยปล้ำใส่กระทันหัน  เขาหันไปหารองสารวัตรโจโรมัทสึแล้วหยิบพวงกุญแจออกมาจากกระเป๋าชุดเครื่องแบบ  พวงกุญแจอยู่ในถุงใสสำหรับใส่หลักฐาน

“รองสารวัตรโจโรมัทสึ  ผมรีบให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบนี่มาแล้วครับ  แต่หาหลักฐานระบุตัวคนร้ายไม่เจอเลยครับ”

ทุกคนพูดไม่ออกหลังได้ยินรายงาน  ฟังจากที่เล่าแล้ว  เขารีบเต็มกำลังกลับไปถึงกรมตำรวจเพื่อเปลี่ยนเครื่องแบบและนำพวงกุญแจไปวิเคราะห์อย่างละเอียดไปพร้อม ๆ กัน  นั่นคือสิ่งนั้นอยู่ในมือเขาตลอด  เรื่องนี้หมายความว่าไง  พอหันกลับไปหาชายสวมหน้ากากเหล็กก็ยังเห็นเขาถือพวงกุญแจแบบเดียวกันอยู่นือ

 

ความจริงนั้นเรียบง่ายกว่าที่คาด  ไม่มีกุญแจสำรอง  คนยืนยันเช่นนั้นคืออิยามิ  ทำไมเขาถึงโกหก  อิยามิเปิดปากเฉลยความจริงอย่างไม่เต็มใจ  เขาทำกุญแจสำรองไว้เพื่อใช้ลอบเข้ามาในห้องฉัน  แทรกตัวกับความมืดสนุกกับการมองหน้าฉันยามหลับเป็นงานอดิเรกลับ ๆ  โรคจิต  มีคนโรคจิตอยู่ที่นี่  สายตาที่ฉันสัมผัสได้ยามตื่นจากหลับใหลเป็นของอิยามินั่นเอง  แถมเขาไม่ได้ทำกุญแจสำรองแค่เพียงห้องฉันเท่านั้น  เขายังลอบเข้าไปขโมยของจากห้องของคารามัทสึคุงหรือจิบิตะในระดับไม่ให้รู้สึกตัวอีก  เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นเลยอ้างกับตำรวจว่าไม่มีกุญแจสำรอง  “นายเนี่ยมันขยะเน่าเฟะจริง ๆ!”  ตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึคว้าคอเสื้ออิยามิ  แต่อิยามิกลับลอยหน้าลอยตาคล้ายสู้กลับ  “แค่ปิดเรื่องกุญแจสำรองไปจะโกรธอะไรนักหนาเหวย”

“จะว่าไปก่อนหน้านี้….”  จิบิตะกล่าวขึ้นมา  “ฉันเคยทะเลาะกับอิยามิข้างนอก  ลืมไปแล้วว่าเรื่องอะไรแต่ทุ่มเถียงกันแรงน่าดู”  อิยามิคว้าตัวจิบิตะตะคอกใส่ว่า “จะฆ่าแกนะเหวย!”  แล้วจิบิตะก็โต้กลับว่า  “ก็เอาเซ่ไอ้เวรตะไล!” ก่อนทั้งคู่จะตกไปในบ่อน้ำ  ตอนนั้นกุญแจสำรองอาจจะหล่นจากเสื้ออิยามิจมไปในบ่อน้ำก็ได้  “จะว่าไปก็ทำกุญแจสำรองหายตั้งแต่วันนั้นแหละเหวย”  อิยามิเองก็เห็นด้วย

“อะไรเนี่ย  แบบนี้เองเหรอ  ไขปัญหาได้แล้วสิ”  นักสืบโอโซมัทสึกล่าว  จะว่าไปก็ใช่  พวงกุญแจมีสองพวง  หนึ่งในนั้นจมอยู่ตรงก้นบ่อ  แบบนั้นก็ไม่มีปริศนาอะไรแล้วละ  “พวงกุญแจในบ่อจมอยู่ตรงก้นบ่อก่อนหน้าผู้เสียชีวิตถูกฆ่านานมาแล้ว  ก็หมายความว่าไม่จำเป็นต้องสนเรื่องน้ำแข็งก่อตัวเมื่อไรแล้ว  คนร้ายต้องใช้พวงกุญแจที่เธอถืออยู่นี้ล็อกกุญแจห้องแน่ ๆ”

ชายสวมหน้ากากเหล็กยื่นพวงกุญแจให้แมวดูก่อนถามคำถาม

“บอกทีสิว่านายไปได้ไอ้นี่มาจากไหน?”

แมวตัวนั้นเลียขนตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ  แต่ฉันรู้ดี  ไม่แน่ว่าเรื่องแมวตัวนั้นเจอพวงกุญแจจากบนน้ำแข็งในบ่อกับเรื่องคนร้ายโยนพวงกุญแจทิ้งแล้วแมวไปพบเข้าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  พวงกุญแจคงมีกลิ่นปลาติด  ไม่ว่าฉันแตะอะไรก็จะมีกลิ่นปลาติดอยู่เสมอ  ฉันคือคนร้าย  ฉันคือคนฆ่าคารามัทสึคุง

 

4

ฉันทนความรู้สึกผิดไม่ไหวจนต้องเล่าความจริง  “ฉันทำเองค่ะ”  เวลาล่วงเลยถึงช่วงอาหารเย็นตอนทราบตัวคนร้าย  จิบิตะจึงทำโอเด้งร้อน ๆ มาให้ทาน  โอเด้งนั้นอร่อยเพราะแม้แต่หัวไชเท้ายังซึมซับรสชาติได้เหมาะเจาะ  ทุกคนล้อมศพของคารามัทสึทานโอเด้งด้วยอารมณ์กันเอง  สีหน้าของทุกคนสดใสหลังฉันสารภาพและคดีคลี่คลาย  ฉันฝันอยากเป็นไอดอล  แต่คงไม่มีทางสำเร็จแล้ว  ฉันนึกเศร้าที่ต้องยอมละทิ้งความฝันแต่ก็ได้บรรยากาศอบอุ่นจากนักสืบจอมผ่อนคลายช่วยไว้  นักสืบโอโซมัทสึพูดว่า “ไม่แน่ว่าทำแบบนี้แล้วอาจจะตื่นก็ได้” แล้วทำซุปโอเด้งร้อน ๆ หกรดคารามัทสึคุง  “คงไม่ตื่นหรอก  ก็ตายแล้วนี่นา  คารามัทสึ”

ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราวตอนฉันฆ่าคารามัทสึคุง  ที่จริงแล้วเป็นอุบัติเหตุ  คารามัทสึคุงปรากฎตัวขึ้นตอนฉันกำลังพักผ่อนตมสบายในห้องพักหลังทำงานช่วงเช้าเสร็จ  พวกฉันพูดคุยเรื่อยเปื่อยกันเล็กน้อย  ก่อนเขาจะพูดจาโอ้อวดฟังแล้วทนไม่ได้ตามเคย  ฉันเลยต่อยท้องเขากะว่าตบมุก  ด้วยท่าบอดี้โบลว์  แล้วกรรไกรสำหรับแต่งกิ่งที่เขาถือครองอยู่จะหล่นลงเสียบด้านคมขึ้นจากพื้นระหว่างช่องว่างของแผ่นไม้ที่บิดงอ  โชคร้ายที่คารามัทสึคุงล้มลงบนนั้นจนปลายคมของกรรไกรเสียบเข้าแผ่นหลังจนลึก  เขาเสียชีวิต  ฉันจับตัวเขานอนลงบนพื้นด้วยความไม่เชื่อและลองดึงกรรไกรออกแต่ก็เปลี่ยนใจกลางคัน  แม้จะเป็นอุบัติเหตุ  แต่หากมีประวัติฆ่าคนก็อาจจะเป็นไอดอลไม่ได้  ฉันเช็ดลายมือบนกรรไกรออกแล้วล็อกกุญแจห้องด้วยพวงกุญแจก่อนตัดสินใจทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แทน

“ฉันทิ้งพวงกุญแจลงบ่อน้ำค่ะ  ตอนนั้นไม่รู้ว่าน้ำแข็งเป็นน้ำแข็งอยู่  เพราะโยนจากที่ไกล ๆ ฉันเลยคิดไปว่ามันคงจมลงน้ำไปแล้ว”

พวงกุญแจที่ฉันทิ้งคงนอนอยู่บนผิวน้ำแข็ง  แล้วแมวก็หยิบมันจากไป  พวงกุญแจอีกพวงหนึ่งที่จมอยู่ใต้น้ำแข็งทำคดีชวนสับสนยิ่งขึ้น

“ขอโทษนะคะทุกคน  ฉันผิดเองค่ะ  คารามัทสึคุง  ขอโทษนะ….”

ฉันก้มหัวขอโทษจากใจจริง  คิดเช่นนั้นในใจไม่มีเสแสร้ง  แม้จะนึกผิดที่ทำลายบรรยากาศผ่อนคลายลงไปแต่น้ำตาก็ไหลออกมา  ถ้ายอมบอกไปตรง ๆ แต่แรกเสียก็ดี  ฉันมันบ้า  บ้าที่โกหกคิดซ่อนความผิดเพื่อความฝันซึ่งไม่รู้ว่าจะมีทางเป็นจริงไหมของตัวเอง

อิยามิเชิดสายตาขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน

“ขอโทษไปคนตายก็ไม่กลับมานะเหวย  ยัยฆาตกร!  เพราะเธอค่าสินทรัพย์ของคฤหาสน์เลยตกลงเลยเหวย!  จะรับผิดชอบยังไงเหวย!”

เขาพูดว่าร้ายฉัน  คำผรุสวาสมากมายหลั่งไหลออกมาจากใต้ฟันที่ยื่นออกมา  แต่ฉันไม่อาจโต้กลับอะไรได้หลังทำเรื่องเลวร้ายที่สุดไปเสียแล้ว

ตอนนนั้นเอง  นักสืบโอโซมัทสึก็ดีดนิ้วคล้ายนึกอะไรออก

“จริงด้วย  นึกเรื่องดี ๆ ออกแล้ว”

บรรยากาศในห้องเริ่มแย่ลง  เขาเลยคงใช้วิธีเฉพาะตัวหาทางผ่อนคลาย  แล้วเขาก็พูดต่อ

“โทโทโกะจังน่าสงสารอยู่นะ  มาลองหาตัวคนร้ายคนอื่นกันดีกว่า”

“เอ๊ะ  เดี๋ยว  หมายความว่าไงเหวย”

“ไม่มีกุญแจสำรองอยู่ใช่ไหมล่ะ?”

“มีสิเหวย”

“ไม่มีสิ  นายบอกเองนี่  มีคำให้การบันทึกอยู่นะ”

นักสืบหันไปหาตำรวจสอบสวนโทโดมัทสึ  ตำรวจอ่านที่จดไว้ในสมุดพกแล้วพยักหน้า

“นั่นสินะครับ  ไม่มีกุญแจสำรอง  เขาเป็นคนยืนยันเช่นนั้นเอง”

แล้วตำรวจสอบสวนโทโดมัทสึก็ฉีกหน้าที่เหลือของสมุดพกก่อนขยำทิ้งด้วยสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ไม่แน่ว่านั่นคือบันทึกเรื่องมีกุญแจสำรองหลับอิยามิถอนคำพูด  อิยามิมองไปทางนักสืบและตำรวจสอบสวนด้วยทีท่าสับสน

“จะว่าไปก็ใช่นะ  โทโทโกะจังน่ารักขนาดนี้จะฆ่าคนได้ยังไง  ต้องมีความจริงอย่างอื่นอยู่แน่  หากไม่มีกุญแจสำรองแล้วสรุปก็คือเป็นแบบนี้ไง”  รองสารวัตรโจโรมัทสึกล่าวขึ้น  “หลังโทโทโกะจังใช้พวงกุญแจตอน 21 นาฬิกาของวันก่อน  แมวก็ลอบเข้าไปในครัวหยิบมันออกไป  แต่แมวทำพวงกุญแจตกลงไปในบ่อน้ำตอนกลางดึก  พอถึงตอนเช้าน้ำแข็งก็จับตัวกันจนกุญแจถูกทิ้งไว้ก้นบ่อ  นั่นคือผู้ตายถูกฆ่าในห้องปิดตาย  ตัวเขาล็อกกุญแจจากด้านในเอง  แล้วคนร้ายก็อาศัยจังหวะนั้นใช้ทริคบางอย่างฆ่าผู้ตายจากด้านนอก

“วิธีแบบนี้หรือเปล่า”  นักสืบโอโซมัทสึกล่าว  “ก่อนอื่นคนร้ายได้กรรไกรจากผู้ตายมาก่อน  แล้วใส่กรรไกรไว้ในน้ำแข็งให้ปลายกรรไกรยื่นออกมา  ก่อนจะเจาะรูในก้อนน้ำแข็งร้อยเอ็นแขวนไว้กับเพดาน”  ทุกคนเงยหน้ามองเพดานในห้องพัก  มีตัวยึดแขวนหลอดไฟห้อยอยู่ตรงกลาง  “คนร้ายแขวนก้อนน้ำแข็งไว้ตรงนั้นแล้วทำให้แกว่งไปมาเหมือนลูกตุ้มครับ”

“แล้วทำไงถึงแกว่งมันได้?”  รองสารวัตรโจโรมัทสึถาม

“มีชั้นวางของอยู่ตรงกำแพงตรงข้ามกับหน้าต่าง  เขาวางก้อนน้ำแข็งไว้บนนั้นแล้วเกี่ยวเอ็นไว้กับตัวยึดบนเพดาน  ก่อนจะม้วนเอ็นอีกเส้นไว้กับน้ำแข็ง  แล้วโยงเอ็นเส้นนั้นไปข้างนอกหน้าต่าง  พอผู้ตายเข้ามาในห้องแล้วเดินมาถึงตำแหน่งเหมาะ ๆ ก็กระตุกเอ็นจากด้านนอก….”  พวกฉันนึกภาพก้อนน้ำแข็งถูกเอ็นดึงจนตกจากชั้นวางของก่อนจะแกว่งเป็นทางคล้ายลูกตุ้มชนเข้ากับแผ่นหลังคารามัทสึคุง  และภาพปลายกรรไกรที่ยื่นจากก้อนน้ำแข็งเสียบเข้าหลังของเขา  “เขาใช้เส้นเอ็นเส้นบางเลยสามารถดึงผ่านช่องว่างหน้าต่างจากด้านนอกได้ไงครับ”

“แล้วจะทำยังไงกับก้อนน้ำแข็งและเส้นเอ็นล่ะ?  ไม่งั้นก็ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุสิ?”  ตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึสงสัย

“ถ้าเดินเครื่องหม้อน้ำตรงชั้นใต้ดินแล้วห้องนี้ก็จะอุ่นขึ้นจนก้อนน้ำแข็งละลาย  ส่วนเอ็นที่แขวนกับเพดานและที่ใช้ดึงจากด้านนอกหน้าต่างนั้นก็แค่ม้วนไว้ที่ไหนสักแห่งก็เก็บทั้งคู่ออกไปได้  คงดัดแปลงไว้เพื่อดึงออกจากตัวยึดบนเพดานได้  จนเหลือแค่กรรไกรเสียบอยู่บนตัวผู้ตาย”

จิบิตะตะโกนด้วยสีหน้าไม่ยอมรับ

“แล้วทำไมคนร้ายถึงฆ่าคารามัทสึล่ะ!  หมอนั่นคนดีจะตายไป!  ไอ้งี่เง่าเฮงซวยบรรลัย!”

“เรื่องนั้นน่ะ  คนร้ายอาจจะคิดฆ่าคนอื่นก็เป็นได้  ที่ใช้กรรไกรของผู้ตายเป็นอาวุธไม่แน่ว่าเป็นเพราะมีแรงจูงใจคิดอยากใส่ความคารามัทสึเป็นคนร้าย  นั่นคือคนร้ายพลาดดำเนินแผนใส่ผิดคนไง  ขอพูดตรง ๆ นะ  จิบิตะคุง  เธอนั่นแหละที่ถูกจ้องเล่นงาน  มีหลักฐานชวนคิดแบบนั้นด้วยซึ่งก็คือถุงเท้าที่ผู้ตายสวม  หน้าต่างห้องนี้ถูกคลุมด้วยผ้าม่าน  แต่พอมองเห็นบริเวณพื้นได้จากช่องว่างข้างใต้  คนร้ายเห็นถุงเท้าลายโอเด้งเลยเข้าใจผิดว่าเป็นเธอจนเผลอลงมือไป  ถุงเท้าลายโอเด้งเป็นคู่เด่นของเธอใช่ไหมล่ะ?”

พวกฉันปิดปากเงียบนึกภาพคนร้ายตามข้อสันนิษฐานของเขา  ดูเหมือนแต่ละคนจะนึกอะไรออกจนสายตาทุกคู่หันไปทางอิยามิ  อิยามิกับจิบิตะเคยทะเลาะกันรุนแรงจนตะโกนว่า “ฉันจะฆ่าแกเหวย!” นี่นา  ต้องเคยคิดอาฆาตไม่ผิดแน่  และเขายังบอกว่าตนออกไปเดินเล่นด้านนอกหลังอาหารเช้าและเดินผ่านหน้าห้องนี้อีก  อาจจะเฝ้ารออยู่นอกหน้าต่างกะเวลาเริ่มแผนร้ายก็เป็นได้

“เดี๋ยวสิเหวย!  มันแปลกนะเหวย!  เมื่อกี๊โทโทโกะจังเขาสารภาพแล้วนะเหวย!  ลองตรวจสอบพวงกุญแจนั้นดี ๆ ดูสิเหวย!”  อิยามิแย่งพวงกุญแจที่ชายสวมหน้ากากเหล็กถืออยู่มาดม  “นั่นไงว่าแล้ว!  เหม็นคาวปลาเลยเหวย!  เห็นได้ชัดว่าโทโทโกะจังใช้นี่นะเหวย!”

แต่ชายสวมหน้ากากเหล็กกลับแย่งพวงกุญแจคืน

“ก็ต้องเหม็นอยู่แล้วสิ”

ชายสวมหน้ากากเหล็กปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับกำเครื่องในปลาไว้ในมือ  และใช้มือนั้นถือพวงกุญแจเอาไว้ด้วย  อิยามิทำหน้าหวั่นไหวก่อนตะโกน “เชร้ด!” เดาความหมายไม่ออกก่อนหนีออกไปจากห้อง  พวกตำรวจรีบไล่ตามเขาไป

อิยามิวิ่งชนชุดเกราะที่ตั้งอยู่บนทางเดิน  รองสารวัตรโจโรมัทสะดุดล้ม  ตามด้วยตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึกระโดดหลบ  พวกเขาผลัดกันรุกผลัดกันรับย้ายที่ไปรอบคฤหาสน์  พอนึกว่าอิยามิจะจนมุมตรงห้องครัวแล้วเขากลับขว้างมีดทำครัวไม่ก็มีดเล็กหาทางขัดขืน  ทุกคนไล่ตามอิยามิซึ่งขึ้นลิฟท์ขนส่งอาหารหนีไปชั้นสอง  เขาวิ่งผ่านบันไดห้องโถงตรงทางเข้าก่อนพนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึจะกระโจนตะครุบตัวอิยามิจากตีนบันไดชั้นสอง  แต่อิยามิก็กระโดดข้ามราวจับบันไดหลบแล้วคว้าโคมไฟใช้หนี  นักสืบโอโซมัทสึคว้าไหใช้ประดับห้องที่วางอยู่ใกล้มือขว้างใส่แต่อิยามิก็หลบพ้น  ส่วนชายสวมหน้ากากเหล็กทำเพียงนั่งทานโอเด้งไม่มายุ่งวุ่นวายด้วย  จิบิตะตักของเติมให้  หลังจากนั้นก็เกิดการดวลปืนสู้กันโดยใช้ปืนไรเฟิลของประดับที่เก็บไว้ในห้องใต้หลังคา  อิยามิหนีขึ้นไปบนหลังขาแต่สุดท้ายก็ถูกพนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึจับตัวได้ในที่สุด

“จับตัวคนร้ายสำเร็จ!”

พนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึใช้ท่ามวยปล้ำตะโกนแจ้งเสียงสูง

 

ไฟหมุนสีแดงลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดฝ่าสายหิมะ  อิยามิถูกจับใส่กุญแจมือและผลักให้เข้าไปนั่งเบาะหลังของรถตำรวจซึ่งจอดรออยู่ตรงสวนด้านหน้าคฤหาสน์  รองสารวัตรโจโรมัทสึและตำรวจสืบสวนโทโดมัทสึขึ้นนั่งประกบข้าง  ส่วนพนักงานพิสูจน์หลักฐานจูชิมัทสึนั่งอยู่ตรงที่คนขับ  ฉันเรียกนักสืบโอโซมัทสึหยุดตัวเขาไว้ก่อนเขาจะขึ้นนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ

“ขอบคุณนะคะที่ไขคดีให้”

แต่เขากลับส่ายหัว

“ไม่หรอก  ผมไม่เคยไขคดีหรอกครับ”

จริงอยู่ที่คดีอาจจะยังไม่ได้ถูกไขเลย

“แต่มีสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นอยู่นะครับ”

เขาพูดเช่นนั้นก่อนก้มหัวลาแล้วขึ้นรถ  รถตำรวจออกตัว  เห็นยางรถบดไปบนถนนที่มีน้ำแข็งจับตัวออกจากคฤหาสน์ออกไปพร้อมกับไฟหมุนสีแดงเริ่มถอยห่างออกไปลับตา  ทิ้งศพของคารามัทสึคุงเอาไว้

แล้วคดีก็เป็นเช่นนี้

 

ฉันกับจิบิตะเสียงานในคฤหาสน์เนื่องจากเจ้าของอย่างอิยามิถูกจับ  จิบิตะเริ่มตั้งร้านโอเด้ง  ส่วนฉันเริ่มออกเดินบนเส้นทางเป็นไอดอลตามความฝัน

แฟนคลับลดลงเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่จัดงานจับมือ  ด้วยเหตุผลว่ากลิ่นปลาติดอยู่บนมือ  แต่ฉันไม่ว่าอะไร  มนุษย์สามารถเป็นสิ่งที่อยากเป็น  ฉันใช้ชีวิตโดยนึกถึงคำพูดคารามัทสึคุงอยู่ในใจ

พอถึงหน้าหนาวก็อดนึกถึงคดีนี้ขึ้นมาไม่ได้  ไม่รู้เหมือนกันว่าคฤหาสน์เก่า ๆ หลังนั้นเป็นอย่างไรบ้าง  ตอนนี้ชายสวมหน้ากากเหล็ก  เจ้าของเดิมยังอาศัยอยู่หรือเปล่า  ฟังจากคนเล่าแล้วเห็นว่าตอนนี้คฤหาสน์มีแมวมาอาศัยพักอยู่เต็มไปหมด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s